เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

7

เพียงแค่คิดกานพลูก็หน้าร้อนผ่าว ภาพคาร์เมนก้มปลุกเธอ พอดีกับที่เธอตื่นลุกขึ้น ตาต่อตาประสานกันราวกับโดนมนต์สะกด คาร์เมนก้มลงเรื่อยๆ จนปากเขาแนบลงมาบนปากเธอ

ไม่รู้เพราะบรรยากาศเป็นใจหรือหัวใจมันเรียกร้อง เธอถึงได้ปล่อยให้คาร์เมนกดจุมพิตลงมา แรกเริ่มก็แผ่วเบาอย่างไม่มั่นใจ ก่อนจะทวีความหนักหน่วงขึ้นเมื่อเธอไม่ต่อต้าน

ริมฝีปากหนาจบเม้มกัดแล้วปล่อย ย้ำอยู่เช่นนั้นหลายครั้ง ก่อนจะสอดเรียวลิ้นอุ่นชื้นล่วงล้ำเข้าไปกวัดกวาดไปทั่วโพรงปากนุ่ม มือแกร่งประคองร่างอรชรให้ลุกขึ้นรับจุมพิตเขาอย่างถนัดถนี่

ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม ปลายนิ้วแยกสาปเสื้อออกจากกัน เผยอให้เห็นหน้าอกอวบเต่งตึง คาร์เมนขบเม้มจุมพิตลำคอระหง แนบซบตรงอกอวบก่อนจะคลอเคลียสองปทุมถันกลมกลึง สัมผัสกับปลายยอดถันที่หดเกร็ง ดูดกลืนทั้งที่มันยังอยู่ในเสื้อชั้นในจนเปียกชื้น ขณะมืออีกข้างกอบกุมทรวงอกนุ่มหยุ่น บีบเคล้นอย่างหนักหน่วงแต่อ่อนโยน

ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”

กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา

“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”

กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด

“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”

     เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่...เพียงแค่คิด เธอก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเสียแล้ว 

     เมษาแกะมือกานพลูแขนออกแขน กัดฟันบอกคนเป็นเพื่อนให้คลายกังวลใจ “ฉันไม่เป็นอะไรหรอกกาน แค่ปวดหัวนิดหน่อยเอง ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยแกไม่ต้องกังวลน่า” ไม่ต้องห่วงจริงๆ กาน ฉันยังสู้ไหว

 “ฉันอยากจะดูใจพี่บีด้วย ถ้าฉันป่วยเขาจะปล่อยให้ตายหรือจะรักษาให้หาย”

กานพลูผวากอดเมษา เสียงพูดที่ออกจากปากเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

ถ้าคนเราตัดใจจากรักได้ง่ายๆ ก็คงจะดีนะกาน บางทีฉันอาจจะตัดใจจากพี่บีได้ง่ายกว่านี้” เมษาพูดพึมพำเสื้อผ้าที่เปียกเริ่มแห้งเหลือเพียงความหนาวเย็นที่ยังเกาะกินหัวใจ

     “ลุงคง ป้าสาย คนงานใหม่ของลุงกับป้า ผมพามาช่วยทำงานสักเดือนสองเดือน”

เมษาเงยหน้ามองตามเสียงเบนนิโต้พบชายหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อและกางเกงขายาวปกปิดมิดชิด ด้านหลังมีกระบุงใบขนาดไม่ใหญ่นักแบกไว้ หมวกสานใบใหญ่ปกปิดใบหน้าทั้งสองคนไปเกือบครึ่งหน้า แต่เธอก็ยังได้เห็นใบหน้าฝ่ายชายที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรัง ส่วนฝ่ายหญิงก็เห็นเพียงหน้าดำคร้ามแดดเพราะการทำงาน

     “ลุงกับป้าหาข้าวปลาอาหารและเสื้อผ้าให้สองคนนี้ด้วยนะ” เบนนิโต้ชี้ไปที่กานพลู “คนนี้ให้ลองช่วยทำงานในครัวไปก่อน ส่วนคนนี้ฉันต้องการให้ลุงกับป้าพาไปเก็บพริกสดในสวน วันนี้ต้องได้ทั้งหมดสามกระบุงนั้นนะลุง ถ้าได้ไม่ครบ ตอนเย็นไม่ต้องให้กินข้าว อีกอย่างนะลุงคง ป้าสาย ห้ามให้ใครช่วยเหลือ ให้เขาทำให้เสร็จด้วยฝีมือตัวเอง”

     “ครับนาย” คงมองหญิงสาวร่างเล็กบอบบางอย่างเห็นใจระคนสงสาร ไม่รู้ว่านังหนูคนนี้ไปทำอะไรให้นายโกรธ นายถึงได้ใช้ให้ทำงานหนักแบบนี้

     เบนนิโต้มองหน้าเมษาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันและดูถูกดูแคลน เขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่น่าจะทำงานหนักเช่นป้าสายลุงคงทำได้

“ว่าไงเมษาเธอคิดว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า”

     เมษาหน้าขาวซีด เสก้มมองพื้นขบกัดฟันลงบนริมฝีปากจนได้กลิ่นเลือดปะแล่มๆ จิกเล็บบนฝ่ามือจากที่เจ็บจนชาแทบจะไม่มีความรู้สึก ก่อนเธอจะเชิดใบหน้าเรียบเฉยขึ้นขึ้นช้าๆ มองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อเจ็บปวดไปทั้งหัวใจและร่างกาย

ตอนนี้เป็นทีของเขาที่จะทำอะไรกับเธอก็ได้ แต่เมื่อไหร่เป็นทีของเธอเมื่อนั้นเบนนิโต้ก็ห้ามร้องขอความเห็นใจก็แล้วกัน

     กานพลูมองหน้าเมษาที่เริ่มซีด เหงื่อไหลซึมตามหน้าผากขาว แผลที่ได้รับจากการเหวี่ยงของเบนนิโต้ยังทิ้งเหลือร่องรอยให้เห็น ปากอิ่มเต็มเม้มเข้าหากัน สองมือกำแน่นสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างสุดความสามารถ

     “หนูเมย์”

     เมษาส่งยิ้มให้กานพลู ก่อนจะหันไปตอบเบนนิโต้เสียงราบเรียบ “เห็นทีว่าจะตอบไม่ได้หรอกคะ เดี๋ยวจะหาว่าโอ้อวดตัว พี่บีรอดูแล้วกัน น้องเมย์ทำได้ไหม”

     “ยังประชดประชันได้ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะทำงานไหว อ๋อ...ต่อไปเธอห้ามเรียกฉันว่าพี่บีด้วย เธอต้องเรียกฉันว่าเจ้านายเหมือนกับคนงานคนอื่นๆ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์จะเอ่ยชื่อฉัน”

     เมษาขบกัดฟันบนกลีบปาก เขาใจดำกว่าที่คิด ตัดเธอออกจากชีวิตไปทุกทาง แล้วเธอล่ะ...ยังคิดตะบี้ตะบันรักเขาอยู่อีกหรือ เมื่อไหร่ไอ้ใจบ้าจะรู้สึกตัวเสียที 

ค่ะเจ้านาย น้องเมย์...ดิฉันจะทำตามคำสั่งคะ” เมษาเรียกความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิด ตอบกลับเบนนิโต้ที่ยืนยิ้มจนเห็นไรฟันอย่างอารมณ์ดีเสียงแผ่ว

     “ลุงพาคนงานใหม่ไปได้แล้ว”

     “ครับ”

ลุงคงได้แต่มองหญิงสาวร่างบอบบางด้วยความสงสารที่ถูกนายลงทัณฑ์ให้ต้องทำงานหนัก ขนาดว่าคนแข็งแรง กว่าจะเก็บพริกเต็มกระบุงยังใช้เวลาเกือบครึ่งวัน แล้วนังหนูนี่เพิ่งมาใหม่ จะเก็บได้เชียวหรือ

     เมษาและกานพลูเดินตามลุงคงและป้าสายทั้งคู่พาเธอไปยังกระท่อมหลังไม่ใหญ่นัก ป้าสายหยิบเสื้อและกางเกงขายาวสีน้ำเงินให้ทั้งคู่คนละชุด

     “เอานังหนู นี่ชุดของพวกเอ็ง แต่ตัวเสร็จเองก็ไปหาข้าที่ลานนั่นแล้วกัน ข้าจะหาอาหารให้กินจะได้รีบทำงาน ของนังหนูนี่ไม่เท่าไหร่ แต่เอ็งนะมันหนักหนาอยู่ จะสู้ไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมนายถึงใจร้ายนัก” หญิงชราบ่นพึมพำด้วยความสงสารระคนเห็นใจ

     “จ๊ะป้า”

เมษาและกานพลูรับคำ ไม่สนใจจะบอกเล่าให้ป้าสายฟังว่าทำไมเบนนิโต้ถึงใจร้ายกับเธอสองคนมากนัก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha