เพียงรักลวงหัวใจ

โดย: trysreerung



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตัดสินใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ทำไมหนูน้ำใสถึงลาออกตาทิศบอกฉันมา” ประธานใหญ่มาถึงห้องลูกชายไม่สนใจภรรยาที่กำลังนั่งอ่านนิตยสาร

เวทิศหันมองมารดา “ผมจะไปรู้หรือครับ ”

“ไหนว่าเขาทำงานเก่ง แกต้องการตัวหนักหนา แกไปทำอะไรเขาถึงลาออกรู้ไหมหาคนดีๆ เก่งๆ มาทำงานไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

“หวงอะไรหนักหนาคุณ หาใหม่สิ คนเก่งสมัยนี้เยอะแยะ” คุณหญิงทนไม่ได้พูดแทรกสามีขึ้น

“แต่ครอบครัวเขาน่าสงสารพ่อกำลังป่วยด้วย หรือว่าต้องออกไปดูแลพ่อ” ศิวาครุ่นคิด หันไปสั่งลูกน้องให้โทรติดต่อหาเลขาที่ถูกใจ

“ไม่ต้องโทร” คุณหญิงสั่งบ้าง

“อะไรกันคุณมายุ่งอะไรด้วย” ศิวามองภรรยา

“ฉันรู้นะว่าคุณชอบเด็กนั่น ให้เงินมันไปเยอะแล้ว ไม่คิดเลยจะมาหัวงูตอนแก่ และรสนิยมต่ำขนาดนี้”

ศิวานิ่ง ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงภรรยา

“คุณแม่ครับใจเย็นๆ” เวทิศเข้าไปกอดมารดา พาไปนั่งที่โซฟา

“ให้เด็กพาแม่แกกลับบ้านมาคุยกับฉัน” ศิวาพอจะเดาอะไรได้เห็นสีหน้าลูกชายและภรรยาสั่งเสียงเฉียบขาด

“ฉันไม่กลับห้ามรับมันกลับมาอีกนะ รู้ไหมมันยั่วตาทิศถึงในห้องทำงานจนได้เงินไปเยอะแยะเหมือนกัน แบบนี้คุณยังจะยกย่อง ชื่นชมมันอีกเหรอ มันก็เหมือนผู้หญิงขายตัวดีๆ นี่เอง”

“คุณพูดเพ้อไปมากแล้วหนูน้ำใสไม่ใช่คนแบบนั้น” ศิวาพยายามใจเย็นกับภรรยา หันมองลูกชาย “ส่วนแกบอกฉันมาแกทำอะไรเขา”

“เปล่านี่ครับ”

“แกอย่าโกหก”

“เรื่องหนุ่มสาว มันก็คล้ายๆ คุณพ่อแหละครับแตกต่างที่ผมยังหนุ่ม” เวทิศคร้านจะโกหกพูดเป็นนัย

“พูดบ้าอะไรของแก อย่าให้ฉันรู้แกข่มเหงเด็กคนนั้น ฉันจะให้แกรับผิดชอบเขา”

ในห้องเงียบกริบ

“คุณพ่อเพี้ยนไปแล้ว รับผิดชอบคงไม่ใช่ การแต่งงานใช่ไหมครับ ผมไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงเชยๆ แบบนั้น นอนกับใครมาบ้าง ไปขายกับใครอีกบ้างจะไปรู้หรือครับ”

“แกเจอแต่ผู้หญิงพรรค์นั้นจนคิดว่าทุกคนเป็นแบบนั้น ไอ้ลูกตาถั่ว” ศิวาโกรธหน้าแดงเมื่อเรื่องที่คิดเป็นจริง เดินออกจากห้อง

“คุณกลับมานะจะไปไหน” คุณหญิงเรียกสามี จับหน้าอก “ฉันบอกแล้วไงคุณไปยุ่งกับผู้หญิงในบริษัทอีกเมื่อไหร่เราจบกัน”

เวทิศมองมารดา

“เอะอะก็จะหย่า แก่ปูนนี้แล้วจะหึงอะไรหนักหนาคุณ” ศิวาหันมามองภรรยา

“อ้าวไหนว่าคุณพ่อขอหย่าคุณแม่ไงครับ” เวทิศถามมารดา

“เชื่อแม่แกเยอะๆ เถอะเดี๋ยวก็ช่างมโนไปอีกคนหรอก” ศิวาออกจากห้อง

“กรี้ด!” คุณหญิงโกรธสามีวิ่งตามปากก็ร้อง

“คุณแม่อยู่กับผมเถอะครับ คุณพ่อไปทำงาน”

“ไปหามันอีกแล้วใช่ไหม แม่ไม่เชื่อเห็นไปส่งกันที่บ้านตั้งหลายครั้งแล้ว คุณพ่อเคยทำแบบนี้ที่ไหนนับตั้งแต่ยายเลขาคนนั้นที่ทำแม่เกือบเป็นบ้า เมื่อหลายปีก่อน”

“ผมจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจหรอกครับ เพียงแต่คุณแม่อย่าคิดมากเรื่องผมก็พอ ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแค่ของเล่นเท่านั้น ไม่นานผมเบื่อก็เขี่ยเธอทิ้งแล้ว คุณแม่ก็รู้ผมไม่ชอบอะไรซ้ำซากจำเจ”

“ถ้ามันเลิกยุ่งกับพ่อเรา แม่ยอมแกก็ได้ แต่อย่าไปหลงมันเชียวนะ เงินให้ครั้งละพัน สองพันก็พอ ข้ออ้างมันทั้งนั้นเรื่องพ่อป่วย ผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน และที่สำคัญทำให้พ่อเราเห็นนะว่ามันเห็นแก่เงิน”

 

น้ำใสนั่งหน้าซีดที่ป้ายรถเมล์หลังจากไปยื่นซองลาออก ไม่มีคำทัดทานจากเจ้านาย เจอแววตาเย็นชาและเยาะเย้ยจากมารดาเขาที่นั่งอยู่ด้วยยิ่งคิดว่าตัดสินใจไม่ผิด  ไปเวลาที่เหมาะสมเธอจึงไม่โดนข่มเหงอีก

“ไปแล้วอย่าซมซานกลับมาอีก อย่าให้รู้ว่าเธอมายุ่งกับคนในครอบครัวฉันอีก”

เธอได้แต่ก้มหน้า คิดว่าเรื่องเงินที่เป็นหนี้ท่านประธานจะขอผัดผ่อนท่านไปก่อน เห็นท่านโทรมาหลายสายก็ตัดสินใจรับ “ค่ะท่าน”

“หนูอยู่ไหน เราต้องคุยกันหน่อย ทำไมถึงลาออกล่ะ”

“หนูต้องดูแลพ่อคะ” เธอจำใจโกหก

“อย่าโกหกฉันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมนายทิศทำอะไรหนูหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

“ฉันอยากเจอหนู จะไปหาที่บ้านนะ”

ผ่องรำไพอึ้ง ไม่คิดว่าท่านประธานจะสนใจเธอขนาดนี้ คงเพราะท่านเห็นสภาพบ้าน รู้ว่าพ่อเธอป่วยเลยสงสารและที่สำคัญท่านรู้จักกับอาจารย์ของเธอที่เธอเคยไปทำงานบ้านตอนสมัยเรียนด้วยนั่นเอง

“หนูรบกวนเวลาท่านเปล่าๆ” เธอปฏิเสธ

“ไม่หรอก เดี๋ยวเจอกันนะ”

 

คุณหญิงให้คนขับรถตามสามีไป ใบหน้าซีดเซียวโกรธจัดเห็นสามีเลี้ยวเข้าซอยที่เคยมาหลายครั้ง

ทำไมนะแก่แล้วยังไม่รู้จักพอไม่สนใจหัวใจเธอบ้าง

คุณหญิงวราพรเป็นคนหึงแรงมาตั้งแต่สาวๆ เพราะสามีค่อนข้างเจ้าชู้มีสาวๆ มาติดพันมากมาย มีครั้งหนึ่งเคยเจอจังๆ ตอนสามีพาเลขาคนหนึ่งไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศ นางถึงกับกรี้ดจนสลบเพราะเลขาคนนั้นเยาะเย้ยว่านางไม่มีน้ำยามัดใจสามี เมื่อเจอเหตุการณ์แบบเดิมๆ ความหลังครั้งเก่ามันเลยตามมาหลอกหลอนคุณหญิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางจะไม่ยอมนั่งร้องไห้เหมือนครั้งก่อนแน่นอน

 

“ดื่มน้ำก่อนค่ะท่าน” น้ำใสยกน้ำให้ศิวา

“นั่งลงก่อนเถอะ อาการคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง” ศิวาถาม

“เอ่อ ดีขึ้นค่ะ” เธอโกหก

“ก็ดี แล้วไม่มีคนอื่นดูแลหรือไง”

“เอ่อ แม่ต้องทำขนมขายค่ะ” เธอต้องโกหกอีกกี่ครั้งกันล่ะเนี่ย

“คุณศิวา!” ระหว่างนั้นคุณหญิงเดินเข้ามา น้ำใสตกใจหน้าซีด

“มาทำไม” ศิวาถามภรรยา

“มาดูหน้าคนโกหก ไหนว่าไม่มีอะไรกับมันไง ขนาดลูกชายเอาไปกินจนบอกฉันว่าเบื่อแล้วยังตามมาอีก แกนี่เก่งจริงๆ เรื่องอ่อยผู้ชาย” ประโยคหลังหันไปต่อว่าน้ำใส

“ดิฉัน

เผี๊ยะ! ไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนตบ

น้ำใสร้องไห้ “ท่านกลับไปเถอะคะ หนูไม่เป็นอะไร ขอบคุณมากที่มาเยี่ยม”

“ยายเลขาหน้าด้าน สำออย” คุณหญิงหวังตบซ้ำแต่คนสนิทศิวาเข้าจับตามคำสั่งเจ้านาย คุณหญิงกรีดร้อง “ปล่อยฉัน!!

“อะไรกันยายน้ำ” สายหยุดเดินเข้ามาเห็นถามลูกเลี้ยง

“ออ นี่แม่แกเหรอ หน้าตาบอกเลยว่าหิวเงินเหมือนแก นี่คงไม่รู้ว่าลูกสาวขายตัวให้สามีฉันและลูกชายอีกคน ไม่รู้ก็รู้ไว้นะหล่อนและสั่งสอนลูกเสียด้วย”

สายหยุดอึ้งเพราะปกติน้ำใสไม่ใช่เด็กแบบนั้น ติดในทางเรียบร้อย ไม่เคยมีแฟนให้เห็นเพียงคนเดียว

“อย่ามาใส่ความ พูดบ้าบอ ออกไปให้หมดทุกคนเลย  ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งจับพวกแกข้อหาบุกรุกดูสิตีนแดงๆ อย่างพวกแกจะหน้าทนขึ้นโรงพักหรือเปล่า”

“เลวเหมือนลูก” คุณหญิงด่า

“อีนี่เดี๋ยวแม่ตบ” สายหยุดตรงเข้าหาคุณหญิงเพชรแพรวพราวทั้งตัว

“พอเถอะคะน้าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ขอโทษนะคะท่าน” เธอยกมือไหว้ศิวา

ศิวาไม่อยากมีเรื่องให้เด็กพาภรรยากลับบ้าน สายหยุดเท้าสะเอวขับไล่ รถเคลื่อนออกไปหันมาหาลูกเลี้ยง “ยายน้ำฉันต้องการคำอธิบาย”

“หนูยืมเงินเจ้านาย คุณหญิงเขาไม่เชื่อคิดว่าหนูมีอะไรกับท่าน น้าคงไม่เชื่อที่คุณหญิงพูดนะ” เธอโกหกส่วนหนึ่งไม่อยากให้เรื่องถึงหูพ่อ

“ก็ว่าอยู่ คบทั้งทีจะเลือกแก่ขนาดนี้เชียวหรือวะ แกก็รูปร่างดี ผิวพรรณออกจะน่ามอง ถ้าลูกชายเจ้านายมีก็ว่าไปอย่าง” สายหยุดว่า “เออ แล้วยืมมาเท่าไหร่

“ได้ยังไม่พอหรอกน้า ตอนนี้หนูก็ลาออกจากที่นั่นไม่อยากมีปัญหา”

“ห๊า!” สายหยุดตกใจ “แบบนี้จะกินอะไรกัน”

            “อย่าห่วงเลยน้ำจะรีบหางานใหม่”

สายหยุดพยักหน้าเดินเข้าครัวไปหาอะไรกิน เพราะเห็นหน้าเศร้าลูกเลี้ยงก็เบื่อจะมอง วันนี้ยิ่งแพ้พนันมาด้วย

 

คืนนั้นน้ำใสนอนน้ำตาซึม ในสมองได้ยินซ้ำๆ แต่คำที่เวทิศว่า เขาจะเขี่ยเธอทิ้งไม่เข้าใจตนเองทำไมต้องมาคิดมากกับคนพรรค์นั้น อาจเพราะไม่คิดว่าตนเองจะถูกตีราคาอย่างไร้ค่าเพียงนั้นเลยเสียใจ น้ำใสป้ายน้ำตาออกจากแก้ม นอนคว่ำหน้าบนหมอน  

 “ทำไมทำหน้าแบบนั้นพี่น้ำ” รุ้งรำไพเข้าบ้านมาเห็นพี่สาวนั่งตาแดงก่ำก็ถามไถ่

“เปล่า แค่ปวดหัว”

“คิดมากเรื่องพ่อหรือ อย่าคิดมากเลย ไหนพี่เคยบอกเองคนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย”

“ทำไมพูดแบบนี้รุ้ง นั่นพ่อนะ มีทางรักษาก็ต้องดูแลสิ”

“ส่งรุ้งเรียนพี่ยังไม่มีปัญญาอีกแล้ว จะรักษาพ่อ ฝันเฟื่องจริงๆ” รุ้งรำไพเดินเข้าห้องตนเอง

ผ่องรำไพคิดหนัก สุดท้ายตัดสินใจรับงานที่ไม่เคยคิดจะทำ ในเมื่องานเลขามันต้องรอเวลา ตอนนี้เธอรออะไรไม่ได้อีกแล้ว

 

“ถ้าอย่างนั้นคุณหมอจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อเตรียมตัวเข้าโปรแกรมเลยนะครับ”

ผ่องรำไพมาคุยกับหมอเรื่องดำเนินการผ่าตัด หมออธิบายว่าต้องนอนพักฟื้นก่อนเจ็ดวัน ผ่องรำไพพยักหน้าข้าใจ

“ไปได้เงินมาจากไหน” นายเวียงถามลูกหลังจากหมอออกไป

“หนูทำงานสิคะ พ่ออย่าคิดอะไรมากตอนนี้ทำใจให้สบายนะ”

นายเวียงมองลูกสาวแอบเช็ดน้ำตาสงสารลูก ผ่องรำไพแกล้งทำไม่เห็นพยาบาลเดินเข้ามาเธอฝากพ่อ ก่อนหันไปบอกพ่อ “หนูมีงานไปก่อนนะพ่อ แล้วจะเข้ามาตอนเย็น”

“ชวนรุ้งมาด้วยนะ” พ่อสั่ง ผ่องรำไพพยักหน้าทั้งๆ ทั้งที่รู้เป็นไปไม่ได้ที่รุ้งรำไพจะมาด้วยกัน

 

สองสัปดาห์ต่อมาลงจากแท็กซี่หนุ่มในซอยผิวปากแซวนางแบบชุดชั้นในคนใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง ผ่องรำไพอายรีบเดินเข้าบ้าน

เป็นอย่างที่เจ้านายชั่วคราวบอกไว้จริงๆ ถึงเธอจะเป็นนางแบบหน้าใหม่แต่ถ่ายชุดแบบนี้หุ่นน่ามองจนและยืนยันว่าจะเป็นที่จดจำหนังสือก็สามารถขายได้แน่นอน

“หุ่นแกดีบอกแล้วน่าจะถ่ายตั้งนานแล้ว” สายหยุดนั่งกินมะม่วงพริกน้ำปลาหวานโยนหนังสือตรงหน้าลูกเลี้ยงสายตาออกจะเยาะเมื่อน้ำใสเดินเข้าบ้าน

“น้ำทำเพื่อพ่อน้าก็รู้”

“ก็ดี อย่าลืมเผื่อค่าเทอมน้องล่ะ ว่าแต่ถามจริงได้มาเท่าไหร่ล่ะ”

ผ่องรำไพไม่ตอบเดินเข้าห้องอาบน้ำจัดกระเป๋าเพราะสองวันเธอต้องไปถ่ายแบบที่พัทยาอีก

สายหยุดไม่พอใจแต่ทนเก็บน้ำคำ ถามแค่นี้ทำไมไม่ตอบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สนุครบทุกรสชาติค่ะ ฟิน ฟิน ค่ะ"

trysreerung


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha