เล่ห์รักไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 20 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

7

กานพลูไม่ทันจะได้โต้ตอบแทนเพื่อน สองหนุ่มใจร้ายก็เดินออกไปจากห้องนอนเสียก่อน แล้วยังปิดประตูดังปังใหญ่ จนเธอสองคนสะดุ้ง มือเรียวทั้งสองคู่จับและบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน

 

     หายดีแล้วหรือไงเมษาถึงได้ออกมารับลมแถวนี้” เบนนิโต้ถามเมื่อเดินออกจากห้องทำงานแล้วเห็นเมษายืนเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงบ้าน

     เมษาเหลียวมองกลับไปมองเบนนิโต้เล็กน้อยก่อนจะหันไปดูทะเลต่ออย่างไม่สนใจ สามวันมานี้เธอเห็นเขาเฉพาะตอนทานอาหารเท่านั้น ถึงเจอกันแต่แค่นั้นเขาก็ยังมีคำพูดบาดหัวใจเธอจนเลือดโทรมได้ทุกครั้ง

“ฉันถามว่าเธอหายดีแล้วใช่ไหมเมษา ทำไมไม่ตอบ” 

แสงสว่างสองร่างเมษามาเบนนิโต้พยามเพ่งมองแต่มันกลับเหมือนมีภาพบางภาพซ้อนทับใบหน้าเมษาอยู่ ปวดแปลบในศีรษะถึงกับตาพร่าไปนิดหนึ่ง

     “ค่ะเจ้านาย ดิฉันหายดีแล้ว” เมษาตอบพร้อมถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ถึงตอนนี้เธอหมดแรงและหมดกำลังใจที่จะดึงรั้งเบนนิโต้ให้หันมาชอบหรือว่ารักอีกแล้ว คงจะต้องปล่อยให้เขารักและแต่งงานกับมีนาตามที่เขาหวัง ส่วนเธอก็ขอไปตามทางที่เลือก จะไม่ดื้อรั้นดันทุรังให้เจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจอีกแล้ว แต่...เธอก็ถึงยังต้องการเห็นหน้าและได้อยู่ใกล้เขาอยู่ดี

     “งั้นก็ดี คืนนี้เธอก็เตรียมตัวทำงานชิ้นใหม่ของเธอได้เลย”

     “ค่ะเจ้านาย” เมษาตอบทั้งที่หันหลังให้เบนนิโต้ มองไปด้านล่างของบ้าน คาร์เมนกำลังคุมกานพลูขุดดินปลูกต้นไม้บางอย่างอยู่

     เบนนิโต้อารมณ์เสียที่เมษาไม่โต้ตอบกลับเหมือนเคยราวกับเธอเห็นบริเวณรอบๆ บ้านดีกว่าเขา ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้ามาอย่างแรง

     แม้เจ็บ หากเมษากลับไม่หลุดเสียงร้องออกมา คงมีเพียงใบหน้าหมองหม่นและสายตาที่อ่อนล้าอ่อนแรงมองเบนนิโต้

     “มีอะไรกับดิฉันอีกหรือคะเจ้านาย ไม่พอใจอะไรดิฉันอีก”

ฉันถามเธอจริงๆ เถอะเมษา ทำไมเธอถึงทำแบบนั้นกับมีนา” เบนนิโต้ถามพร้อมกับเขย่าตัวหญิงสาวอย่างแรงเพราะต้องการคำตอบ

     เมษาคลี่ยิ้มขณะมองเบนนิโต้ด้วยความเหนื่อยหน่าย “เป็นเพราะความโง่ของดิฉันเองคะ คิดอยากช่วยให้ผู้ชายบางคนให้เห็นเนื้อในของผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์กลิ้งกลออกและหลอกลวง แต่ไม่คิดว่านอกจากเขาคนนั้นจะไม่เชื่อ กลับเห็นสิ่งดิฉันทำมันเลวร้ายจนให้อภัยไม่ได้”

     ทั้งสายตา...รอยยิ้มและคำพูดของเมษามันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนโง่! มองผู้หญิงไม่ออก เหมือนเธอกำลังเยาะหยันเขาอยู่ หนังตาเบนนิโต้กระตุก

เพราะเธอรักและต้องการฉันมากจนทนเห็นฉันหมั้นกับมีนาไม่ได้มากกว่ามั้งเมษา” เบนนิโต้ตอกกลับ จับแขนเมษาแล้วบีบอย่างแรงจนเธอหน้านิ่ว แต่ก็ไม่ยอมร้องแสดงความเจ็บปวดออกมาให้เขาได้ยิน มีเพียงใบหน้าที่นิ่วเล็กให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าหญิงสาวเจ็บการกระทำของเขา

     “ค่ะใช่ เพราะดิฉันรักคุณเบนนิโต้มาก จนทนเห็นคุณหมั้นกับมีนาไม่ได้ เหตุผลแค่นี้พอใจแล้วใช่ไหมคะ หรือต้องการเหตุผลอื่นอีก ก็ได้ค่ะเพราะดิฉันมันร่านผู้ชาย ไม่ต้องการเห็นพี่สาวแสนสวยและแสนดีอย่างมีนามีความสุข ดิฉันอิจฉา ไม่ต้องการให้มีนาเป็นที่รักของคุณเบนนิโต้ไงคะ” 

เมษาพูดตามที่ชายหนุ่มต้องการทั้งที่หัวใจเจ็บราวปวดจนแทบจะแตกออกมากับสิ่งที่ตัวเองได้เอ่ยออกมาเหมือนกัน

     “เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ นะเมษาบอกรักผู้ชายก่อนหน้าตาเฉย ไม่เคยมีใครสั่งใครสอนเธอเลยหรือไง” ชายหนุ่มถามพร้อมกับกัดริมฝีปากทำไมตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาก็ไม่รู้

     เมษายิ้มใส่ให้เบนนิโต้ดวงตาหม่นหมองเสก้มมองพื้นระเบียง “มีค่ะดิฉันมีคนสั่งสอนให้เป็นคนดีแน่นอนค่ะ” หญิงสาวตอบ

“แต่เผอิญว่าดิฉันเป็นคนโง่ สมองทึบ ปัญญาเท่าหางอึ่ง สิ่งที่คุณย่าสอนไม่เข้าในสมอง เลยกลายเป็นคนหน้าด้าน กล้าบอกรักผู้ชายทั้งที่เขาเกลียดราวไส้เดือนกิ้งกือ ไม่อยากพบ ไม่อยากพูดจาเสวนาด้วย” เมษาเอ่ยถ้อยตกย้ำความโง่ของตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นมองเบนนิโต้ ยิ้มหวานให้ทั้งที่หัวใจเจ็บปวดกับคำพูดของเขาที่มีแต่ถากถางอยู่ตลอดเวลา

ดิฉันโง่มากใช่ไหมคะเจ้านาย” เมษาเค้นคำถามที่บาดใจตัวเอง “รู้ก็รู้ว่าเขาเกลียด แต่ก็ยังอยากที่จะเข้าใกล้ จะว่าหน้าด้านก็ได้ค่ะ แต่ดิฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ จะรักจะชอบก็บอกกันตรงๆ ผิดกับคนบางคนที่ตีสองหน้าหลอกให้เขารักแล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี”

     ปากอวบอิ่มพ้นคำพูดเล่นลิ้นและสำบัดสำนวน “รู้อะไรไม่คะ ถ้าวันหนึ่งดิฉันตัดใจจากผู้ชายคนนี้ ได้วันนั้นดิฉันคงจะมีความสุขมากกว่านี้”

เมษาเดินผ่านหน้าเบนนิโต้ไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่บาดทั้งหัวใจคนพูดและคนฟังพร้อมกับน้ำตาที่มันค่อยๆ ไหลออกมาอย่างช้าๆ

 

     นี่คาร์เมน เจ้านายของคุณไปด่าอะไรเพื่อนกานอีกล่ะ” กานพลูเห็นเมษายืนพูดกับเบนนิโต้ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ แต่มือยังคงทำหน้าที่ขุดดินให้เป็นหลุมให้มีความลึกและกว้างประมาณ 1 ฟุตเอื้อมมือหยิบต้นไม้ต้นเล็กมาแกะถูกวางลงไปก่อนที่จะกลบดินกลับเข้าไปใหม่ รดน้ำให้มันนิดหนึ่งก่อนจะทำการขุดหลุมต่อไป

คาร์เมนไม่ตอบ เขายังคงทำหน้าที่จดบันทึกรายละเอียดจำนวนต้นไม้ที่กานพลูทำการปลูกไปเรื่อยๆ

ฉันถาม ทำไมไม่ตอบ ไม่มีปากหรือไง”

     “มี แต่ไม่อยากพูดกับพวกไม่ดี”

     “อ้อ...กานกับเพื่อนเป็นคนไม่ดี” กานพลูลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับคาร์เมนที่ลดสมุดจดลงวางบนโต๊ะไม้หินอ่อนและหันมองเธอพร้อมกับเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

ฮึ! ยายปีศาจจิ้งจอกนั่นคงจะเป็นคนดีมากซินะ พวกคุณสองคน ทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างพากันปกป้องคุ้มครองยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมขนาดนี้ กานอยากจะรู้นักถ้าความจริงเปิดเผยขึ้นมา คุณจะยังยืนยันคำเดิมหรือเปล่า” เธออยากให้ความจริงเปิดเผยในวันที่เมษาหมดใจที่จะรักเบนนิโต้จริงๆ ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ว่าสูญเสียเพชรนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน

     “ความจริงเรื่องอะไรของเธอกานพลู” คาร์เมนมองกานพลูอย่างสงสัยจนหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมั่นใจนักว่ามีนาเป็นคนไม่ดี

     “ความจริงที่ว่า...ฮืม...ไม่บอกดีกว่า นายกับพี่บีฉลาดจะตาย คงจะหาคำตอบเองได้เอง เมื่อถึงวันนั้นฉันหวังว่าจะได้ยินคำขอโทษจากปากนายสักครั้งนะคาร์เมน ถ้าวันนั้นนายกับฉันยังมองหน้ากันได้ติด” กานพลูก้มลงทำหน้าที่เหมือนเดิม แต่ปากคอยหาคำพูดจิกกัดคาร์เมนไม่หยุด

     “ทำไมคนอย่างผมจะมองหน้าคุณสองคนไม่ติด ความจริงคนที่รู้สึกผิดกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นคุณสองคนมากกว่านะกานพลู” คาร์เมนถามกลับปกติแล้วเขาไม่ใช่คนช่างพูดช่างถามนัก แต่วันนี้เขารู้สึกอยากจะต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวตรงหน้า

     “อ้าว...ก็เผอิญว่าพวกคุณเข้าใจผิดทำร้ายคนดีๆ อย่างกานกับเพื่อนไง แต่จะว่าไปพวกคุณมันพวกหน้าหนานี่นะ แค่นั้นคงไม่สะดุ้งสะเทือนความหนาบนใบหนาสักเท่าไหร่หรอก ขนาดทำหนูเมย์ไข้ขึ้นตั้งสามสี่วัน พวกคุณยังอยู่กับสุขสบายดีนี่”

     แม้จะยากเย็นแค่ไหน แต่นับจากนี้ไป เธอจะ...กล่อมให้เมษาตัดใจจากเบนนิโต้ให้จงได้ เชื่อเถอะว่าถ้าคนเราเจ็บมากๆ เข้า วันหนึ่งจะต้องชาจนหมดใจจะสู้

กานพลูกำดินในมือแน่น อยากจะส่งให้มันไปอยู่บนใบหน้าเรียบๆ ราวกับโดนเตารีดของคาร์เมนเสียงบ้าง อยากจะรู้นักว่าใบหน้าของชายหนุ่มจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า

     “คุณกับเมษานี่นะ...เป็นคนดี ผมเห็นเกเรก็เท่านั้น เรียนก็เกือบถูกไล่ออกจากโรงเรียน จะจบแหล่มิจบแหล่” คาร์เมนโต้กลับ

“คุณมีนาจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียง เก่งทั้งงานการบ้านการเรือน งานนอกบ้านก็เก่ง เพื่อนคุณทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง หัวสมองคงมีแต่เรื่องจะทำอย่างไรถึงจะจับเจ้านายผมให้อยู่หมัด แต่เผอิญโชคร้ายหน่อยที่เจ้านายผมฉลาดไม่หลงกลเพื่อนคุณไงกานพลู”

เมื่อไหร่ที่คาร์เมนเอ่ยปากพูด คนที่ได้ฟังจะต้องเจ็บใจอย่างที่กานพลูเป็นอยู่ตอนนี้ เธอกำดินก้อนใหญ่เดินตรงไปหาชายหนุ่มปากก็พูดไป

     “อุ้ยตายแล้ว...เชื่อได้หรือคะว่าจบการศึกษาจากมหาลัยมีชื่อแล้วจะเป็นคนดี แล้วรู้ได้ยังไงว่าหนูเมย์เรียนไม่จบนะ...” นี่คงไม่รู้ซินะว่าเมษาแอบเรียนเองจนได้ปริญญาและยังจะเรียนดีจนได้เกียรตินิยมด้วย แต่เพราะ...

     “บอกไปทำไมละกาน บอกไปแล้วได้อะไร มีใครเชื่อหรือเปล่าละว่าฉันเรียนจบโดยไม่พึ่งพาเงินของพ่อ...” เมษายิ้มหยัน แค่เอ่ยปากขอซื้อหนังสือเรียนก็โดนด่าหาว่าจะเอาไปเที่ยวสำมะเลเทเมา

“ใช่กานกับหนูเมย์ มันพวกโง่ ถึงเกือบจะไล่ออกจากโรงเรียน ในขณะที่คุณหนูมีนาเป็นถึงสาว...สวย...สวยแต่เปลือกนะซิ เนื้อในเน่าเฟะยิ่งกว่าซากหมาเน่าเสียอีก”

กานพลูนึกถึงเรื่องที่เธอกับเมษาเกือบจะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะฝีมือของมีนาที่ถ่ายรูปเธอทั้งสองคนที่ประคองเพื่อนชายคนหนึ่งออกจากผับในสภาพเมามาย เพราะโดนยายมีนาตัวดีนั่นแหละที่หักอกและยังเกือบจะต้องโดนจิกโก๋คุมผับแถวนั้นกระทืบเพราะเมาแล้วไปพูดจาลวนลามระรานลูกค้าที่ใช้บริการในผับ

เธอและเมษาฉุดกระชากร้องห้ามปราบจนเหนื่อยก็ยังไม่ยอมหยุดแล้ว ดีว่าเมษาหัวไว รีบให้เธอโทรเรียกต้นรักษ์ไปรับทันเสียก่อน ไม่เช่นนั้นป่านนี้เธอกับเมษาคงโดนพวกนั้นรุมกระทืบและขืนใจ ส่วนเพื่อนชายคนนั้นคงจะโดนแทงตายหน้าผับนั่นแหละ กานพลูยิ้มหวานให้คาร์เมน

อีกอย่าง พวกการบ้านการเรือน คุณคิดว่าเมษาทำไม่เป็นหรือไง คุณดูถูกฝีมือเพื่อนกานไปหน่อยแล้วคาร์เมน ถ้าจับยายปีศาจจิ้งจอกนั่นกับหนูเมย์มานั่งทำอาหารด้วยกัน เชื่อเถอะหนูเมย์ชนะขาดลอย ในฐานะที่คุณเป็นคนฉลาดนะ ฉันก็อยากจะให้รางวัลแห่งความฉลาดของคุณหน่อย”

กานพลูตักดินเปียกๆ ใส่มือแล้วเดินตรงไปหาคาร์เมนที่จดจำนวนต้นไม้ที่เธอลงมือปลูก ป้ายเศษดินเศษหญ้าตรงปากคาร์เมนพอดิบพอดี

“เอา! กินดินกินหญ้าเข้าไปบ้าง เผื่อความโง่มันจะออกมามั่ง พ่อคนฉลาด!

     “นี่เธอ” คาร์เมนชี้หน้ากานพลู

     “อะไรคะคุณคาร์เมน” กานพลูยืนหัวเราะขำหน้าตาของคาร์เมน ทั้งปากทั้งหน้าเต็มไปด้วยคราบดินฝีมือเธอ มือเล็กยกขึ้นจับกล้ามท้องให้หยุดเคลื่อนไหว ใบหน้าขาวแดงระเรื่อเพราะเสียงหัวเราะจนดวงตาแพรวพราวเป็นประกาย

อุ้ยตายแล้ว วันนี้คุณหน้าเตารีดเปลี่ยนสีหน้าได้ด้วย ดูซิทั้งสีเขียว สีเหลือง สีดำแล้วก็ยังมีสีแดงอีกต่างหาก เป็นยังไงบ้างคะคุณคาร์เมนขา ทานดินทานหญ้าพวกนี้เข้าไปความฉลาดมันลดลง ความโง่พอจะเข้ามาทำให้มองเห็นอะไรถูกอะไรผิดบ้างหรือเปล่าคะคุณ” กานพลูเลิกไหล่ขึ้นเล็กน้อย ยืนสองเท้าฉีกกว้าง ตั้งท่าเตรียมพร้อม เพราะรู้ว่าคาร์เมนไม่ยอมให้เธอทำเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียวแน่

     “เธอนี่มัน...แสบจริงๆ กานพลู” คาร์เมนดึงกายอรชรเข้ามาใกล้ เช็ดคราบดินบนใบหน้าป้ายใส่ใบหน้ากานพลูบ้าง ก่อนจะผลักจนหญิงสาวเซถลาล้มลงบนตนไม้ที่พึ่งจะลงต้นในดินและรอยน้ำที่รดลงไป จนสะโพกกานพลูเปียกเป็นหย่อมๆ

     “ว้าย!! ตาบ้านี่ ผลักมาได้เจ็บนะโว้ย!

คาร์เมนแอบอมยิ้มเมื่อเห็นสภาพกานพลู ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้านวลผุดผาดแดงระเรื่อ มีเศษดินเปื้อนใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง สองมือเต็มไปด้วยคราบดินและน้ำ

อู้ย!! เจ็บจังเลย” กานพลูมองสบตากับคาร์เมนที่กลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ ดวงตาคมเปล่งประกายแวววาว

อีตาบ้าไม่ช่วยฉันแล้วยังจะมาหัวเราะอีก กานพลูขบกัดฟันด้วยความขุ่นเคืองใจ เธอกำเศษดินเศษหญ้าบนพื้นไว้แน่น ตอนนี้อาการเจ็บที่มีหายไปแล้วเหลือเพียงอย่างเดียวคือต้องการเอาคืนคาร์เมนที่ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ

โอ๊ย...เจ็บจังเลย คุณคาร์เมนช่วยพยุงกานไปนั่งพักบนเก้าอี้นั่นหน่อยได้ไหมคะการพลูขอร้อง ใบหน้าบูดเบี้ยวเหยเก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย ขณะยกมือข้างหนึ่งแตะสะโพก อีกข้างก็ยื่นไปให้คาร์เมน

“ช่วยหน่อยซิคาร์เมน กานลุกไม่ไหวจริงๆ ”  สีหน้ากานพลูบ่งบอกว่ากำลังเจ็บปวดอย่างแนบเนียนจนคาร์เมนไม่สงสัยเดินเข้าไปใกล้

กานพลูกะระยะพอประมาณ ดึงต้นไม้ที่พึ่งจะปลูกปาใส่หน้าคาร์เมนแล้ววิ่งหนีไปอย่างเร็ว

“กินทั้งดินทั้งต้นไม้ให้อร่อยนะนายหน้าเตารีด” กานพลูวิ่งพร้อมผิวปากเข้าห้องนอน ที่แม้เมษาจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

 

  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจ ขอให้มีความสุขในการอ่านนะคะ"

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha