เพียงรักลวงหัวใจ

โดย: trysreerung



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : แรงหึงหวงช่างน่ากลัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วันหยุดปกติผ่องรำไพลุกขึ้นแต่เช้ามืดเสมอ เธอจะออกไปหลังบ้านซึ่งมีสวนกล้วยตัดเพื่อมาทำขนม แต่เช้านี้ลุกขึ้นไม่ไหวจนมีเสียงเรียกหน้าประตู

“ยายน้ำใสนอนกินบ้านกินเมืองรึไง”

เป็นเสียงแม่เลี้ยงของเธอที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่จำความได้ น้ำใสตะโกนด้วยเสียงแหบ “ไม่ค่อยสบาย น้าไปดูพ่อก่อนนะ บ่ายๆ น้ำจะไปเอง”

“ได้ยังไงหน้าที่แกทั้งนั้น ฉันเบื่อจะไปเฝ้า แล้วแกไม่ทำขนมหรอกหรือหึ”

“ทำสิแต่ขอนอนอีกหน่อย”

“แม่ แม่รุ้งไปเรียนนะ” เสียงน้องสาวคนละแม่ดังขึ้นเสียงจึงเงียบลง น้ำใสนอนตะแคง หลังจากนั้นหยิบเช็คที่ชายหนุ่มให้ขึ้นมานั่งมอง

“สามเดือนอยู่ใกล้ฉันตลอด เราจะปรนเปรอกันและกันแบบนี้ ข้อตกลงที่ต้องจำให้แม่นคือห้ามเข้าใกล้คุณพ่อฉัน”

ถ้าอยู่กับเขาแล้วไม่ต้องเสียตัว ได้ครั้งละแสน ครึ่งแสนแบบนี้ก็น่าสนใจ ถ้าบอกเขาให้เขาพิสูจน์ว่าเธอยังไม่เคยจะได้สักเท่าไหร่นะ อดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ความสาวเธอต้องการมอบให้ผู้ชายที่รักเธอเท่านั้น เมื่อก่อนเธอเพียงแต่ชื่นชมเขาไม่ได้รัก ในเมื่อไม่ใช่ความรักแถมไม่ใช่การช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยน้ำใจเป็นการแลกมันมาด้วยเรือนร่าง น้ำตาและการโดนดูถูก หญิงสาวก็สับสนจนน้ำตารินหยดออกมาไม่ขาด ทว่าคิดถึงพ่อที่ต้องผ่าตัดโรคหัวใจก็ป้ายน้ำตาทิ้ง

ถ้าไม่เหลือหนทางเธอจะทำมัน จะมามัวร้องไห้ทำไม เธอต้องหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อยื้อชีวิตพ่อไว้ ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้เธอก็ไม่เหลือใครเพียงคนเดียว ถูกเย้ยหยัน เรียกร้องเอาแต่ใจ เอาแต่ได้ แต่ได้ต่อลมหายใจเพื่อพ่อแค่นี้เธอจะยอมไม่ได้เชียวหรือ

หน้าบ้านหลังน้อย รุ้งรำไพยื่นเงินห้าพันให้แม่ สายหยุดตาโต “แกได้เงินมาจากไหนยายรุ้ง”

“จะเอาไหม” รุ้งรำไพทำท่าเก็บเงินใส่กระเป๋าคืน

“เอาสิ เอา ดีจริงเบื่อๆ อยู่จะได้ไปพบปะเพื่อนๆ”

“แล้วไม่ไปเฝ้าพ่อหรือไง อย่านั่งเล่นไพ่จนเสียหมดล่ะ”

“ให้ลูกรัก พี่สาวแกเถอะ ฉันไม่อยากไป” สายหยุดทำหน้าเบื่อหน่าย

“จริงสิพ่อรักแต่พี่น้ำ ให้ดูแลกันเอง มีเงินรุ้งก็จะไม่ช่วยจ่ายค่าหมอ กับรุ้งพี่น้ำขี้ตืดดีนัก”

รุ้งรำไพไม่นึกถึงบุญคุณที่พี่สาวยอมทำงานเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่มัธยม ส่งเสียตนเองจนจบปริญญาตรีและยังส่งตน แม้เงินจะน้อยที่ได้แต่เธอไม่ยอมเข้าใจว่าพี่สาวต้องประหยัด

“ตามใจเอ็ง แม่ไปล่ะ” สายหยุดไม่สนใจลูกสาวได้เงินมาจากไหนรีบไปแต่งตัวตรงไปยังบ่อน รุ้งรำไพเดินออกจากปากซอยรอรถที่กำลังจะมารับ ใบหน้าสดสวยมีความสุข

 

หลายชั่วโมงต่อมาผ่องรำไพลุกขึ้นอาบน้ำ ออกจากห้องบ้านเงียบเชียบผ่องรำไพเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดบ้าน ถูพื้นบ้าน จัดเข้าของที่เข้าทาง ลงมือดูแลบ้านซึ่งดูคล้ายไร้คนอยู่อาศัยจนเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวเดินไปหยิบรูปถ่ายพ่อกับแม่ในลิ้นชักขึ้นมาดู

พ่อเธอป่วยด้วยโรคหัวใจ เธอไม่รู้อะไรมากรู้เพียงว่าพ่อต้องผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ

“ค่าใช้จ่ายประมาณเจ็ดแสนครับ หมอตรวจเช็คประวัติคนไข้ คนป่วยไม่มีโรคแทรกซ้อน ไม่มีความเสี่ยงใดๆ สามารถผ่าตัดได้ อายุก็ยังแค่ห้าสิบต้นๆ ถ้าหกสิบห้าปีไปแล้วก็คงหมดสิทธิ์ คุณจะตัดสินใจยังไงหมอจะรอคำตอบ”

นั่นคือประโยคสำคัญที่เธอจำฝังใจเมื่อได้คุย

“พ่อหนูตัดสินใจยอมทำทุกอย่างหาเงินมารักษาพ่อ พ่อต้องอยู่กับหนูนานๆ นะ อย่าจากไปเร็วเหมือนแม่อีกคนล่ะ”

ผ่องรำไพวางรูปถ่ายพ่อเธอเดินไปเปิดตู้เย็นได้นมมาหนึ่งกล่อง เดินไปหามีดด้ามใหญ่ พร้อมหยิบหมวกเดินออกในสวนหลังบ้าน ระหว่างนั้นดื่มนมไปด้วย น้ำใสนั่งพักข้างลำธารหลังบ้านครู่หนึ่งมองสายธารที่ไหลเอื่อย แต่แสงแดดเริ่มส่องมาที่ใต้ต้นไม้ที่ตนนั่งจึงรู้ว่าหมดเวลามานั่งชมวิว หญิงสาวเดินไปหากล้วยแก่ที่ต้นซึ่งอยู่ไม่ไกลได้กล้วยมาสองเครือโตๆ หญิงสาวหิ้วมาได้ทีละเครือ คิดว่าวันนี้ก่อนไปหาพ่อจะทำกล้วยฉาบให้หมดทั้งสองเครือเพื่อหารายได้อีกทางมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน กำไรก็พอได้มาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งหญิงสาวทำมาเกือบสองปีแล้ว และรู้สึกว่าหยุดทำไม่ได้เพราะมีความสุขแม้จะเหน็ดเหนื่อยก็ตามที

กล้วยฉาบแม่รำไพแรกๆ ก็ไม่มีร้านค้าปลีกย่อยสนใจเพราะเธอเพิ่งหัดทำแต่เมื่อนานวันเข้าก็ได้สูตรใหม่ๆ จากกลูเกิล เพ็กเก็ทก็สวยงามขึ้น หญิงสาวเลยได้ส่งร้านค้าซอยแถวบ้านและซอยใกล้เคียงเรื่อยมา แม้ได้เงินไม่มากแต่ช่วยเรื่องค่ากับข้าวในบ้านได้สบายๆ บางครั้งเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานสั่งถุงละห้าสิบ ร้อยบาทบ้างก็โชคดีเข้าไปอีก

การทำขนมวันนี้มีใบหน้าเวทิศ ชายหนุ่มลามกเข้ามาในสมองหลายครั้งตอนกำลังปอกกล้วยจนมีดในมือเฉือนเนื้อเลือดไหลซึม หญิงสาวหาผ้ามาพันแผลไว้ ด่าเขาในใจที่เข้ามาวุ่นวายในความคิด ดังนั้นเมื่อเริ่มหั่นกล้วยเป็นชิ้นบางๆ หญิงสาวต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะมือเกิดเจ็บเสียแล้วกว่าจะได้ตั้งกระทะทอดก็กินเวลาไปนานกว่าเดิมมาก

“ต้องทอดสองครั้งแบบนี้ไปหาพ่อก่อนก็คงดี” เธอบ่นพึมพำหั่นใบเตยลงในน้ำมันเพื่อเพิ่มความหอมให้รสกล้วย ก่อนเอากล้วยลงกระทะเริ่มทอด

น้ำมันกระเด็นเพราะใจลอยลืมเอาหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาวางบนพื้นใกล้เตาแก๊ส ผ่องรำไพรีบวิ่งไปเอามาวาง หากภาพในหนังสือพิมพ์ทำให้ชะงัก

ข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเวทิศกับผู้หญิงของเขา เธอพยายามไม่สนใจพลิกอีกด้านรองน้ำมันที่อาจกระเด็นลงบนพื้นครัว

จอมเจ้าชู้ป่านนี้คงมั่วอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“ยังไม่ไปหาพ่อแกอีกหรือยายน้ำใส” แม่เลี้ยงเดินหน้าสดใสเข้ามา ผ่องรำไพส่ายหน้า “ยังอีกประเดี๋ยวไปค่ะ”

“ถามจริงแกจะรักษาพ่อแล้วจะหาเงินมาจากไหน จากการทอดขนมขายนี่เหรอ แกนี่ท่าจะบ้า ปล่อยไปตามเวรตามกรรมเถอะฉันว่า ฉันปลงแล้ว”

“ทำไมน้าพูดอย่างนั้นเหมือนไม่ห่วงพ่อ ไม่รักพ่อ”

“ห่วงแกมากกว่า กล้วยถ้าไม่ขายตอนสุก ก็อย่าทำอีกเลย แกทำงานด้วย ทำขนมด้วยยังมาว่าฉันอีก” สายหยุดเดินเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ใจกลัวผ่องรำไพจะป่วยอีกคนคราวนี้ลูกสาวตนจะแย่ ไม่มีใครส่งให้เรียน

ผ่องรำไพฟังผ่านๆ ตั้งใจทอดขนมด้วยความชำนาญทอดครั้งสองเสร็จ ผ่องรำไพเรียกเด็กในซอยมาช่วยคลี่ถุงใส่ขนมและใส่ขนมในถุง ไม่เรียบร้อยเธอจะจัดอีกครั้ง ซีนขนมด้วยความเร็วคิดว่าค่อยกลับมาติดสติกเกอร์เบอร์โทร เด็กๆ ได้ขนมเป็นของตอบแทนก็กลับกันไป หญิงสาวรีบอาบน้ำไปหาพ่อ หยิบนมจากตู้เย็นมาอีกกล่องหนึ่งเพื่อรองท้องระหว่างนั่งรถไปโรงพยาบาล

“นอนที่โน่นเหรอ” สายหยุดถาม

“น้าจะสนใจทำไมคะ” หญิงสาวไม่มีอารมณ์ตอบไม่พอใจแม่เลี้ยงที่ทอดทิ้งพ่อทันทีที่รู้ว่าท่านป่วย

“ลูกฉันเรียนจบมีงานดีๆ แล้วจะไม่ง้อแกคอยดู” สายหยุดพึมพำเบ้ปากสะบัดก้นเดินเข้าไปดูทีวี

 

นายเวียงเอียงหน้าไปอีกด้านเห็นลูกสาวเดินเข้ามา ทำใจไว้แล้วแต่ก็ยังเสียใจที่เมียไม่ค่อยมาเยี่ยมเลย

“พ่อคะเป็นไงบ้าง” น้ำใสวางอาหารที่ทำมา หาเก้าอี้มานั่งใกล้พ่อ

“ฉันจะกลับบ้านบอกหมอด้วย เบื่อจะอยู่ที่นี่แล้ว”

“แต่พ่อต้องรักษาตัวเข้ารับการผ่าตัดนะจ๊ะ”

“แกอย่าเพ้อหน่อยเลย เงินในบัญชีแกมีสักกี่พันกัน ปล่อยให้ฉันตายไปเถอะ”

“ทำไมพ่อพูดแบบนี้อีกแล้ว” น้ำใสกลั้นน้ำตา มือหยิบข้าวต้มที่นำมาใส่ถ้วย

“ไม่กิน” นายเวียงหน้าบึ้ง

“น้ำหาเงินได้แล้วกู้จากเจ้านาย พ่ออย่าเครียดเลยนะพ่อต้องอยู่กับน้ำและน้องไปอีกนาน”

นายเวียงตาโต “จริงหรือที่ว่าหาเงินได้”

ภูมิใจลูกสาวคนนี้แต่ไม่อยากแสดงออกมากเพราะเมียคอยจะประชดต่อว่าอยู่เรื่อยแต่อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ก็เผลอหลุดออกมา นายเวียงยอมทานข้าวต้มเพราะในใจมีความหวังว่าจะหาย

พ่อกินข้าวแล้วน้ำใสออกไปคุยกับพยาบาลเรื่องการรักษาพ่อ เพื่อจะได้ตัดสินใจพาท่านไปพักห้องพิเศษก่อนจะผ่าตัด ตอนนี้ในมือมีเงินเกือบสองแสน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทันที กลับมาห้องคนไข้รวมพ่อหลับไป หญิงสาวนั่งยกเข่าหลังระเบียงผู้ป่วยในครุ่นคิดจะหาเงินจากไหนให้ครบเจ็ดแสนบาท เลี้ยงดูคนในบ้านมาตั้งแต่เริ่มทำงานได้ ไม่เคยทดท้อเท่ากับครั้งนี้เลย หญิงสาวมองพ่อที่นอนซูบซีดบนเตียง ไม่สนใจผู้คนจอแจซบหน้าร้องไห้กับเข่าตนเองเงียบๆ

 

ตึง! แฟ้มงานวางลงบนโต๊ะผ่องรำไพสะดุ้ง

“นั่งหลับหรือ ไปทำอะไรมาเมื่อคืน” เสียงทุ้มถาม กอดอกมองเลขาสาวสายตาไม่กระพริบ

“ขอโทษค่ะ นอนดึกไปหน่อย” เธอก้มหน้า ก่อนจดจ้องหน้าจอคอมพ์พิมพ์งานบนโต๊ะ

“ไม่ตอบให้ชัดเจน หวังว่าคงไม่ออกไปรับจ๊อบมานะ ผู้หญิงหิวเงินเชื่อใจไม่ได้ กลางวันเป็นเลขากลางคืนก็คงชอบออกไปเลียขาผู้ชาย”

ผ่องรำไพแหงนหน้ามองเขา “ไปโกรธใครมาคะ ทำไมมาลงที่ฉันตั้งแต่เช้า”

“ไม่ทำก็อย่าร้อนตัวเงียบไปเถอะน่า ดูนางแบบชุดชั้นในให้หน่อย วันนี้ไม่มีอารมณ์เลือก ได้แล้วเอามาให้ดูในห้อง” เวทิศเปลี่ยนเรื่อง

“ค่ะ” ร่างสูงเดินจากไป ผ่องรำไพลงมือทำตามคำสั่ง เพียงไม่นานเธอเลือกได้ห้าคน หญิงสาวเคาะประตูเข้าห้อง

เวทิศเปิดภาพดู “ใช้ได้ แต่ดูไม่เหมือนนมจริงๆ เลยนะเธอว่าไหม” ไม่พูดเปล่าสายตาคมมองตรงที่หน้าอกเธอ ผ่องรำไพหน้าแดง เผลอยกมือปิดหน้าอก

“เรียกมาเทสก่อนสิคะดูในภาพจะรู้ได้ยังไง”

“ฉันรู้น่าเชียวชาญซะด้วย ไม่ต้องมาสั่งสอน” เขาหน้าบึ้งใส่น้ำใส

“คุณคงต้องตัดสินใจสักพักฉันขอตัวไปทำงานค่ะ” ไม่อยากทนให้เขามองด้วยสายตาแบบนั้น เธอหมุนตัวไปที่ประตู

“ไม่เจอกันหนึ่งวันไม่คิดถึงฉันบ้างหรือ จะรีบไปไหนคุยกันก่อน” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้

“คิดถึง?” เธอมองหน้าเขา “คิดได้ยังไงในหัวฉันคิดแต่เรื่อง เงินเท่านั้น “ น้ำใสประชด เวทิศสีหน้าเข้มขึ้น หน้าใสๆ ของเลขาสาวรู้ตัวทำผิดพลาดแต่ทำเมินมองไปทางอื่น

“ทำไมหลบหน้าฉัน พูดออกมาแล้วจะอายทำไม เรื่องนั้นฉันรู้ดี วันนี้ไม่ต้องการหรือไง” เวทิศเดินมายืนตรงหน้าคนตัวเล็ก

“เปล่าหลบซะหน่อย เอ่อ และอยากบอกคุณเรื่องระหว่างเราไม่มีทางมีคำนี้มาให้ขบคิด คุณอย่ามาล้อเล่นกับฉันเลยเสียเวลา ไปพูดกับผู้หญิงคนอื่นของคุณเถอะ”

 ส่วนเรื่องเงินนั้นเป็นอีกเรื่อง

“ร่างกายฉัน ความสุขที่ฉันมอบให้ ไม่เชื่อว่าเธอจะไม่เพ้อหา คิดถึงมัน เออน่าฉันไม่ได้หมายถึง ความคิดถึงเพราะความรักเสน่หาหรอกเธออย่าคิดเพ้อไปไกลขนาดนั้น”

ผ่องรำไพหน้าซีด จริงอย่างที่เขาพูดหญิงสาวรีบเดินจากออกจากห้องเร็วกว่าเดิม ระหว่างเดินออกจากห้องสวนทางกับคุณหญิงวราพร ฝ่ายนั้นไม่สนใจรับไหว้เธอมองหัวจรดเท้า ผ่องรำไพหน้าซีดเป็นท่าตัว ยิ่งได้ยินท่านเอ่ยว่า “มาอยู่ที่นี่มันไม่ง่ายถ้าคิดจะจับเวทิศเสียใจด้วยนะแม่เลขา จำไว้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อเพราะฉันให้โอกาสอย่าคิดเข้าใกล้ท่านประธานอีก”

“ดิฉัน” ผ่องรำไพพูดไม่ออก

“เรื่องเงินฉันถือว่าให้ทาน แต่อย่าหวังไปขอทานจากสามีฉันอีก ได้แล้วจะเอาอีกมันจะหน้าด้านหน้าทนเกินไปอายเสียบ้าง ไปหาจากผู้ชายที่ไม่มีเจ้าของโน่นไป”

ผ่องรำไพรับรู้ถึงพิษรักแรงหึง หน้าแดงก่ำ พยายามห้ามน้ำตาเพราะอายเพื่อนร่วมงาน เธอหันมองเวทิศเห็นเขาเฉยเมยก็ก้มหน้ารีบออกจากห้อง

หญิงสาวแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำเห็นทีเธอต้องพูดกับคุณศิวาอีกครั้งให้ท่านคุยกับภรรยาให้เข้าใจ เธอจะได้พ้นจากข้อหาบ้าบอนี้เสียที งานใหม่มันหายากเหลือเกินเธอรู้ดี

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สนุครบทุกรสชาติค่ะ ฟิน ฟิน ค่ะ"

trysreerung


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha