(จบ)เมียซ่อน🔞(หื่น+มุ้งมิ้ง)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : แกล้งจนได้เรื่อง (ปลดกระดุม)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


          "แล้วถ้าไม่ล่ะ?.."    เด็กสาวบนตักกว้างเอ่ยถาม เหมือนกำลังต่อรอง และเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยินยอม 
          "ตอนนี้ มีเด็กผู้หญิงคนนึง ตัวเล็กอย่างกับกุ้ง.. จะแกะเปลือกก็ง่ายนิดเดียว"    เขามองเสื้อผ้าเด็กสาว แล้วชูสองนิ้วขึ้น บอกด้วยท่าทางมั่นใจว่าจัดการยัยนี่สบายมาก แต่แขนเจ้าตัวก็ยังก่ายกอดแน่น ...จะปล่อยไปง่ายได้อย่างไร ...  "มีสองทางเลือก.. คืนนี้ดึกแล้ว…. ฉันจะนอน จะให้กด หรือให้กอด เลือกเอา" 
         "ตลกละ!…  จะไป"   เด็กสาวยืนกรานอย่างนั้น แต่เขาส่ายหน้าหลุบตาไม่ยอมรับ 
         "จะไปก็ได้ต้องโดนกดก่อน ถึงจะปล่อย ไปแบบนี้ พ้นมือฉันได้ แต่คนอื่นไม่แน่ เลือกเอามีสองทาง ถ้าฉันจัดตอนนี้ แล้วปล่อยให้เธอไปโดนจัดอีกข้างหน้า ซึ่งก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดหรือเปล่า แต่เปอร์เซ็นต์มันมีสูง แต่ถ้าอยู่ที่นี่จนผ่านคืนนี้ แค่โดนกอดเท่านั้น รับประกันได้ว่าผ่านได้ด้วยดี" 
          ...มันผ่านไปด้วยดีตรงไหน...น ! พูดเข้าข้างตัวเองน่ะสิคำนี้ โอ้ชะตาฟ้าลิขิตอยากร้องไห้จริง ๆ ปวดประสาทจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เป็นคนอย่างไรกันเนี่ย...

ทางเลือก?  เธออยากถามเหลือเกิ๊นน ว่ามันคือทางเลือกตรงไหน? อย่างนี้เขาเรียกว่าบีบบังคับทางอ้อม ใครจะโง่คิดว่าเป็นทางเลือก... หนีฉลามขาวกลับเจอฉลามหัวค้อน ความดุดันไม่เท่ากัน แต่ตัวนี้กลับชอบตอก 
         "ไม่ดี…. หรอก..เชื่อสิ"    เธอพูดอย่างกับจะหัวเราะหรือร้องไห้ก็ไม่เชิง 
          มานึกดูอีกที หนีไม่พ้นงั้นเหรอ เหนื่อยล้าใจเป็นที่สุด ที่นี่หอพักแม่ตัวเองนะ ทำไมเธอถึงจะเปิดห้องใหม่ไม่ได้ พอนึกดูอีกทีก็เหลือบตาขึ้นดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้างฝา ตี2!

...โหดร้าย!...

แม่บ้านก็กลับบ้าน ร.ป.ภ.ก็ไม่ใช่หน้าที่ กุญแจก็ไม่มีไข 
    เด็กสาวเหลียวมองชายหนุ่มผู้หล่อคมที่รอคำตอบเธออยู่  สาวน้อยยิ้มแห้ง ๆ แต่ก็เบือนหน้าหนีแสดงสีหน้าจะร้องไห้ แต่ก็ได้คำตอบที่ฝืนใจสุดๆ

"ถ้าอย่างนั้น..อยู่ก็ได้"    เธอตอบเสียงอ้อยอิ่ง 
             คชายิ้มแป้น ยกมือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วบอกด้วยรอยยิ้ม "ดีมากเด็กดี เชื่อฟังพี่แล้วจะดีเอง มา..นอนกันเถอะ" 
      วืด...ด~

"เอ๊ะ!?"  คชากอดเธอทั้งอย่างนั้นแล้วโอบ ทิ้งลงข้างตัวบนเตียง ดวงตาสาวน้อยสั่นไหว ขออย่าทำอะไรมากกว่านี้เลย สวดๆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ   
    คชาคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง แต่มีนารีบมุดหัวออกมาจากชายผ้าคลุม จะพาเล่นอะไรเนี่ย ร่างบางถูกรวบชิดร่างอันใหญ่โต เขาบ่นพึมพำข้างหู   “ตัวเล็กจัง ข้าวไม่กินเหรอ วันหน้า กินเยอะๆหน่อยสิ”

จะกินให้มาขุนกันรึไง ไม่โดนอนาคอนด้าอย่างเขารัดตายเหรอ? 
          "หนะ...ไหนบอกจะนอน" 
           "อืม..กำลัง..."     เสียงชายหนุ่มแผ่วลง เหลือเพียงแต่ลมหายใจที่สมํ่าเสมอรดต้นคอ  มีนาลืมตา.. หลับไม่ลง จู่ ๆ ก็ซุกลงต้นคอ หลับง่ายเกินไปแล้ว  เด็กสาวก็ได้แต่ถามตัวเอง ...กำลังมาทำอะไรอยู่ที่นี่กันนะ... แต่พอแค่ถูกกอดไม่มากกว่านี้ก็เบาใจ จะทำอย่างไรได้ สรุปชวนมาทายาหรือว่าชวนมานอนกอด สุดท้ายก็มาเสียรู้ แต่ว่า ถ้าหากเธอไม่มาที่นี่ แล้วจะไปไหนได้ ที่ไปของมีนา... ทางเลือกที่ถูกบีบคั้น  แต่ช่างเถอะ วันนี้คือวันที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตของเธอ ถ้าไม่รีบปรับตัวให้เร็ว มัวแต่ต่อต้าน เธอคงจะรับปัญหาในอนาคตของคำว่าผู้ใหญ่ไม่ไหว จนเสียสติไปแน่ 
         ความเหนื่อยล้าบวกรวมกับสภาพจิตใจ มันพอบั่นทอนร่างกายให้อ่อนเพลียตาม ดวงตากลมโตที่เบิกค้าง ตื่นตกใจกับชายหนุ่มเมื่อก่อนหน้าเริ่มหรี่ลง และคล้อยหลับไหล

..นี่ก็หลับง่ายพอกัน..

จะให้คำตอบตัวเองไว้ได้อย่างไร ชื่อก็ไม่รู้จัก กลับมาหลับนอนอยู่ข้างกาย ให้กอดอย่างง่าย ๆ เธอคงจะกลายเป็นที่เขาเคยว่าแล้วมั้ง

ว่า ‘พอเคยได้อย่างหนึ่ง ต่อไปก็ง่าย…’ เอาเถอะ ไว้คิดก็ได้ ตอนนี้ยังไม่อยากคิดอะไรที่หาคำตอบไม่ได้

คนทั้งคนหายไปทั้งคืน มีนาไม่รู้เลย ว่าแม่เธอเห็นว่าเด็กสาวมีท่าทีตื่นตกใจมากแค่ไหน ในตอนนี้เอง ปวีนาก็ตื่นตกใจไม่ต่างกัน มีนาหายไปทั้งคืน หาที่ไหนก็ไม่เจอ ทั้งโรงเรียน บ้านเพื่อนทุกคน ปวีนาก็สั่งให้ตามค้นหาจนทั่ว แต่ใครต่างไม่รู้ไม่เห็น คนเป็นแม่เองไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามหาเธออย่างไร เวลายังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง โรงพักที่ไหนจะรับแจ้งความ ทั้งมือถือและกระเป๋าเงินก็ไม่ได้พกไป ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ... มีนากล้าตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองเหมือนคนหนีตาย ถึงด้านล่างจะมีพื้นเป็นดินเป็นหญ้า ก็ไม่แน่ใจได้เต็มร้อยเลยว่าเธอลงไปจะไม่เจ็บ   ปวีนาคิดไปเดินมาจนจะอ้อมจังหวัดได้แล้ว ทั้งเนียมและแก้วทั้งธงชัยก็ช่วยปวีนาอีกแรง สุดท้ายก็ได้กลับมากังวลกันที่บ้าน 
         "คุณผู้หญิงคะ อย่าเดินบ่อยสิคะ เดี๋ยวก็ไม่สบายไปอีก  แต่ดิฉันคิดว่า คุณหนูอาจจะไปรออยู่ที่หอพักคะ?"   เนียมออกความคิดเห็น คิดไว้ว่ามีนาที่มีแต่เสื้อผ้าอย่างนั้นคงไปไหนได้ไม่ไกลแน่นอน 
        ปวีนานั่งพิงโซฟาดูเหม่อลอย ตอบอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  "นั่นคือที่แรกที่ฉันหา เนียม มีนาไม่ได้รอที่เค้าท์เตอร์ ไม่ได้อยู่ในห้องติดต่อธุระ ฉันควรจะหามีนายังไงดี" 
         "ติดต่อนักสืบดีมั๊ยคะ เผื่อมีใครลักพาตัวไปขาย"    แก้วสอดหน้ามาจากด้านหลังป้าเธอ เนียมรีบง้างมือจะสอยปาก จิ๊ปากดุแก้วหลานสาว 
         "คุณผู้ชายไม่คิดจะตามหาบ้างเลยเหรอคะ"    เนียมเธอ 
          ปวีนาส่ายหน้า เธอหมดสิ้นเรี่ยวแรงใจไปแล้วกึ่งหนึ่ง    "ทางนั้นออกบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืน ไม่ได้นอนบนห้องสักหน่อย"

พอนึกถึงผู้ชายอย่างเขา ที่พึ่งพาอะไรไม่ได้ ปวีนาก็นึกถึงผู้ชายคนหนึ่ง แล้วเริ่มมีความหวัง ว่าความคิดชายหนุ่มคนนั้นต้องช่วยเธอได้ "ธงชัย พาฉันไปหอพักไป" 
            "อ่า..ครับ" 
          "คุณผู้หญิงรู้จักที่อยู่คุณหนูแล้วหรือคะ"     เนียมเองก็เริ่มมีสีหน้าเหมือนมีหวัง ถ้ามีนาแอบซ่อนอยู่ที่คงจะดีไม่น้อย 
         "เรื่องมีนาไม่รู้ แต่คนช่วยเพิ่มก็มี" 
        การใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปหอพักก็ไม่ไกลเท่าไหร่ ไม่ได้แม้แต่จะต่อรถเมล์พอจะไปถึง แค่ห่างกันไม่ไกลแต่ก็ไม่ใกล้อยู่ดี

  เมื่อรถหยุดลง ปวีนารีบขึ้นไปชั้นบนทันที เธอตั้งหน้าตั้งตาเพื่อจะขอให้ใครอีกคนมาช่วย ในความคิดความอ่านของเขาคนนั้นจะต้องวิเคราะห์ได้ดีกว่าเธอแน่  แต่ที่ลำบากขาเธอไปหน่อย เพราเขาดันอยู่ชั้นสูงสุด


     
   จากค่อนคืนที่ผ่านมา คชาเป็นคนที่รั้งคนตัวเล็กมากอด เธอที่เอาแต่หันหลังให้แท้ ๆ ตอนนี้เหมือนกับว่าร่างบางเหนื่อยที่จะนอนแค่ท่าเดียว พลิกตัวกลับมาซุกหน้าเข้าแผงอกกว้างโดยไม่รู้ตัว ไออุ่นที่ถ่ายทอดในผ้าห่มกับแอร์เย็นๆ ดูน่าอบอุ่น คชาลืมตาตื่นขึ้น มาสังเกตอีกที มีนากับนอนขดตัว มุดเข้าใกล้

...ยัยนี่จะสิงร่างรึไงมุดขนาดนี้...

แต่พอดูให้ชัด ผ้าห่มมันปรกตัวน้อยๆแค่ครึ่งตัว จะไม่ให้หนาวได้ยังไง คชาค่อยดึงผ้าห่มคลุมให้ และมองใบหน้าคนหน้าใสหลับในอ้อมอก.....ยังเด็กอยู่เลย สิบเจ็ดหรือสิบแปดกันนะ 
         แอบมองไปมา สายตาซุกซนของชายหนุ่มก็มองไปเห็นชุดนอน ลายคิดตี้สีชมพู ใจนึกเล่นพิเรนท์ อยากจะลองแกล้งดูว่าถ้าแอบแก้ผ้ายัยนี่ตื่นมาจะมีอาการยังไง

กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกไปหนึ่งเม็ด กำลังจะลามไปเม็ดที่สอง ถึงจะค่อยๆบรรจงจับแกะก็เถอะ แต่มือมันสั่น ก็นานพอที่โสดมาพอจะโหยหาผู้หญิงอยู่หรอก อยากจะฟาดมือตัวเองสักทีให้หยุด แต่ถ้าตะปบมือกันเอง เสียงดังมาทำให้เด็กสาวคนนี้ตื่นแน่ ๆ ในที่สุดก็ปลดเจ้าเม็ดกลมสำเร็จ แต่ชายหนุ่มต้องตะลึงอึ้งกิมกี่  เมื่อเนื้อตัวด้านในมันไร้ชั้นใน!

สองเต้าเต่งตึงของสาววัยสะพรั่ง ขนาดพอดีมือแน่ๆ ถึงจะยังไม่วางมือกอบกุมเพื่อวัดขนาดก็เถอะ สายตาติดตรึงอยู่บนเนื้อขาว ยอดถันสีชมพูอ่อนดึงดูดให้การเพ่งมองจดจ่ออยู่ตรงจุดเดียว ในใจแค่อยากแก้จริง ๆ แต่พอเจออย่างนี้แล้วกับเริ่มจะยับยั้งไม่อยู่ไม่ไหว กลิ่นกายสาวน้อยหอมวนอยู่ในใจ อยากจะสูดดมซุกไซร้อีกครั้ง

คชาก้มลงทาบปากหยักได้รูปบนริมฝีปากนุ่ม จะอะไรไม่สนแล้ว จะของความเป็นชายมันตื่นทุกเช้า มาเจออย่างนี้ไม่ใช่พระอิฐพระปูนสักหน่อย ไม่ได้ตั้งใจจะปลุกมันหรอก แต่อยากจะโทษสาวน้อยคนนี้ที่มีเรือนร่างสวยเกินไป

มีนาลืมตาตื่น ริมฝีปากถูกครอบงำ ความรู้สึกเย็นตํ่าลงมาจากคอจนรู้สึกได้ เด็กสาวรีบดันตัวคชาออก มันก็เป็นทุกครั้งที่ใช้ไม่ได้ผล เธอทั้งทุบทั้งตี แต่ชายหนุ่มสอดแขนเข้าใต้แผ่นหลังเธอที่แนบที่นอนมากอดแน่น ฝ่ามืออีกข้างสัมผัสเนื้อนูนพลางบีบเค้น

นุ่มเด้งเหมือนเย็นลี่ น่าชิมรสชาติเชอรี่บนยอดเขา

“คุณ ปล่อยนะ! ไหนบอกว่าไม่ อย่านะมินขอ ฮึก!"  เด็กสาวสะดุ้งวาบ ร่างกายส่วนบนถูกรุกลํ้า ครอบงำด้วยปากที่ไม่พูดพล่ามทำเพลง กลับปลุกเธอด้วยลิ้นอุ่น ๆ 

    ตอนนี้คชาหน้ามืดตามัวไปหมด เขาได้ยิน เธอเรียกแทนตัวเองว่ามิน นํ้าเสียงหวานไพเราะหู รวมถึงชื่อน่ารักนี้ใครจะปล่อยลง

“อือ… อย่า..อาา...”     เด็กสาวเพิ่งจะได้รับสัมผัสที่ประหลาด ไม่เคยชิมลิ้มลองจากใคร ร่างกายเริ่มอ่อนแรงลง มันซาบซ่านไปทั่วตัว อยากจะขอให้เขาหยุด จะบอกอย่างไรดี

กางเกงลายคิดตี้กำลังจะเลื่อนลงจากสะโพก เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น

ก่อก..ก่อก..ก่อก

สติชายหนุ่มฟื้นกลับ เขาถอยตัวนั่งข้าง ๆ มีนา เด็กลุกขึ้นได้ก็ตบเข้าหน้าฉาดหนึ่ง มันแสบจ้าจนคชาใช้ลิ้นดันแก้มพลางลูบแทนมือ เขามองหน้าเด็กสาว เหมือนกับบอกเป็นนัย ๆ ว่ามันช่วยไม่ได้ แต่กลับตาต้องกระพริบตาและขมวดคิ้ว

    เธอร้องไห้  นํ้าตาเด็กสาวไหลอาบแก้ม และรีบติดกระดุมกลับคืน เธอมองเขาอย่างคาดโทษไว้  และร้องไห้สะอื้นอย่างหนัก ทั้งที่ก่อนหน้ามีเสียงเคาะประตูห้อง

 แต่ตอนนี้เขาสนใจนํ้าตามีนาที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า คชาเริ่มมีจิตสำนึก จะยื่นมือไปเช็ดนํ้าตา แต่เธอปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี

“ฉันหนีเสือปะจรเข้แท้ ๆ ฉันไม่ควรไว้ใจคุณ ไม่ควรเชื่อกับคำว่าไม่ทำ แต่สุดท้าย คำว่าเชื่อ มันก็มาทำลายตัวเอง ฉันไปทำอะไรให้เดือดร้อน ถึงอยากจะลายกัน ฉันผิดอะไร ฉันผิดที่เชื่อใจคนง่ายไปเหรอ ฮื่อ ๆ”    เธอทั้งทุบตีหลังจากที่ไม่เคยสำเร็จ แต่คชาเงียบกริบ ยอมให้เธอออกแรงตีเขาได้เต็มที่ เข้าใจดีแล้ว ยัยนี่ หนีจากการถูกล่วงละเมิด เราควรจะให้เธอพึ่งพิง สุดท้ายก็…

เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง คชาคว้าเธอรีบปาดนํ้าตาให้ “ฟังนะมีนา เงียบเถอะ จะตีจะด่าจะฆ่าฉันก็ได้ แต่เช็ดนํ้าตาก่อนนะ”

เธอเก็บอาการสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กลืนก้อนนํ้าตาลงคอ แล้วคว้ากระเป๋าตัวเองเข้าห้องนํ้า

คชาแง้มประตูดู พอเดาได้ว่าคนมาเคาะคงจะเป็นปวีนาเพื่อนของแม่เขา เธอเองก็เช็ดนํ้าตาทันทีเมื่อเขาเปิดประตู ชายหนุ่มฉงนใจจึงเอ่ยปากถาม

“คุณน้าร้องไห้ทำไมครับ”

“ชา.. ชาช่วยน้าทีนะ น้าไม่รู้จะทำอย่างไร ลูกน้ามีปัญหา”   เมื่อเห็นนํ้าตาของผู้หญิง จะให้ยืนร้องไห้ด้านนอกก็ยังไงอยู่  คชารีบพาปวีนามาคุยในห้อง เชิญเธอนั่งบนเก้าอี้ริมระเบียง พร้อมหยิบทิชชู่ให้เธอซับนํ้าตา

“ถ้ามีอะไรพอจะให้ผมช่วยได้บอกเถอะครับ ผมจะช่วย”   รู้ดีว่าถ้าเธอมาด้วยความรีบร้อนอย่างนี้  อีกทั้งยังร้องไห้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

“ลูกน้าหนีออกจากบ้าน...มือถือก็ไม่เอา กระเป๋าตังค์ก็ไม่พก จะตามหายังไงดี”

“หนี?”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha