(จบ)เมียซ่อน🔞(หื่น+มุ้งมิ้ง)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : จับจดทะเบียน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ปวีนาน้องห่มร้องไห้เหมือนจะขาดใจ เธอบอกว่าลูกหนีออกจากบ้าน จะไม่ช่วยก็เสียความตั้งใจของคนมาหาถึงที่ ต้องรับปากไปก่อน ถึงว่าจะไม่ใช่นักสืบ ลูกของเธอก็หายไปไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซํ้า แต่..ถ้าหากคนที่หนีไปเป็นอะไรขึ้นมา จะยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เถอะ จะช่วยอะไรทัน คชาจึงตอบรับคำขอของเธอโดยไม่มีข้อแม้

“ผมขอรูปลูกคุณน้าและสาเหตุที่หนีด้วยครับ ถ้ามีแรงจูงใจอะไรให้หนี ผมว่าน่าจะค้นหาได้ไม่ยากจากเพื่อน”

“น้าหากับเพื่อนหมดแล้วลูก ทุกๆคนเขาบอกว่าไม่เห็น น้าเองก็จนปัญญา จะหาตัวยังไงให้พบ กล้องวงจรแถวนี้ก็บอกว่าเสีย มีตั้งหลายซอยน่าจะหายเข้าไป แต่บางที่ถ้าไม่มีตำรวจเขาก็ไม่อนุญาตให้เข้าเปิดดู”   เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ถึงจะพยายามระงับอารมณ์ แล้วเล่าถึงที่มาที่ไปให้ฟัง แต่ก็ยากจะคุมนํ้าเสียงและนํ้าตาไว้หมด ทั้งพูดไปร้องไห้ไป

เพราะมีนาไม่เคยหายไปจากบ้าน โดยไม่บอกว่าไปไหนสักครั้ง มันเป็นเรื่องสาหัสมากสำหรับปวีนา เธอเงียบลงและเช็ดนํ้าตาให้แห้ง แต่ไม่นานนักประตูห้องนํ้าก็เปิดออก

เด็กสาวหันหลังให้แก่คนที่นั่งริมระเบียงห้อง ตั้งหน้าตั้งตาเดินหน้าไปยังประตู ในชุดใหม่ใส่กางเกงยีนส์และเสื้อยืด ในสถานะการณ์ฉับพลันในคืนที่หนีมานั้น คว้าชุดอะไรมาได้ก็ถือว่าดีแล้ว

คชาหันกลับไปมองเด็กผู้หญิงกำลังจะออกไปจากห้อง ก็รีบเอ่ยปากดักทางไว้   “นั่นจะไปไหน?”

เด็กสาวหยุดเดินแต่ไม่หันกลับมามอง มองหน้าไม่ติดจะให้มองยังไง    “ไปจากที่นี่ อย่าห้ามล่ะ ไม่อยากอยู่”

ปวีนาแปลกใจมาก มองเด็กสาวจากด้านหลังพอคุ้นตา แต่ชุดนี้เธอเองก็เคยเห็นลูกสาวใส่ คนคล้ายกันงั้นหรือ สงสัยจึงต้องเอ่ยถาม   “แฟนเหรอคชา?”

“ไม่ใช่ครับ พอดีเห็นว่ามีอาการไม่ดีเลยพามาที่นี่เมื่อคืน”    พอชายหนุ่มอธิบายบอกใจความ 

     คำตอบก็ใช่อยู่ แต่มีนาฟังแล้วหงุดหงิด เธอจึงหันมาส่อแววตาไม่พอใจ และดักทาง    “พูดมาก”

ปวีนาถึงกับเบิกตากว้าง ลุกขึ้นจนลืมดูสภาพตัวเอง และโผเข้าหาลูกสาวที่ตามหาทั้งคืนอย่างไม่ได้หลับไม่ได้นอน    “มีนา… มีนา… หนูอยู่ที่นี่ รู้ไหม แม่หาหนูทั้งคืนเลยนะ แม่เป็นห่วงมากรู้รึเปล่า”     เธอทั้งพูดทั้งยกมืออันนุ่ม แต่เหี่ยวย่นเล็กน้อยตามวัยลูบแก้มเด็กสาว

มีนาแทบกระอึก หายใจไม่ทั่วท้อง เธอจะปล่อยให้ปวีนากอด หรือจะถอยออกห่างดี เธอใช่ลูกสาวจริง ๆ หรือเปล่า คำถามยํ้าเตือนแต่เธอก็เลือกที่จะถอย

“......”   มีนาไม่พูด อะไรในหัวว่างเปล่า คำถามที่เคยก่อสุมอยากจะเอื้อนเอ่ยถึงที่มาที่ไปของตัวเอง ก็หายไปจนเกลี้ยง แต่กลับมีความกังวลแทน แม่เธอมาเจอเธอในห้องกับผู้ชายคนนึง เธอจะถูกบ่นอะไรหรือเปล่า

คชายืนอึ้ง เหมือนนํ้ากำลังไหลท่วมปากจนจะล้น  เด็กคนนี้เป็นลูกของปวีนา มานึกถึงเหตุการณ์ไม่นานที่ผ่านแทบอยากจะเอาหัวชนผนังตาย เกือบขืนใจลูกสาวของเพื่อนแม่แล้ว

“แล้ว..?  หนูมาอยู่ที่ได้ยังไง รู้จักกันแล้วเหรอ?  หรือเมื่อคืนหนูนอนที่นี่?”    เหมือนเอาคำถามที่มีมีดมากรีดใจมีนา  ทั้งคชาและมีนาต่างอํ้าอึ้ง จะให้ตอบว่าอย่างไรถึงจะน่าฟัง

ผู้ชายคนนี้เอาแต่เงียบ ก็รู้อยู่หรอกว่าพูดไปมีแต่เสีย  มีนาจึงยอมเปิดปากพูดเอง    “คือ...แม่ใจเย็น ๆ นะคะ เราไม่ได้มีอะไรกัน พอดี มินขาเจ็บ เขาเห็นว่า… พอจะช่วยได้ก็เลยช่วยทายาให้ แต่เราไม่ได้มีอะไรกันนะ ไม่ได้นอนเตียงเดียวกันเลย”     โกหกไปแล้ว บาปแน่ๆ เกิดมาไม่เคยโกหกแม่เลย คำว่าไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีอะไรกัน...มั้ง เกือบไปแล้ว มีนามองหน้าปวีนาก็รู้ได้เลยว่าเป็นกังวล

“จริงเหรอ?”    คนเป็นแม่จะหาส่วนไหนมาบอกให้เชื่อ คนเคยอาบนํ้าร้อนมาก่อน ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร… ปวีนามองหน้าคชาสลับกับลูกสาวตัวเอง แต่คชาเลือกที่จะเงียบงั้นหรอ

หัดอ้าปากพูดอะไรบ้างสิ จะบอกไปก็ได้ว่าไม่มี จะได้ไปให้พ้น ๆ มีนานึกคิด

คชาสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเดินหน้าเข้าหาปวีนา   “เราไม่มีอะไรกันครับ…”   เด็กสาวโล่งใจกับคำตอบของชายหนุ่ม

“แต่ก็เกือบมี”    มีนาที่ถอนหายใจเอาความหนักอึ้งออกไม่ทันไร แต่ต้องกลับมาสะดุ้ง สุดท้ายกับคำพูดล่าสุดของผู้ชายคนนี้ ก็ดึงใจเธอลงเหว เธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาตาถลึงใส่เขียวปั๊ด!

“อะไรนะ!?.. เกือบ..”    ปวีนาเองก็เบิกตาโพรง รีบยกมือนาบอกไว้พลางสูดหายใจให้คล่อง

คำแก้ต่างของเด็กสาวเมื่อกี๊ทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แก้ตัวไปทั้งหมดจะให้กลายเป็นอะไร   “มันก็ไม่ได้มีนี่ แล้วจะพูดทำไมล่ะ”     มีนาขึ้นเสียงสูงต่อว่า

“มันก็กํ้ากึ่งนี่ จะบอกว่าไม่มีก็ไม่ใช่ หรือจะมีก็ไม่เชิง ฉันเป็นผู้ชาย กล้าทำต้องกล้ารับ”    คชาเท้าเอวเถียงสวนมีนากลับ เด็กสาวจึงตอกกลับอีก   “ก็ไม่ต้องพูดไง เรื่องจะผ่านไปด้วยดีแท้ ๆ เลย”

บรรยากาศรอบข้างตึงเครียด คนสองคนเถียงกันไปมา ปวีนาเริ่มเวียนหัว ฟังกลับไปวกวนมากลับสรุปใจความไม่ได้ เด็กสาวหายไปทั้งคืน มาโผล่ในห้องลูกชายของเพื่อน และยังพากันพูดกำกวมในเชิงสัมพันธ์ เธอประคบประหงมมาแต่ยังเด็ก ตอนนี้ถูกช่วงชิงไปจริงหรือเปล่าไม่มีใครให้คำตอบแน่ชัด มีแต่คำว่า ‘ไม่เชิง’ มาวนเวียนในความคิด ดวงตาที่ฝ้าฟาง กลับเริ่มมัวยิ่งกว่าเดิม คนสองคนต่อปากต่อคำไม่หยุด แทนที่จะกลายเป็นผู้ชายปัดทิ้งความรับผิดชอบ แต่กลับกลายเป็นมีนาเองปัดไม่ยอมรับคำพูดเขา ร่างของสตรีสูงวัยเริ่มจะทรงตัวไม่อยู่ ดวงตาพร่ามัวเวียนหัวปวดประสาท เธอแทบจะล้มลงพื้น คชาที่รีบคว้าปวีนาไว้ทันทำให้เธอไม่มีรอยฟกชํ้าจากน่างหมดสติที่เกือบจะถูกกระแทกลงพื้น ปวีนามดสติสีหน้าซีดเซียว ทำเอาใจคนเป็นลูกตกใจจนตัวสั่น

“แม่..!  แม่..!   แม่เป็นอะไรคะแม่!”   มีนาเรียกเธอยํ้า ๆ ซํ้า ปลุกร่างคนไร้สติให้ฟื้น แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล  มือที่เย็นเฉียบ ทำให้คนสองคนตกใจเอามาก แม่มีนาไม่เคยเป็นแบบนี้

คชาที่ประคองปวีนาไว้รีบบอกเด็กสาว   “โทรเรียกรถพยาบาล!   เร็วสิ”

“เข้าใจแล้ว”

โรงพยาบาล

หลังจากได้ข่าวทางโทรศัพท์  เนียมรีบเร่งฝีเท้าขึ้นมาที่ชั้นบน เธอพบเด็กสาวนั่งกอดเข่าหนึ่งข้างริมระเบียง หน้าห้องฉุกเฉิน มีนามีแต่ความกังวลจนเห็นได้ชัด ถึงเธอจะเอาแต่นั่งนิ่งและเงียบก็ตาม เนียมเห็นแต่ไกล จากเร่งเท้าเดินก็เปลี่ยนเป็นเดินอย่างเชื่องช้า เมื่อเข้ามาใกล้ เนียมก็เดาได้แล้วว่ามีนาคงจะรู้ แต่สิ่งที่เธออยากจะปลอบสาวน้อย กลับไม่รู้จะพูดคำไหนออกมา ถึงจะดีใจที่เห็นว่าเธอไม่เป็นอะไร กลับนั่งหน้าห้องฉุกเฉินอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว

มีนามองเนียมอย่างคนกำลังอ่อนล้า   “ป้าเนียม… นานรึยังคะ สิ่งที่แม่เป็น”

แม่บ้านคนสำคัญรู้สึกลำบากใจ ยากจะบอกให้เธอรู้อย่างไม่สะเทือนความรู้สึก เธอนั่งข้างๆมีนา แล้วอธิบาย    “หลายปีแล้วค่ะ ร่างกายเริ่มทรุดโทรม สีหน้าซีดเซียว แต่ก็ใช้เครื่องสำอางค์ช่วย คุณผู้หญิงเธอห่วงคุณหนูนะคะ ถึงไม่อยากบอก”

“หมอบอกว่า… แม่ต้องไปทำการรักษามะเร็งที่ต่างประเทศ ที่นั่นเครื่องมือครบครันและพร้อมกว่า แต่แม่ไม่ยอม ตอนนี้หมอเกลี้ยกล่อมอยู่”

ทันใดนั้นขนมปังและนมได้ยื่นมาจ่อหน้ามีนา สาวน้อยเงยหน้ามอง.. ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้ายังอยู่ด้วย เธอนึกว่าเขาจะกลับแล้วซะอีก ได้ยินเสียงแม่เคยเรียกเขาว่าคชา มีนามองห่อขนมปังและนมกล่องอย่างนั้น

“กินอะไรหน่อย เดี๋ยวก็ป่วยไปอีกคนหรอก”    ทำนิ่ง.. ยัยนี่… ช่างเถอะ แล้วค่อยคุยกัน

“ไม่หิว”   มีนาเมินหน้าหนี

“ไม่กินฉันจะบอกแม่เธอ ตอนนี้หมอก็อยู่ บอกไปคงไม่เป็นไร”

“นี่คุณ..!”

“เห็นไหม เธอเองก็ไม่อยากให้แม่ห่วง แม่เธอก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”     ถูกอย่างที่ว่า มีนารีบคว้าของกินมาไว้ในมือ ตั้งแต่เช้าก็ไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน ถึงตอนนี้ไม่หิว แต่เด็กสาวรีบแกะห่อขนมปังพร้อมเจาะนมแล้วกินให้ดู    “กินแล้วพอใจยัง”

เนียมเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ความรู้สึกของแม่บ้าน ที่เนียมเองก็เดาไม่ถูกว่าเพราะอะไร รู้สึกว่าช่างน่ารักกันเหลือเกิน พึงเจอชายหนุ่มคนนี้เธอไม่เคยเห็นได้ยินแค่ปวีนาเล่าให้ฟังบ้าง แต่รู้สึกว่าจะมีอีกคนนึง ที่มีนาขัดไม่ได้ อย่างหนุ่มคนนี้

ทันทีที่หมอออกมา ก็ได้เชิญทุกคนเข้าไปด้านในและบอกอาการจนเสร็จสรรพ ตอนนี้พร้อมหน้าพร้อมตา ปวีนาที่มีใบหน้าทรุดโทรมถอนหายใจ อย่างกับปลงบางอย่างลงได้ แต่ยังไม่วางใจ  เธอมองไปที่มีนาและคชา ก็มีสีหน้าอ่อนล้า แต่ก็เหมือนว่าสายตามีความหวัง

“แม่จะไปรักษาที่ต่างประเทศโดยมีเนียมไปดูแล”    ปวีนาบอกกับทุกคนอย่างนั้น

แล้วมีนาล่ะ ทำไมพูดแต่ป้าเนียมของเธอ  “แล้วมินล่ะคะ มินจะอยู่ยังไง”    เด็กสายกนิ้วชี้ย้อนหาตัวเอง

“มีนา.. องอาจพูดเป็นความจริง แต่ว่าไม่ใช่ว่าหนูไม่มีใครนะลูก แม่ไม่สามารถพามินไปด้วยได้เพราะหนูต้องเรียน จะเปิดเทอมเร็วๆนี้ หนูต้องเรียน”    ปวีนาบอกแล้วก็ไอแค่ก..แค่ก..

เด็กสาวส่ายหน้าไปมา ไม่ใช่ว่าเธอรับไม่ได้เรื่องฐานะตัวเอง ถึงฟังแล้วจะสับสน ยังไม่เก็บมาคิดตอนนี้ เรื่องสำคัญคือ..  ถ้าพ่อองอาจคนนั้นกลับมาอีก จะทำอย่างไร มีนาวิ่งไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง กอดรัดปวีนา เธอรับไม่ได้

“ให้มินไปด้วยนะคะ แม่หายแล้วมินจะกลับมาเรียน มินอยู่ไม่ได้”

ปวีนาวางมือบนเรือนผมสีดำของสาวน้อย เธอเองก็ลำบากใจ และนั่นคือเหตุผลที่ไม่อยากไปรักษาตั้งแต่แรก  แต่ตอนนี้เธอมีทางออกให้ลูกสาวเธอแล้ว  “ไม่ได้ลูกหนูต้องเรียน”

มีนาสั่นศีรษะ แต่เธอก็บอกเด็กสาวต่อ ฟังดูแล้วเหมือนมีนาจะดื้อไม่ยอมรับคำพูด   “มินอยู่กับคชาทั้งคืน ถึงจะอธิบายบอกแม่ก็สบายใจไม่ได้ และแม่ก็มีทางออกของหนูและองอาจไว้แล้ว คชาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ด้วยการอยู่กับน้อง ในฐานะสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย ด้วยการจดทะเบียนสมรสกันไปก่อน ส่วนเรื่องงานแต่ง เอาไว้น้ากลับมาจากต่างประเทศค่อยแต่งค่อยจัด ได้ไหมคชา”    ทุกอย่างประดังไปที่คชาแทน แต่จะไม่ถามสาวน้อยที่นั่งอกสั่นอยู่ตรงนี้หน่อยหรือ

“ผมจะทำให้คุณน้าสบายใจครับ”

มีนามองหน้าคชา  รับปากง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?  จะปฏิเสธอะไรไม่เป็นรึไง

“แม่.. มินไม่แต่ง มินมีคนที่ชอบแม่ก็รู้นี่คะ”    เด็กสาวหันไปโต้แย้ง

“ชอบ แต่ไม่กล้าสารภาพ ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับแม่”     เธอสวนทางลูกสาว เมื่อคิดไว้แล้ว ถ้ามีนาไม่ทำตาม เป็นไปไม่ได้

“งั้นเปิดเทอมนี้มินจะสารภาพ นะคะแม่ อย่าคลุมถุงชนมินอย่างนี้สิ”     เด็กสาวเอ่ยเสียงออดอ้อน สีหน้าดูน่าเอ็นดูขึ้นเยอะเลย เธอพยายามบีบนวดเพื่อนอ้อนวอน  "นะ..นะ...นะคะ"

อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าเวลาคุยกับเขา เธอถึงได้พูดเสียงหวานเจื้อยแจ้ว ยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทองร้อง คชายืนมองเธอก็ยิ้มเบา

“งั้นแม่ไม่ไป ตายมันอยู่อย่างนี้แหละลูกสาวคงไม่อยากให้อยู่ด้วยนาน ๆ”    ปวีนาพูดแล้วเชิดหน้าเง้างอน เล่นเอาเด็กสาวหน้าเหวออ้าปากค้าง

ทำไม… หยอดไม่ได้ อ้อนไม่ได้ ให้ไปด้วยไม่ได้ จะอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ มีนาเงียบลง นึกคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน และเหลือบมองคชายืนอยู่ปลายเตียง ดูสบายอารมณ์จังเลยนะ ไอ้สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนนั่นมันอะไร ไม่เข้าใจจริง ๆ

คชาเหลือบตาไปเจอะกับสายตาที่ดูว่าเด็กสาวกำลังมองเขาแล้วคิดอะไรอยู่ สายตาจ้องเขม็ง เหมือนกำลังจะถามเป็นนัย ๆ ว่าจะรับปากทำไมเพื่ออะไร

ยัยนี่กำลังทุกข์ร้อน แตกต่างจากอ้อนแม่มากมาย จะทำสายตาให้มันดี ๆ ไม่ได้รึไง แววตาเหมือนแมวถูกจับอาบนํ้า  “อะไร”    คชาถามพร้อมเปรยยิ้มกวนประสาท

“เปล่านี่ ทำไม อยากแต่งเหรอเอางั้นก็ได้”  จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร  มีนาตอบอย่างเอื่อยเฉื่อย

เหมือนกำลังถูกอาฆาตพยาบาท เคียดแค้น เป็นเหมือนวิญญาณที่ตายตาไม่หลับ..  คชาเองก็สบมองเธออย่างนั้น ความเงียบครอบงำในห้องจนรู้สึกน่าหวาดผวา ปวีนาจึงปลุกเสียงตนเองขึ้นกับเนียม

“ออกไปเรียกคุณสำโรงเข้ามาได้แล้ว คงจะรอนานแล้ว”

“ค่ะ.. คุณผู้หญิง”

ชุมชนเหรอ? สำโรง?

มีนาลุกจากเก้าอี้ คิดว่าน่าจะเป็นแขกที่มาเยี่ยม เธอมายืนข้าง ๆ คชา แล้วถอนหายใจใส่

พอคนที่เนียมเรียกเข้ามา ทำเอาหนุ่มสาวทั้งสองอึ้งไปพร้อม ๆ กัน มีนาขยับเข้าหาคชาแล้วกระซิบ    “อย่าบอกนะ ว่าคุณอยู่ในแผนครั้งนี้”

“ไม่รู้สักนิด เคยเห็นใช่ไหม คิดอย่างไรต้องได้อย่างนั้น”

ปวีนาเริ่มหน้าบาน ฉีกยิ้มอย่างคนชนะมาอย่างเหนือเมฆ เธอหันมาด้านหน้าบอกเด็กทั้งสองคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง   “เอาล่ะ มาเขียนใบทะเบียนสมรสสิลูก”     แล้วก็หันไปหาหมอว่า “เอาล่ะค่ะคุณหมอ หลังจากเด็กสองคนนี้เขียนอะไรแล้ว ฉันเองก็พร้อมค่ะ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวหมดจะไปจัดการให้นะครับ”

แม่นะ..แม่… เรียกนายทะเบียนไว้ด้วย… คิดเอาไว้ แล้วสินะ ตามไม่เคยทันเลย.. เอาใหญ่เลย เอาที่สบายใจ..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha