(จบ)เมียซ่อน 18+ รับประกันความฟิน

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : คนนอก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ถึงคชาลำบากใจจะให้ทำอย่างไร เธอไม่รับเอาอะไรทั้งนั้น แถมยังมองค้อนทั้งสบถใส่อีก เป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกจูบแล้วก็คงจะอ่อนระทวยเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ พอได้จากผู้ชายแล้วก็ไม่โวยวายอะไรล่ะมั้ง สุดท้ายผู้หญิงก็เหมือนกันไปหมด
 
          เมื่อชายหนุ่มคิดอย่างนั้น ก็ต่างคนต่างแยกย้าย เขาไม่พูดอะไรกับเธออีก มีแต่รอยยิ้มเหย่อหยันส่งให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย
          ถึงมีนาจะเจ็บใจก็ตาม ดีแค่ไหนที่ชายหนุ่มไม่ข่มขืนเธอ แต่แผลที่ศอกนี่จะทำอย่างไร รอยถลอกใหญ่เอาการ กลับไปต้องถูกซักไซร้แล้วเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน
   
          “โฮ่ย! เจ็บใจ”    เด็กสาวมองแผลแล้วก็อดซี้ดปากไม่ได้ มันแสบเอาการอยู่  แต่พอมานึกสายตาผู้ชายคนเมื่อกี๊ก็รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ กับรอยยิ้มที่ดูท่าทางดูแคลนเธอ  ไม่ได้ นึกแล้วหงุดหงิด ต้องถามหน่อย
           มีนาคว้าจักรยานแล้วตามคชาไปทางมุมตึกร้าง ยังเดาได้ว่าเขาต้องไปยังทางนี้  
           คชาเดินมาแถวที่ก่อสร้างไม่เสร็จ จำได้ว่าโยนกระเป๋ามาไว้แถวนี้ แล้วหายไปไหน? เขากวาดสายตาดี ๆ แล้วก็เห็นมันลอยตุ้บป่องบนท่อระบายน้ำที่ไม่ได้ปิดฝาท่อไว้  เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็ต้องเก็บ คชานั่งยองๆยื่นมือจะหยิบกระเป๋าโชกนํ้าคลำด้านล่าง    พอดีที่เด็กสาวปั่นจักรยานมาถึง ก็มองดูอย่างเงียบๆสักพัก
          “ทำอะไร”    เธอถามเขากับท่าทางก้นชี้ฟ้าหน้าลงท่อเห็นแล้วก็แอบยิ้มกับท่าทางตลกนั่น
          “เก็บกระเป๋า คิดว่าอะไร ฉันคงไม่ควานเอานํ้าคลำมาพอกตัวเล่นหรอก”    ...ผู้หญิงอะไรถามแปลกๆ...
           มีนาเม้มปาก ...ผู้ชายกวนประสาท...  “มีเรื่องจะถาม”
          “ว่ามา”    คชารับคำแต่ไม่คิดจะเงยหน้า หันหลังมามองเธอ การกระทำชายหนุ่มต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ...ไอ้ความสำนึกผิดไปไหน?...
          “สายตาที่มองฉันก่อนนี้มันหมายความว่าไง? หรืออยากให้ฉันเอาเรื่องคุณคะ”    เธอถามในเชิงประชด ไม่เอาเรื่องก็ดีแล้วนี่ ทำไมมองดูแคลนกันอย่างนั้น
           ถามได้ตรงดีเป็นเด็กสาวไม่พูดจาอ้อมค้อม  คชาลอบยิ้มเยาะ   ...ถามตรง ๆ ก็จะตอบตรง ๆ…   “เปล่าหรอก ฉันแค่คิดว่า ที่เธอไม่เอาเรื่องก็เพราะ ถูกแตะเนื้อต้องตัวแล้วติดใจ เลยจะยังไงก็ได้ แค่จูบไม่เสียหาย หรือฉันกำลังคิดว่าเธอ กำลังอยากได้มากกว่านี้นั่นเอง”
  
          มีนาฉุนกึก!  กัดฟันกรอด ที่ไม่เอาเรื่องก็มีเหตุผลอยู่ แต่ทำไมต้องติดใจแค่จูบนายคนนี้ เป็นคนไม่ดีจริง ๆ ด้วย “เอาเรื่องก็ได้”
          มีนาบอกจบก็ปั่นจักรยานชนกระแทกจนคชาตกนํ้าคลำดังตู้ม!  “พอใจรึยังคะ ในที่สุดก็ได้ทำสปาตามที่ประชดประชัน ที่ไม่เอาเรื่องก็เพราะนราวิชญ์ ฉันไม่อยากให้เขามารู้เรื่องที่ฉันมาเสียจูบแรกอันแสนสำคัญให้คุณ แทนที่จะให้เขา ฉันไม่ได้อยากเสียจูบ เพราะคนปากเหมือนนํ้าคลำอย่างคุณหรอกค่ะ”     
    คชาอํ้าอึ้งพูดไม่ออก จะตอกกลับเธอก็จากไปแล้ว คำว่า จูบแรก  กับเด็กสาววัยสะพรั่ง  
          ...อายุเหมือนว่าเธออยู่มัธยมปลายแล้วเนี่ยนะ จะเชื่อได้เหรอ…
          แต่ว่า.. อารมณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนั่นยืนยันกับเขาได้
          แต่ดูสภาพตัวเองในตอนนี้สิ เขาเรียกว่าหนีเสือปะจรเข้รึเปล่า ควรจะปล่อยให้ตัวโดนยำจากพวกนั้น หรือต้องมาอยู่ในสภาพนี้กัน อย่างไหนถึงจะเรียกว่าดีกว่า 
          สภาพเปียกปอน กลิ่นอันโหยหวนจนคนไม่อยากเข้าใกล้ เดินผ่านใครก็ต้องหลีกทางให้ เหมือนพระเจ้า (แห่งนํ้าคลำ) เดินผ่าน 

         เมื่อเดินมาถึงจุดหมายสถานที่ของการพักผ่อนเสียที
         พอดีที่มีสตรีคนหนึ่งกำลังรอเขาอยู่ เธอรีบเข้ามาแต่ต้องหยุด ปวีนาตกใจกับสภาพของคชาเอามาก เธอยกมือทาบอกตัวเองไว้ ประมาณว่าเห็นแล้วรับสภาพไม่ได้   “คชา ไปทำอะไรมาลูก?”
        “มีคนยัดเยียดสปานํ้าคลำให้นิดหน่อยครับ”    เขาตอบอย่างอ่อนล้า ถึงจะไม่ปลื้มกับนิสัยของผู้หญิงใจง่าย แต่เด็กคนนี้จะอธิบายกับตัวเองยังไม่ถูก มีความรู้สึกประหลาดเมื่อพบ  แต่จะพูดให้ร้ายใครก็ไม่ใช่นิสัย ...ตอบไปอย่างนี้แหละดีแล้ว...
         “เอาเสื้อผ้าไปให้แม่บ้านซักเถอะลูก เดี๋ยวไม่มีใส่ทำงานพอดี”
         “ไม่รบกวนดีกว่าครับ พอดีอาทิตย์หน้าถึงจะเปิดเทอม”
         “งั้นไปอาบนํ้าอาบท่าก่อนไปลูก น้าสั่งแม่บ้านเปิดห้องไว้รอแล้ว ”
                 
 🌸🌸🌸🌸🌸

         ไปทางหน้าบ้านก็คงมีแต่ตายกับตาย ไม่แม่บ่นพ่อก็ตี มาหลังบ้านนี่แหละปลอดภัยที่สุด มีนาย่องเข้าบ้านตัวเองอย่างกับแมวขโมย เนื้อตัวมอมแมม แถมมีแผลอีก ภาวนาได้แค่ตอนนี้เท่านั้น ว่าขออย่าให้ใครมาเห็นเลย นํ้าเสียงเนิบ ๆ เรียกเด็กสาวที่ด้านหลัง
 
         “คุณหนู…”
          มีนาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รู้ดีว่าเสียงนั้นคือป้าเนียม แต่ขออย่าให้มีแม่อยู่ด้านหลังด้วยเลย เธอหันมาดู ก็มีแม่บ้านคนเดียวที่ยืนรออยู่ เด็กสาวถอนหายใจโล่ง    “ป้าเนียม อย่าทำมินกลัวสิคะ”
          “ไปทำอะไรมาคะ เป็นแผลขนาดนี้”     เนียมก้าวเท้ายาวเข้ามารีบจับแขนดูแผล
          “ขี่จักรยานสะดุดก้อนหินค่ะ”    ตอบแบบนี้ดีกว่า ขืนบอกว่ามีคนกระโจนหนีนักเลงแล้วมาดึงเอาเธอลงคลองไป คำถามคงยาวเป็นหางว่าว
          “พ่อกับแม่ยังไม่กลับเหรอคะ?”    มีนายิ้มอย่างมีหวัง เฝ้ารอแม่เนียมบอกว่ายัง
          “คุณผู้ชายบอกไปสัมนาที่เชียงใหม่ อีกสามวันกลับค่ะ ส่วนคุณผู้หญิงบอกว่าลูกของเพื่อนมาหา เลยอยู่ต้อนรับ น่าจะกลับวันเดียวกัน ตอนนี้รีบอานนํ้าเถอะค่ะ ป้าจะทำแผลให้ ก่อนคุณท่านกลับมา ก็หายดีแล้ว”     มีนาเห็นดีด้วย จึงจํ้าอ้าวสาวเท้าขึ้นห้อง โชคเป็นใจดีเหลือเกินที่วันนี้ไม่มีเรื่องอีก  
 
 
           หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบนํ้าเสร็จ แผลก็ทายาเรียบร้อย เด็กสาวก็นั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ผมมัดเกล้ารวบขึ้นทำให้เห็นแก้มป่องหน้าเนียนใสได้ถนัด จมูกโด่งสวยได้รูปเข้ากับริมฝีปากบางๆ ริมฝีปาก…   มานึกได้เธอก็รีบคว้าทิชชูเช็ดถูริมฝีปาก หวังว่าจะลดรอยที่ถูกสัมผัสมา ขัด ๆ ถู ๆ ขัดเข้าไป
           ...ถ้าลอกหนังริมฝีปากออกได้คงจะเยี่ยมยอด….
            ป้าเนียมเข้ามาเห็นห้องที่เกลื่อนพื้น ไปด้วยกระดาษสีขาวเต็มไปหมด    “คุณหนูขา เต็มห้องเลยเล่นอะไรคะ”    เธอถามราวกับจะบ่น แต่ก็จะให้ว่ายังไงได้ คุณหนูเชียว จะกล้าดุได้หรือ
            “ป้าเนียมคะ”     มีนาหันมา เหมือนเธอกำลังเหนื่อยล้า
             “ขา..?”
            “เคยถูก...”  จูบไหมคะ  อยากจะถามต่อ แต่ต้องเงียบไว้ ในบ้านนี้จะพูดอะไรมากไม่ได้ เมื่อเธอเลือกจะออกไปเที่ยวเล่นเอง เกิดเหตุแบบนี้จะเล่าให้ใครฟังได้ ริสาที่เป็นเพื่อนสนิทยิ่งหนักใหญ่เล่าไม่ได้เด็ดขาด ถึงจะเป็นเพื่อนก็ตาม ความทุกข์หรือหนักใจอะไร จะไม่ให้ใครรู้ ใครอาจจะคิด แค่จูบ สำหรับเธอแล้ว การที่เสียให้คนที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบนั้น ก็เหมือนว่าสูญเปล่า แสนมีค่ากลายเป็นไร้คุณค่าไปแล้ว มีนาเหม่อลอยเหมือนจะถึงดาวอังคาร แต่ก็ถูกเรียกสติกลับมา   
           “เคยอะไรหรอคะ?”    ป้าเนียมเองก็อยากฟังสักครั้ง คำถามหรือความรู้สึก มีนากำลังคิดอะไรอยู่ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำเรียกร้องของเด็กสาวก็ได้
            “เคย…    หิวข้าวหนักไหมคะ ตอนนี้มินง่วง”    มีนาสับสนใหญ่ ถามถึงข้าวกลับทิ้งตัวนอน แถมคลุมโปงอีก ป้าเนียมได้แต่ถอนหายใจ ตกลงเธอจะไม่เล่าอะไรให้ใครฟัง ทำอย่างไรได้ เอาเถอะ มีนาคงอยากจะอยู่คนเดียว ป้าเนียมจึงปล่อยเธอไว้ในห้องส่วนตัว
            “ชั่งมันเถอะ”    คิดไปคิดมาก็ได้คำตอบแค่นี้  
 
     🌸🌸🌸🌸🌸                          
 
            ประชุมสัมนาอย่างที่ว่าบอกไว้ก่อนหน้า จะมีงานเลี้ยงสังสรรค์ ถึงจะครบกำหนดวันตามว่า แต่องอาจกลับเมามายกลับมาบ้าน ยิ่งเป็นวันที่ปวีนาต้องเคลียร์ค่าหอพัก ที่แมนชั่นตัวเอง ผู้เป็นสามีจะใช้โอกาสนี้ดื่มจนขาดสติ ไม่ใช่ว่ากลัวเมีย แต่เอาเวลานี้คำบ่นเธอแทบจะไม่มี ร่างโตอายุอานามเกินสี่สิบห้าไปนานมาก ร่างกายก็มีร่อยหรอบ้าง การที่ดื่มขนาดนี้ก็กลายเป็นเคยชิน บ้านพักคนใช้ก็อยู่อีกหลัง ดึกสงัดอย่างนี้ใครจะมารู้ตัวว่านายมา มีแค่มีนาพอได้ยินเสียงพ่อเธอเมามายมา แม้แต่ขึ้นบ้านก็ดูเหมือนจะไม่ไหวด้วยซ้ำ เธอจึงวิ่งลงมาดูด้วยความเป็นห่วง
            “พ่อคะ ไหวไหมคะ?”    เธอถามพร้อมจะเข้าไปประคอง แต่องอาจสะบัดมีเธอทิ้งและปรือตามองตาขวาง ราวกับไม่ชอบ ไม่อยากเจอ ไม่อยากพบหน้า หายไปเลยยิ่งดี
            “แกอย่ายุ่ง แกมันแค่คนนอก”   องอาจชี้หน้าบอก ปัดเธอทิ้งให้ไกลจากสายตา ร่างใหญ่โตเดินผ่าน เซถลาเจียนจะล้ม มีนารีบเข้าไปประคองไว้ เกิดล้มไปห้วล้างค่างแตกขี้นมาจะยาก   
           “มินพาพ่อขึ้นไปดีกว่า”   ถ้าปล่อยไว้ด้านล่างยิ่งไม่ได้ เธอเข้าใจดี ว่าเขาห่วงภาพพจน์ของตัวเองเหนือกว่าอะไร
           มีนาแบกร่างใหญ่ท้วมขององอาจขึ้นชั้นบน อย่างยากลำบาก ถึงจะเต็มใจร่วมมือพอพยุงตัวก้าวขาตามบ้าง แต่หายนะที่คลืบคลานมานั้นใครจะรู้ ยิ่งบอกว่าเธอคือคนนอก ใจเขานั้นล่วงรู้แต่สิ่งนี้ จะทำอะไรอยากผลักไสก็ง่าย แต่ตอนนี้เขาอยู่ด้านหลังมีนาที่กำลังแบกพยุง กลิ่นตัวเด็กสาวนี่มันดีจริง ๆ เมาน่ะไม่เท่าไหร่ สติยังอยู่ครบ รู้ตัวว่าทำอะไร
           เธอส่งองอาจถึงเตียง แต่พอจะกลับห้ององอาจก็พึมพำบางอย่าง    “มีนา..  พ่อขอโทษ ที่ทำไม่ดี”
           “มินไม่โทษพ่อหรอกค่ะ”   เธอจับมือองอาจท่าทางปลอบใจ แต่หารู้ไม่ ว่ากำลังถูกจับมือเพื่อสัมผัสหาความนุ่มตามประสาเด็กสาววัยสะพรั่ง
          “แต่มินไม่มาให้พ่อเห็นหน้า”    เขาทำสีหน้าเหมือนคนเสียใจเอามาก ยิ่งเพิ่มความรู้สึกผิดให้เด็กสาวได้สำนึก
           “มินขอโทษค่ะ มินแค่ไม่รู้จะทำยังไงให้พ่อพอใจ บางที ถ้าไม่มาให้เห็น พ่อคงจะสบายใจขึ้น”     แค่ได้ยินว่าห่วงเด็กคนนี้เธอก็ดีใจแล้ว ถึงตลอดเวลาแต่เล็กจนโต องอาจไม่เคยกอดหรืออุ้มเธอเลยก็ตาม
            องอาจพยักหน้ายิ้มทั้งนํ้าตา แสแสร้งได้อย่างเต็มที่ มือหนาไม่หยาบตามประสาคนทำงานสบายลูบแก้มเด็กสาว นุ่มเนียนราวกับปุยนุ่น เมื่อดึงมีนามากอดไว้ได้ ก็ค่อยๆหันหน้ามาซุกที่คอ สูดดมกลิ่นหอม      
          หมู่นี้ภรรยาก็บ่นว่าไม่สบาย แม้จะหาเศษหายเลยนอกบ้านมันยังไม่มีสิ้นสุด ลูกก็ไม่มีให้สืบทายาท แล้วจะให้เด็กคนนี้หรือมาสืบมรดก มาเป็นเมียคงจะง่ายกว่า
            มีนารีบรู้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ร่างเหมือนกำลังถูกบีบรัด แรงขึ้น บริเวณเอวเล็กถูกบีบเบา ๆ คอขาวระหงกำลังมีลมหายใจที่แตกต่างจากปกติรินรด เมื่อเธอเริ่มต่อต้าน องอาจก็หยุดที่จะอดทน
            “พะ..พ่อ ทำอะไรคะ!?”
            “ฮึ่มม.. เป็นเด็กก็อยู่นิ่ง ๆ ฉันจะสอนบางสิ่งให้เธอ”    องอาจพลางพูดพลางไซร้คอเธอแรง เลื่อนจมูกมาหอมแก้ม ไม่ได้ อย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเธอต้องการ ...มันคืออะไร รู้สึกกลัว…
            “พ่อปล่อยมินนะ!”   เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่กลับถูกดึงขึ้นเตียง ร่างใหญ่ๆทับคร่อมเธอ ร่างเด็กสาวไม่มีแรงพอต้าน จะหนียังไง
            “พ่อเหรอ… ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ถ้าแกเป็นลูกฉันจริง ป่านนี้แกได้ทุกอย่างจากฉันด้วยความรักแล้ว เพราะแกไม่ใช่!  ฉันถึงไม่ให้ แกไม่ใช่ลูกฉัน!  จะเป็นได้ดี ก็แค่บำเรอ!”    องอาจแสยะยิ้มซุกหน้าลงร่างกายอันบอบบาง ไม่ได้ความรักของคนเป็นพ่อ ไม่ใช่พ่อ... ร่างกายเริ่มชาไปหมด หัวตื้อจนคิดอะไรไม่ถูก จะสรุปตอนนี้ก็ได้ แต่ว่า แม่ก็ยังมี คราวนี้ไม่ใช่โดนตี แต่กำลังจะถูกรุกรานร่างกาย เมื่อเห็นว่ามีนานิ่งไปไม่ขัดขืน จึงยอมปล่อยแล้วเริ่มจะประโลมร่าง เด็กสาวค่อย ๆ คลานมือไปบนหัวเตียง จะเกิดอะไรก็เกิด กรอบรูปคู่แม่ของเธอฟาดลงศรีษะองอาจจนครางครวญด้วยความเจ็บ ศีรษะมันไม่แตก แต่พอให้ทำคนขาดสติตอนนี้ หันไปสนใจตัวเอง เธอหนีพ้นยากเงื้อมมือคนใจร้ายออกมาได้ และรีบปิดประตูห้อง พอคิดว่าหนีพ้นแล้ว มานึกมันไม่ใช่ จะมาเสียเวลาร้องไห้ตอนนี้ ชีวิตอาจจะพัง นราวิชญ์ คนที่เธอยังไม่สารภาพรักรออยู่
            องอาจไม่ยอมแค่นั้น คว้าหากุญแจห้องมีนาอย่างรวดเร็ว
            “จะปล่อยแกไปหรอ ไม่มีทาง”   ถึงตาจะพร่ามัว ถ้าพูดถึงเรื่องตัณหา เขาไม่แพ้ลงง่าย ๆ เท่านี้ จนกว่าจะสมใจจึงจะปล่อย
             “ทำอะไรคะตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว”     ปวีนาสีหน้านิ่งงัน แต่เหมือนไฟสุมใจ เมื่อเห็นมีนาวิ่งออกมาด้วยอาการกลัว ทั้งที่เธอขึ้นบันไดมายังไม่พ้น ก็เห็นลูกสาวพุ่งตัวเข้าห้อง และยังเห็นองอาจพยายามไขกุญแจอีก
             แต่เจ้าตัวยังไม่ใส่ใจ พอเปิดได้ก็ผลักประตูห้องดังปั้ง!   พอกวาดสายตาดีๆ กลับเห็นมีนาในห้อง
             “ฉันถามว่าคุณทำอะไรคะ!?”    ปวีนาถลึงตาใส่แล้วกระชากแขนสามีมาถามให้รู้เรื่อง
             “มันยั่วฉัน ต้องตีสั่งสอน”     นี่คือสิ่งที่กำลังยัดเยียดความผิดให้เด็กสาว ปวีนาส่ายหน้าไม่เชื่อ นํ้าตาคลอเบ้า หัวใจรวดร้าวเกินจะมีอะไรมาสาน มีนาเคารพรักองอาจมาตลอด เธอล้วนเชื่อหมดใจ ว่ามีนาเป็นลูกสาวแท้ๆของเขา  ทำไมปวีนาน้องคิดตามว่ามีนายั่วพ่อตัวเอง เพราะคนที่รู้แก่ใจ คือองอาจ ที่คิดว่าไม่ใช่พ่อเธอเท่านั้น
             “มันหายไปได้ยังไง!”    องอาจฟาดพวงกุญแจลงพื้นอย่างแรง จนภรรยาสะดุ้งโหยง เหลือบตาไปดูหน้าต่างห้องมันก็ถูกเปิดอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอออกจากทางนั้น ชั้นสอง แบบนี้นี่เด็กสาวไม่มีแข้งขาหักแล้วเหรอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha