เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 19 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

7

     มีนาถึงกับเซ็งจัด เอนตัวแนบไปกับเก้าอี้สีดำตัวยาวด้วยความหงุดหงิด เมื่อชัชวาลบอกว่ายังคิดแผนที่จะทำร้ายเมษายังไม่ออก

“แกนี่มันโง่จริงชัชวาล ฉันอุตส่าห์โทรบอกตั้งแต่เมื่อวาน จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เรื่อง ใช้ส้นตีนคิดหรือไงมึง”

     หญิงสาวฝาดหัวฝาดหางใส่ชัชวาลและลูกน้องอีกสามคนที่ยืนมองเธอกันหน้าสลอนอยู่ห้องวีไอพีของของผับที่มีเสี่ยใหญ่ที่ชอบเรียกใช้บริการเรียกเด็กจากเธอเป็นประจำให้อภิสิทธิ์แก่เธอลูกน้องได้เข้ามาใช้บริการโดยเสียค่าใช้จ่ายแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น

     ชัชวาลเขยิบกายเข้าไปนั่งจนชิดมีนา พาดมือไปโอบบ่าลูบไล้ปลายนิ้วร้อนๆ บนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ขณะหลุบสายตาลงมองทรวงอกขาวนวลที่โผล่พ้นขอบเสื้อ อวบอิ่มเต่งตึงจนอยากที่จะก้มหน้าไปดื่มกินให้สมใจ แต่ต้องหักห้ามใจเพราะยังไงซะมีนาก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของเขา

ชัชวาลพยามพูดให้เสียงนุ่มทุ่มที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะพูดได้ คุณมีนาก็รู้ พวกเรามันหัวขี้เลื่อย คิดวางแผนการแยบยลไม่เป็นกับเขาหรอก”

     “เออ...ฉันรู้แล้ว” มีนายกเท้าไขว่ห้างไม่สนใจว่าลูกน้องจะมองดูด้วยสายตาแวววาวหื่นกระหายขนาดไหน ยามที่เธอได้แต่งตัวสวยและยั่วยวนผู้ชายมันช่างมีความสุขเสียจริง เสียดายว่าทำแบบนี้กับเบนนิโต้ไม่ได้ จำต้องแสดงออกว่าเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา

     จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องโทรเช็คแล้วเช็คอีกว่าคนรักจะไม่อยู่ ต้องแอบต้องซ่อนทำเหมือนกับว่ามีความผิดอยู่ตลอดเวลา มันน่าเบื่อ ดูขนาดวันนี้ซิเธอยังต้องโทรไปที่เช็คที่บ้านเบนนิโต้ถึงสามรอบ จนแน่ใจว่าชายหนุ่มไปธุระตามที่บอกไว้ ถึงได้มาหาชัชวาลที่ผับนี่ มีนาถอนหายใจทำไงได้ล่ะในเมื่อเธอดันรักเขาไปแล้วนี่

     “เอาอย่างนี้ซิพี่ชัช คุณมีนา” หนึ่งในลูกน้องที่กลืนน้ำลายลงคอดวงตาจ้องที่ขาเรียวยาว ร่างกายตื่นตัวและลุกโพลนความคิดหนึ่งวาวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

     “เอาไง” มีนาถามพร้อมกับแกล้งยกขาลงและเปลี่ยนเป็นใช้อีกข้างไขว้แทนให้คนพูดได้เห็นสัดส่วนในร่างกายวัวแวมๆ พอกระหาย

     “พวกเราเชิญตัวสองคนนั่นมาแล้วมอบความสุขให้นิดหน่อยพร้อมกับอัดแผ่นส่งขายดีไหม”

     “เออ....ความคิดแกใช้ได้วะไอ้รัด  ว่าไงคุณมีนา” ชัชวาลหันไปถามมีนา มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้ขาเรียวยาว กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่กับความขาวเนียนที่อยู่ตรงหน้า ที่เขาได้เพียงแค่จับต้องแค่เล็กๆ น้อยเท่าที่เจ้าของจะพอใจให้ แต่ไม่เคยจะได้กินให้สมอยาก

     “อือ...คิดดี แล้วเวลาทำจะดีเหมือนคิดไหมล่ะ พวกแก แก และแกนะ” มีนาชี้ไปที่หน้าของลูกน้องแต่ละคนแล้วส่ายหน้า “พวกแกเคยทำงานที่ฉันให้ทำสำเร็จบ้างหรือเปล่า”

     คำถามของมีนาลูกน้องทุกคนได้แต่ก้มหน้า เพราะกี่งานต่อกี่งานถ้ามีนาไม่ไปควบคุมหรือดูแลเอง ไม่เคยที่จะสำเร็จสักงาน

“เออ...ช่างเถอะ ยังไงฉันก็ต้องไปควบคุมดูแลเองอยู่แล้ว จะได้เห็นหน้านังสองคนนั้นตอนที่พวกแกกำลังมอบความสุขให้มันด้วย” มีนายิ้มกริ่มจนอยากจะให้ถึงวันนั้นเร็ว

     “คืนนี้ฉันกลับบ้านก่อน ส่วนพวกแกก็ตามไปดูนังสองคนนั้นที่บ้านหลังนี้นะ” มีนาวาดแผนที่บ้านกับจดหมายเลขบ้านของกานพลูให้กับชัชวาลไป โดยไม่ลืมกำชับให้โทรรายงานเธอทุกครั้งที่มีอะไรไม่ชอบมาพากล ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนเธอก็จะเปิดสายรอ

 

น้ำ ขอน้ำหน่อย”

เสียงแหบแห้งดังจากปากซีดเซียวของคนที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่ ทำให้หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้รีบทำตามความต้องการของเพื่อนรักอย่างเร็วรี่

     “นี่จ้ะน้ำ” กานพลูหยิบแก้วน้ำส่งให้เมษาดื่ม “ค่อยๆ ดื่มนะหนูเมย์ เดี๋ยวจะสำลัก” กานพลูประคองแก้วน้ำแนบปากเมษาพร้อมกับพูดแนะนำเบาๆ   

แม้หนังตาจะหนัก หากเมษาก็ฝืนลืมตามองอย่างงงๆ แต่หญิงสาวก็ไม่ทันจะได้ถามอะไรเพื่อนรักก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในโสตประสาทเสียก่อน

     “เป็นไงเมษา ไหนว่าเก่งนัก แต่พอให้ทำงานเข้าจริงๆ ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เห็นจะเก่งแค่ปากเท่านั้น” เบนนิโต้ถามแกมประชดประชันดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง เขามองหญิงสาวที่ปากเก่ง บอกว่าทำได้ แต่เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวันก็ต้องมานอนป่วยให้เขาต้องมาคอยดูแลแล้ว

     เพราะเหนื่อยล้าจนเกินจะรับมือเบนนิโต้ไหว ในตอนนี้เมษาจึงเลือกที่จะปิดหูไม่ฟังวาจาเย้ยหยันที่เขากล่าวมา

     “ฉันอยู่ที่ไหนนะกาน ฉันเป็นอะไรไปทำไมรู้สึกปวดไปหมดทั้งตัวเลย” เมษาถามกานพลูเสียงแหบแห้ง เจ็บในลำคอเหมือนมีกระดาษทรายขวางอยู่ แขนทั้งสองข้างก็เจ็บปวดและเมื่อยไปหมด

     “หนูเมย์เป็นไข้ ที่แขนก็เป็นแบบนี้เพราะแพ้พริกจนบวมแดงไปทั้งแขนเลย เธอทนได้ยังไงกันนะหนูเมย์” กานพลูเหลียวมองไปที่เบนนิโต้และคาร์เมนที่ยืนสงบนิ่งตรงมุมห้อง ดวงตาเป็นประกายสีแดงเพลิงทั้งกลัวและโกรธชายหนุ่มทั้งสองคนที่ทำร้ายเธออย่างไม่น่าให้อภัย

     “คนที่ใช้ให้แกทำเรื่องอย่างนี้...ไม่ใช่ลูกผู้ชายเอาเสียเลย!

     “อย่าไปว่าเขาเลยกาน บางคนเขาไม่สนใจเนื้อในหรอก มองแค่เพียงเปลือกนอกที่ตาเห็นเท่านั้น” เมษาสูดเอ่ยเสียงเบา สูดลมหายใจที่แม้จะติดขัดบ้างเพราะอาการป่วย แต่ก็สามารถเรียกพละกำลังที่สูญเสียไปได้บ้าง เธอพยุงตัวลุกขึ้น แต่แค่เพียงมือเท้าบนเตียง

โอ๊ย!” ความปวดร้าวจากข้อมือที่บวมเป่งและแดงช้ำที่เมื่อไปสัมผัสกับอะไรเข้าก็พร้อมที่จะส่งความเจ็บปวดประท้วงคนเป็นเจ้าของ

     “นอนก่อนหนูเมย์ เธอยังป่วยอยู่ จะลุกไปไหน ทำไมไม่บอกฉันล่ะ หรือว่าอยากเข้าห้องน้ำ” กานพลูกระซิบถามพร้อมกับประคองร่างเพื่อนรักให้นอนบนเตียงด้วยความเป็นห่วง

     “ฉันไม่เป็นไรแล้วละกาน ดีขึ้นพอที่จะไปทำงานต่อได้ ถ้าไม่ทำงาน ตอนเย็นฉันก็จะไม่มีข้าวกิน คนบางคนอาจจะไม่สมใจ เพราะฉันตายเร็วไปและเขายังทรมานฉันไม่พอ ฉันกลัวว่าเขาจะไม่พอใจตามราวีฉันไปถึงยมโลกอีกนะ” เมษาไม่วายประชดประชันเบนนิโต้ที่มองเธอราวกับว่าเธออ่อนแอ ทำงานเพียงแค่ครึ่งวันก็ป่วยเสียแล้ว

     “ไม่จำเป็นที่จะแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอเก่งยังทำงานไหวหรอกเมษา ดูสภาพตัวเองเสียก่อนดีกว่าแล้วค่อยพูดดีกว่า อีกอย่างฉันยังไม่อยากเห็นเธอตายคาเกาะ กลัวจะมีผีผู้หญิงร่านราคะมาหลอกมาหลอนคนงานของฉันจนทำงานไม่ได้” เบนนิโต้ยืนอิงกรอบหน้าต่างพูดจาประชดประชันตอบเมษากลับ

     เมษาขบกัดฟันบนกลีบปาก ก่อนจะคลี่ยิ้มทั้งที่หัวใจกลัดหนอง “เปล่าหรอกค่ะเจ้านาย น้องเมย์...ดิฉันรู้สภาพของตัวเองดี เป็นเพียงเชลยที่ถูกจับมาทรมาน เพื่อให้สาสมกับความร้ายกาจที่ได้ทำไว้กับแฟนนางฟ้าแต่เปลือกนอกหากหัวใจยิ่งกว่าอสรพิษ!” จากที่น้อยใจตอนนี้เธอท้อแท้และสิ้นหวัง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดีเลยในสายตาของเบนนิโต้

“ไม่สมควรที่จะมานอนสบายๆ แบบนี้”

     เบนนิโต้ยิ้มหยัน ขณะมองเมษาด้วยความรำคาญและไม่เชื่อในคำพูดประชดประชันของเธอ “ฉันละผิดหวังจริงๆ เห็นคุยโม้ไว้ว่าให้คอยดูผลงาน แต่เอาเข้าจริงๆ  คงจะมีดีเพียงแค่ปาก แค่งานง่ายๆ เก็บพริกเพียงแค่สองสามกระบุง เธอยังทำเอาคนอื่นเขาเดือดร้อนกันไปทั่ว”

     “ถ้าคุณไม่ทำให้น้องเมย์ป่วยอยู่ก่อนแล้ว จะงานกรรมกรก่อสร้าง แบกหามขนปูน เราสองคนก็ไม่หวั่นหรอกคะคุณเบนนิโต้” กานพลูโต้กลับด้วยความหงุดหงิด เธออยากจะหาอะไรขว้างใส่หัวเบนนิโต้ให้เลือดอาบเสียบ้าง คนอะไรไม่รู้ ใจร้ายใจดำจริงๆ

     เมษายิ้มพลางตบมือบนหลังมือกานพลูเบาๆ “ ด้วยซึ้งในน้ำใจของคนเป็นเพื่อนที่ไม่ท้องทิ้งกันในยามตกทุกข์ เธออยากจะโต้ตอบเบนนิโต้กลับไปบ้างเหมือนกัน แต่อาการป่วยที่มีทำให้สมองมันเบลอ คิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลย จึงได้แต่ทนฟังคำถากถางจากเขาด้วยหัวใจที่เจ็บปวดช้ำชอก

     “ถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดมา ฉันก็จะคอยดู หลังจากพักผ่อนจนหายป่วยแล้ว เพื่อนเธอจะทำงานที่ฉันมอบหมายให้ดีแค่ไหน...หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่ใช้มารยาหลอกคนอื่น ฉันป่วยทำงานไม่ได้อีกนะเมษา”

     เมษาทำเพียงแค่ยิ้ม พูดอะไรไปเบนนิโต้ก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว สิ่งที่จะตอกหน้าเขาได้ก็คงจะเป็นผลงานที่เธอจะทำให้เขา...คาดไม่ถึง เพราะมองคนอย่างเธอผิดไป!

     “แกจะทนให้อีตาพี่บีบ้าเยาะเย้ยอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้หรือหนูเมย์ โต้ตอบกลับไปบ้างซิแก”

     “อย่าเลยกาน พูดกับคนแบบนี้ เรามีแต่เหนื่อยเปล่า สู้เก็บแรงไว้ทำงานพิสูจน์ให้เขาเห็นจะดีกว่า เราสองคนมีความสามารถแค่ไหน ใช้ผลงานที่มีตบหน้าคนที่มองคนอื่นแต่เปลือกนอกดีกว่า”

     “หวังว่าคราวนี้คงจะไม่มีดีแค่ปากอีกนะเมษา”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha