(จบ)เมียซ่อน🔞(หื่น+มุ้งมิ้ง)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ข้อต่อรอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          บนแมนชั่นตึกห้าชั้น
         ในห้องที่มีครบ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ทีวีแอร์ ตู้เย็น ที่ครบครัน ก็เป็นเพราะมันถูกจัดเตรียมเอาไว้ จากปวีนาเพื่อนสนิทของแม่ชายหนุ่มนั่นเอง ในห้องมืดสนิท เงียบสงัด ในเวลากลางดึก คชาอยู่ท่ามกลางความเงียบ ครุ่นคิดถึงชีวิตของตัวเอง ที่ผ่านมา เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ได้ คือความเสียใจ ถึงใจจะตั้งมั่นเอาไว้ ว่าจะไม่มีวันให้อภัยเธอคนนั้น แต่ทำไมเวลาว่าง เขามักจะนึกถึงเธอเสมอ ความรู้สึกที่เป็นแผลฉกรรจ์ ใครจะมารักษาได้ แค่คิดก็เดาได้ว่าไม่มี  คิดไปเพลิน ดวงตากำลังจะปิดลง ในช่วงที่เคลิ้มจะคล้อยหลับ หัวเตียงก็สั่นวืด ตืด...ด  
        ตาที่ปิดอยู่เปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาจ้องเขม็งมองบนเพดาน แต่อารมณ์เสียกับสมาร์ทโฟนมากกว่า คชาคว้ามาได้ คิดว่าตอบรับสักวันนึงคงจะไม่ตาย
        “อะไรนักหนาวะ!”    คำที่คชาทักทายปลายทางเป็นเสียงตวาดเหมือนกำลังด่าลูกน้อง
        [คุณคชาครับ ไปไหนครับ นายใหญ่จะฆ่าผมตายอยู่แล้ว]
        “อยู่ในส่วนหนึ่งของประเทศไทย ฉันสบายดี บอกพ่อด้วย อายุก็ป่านนี้  อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก มีอารมณ์ค่อยกลับ ไม่ต้องโทรมา มีอารมณ์จะโทรไป ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ ไม่อยากคุย”    ว่าแล้วก็ตัดสายทิ้ง จนปลายทางที่เปิดลำโพงฟังกันทั้งบ้านพูดไม่ออก
        “โมโหแล้วหิวแฮะ”    คชาบ่นพึมพำ
    🌸🌸🌸🌸🌸    
    
        คเชนท์คนเป็นพ่อ เมื่อได้ฟังแล้วก็หน้าเขียวขรึม เหมือนมัจจุราชจะฆ่าคน คเชนท์เดินออกจากหน้าบ้านเข้าบ้านทันที พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ไม่สนใจเหมือน    “มันจะตายก็ปล่อยมัน ฉันก็ไม่มีอารมณ์”  
       คะนึงนิจนั่งฟังอย่างเงียบๆ ก็ถอนหายใจ จะห่วงก็ห่วงอยู่หรอก แต่มันก็จริงอย่างที่คชาได้พูดมา เขาไม่ใช่เด็กๆ ถึงอย่างไรก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เธอมองนายเร ลูกน้องพอใช่สอยในบ้านได้ดีกว่าทำหน้าหงอย    “นายเรอย่านอยด์ไปเลย พี่ชาไม่ใช่เด็ก”   เธอบอกแล้วยิ้มเบา
        “คุณนิจก็รู้นี่ครับ ว่าคุณชาเวลาโกรธจะไม่คุยและไม่พูด ผมอุตส่าห์รอนายกลับมาจากต่างประเทศ กลับมาก็ทิ้งผมไปอีก”   
        “จะโทษใครได้ เพราะคุณพ่ออยากให้พี่ชาไปง้อพี่เนสรา เพื่อจะให้กลับมาแต่งงานกัน ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พี่ชาถึงได้แข็งข้อไม่ยอมง้อพี่เนส ถ้าพี่เขาไม่ทำอะไรร้ายแรงพอที่พี่ชาไม่ให้อภัยขนาดนี้”     นึกแล้วก็เหนื่อยแทน นายเรก็จงรักภักดีเหลือเกิน ก็เคยเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่สมัยเด็ก ถึงฐานะจะต่างกัน แต่กลับเข้ากันได้ดี อาจเป็นเพราะคชาที่ไม่ถือตัว จึงสนิทได้กับทุกคน   
       “ไปนอนดีกว่า เห็นพี่เรครํ่าครวญแล้วหายใจลำบาก”    เธอทำตาละห้อย เห็นเรเป็นเหงาหงอยแล้วเพลีย…   
              
             🌸🌸🌸🌸🌸



          เท้าเปล่า ๆ ยํ่าเดินบนถนน  ดีที่มันมืดคํ่าจนเรียกว่าดึกได้ พื้นราดปูนซีเมนต์จึงไม่ร้อนเท่าไหร่ แต่เท้าเล็ก ๆ ของเธอมันเจ็บบวม จากการหนีลงหน้าต่าง ดีเท่าไหร่ที่ขาไม่หัก มีนาหันซ้ายแลขวา กลัวเหลือเกินว่าองอาจจะตามเธอมา สายตาที่ไม่ได้ตั้งใจมองด้านหน้า พะว้าพะวังกับด้านหลังเป็นพิเศษ ร่างบาง ๆ ของสาวน้อยชนเข้าอย่างจังกับร่างสูง เท้าที่เจ็บอยู่แล้วจะยั้งตัวก็ไม่อยู่ เกือบหงายท้องเซล้ม ดีที่มือแกร่งใครบางคนคว้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เป็นอะไร
        “เธออีกแล้วเหรอ”   คชาที่คว้าเอวบางที่คอดกิ่วไว้ มองหน้าสาวน้อยที่ตกใจจนร้องไม่ออก
        เธอรีบผละตัวเธอออกแต่ขาเจ้ากรรม ที่แพลงมันยืนไม่อยู่ รับนํ้าหนักไม่ไหวจากแรงกด ทำให้มีนาทิ้งตัวลงพื้นทันที
        “นั่น...  อุตส่าห์รับไว้ได้แท้ๆ”   เขายืนกอดอกมองเด็กสาวที่ทิ้งตัวนั่งก้นจํ้าเบ้ากับพื้น
        “หวังดีแต่เจตนาร้าย”    เธอรีบยันกายขึ้นยืนกอดอกเถียงเขา
        “อะไรล่ะนั่น …”   มีนาไม่ตอบเพราะเธอไม่มีความหมายที่ตัวเองพูด  ชายหนุ่มสำรวจเนื้อตัวแล้วก็พอเดาออก แต่ที่น่าผิดสังเกตคือทำไมไม่ใส่รองเท้า …ข้อเท้ามีรอยถลอก.. มันไม่ถึงกับขั้นบวมมากแต่มีเลือดซึมอยู่บ้าง
        ชายหนุ่มจับข้อศอกมีนามาพยุงขึ้น  
        “อ๊ะ.. อะไรทำอะไร?”  เด็กสาวทำตาโต คงไม่ฉุดกระชากลากคนเจ็บไปไหนหรอกใช่มั๊ย!?
        “ไปฝั่งโน้น ขาเจ็บไม่ใช่หรอ ห้องฉันมียาอยู่.. จะพาไปทายา”    ...ยัยนี่กลัวอะไรนักหนา... คชาค่อยพยุงมีนาไป แต่มันก็เหมือนไม่เต็มใจ
        ...จะพาไปไหนนะ? เมื่อกี้บอกจะพาไปห้อง…. ไม่จริง!...
        “ปล่อยเลยนะ!”  มีนากระชากแขนตัวเองกลางถนน  ...ใครจะยอมไป จะให้หนีนั่นมาเจอนี่ก็ตายน่ะสิ…

          เธอเดินหันหลังให้เขาทันที แต่รถก็สวนกันไปมา และดันถูกดึงมาหยุดบนเกาะกลางถนน จนฝีเท้าเธอต้องชะงัก
          “อย่าวุ่นวายน่า”   คชาเริ่มหงุดหงิด เด็กอะไรว่ายาก คิดว่าเขาจะพาเธอไปทำอะไรต่อมิอะไรรึไง ก็แค่เด็กใจแตกหนีออกบ้าน ในสภาพน่าผิดแปลก   “ไปเถอะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ไม่มีส่วนไหนให้พิศวาสสักนิด”
            ยืนกรานด้วยคำว่าไม่น่าพิศวาส มีนาควรจะดีใจหรือเสียใจดี แค่คำพูดจะลวงล่อยังไงก็ได้  แต่ตอนนี้เธออยากหายไปให้พ้นพ่อกับแม่ เธอเป็นอะไรกันแน่ หัวใจช่างสับสนจะทำอะไรก็ทำไม่ถูก ไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไรเลย จะทำอย่างไรดี ควรจะไปกับคน ๆ นี้จริงเหรอ
         “ไม่ทำอะไรแน่นะ”    มีนาถาม ในหัววิ่งวุ่นไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่เธอก็ต้องการที่ตั้งสติไว้   
           “...”    คชาไม่ตอบอะไร เอาแต่พยักหน้า  จะยอมเชื่อสักครั้ง หวังว่าเขาคงไม่คิดเอาคืนเรื่องไปดันเขาลงบ่อคลองหรอกมั้ง
         

   
         จำได้ ไม่ผิดแน่ นี่คือหอของแม่เธอ มีนาแทบอยากปล่อยโฮร้องไห้ หลังจากที่อดกลั้นมานาน พอกลับมาที่นี่แม่ของเธอก็ไม่อยู่แล้ว เสียงองอาจยังคงดังก้องในหัว เธอไม่พูดไม่จา และนั่งบนเก้าอี้ทรงไข่ริมระเบียง ในห้องคชาที่มีแค่สองคน เหมือนกำลังปลุกไฟของของความกลัวให้ลุกฮือ จนอยากจะวิ่งออกห้อง เธอคิดผิดหรือเปล่าที่ตามมา นึกว่าอยู่กับแฟนหรือครอบครัว แค่เขากลับอยู่คนเดียว
        แก้วนมร้อนถูกยื่นส่งให้ แต่ผู้ชายหน้าตาดีคนนี้กลับมีสายตาที่เย็นชา เขาเกลียดเธอมากขนาดนี้นหรือไงกัน ถ้าเกลียดแล้วทำไมต้องพามาที่นี่ ไม่เข้าใจจริง ๆ  ความคิดขัดแย้งแต่มีนาก็รับแก้วมาแต่โดยดี
         เขานั่งยอง ๆ ลง จับข้อเท้าเด็กสาวอย่างไม่พูดไม่จา เป็นสองบุคลิกรึไง  แต่มือที่สัมผัสมันชวนขนลุก จนต้องรีบยกเท้าคืน    “...!?”
         “เอาเท้ามา จะทายายังไง”    เขาขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง
        ไม่พอใจสินะ
        “กะ...ก็อย่าจับอะไรแปลกๆสิ”    มีนาโต้แย้ง
        “แปลกน่ะที่อื่น ตรงนี้มันเป็นที่แปลกรึไง ดูยังไงว่าแปลก? เอาเท้ามา”
        มีนาค่อย ๆ วางเท้าลงพื้น สีหน้าราวกับคนระมัดระวัง เท้าถูกจับต้องอย่างเบามือ จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายมาจับ เขาคงไม่เชื่อหรอก สายตาที่ไม่รู้กำลังคิดอะไร ใบหน้าผิวขาวดูคมเข้ม หล่อเหลาเอาการ ผมสั้นสีดำระต้นคอ กำลังมองอยู่จุดปลายเท้า อยากจะให้เขาคนนี้เป็นนราวิชญ์ ผู้ชายที่แอบชอบมานานนับปี แต่มันก็เหมือนกับเพ้อฝันไปรึเปล่า ระหว่างอยู่ในห้วงความคิด เสียงคชาก็เหมือนกับปลุกเธอ
        “ทำไมหนีออกจากบ้าน”    มีนาเบิกตากว้าง ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรู้
        “ทำไมถึงรู้?”
         คชาเงียบไปพักหนึ่ง นานพอจะทำให้มีนารอฟังกลับไม่สบอารมณ์ อํ้าอึ้งอะไรนักหนา หลังจากลดอาการบาดเจ็บเล็กน้อยของเธอลงได้ ปลายเท้าเริ่มขยับได้โดยไม่มีอาการเจ็บอะไรมาก รอยยิ้มเด็กสาวก็ปรากฏ คชาที่ยืนมองอาการคนดีใจกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ก็แอบถอนหายใจ
       “รองเท้าไม่ใส่ เสื้อผ้าในชุดนอน กระเป๋าพายพร้อมเสื้อผ้า และก็เดินอย่างกับหมาโดนรถชน จะไม่พูดว่าหนีออกมาจากชั้นสองจะให้ว่าอะไร”
         ... โหปากเหรอนั่น จะเดาดี ๆ เหมือนชาวบ้านไม่ได้รึไง...
         มีนากัดฟันไว้ สะกิดต่อมใจกับแค่คำว่าหมาโดนรถชนเท่านั้น เธอรู้สึกดีขึ้นแล้ว อยากจะขอบคุณ สรุปเอาคำด่านั่นมาเป็นค่าตอบแทนสินะ  เธอไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องในครอบครัวนี่…
         มีนาสบถใส่ และคว้ากระเป๋ามาพาย ร่างบางเริ่มยืนได้และพร้อมจะไป  ...แต่ก่อนขอบคุณ ขอเอาคืนหน่อยแล่วกัน... “คนนอกไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคุณ อีกอย่าง ที่อยู่ในปากคุณน่าจะปล่อยมาให้โดนรถชนบ้างสักตัวนะคะ ขอบคุณมากที่หวังดีพามาทำแผล ขอตัว”
        เหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง การตอบโต้ระหว่างคำพูดคำจาจึงเกิดขึ้น    “ทะเลาะกับพ่อแม่เรื่องขอเที่ยวไม่ได้เหรอ นั่นสินะ อยู่ด้วยกันยาก ก็เลยต้องหนีตามกันกับผู้ชาย ไม่งั้นคงไม่เสี่ยงตายหรอก”
          มีนาได้ยินก็ฉุนกึก คน ๆ นี้ปากร้ายกับเรื่องชายหญิง  “ขาดความอบอุ่นจากผู้หญิงรึไง ถ้าจะหนีจะทำไม ถึงได้บอกไง ว่าเรื่องคนในครอบครัวนี่คะ”
          คำพูดคำจาใครมันน่าโมโหกว่ากัน อยากจะสั่งสอนเด็กคนนี้สักหน่อย ไม่งั้นคงไม่รู้จักว่าการที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขามันเป็นยังไง คชากระชากข้อมือทีนาแล้วเหวี่ยงลงเตียง ร่างบางเล็กๆอย่างเธอจะต้านแรงช้างสานอย่างเขาไหว ตัวก็ปลิวไปตามแรงฟัด ร่างกระทบเด้งดึ๋งบนเตียงสปริงไม่พอให้เจ็บตัวนัก แต่พอเธอจะลุกมาโต้วาที คชาก็ขึ้นคร่อมเธอไปแล้ว ข้อมือถูกกดแนบพื้นฟูกนุ่มๆ จนไม่สามารถเขยื้อนได้   
        “เป็นเด็กใจไวขนาดนี้  ต่อไปอยากไปหาใครก็อยากไปหาสินะ ดีฉันมันคนนอกด้วยสิถึงไม่รู้ แต่ฉันจะทำให้เธอไม่เป็นคนนอก ฉันจะสอนเธอเอง”
           “จะทำอะไร ออกไป ไม่เอา ไม่ ปล่อยนะ!”    เธอพยายามบิดตัวไปมาให้หลุด แต่จะทำได้กี่รอบกี่ครั้งก็ถูกรวบยึดไว้อยู่ดี
         มือเล็กหลุดจากการตรึง พยายามรีบยกฟาดทุบตีหวังว่าจะให้เจ็บปวดจนปล่อย แต่คชากลับยิ้มเยาะเย้ย พลางขยับหน้าเข้าใกล้ จ้องเธอเขม็ง  “อย่ายั่วโมโหฉัน!”
          เขาบอกอย่างเสียงแข็ง ประกบลงริมฝีปากอันนุ่มนิ่ม พรมจูบไปที่แก้มเนียน ...หอมยวนเย้าอะไรขนาดนี้…  ขณะที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับกายนวล แก้มเนียม กลิ่นที่หอมไม่บันยะบันยังนี่ เธอพยายามใจดีสู้
         “คุณบอกจะไม่ทำอะไรนี่ หรือว่าฉันไม่ควรเชื่อคุณเหรอ?”   มีนาเสียงสั่นบอก ไม้แข็งไม่ได้ต้องลองไม้อ่อน ขอร้องเอาไว้ก่อน   ...น่ากลัว...
        แต่ว่ามีนากลัวมามากพอแล้วในคืนนี้ หากเขาทำอีก เธอจะหนีมาเพื่ออะไร คชาเริ่มอ่อนลง มองเธออย่างอ่อนล้า แต่กลับไม่ผละตัวออก    “เธอ..ชื่ออะไร”
       “มี..นา”  เธอบอกทั้งที่พยายามกัดข่มเสียงเอาไว้อย่าให้มันสั่น
        “มีนา….   กลับบ้านซะ ฉันจะไปส่ง”  เขาอ่อนลงแล้ว ค่อย ๆ ละวางปล่อยมือออก ไม่ได้คิดจะทำจริงสักหน่อย จู่ๆก็มาทำให้โมโห แต่คำพูดเมื่อกี้นี้อะไร มันทำไม่ลง   เธอนั่งบนเตียงสีขาวแต่มือกำแน่นเหมือนกำลังจะจิกปลายนิ้วลงเนื้อหัวเข่าตัวเอง เมื่อพูดถึงบ้าน ใจมันตกลงตาตุ่ม เลือดมันไหลไม่ทั่ว ทำให้ซีดเหมือนไก่ต้ม แต่เธอก็บอกเขาแค่ครึ่งหนึ่ง พอจะไม่ให้เธอกลับไปและปล่อยให้ไปซะที
          “กลับไม่ได้ ไม่ได้ออกมาเพื่อหาใคร แต่ว่า.. ที่หนีออกมาเพราะ…  อยากมาให้พ้นจากเงื้อมมือนั่น”   น่าสงสัยไปใหญ่  เด็กสาวลุกขึ้นอีกครั้ง ขณะที่คชากอดอกตั้งใจฟัง “ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ”
        ...นํ้าเสียงกระเง้ากระงอดอีกแล้ว...
        “พูดแบบนี้กับใครบ่อยมั๊ย”  ชายหนุ่มยืนคร่อมลงกายบางที่นังอยู่ กระเถิบหน้าเข้าใกล้กับรอยยิ้มแอบแฝงบางอย่าง
        “อะ..อะไร!?”  เด็กสาวเบิกตาโต ...ทำไมทำท่าทางอย่างนั้น...
         “เปล่า แค่อยากได้ค่าตอบแทน”    ฟังไปฟังมา คำพูดของเธอคนนี้ช่างดูแปลกหู เข้าใจดีอยู่ว่าการหนีจากบ้านมันต้องมีเหตุผล ด้วยความเข้าใจครั้งแรกใคร ๆ คงคิดว่าหนีตามผู้ชาย แต่พอนึกให้ดี กลับรู้สึกว่าไม่ใช่ แต่จะปล่อยก็เสียดายในใจลึกๆ เหมือนเชยชมไม่เสร็จ จะขืนใจลูกชาวบ้านนั่นก็คดีใหญ่ แต่ติดใจไปแล้วสิจะทำไง  คชานึกไปนึกมา ก็ได้คำตอบ
        “จะเอาค่าตอบแทนที่ทำแผลให้”
        “ไม่มีตังค์หรอก… ลืมเอามา”
        “ไม่เอาเงิน อยากได้เธอ”
        “ประสาทกินรึไง นอนไม่พอสิท่า ไปหาหลับฝันโน่น ลาเลย หวัดดี”    มีนาเอ่ยพร้อมยกมือพนมขึ้นสูง ไหว้แบบห้วนๆ  พอคนตัวเล็กลุกขึ้น คชาก็นั่งบนที่นอนแทนที่ แต่กลับคว้าเอวบางของสาวน้อยถอยมานั่งตัก
         “เอ๊ะ!”   ชายหนุ่มรัดตัวเธอแน่น จะขยับก็แสนยาก ถูกกอดดึงไว้บนตักอย่างตั้งตัวไม่ทันแบบนี้   ...ไหนบอกว่าจะไม่ทำอะไรไงอ่า...
        “คืนนี้ดึกแล้ว ฉันให้เธอจ่ายค่าตอบแทนคือเอว นอนกับฉันสักคืนสิ”
         “นี่!  ถ้าคิดว่าแผลแค่นี้จะต้องมาเสียตัวให้คนบ้าอย่างคุณล่ะก็ ฉันยอมเจ็บจนตายค่ะ..ปล่อย!!”     มีนารีบแกะมือผู้ชายแอบร้ายคนนี้ออกให้พ้น เป็นคนยังไงกันนะ ดูไม่ออกเลย
        “แค่มาเป็นหมอนข้างคืนเดียว..  ไม่มากกว่านี้แน่นอน อีกอย่างเธอมีที่ไปด้วยเหรอ”    ใบหน้าหล่อคมกระซิบเบาๆ ฟังแล้วน่าขนลุก ไอ้ความรู้สึกจั๊กจี้นี่มันชวนให้เอียงคอหลบลมหายใจเขาจริงๆ
        “ว่าไง มีนา”
     


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha