(จบ)เมียซ่อน🔞(หื่น+มุ้งมิ้ง)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : แม่ของลูก1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อย่าทิ้งความรู้สึกนี้ไปจากความคิด มันจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร

รอยจูบบางเบานี้กลับทำให้หัวใจพองอย่างประหลาด จากที่เคยหายใจลำบากต้องถอนหายใจอยู่เป็นช่วงๆ ตอนนี้กลับโล่งขึ้นอย่างชัดเจน ฝ่ามือที่ประคองใบหน้านี้ทำไมถึงรู้สึกโหยหา แต่ว่ากลับเข้าใกล้กว่านี้มากไม่ได้ ‘อาจารย์’  ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

ฝ่ามือคชาวางแหมะลงศีรษะมีนาคล้ายกำลังปลอบ ไม่นานก็หันหลังให้เธอและบอกว่า “กลับได้แล้ว”

ขณะที่เดินห่างไปเรื่อยๆ   ได้ยินคำนั้นเด็กสาวกลับยืนนิ่งไม่ยอมขยับตาม ยังไม่ไหวจะเคลียร์ “มินยังไม่พร้อมจะเจอหน้าใคร”

เธอบอกแล้วหันตัวกลับไปนั่งลง ท่าทางง่อนแง่น มองทอดสายตาผ่านทะเลผืนใหญ่สีดำ มีแสงไฟจากเรือประมงไกลๆเห็นได้ชัดเจน

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจแล้วนั่งลงข้างกายเด็กสาว พลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้าในท่าขัดสมาธิ    “เห็นดิ้นรนอยากจะมานี่ มินกำลังหนีปัญหานะ อีกอย่างไม่เข้าใจอะไรกันก็เปิดอกคุยกัน ต้องปรับทัศน์คติ ไม่ใช่เดินออกมาอย่างนี้”

มีนายิ้มเบา แววตาเมื่อยล้า….   “มินถูกถามว่าทำไมเหมือนมีลับลมคมใน มีอะไรไม่เล่าให้เพื่อนฟัง สาดูมินออก แต่มินบอกไม่ได้ หลายอย่างที่เหมือนว่าจะเอาภาระที่ไม่จำเป็นไปโยนให้ใครรู้เพิ่ม”  เด็กสาวถอนหายใจยาวหลุบตามองตํ่า  “มันเป็นสิ่งที่คนอื่นเข้าใจยาก แม้กระทั่งตัวมินเองยังให้คำตอบไม่ได้เลยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นยังไง มินรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง มาเข้าใจอะไรได้ชัดก็เมื่อมินทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย ปากบอกอย่างแต่กลับทำอีกอย่าง ดึงรั้งคนนั้นเอาไว้ สุดท้ายกลับปล่อยทิ้ง มินทำอะไรไม่ถูก”  เด็กสาวขมวดคิ้ว นิ่วหน้าแล้วซุกลงหัวเข่าตัวเอง อยากหลบจากทุกอย่าง “ตอนนี้จึงยังไม่อยากคุยกับใคร”

คชาเงียบไปพักหนึ่ง รับลมมากระทบพัดเอาสรรพเสียงหายไป เส้นผมเธอพริ้วไหว แต่ท้ายที่สุดก็เอ่ยขึ้นกับเธอ…..    “เป็นเพื่อนกันไม่ใช่วันเดียว จะเป็นไปตลอดชีวิต คิดมากทำไม เธอมีคำว่าเพื่อนไว้สังสรรค์เฮฮาชวนกันไปทางที่เสียเท่านั้นเหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นเพื่อนมินคงไม่มาถามความรู้สึกหรอก”

เด็กสาวได้ฟังประโยคนี้ก็ตะลึงพักหนึ่ง เอาคำพูดมานึกคิดให้ดีอีกรอบ เด็กสาวคลี่ยิ้มบางแล้วเชิดหน้ามองฟ้า สูดลมหายใจเข้าปอดให้ใจผ่อนคลาย มีนาผุดลุกขึ้น แต่ไม่ทันคชาอยู่ดี

เขาเดินนำไปพลางส่งเสียงกลับมา  “ตามมาสิ เดี๋ยวจับกดตรงนี้ไม่รู้ด้วยนะ”

มีนาได้แต่อ้าปากพะงาบ แยกเขี้ยวบนโขดหินคนเดียว อยากเถียงก่นว่าแต่คชากลับละไปไกลพอควร ได้แต่กลืนคำพูดลงท้อง วิ่งตามแล้วผลักผู้ชายชอบหยอดคำพูด สรรหาคำมาสะกิดต่อมประสาทให้ทำงาน

คชาเดินมาส่งเธอที่หน้าโรงแรม อ้นคอยอยู่ก็วิ่งปรี่เข้ามาแล้วยกมือไหว้  “ขอบคุณครับอาจารย์ที่ช่วยคุยกับมินให้”

“อืม..”  คชาตอบแล้วมองไปที่มีนา “ไปคุยเถอะ เดี๋ยวหมดสนุกกันพอดี ชีวิตวัยรุ่น มันสั้นหาช่วงเวลามีค่าให้น่าจดจำดีกว่า”

มีนาพยักหน้ารับแล้วยิ้มบางเบา


มีนาเดินมาในห้องก็เห็นริสากับนราวิชญ์อยู่กันครบ เธอยังกล้าๆกลัวๆที่จะเริ่มต้นธวัชชัยดันหลังเธอช่วยเสริมพลังให้มีนากล้าอีกแรง

บานประตูงับลงมีนาจึงรวบรวมความกล้ามุ่งมั่นเปล่งเสียง  “มินอยากขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง มินไม่ได้ตั้งใจตีตัวออกห่างทุกคน แต่มินจะเล่าบางส่วนที่พอบอกได้ให้ฟัง แต่บางอย่าง …”

มีนาเงียบลงคล้ายว่าลังเลจะกล่าว ริสาจึงเดินเข้ามากอด และตบหลังมีนาเบามือซํ้าๆ  “เอางั้นก็ได้ ตามที่แกจะเล่าเราจะฟัง”

มีนาเริ่มเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟัง

บ้านหลังใหญ่โตที่อยู่มาแต่เล็ก มันมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหาย แม้ไม่เข้าใจว่าเหตุคนที่เธอเรียกว่าพ่อ ถึงได้ไม่เคยอุ้มชู ปัญหานี้ไม่เคยคิดได้ตก ไม่เข้าใจแต่ทำอะไรไม่ได้ คำอธิบายไม่แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วมีนาเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมีคนเกลียดชังเธอนัก ทำเหมือนเธอไม่ใช่คนในครอบครัว และคนที่เกลียดเธอเข้าไส้ กลับเป็นคนที่เธออยากได้ความห่วงหาอาทรและเอ็นดูมากที่สุด ทว่า...กลับถูกพ่อผลักไส ใส่คำร้ายลดความเป็นคนลง ให้กลายเป็นจะส่งมอบสิ่งที่เรียกกว่าบำเรอให้แทน ‘อยากได้ความรักความเอ็นดูต้องบำเรอเท่านั้น’ ไม่เคยคิดว่าจะได้คำนี้มาตอกลงใจ ให้มันเจ็บลึกและหวาดกลัวและโดดเดี่ยว ทำได้แต่เพียงก้าวเท้าหนีออกมาจากบ้าน

มีหนึ่งคนที่รักเธอกว่าใคร มีนาไม่สงสัยว่าทำไมถึงไม่เกลียดเธอ ปวีนาปลอบโยนเธอทุกอย่าง ไม่เคยปล่อยมือที่เคยประคองมาตั้งแต่เด็ก แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจให้ชีวิตได้อยู่สุข ปวีนาต้องไปอยู่ไกลตัวไม่สามารถปกป้องได้อีก มีนาอายุน้อยก็จริงแต่ตัวเล็กจะทำอะไรได้ จึงยื่นมือช่วยเธอให้พ้นออกจากคนที่ไม่หวังดี ประทับชื่อลงกระดาษแผ่นหนึ่งฝากฝังเด็กสาวเอาไว้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ไว้เป็นสิ่งคุ้มภัย

ยามได้ฟังแล้วก็พากันเงียบกริบลง เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถึงเธอจะไม่บอกว่าคนที่มีชื่ออยู่ในกระดาษเป็นใครแต่จะถามต่อไม่ได้ เอาพอรู้คร่าวๆพอ

นราวิชญ์กลืนก้อนความเสียใจลงคอ แต่กลับไม่ไหลลงท้อง ไปจุกอยู่ระหว่างกลางอกจนแทบหายใจไม่ออก แต่จะซํ้าเติมก็เป็นเรื่องไม่เข้าท่า นราวิชญ์ได้เพียงเอ่ยปลอบใจเธอก่อน  “วิชเข้าใจแล้ว วิชจะไม่ทำอย่างนั้นอีก ต่อไปนี้เราก็เป็นเพื่อนกัน ดีที่ความสัมพันเราไม่ไปไกลเท่าไหร่ พอรับได้ แต่วิชจะบอกบางอย่างไว้ ถ้ามินร้องไห้เพราะคนๆนั้น วิชจะดึงมินกลับมาเอง”

มีนายิ้มเจื่อน พลางพยักหน้ารับคำ จะบอกว่าอย่างไรได้ ร้องไห้เหรอ เธอกลั้นนํ้าตาเรื่องต่างๆมามากมายกลายเป็นคำว่าชิน แน่ใจว่าเธอจะร้องไห้ได้ยังไง



เสียงแผดกรีดร้องดังกึกก้องจนจะทั่วทั้งอาคารโรงพยาบาล

ช่างเจ็บแค้นใจนัก เนสราตื่นขึ้นมาก็ได้พูดคุยกับคนที่พาเธอมาส่งที่นี่ ร่างกายไม่หายดีก็กรีดร้องทั้งนํ้าตา จนพยาบาลต้องเข้ามาเพื่อช่วยกันข่มอารมณ์เธอให้ลง แต่เธอดิ้นพล่านกรีดน้องดั่งคนเสียสติ นํ้าตาไหลนอง

เมื่อแม่บ้านนํ้ารองเท้าคู่นั้นมาให้ พอสังเกตดีๆเธอก็รู้ว่าเป็นฝีมือที่จงใจทำ ร่องรอยกาวสีขาวไม่มีรองเท้าที่ไหนจะมาทามาใส่

“กรี๊ดดด!!..... ไอ้องอาจ ไอ้ชั่ว! แกมันนรกส่งมาเกิด!   ฆ่าได้แม้แต่ลูกตัวเองฉันจะฆ่าแก!  ต่อไปนี้จะทำลายให้หมดทุกอย่างที่ขวางทางความสุขของฉัน! จะทำ! จะทำลาย!  กรี๊ดดด!!”   หญิงสาวหมดสภาพความสวยงาม สีหน้าซีดไร้สุขภาพดี ใต้ตาเขียวคลํ้าผมเผ้ากระเซอะกระเซิงพร้อมนํ้าตาไหลอาบแก้ม

พยาบาลยับยังไม่เท่าไหร่เธอก็ดีดดิ้นจะออกไปในสภาพเสื่อมโทรมเพื่อฉะอารมณ์กับนักธุระกิจใหญ่ ท้ายสุดเธอก็ถูกมัดไว้กับโครงเตียง ยาระงับประสาทชนิดหนึ่งกำลังไหลเข้าเส้นเลือด ผ่านสักพักร่างกายก็นิ่งลง ดวงตาบอบชํ้าทางจิตใจค่อยๆหรี่หลับ

เนสราตื่นจากหลับไหล เมื่อได้ยินเสียงหมอกับพยาบาลคุยกันอยู่ข้างๆ

“คนไข้ยังคุ้มคลั่งอยู่สินะ เธอไม่มีญาติมาหาบ้างเหรอ”   หมอเอ่ยถามพยาบาลที่อยู่อธิบายเกี่ยวกับอาการและรายงานผลคนไข้

“ไม่มีค่ะ แม้แต่เพื่อนยังไม่เห็นมา”

เนสราเป็นคนหัวไว ได้ยินประโยคสนทนาพอจึงนึกอะไรได้ ชีวิตเธอเฝ้าฝันหาสิ่งที่ดีกว่าแต่เทียบแล้วมีคนหนึ่งที่ดีกว่าใคร ยามเจ็บยามไข้ไม่เคยห่าง เธอรู้สติครบ พิจารณาตัวเองตอนนี้คงไม่มีทางทำอะไรองอาจได้ อันดับแรกต้องหาหนทางให้ตัวเองได้อยู่รอด

เธอพยายามพูดกับพยาบาลและหมอ ให้รู้ว่าเธอมีสติดีครบถ้วน   “เรื่องญาติหรือก็มีค่ะ แต่ฉันตกใจเรื่องลูก เลยไม่มีใครแจ้งข่าวให้พวกเขารู้”

เธอมองหากระเป๋าตัวเอง พอเห็นว่าอยู่ตู้หัวเตียง จากนั้นก็พูดกับพยาบาล  “รบกวนคุณพยาบาล ช่วยกดหารายชื่อสุรเชษฐ์ให้ได้ไหมคะ แล้วกรุณาฝากแจ้งข่าวด้วย”   เธอเหยียดยิ้มแล้วค่อยหันไปคุยกับหมอ


ก่อนจะกลับไปในกรุงเทพพรุ่งนี้ เป็นช่วงเวลาช่างแสนสงบ คชานอนทอดตัวอาบแดดกลางหาด พร้อมเปลพับ ใบหน้าสวมแว่นกันแดดสีดำ สอดแขนอีกข้างหนุนศีรษะอย่างสบาย

“อาจารย์ไม่กลับง่ายเหรอครับ”  เสียงธวัชชัยเอ่ยทักท้วง พร้อมกับยืนแบกห่วงยางพร้อมลงนํ้า

คชาถอดแว่นตาออกมองรอบๆ  “พวกเธอกล้ามากไล่ครูกลับบ้าน”

“นั่นดิอ้น ไปลงนํ้า”   นราวิชญ์กอดคอแล้วลากเพื่อนไป

แต่เด็กหนุ่มลอดออกจากแขนนราวิชญ์แล้วนั่งเปลข้างคชา “ช่วงเวลาสุขสันต์แก่สายตา เล่นนํ้าก็อดดิ”

คชามองขึ้นดูมีนาแล้วพินิจสภาพเสื้อผ้าอยู่ครู่หนึ่ง “มองอะไรคะ”

คชาเหยียดยิ้มพูดกวน  “เปล่ามีอะไรให้น่ามอง สภาพอย่างกับออกไปเผชิญขั้วโลก หรือไม่งั้นก็เตรียมตัวจะย้อนไปสมัยอโยธยาประมาณนี้ แม่หญิง...”

สายตาไล่ระดับเธอสวมเสื่อแขนยาวรูดซิปจนถึงต้นคอ ทั้งยั้งสวมกางเกงวอร์มยาวสีดำ มีนาได้แต่เม้มริมฝีปากสาดสายตาราวผีสาวเคียดแค้น

“นํ้าหวานเย็นๆมาแล้วค่ะ”   ริสาถือถาดนํ้าหลายแก้วครบทุกคนมาเสริฟวาง

คชาหยิบมาดูดพร้อมมืออีกข้างยื่นขวดครีมอย่างหนึ่งให้เด็กสาว เธอขมวดคิ้วรับไว้ “ให้มาทำไมคะ”

คชาชี้ลงหลังบริเวณไหล่ บอกใบ้ให้เธอทาให้ เด็กสาวมองตาขวางแล้วบีบใส่ฝ่ามือแล้วถูลงหัวไหล่ให้อาจารย์หนุ่ม

ระหว่างมีนานวดเฟ้นคล้ายกำลังหมั่นไส้คชาที่สุด ที่อยู่ในชุดนี้เพราะเขาไม่ใช่หรือไง คิดแล้วมันแค้นอยากคั้นให้ตายคามือ

ร่างอวบทรวดทรงสะบึมผ่านตา เดินกรีดกรายเอวอรชรงดงามบีกินี่สีขาวสะอาดตาลายสวยเผยผิวสว่าง ธวัชชัยกระตุกมุมปาก ทำปากอ้าค้างตะลึงผู้หญิงหุ่นแม่พันธ์เดินผ่าน พลางยกมือตบสะกิดขาคชาให้ดู นราวิชญ์เองก็พลอยมองตามไปด้วย ตามวิสัยของผู้ชาย

“ว้าว…. หุ่นสุดยอดไปเลย”  ธวัชชัยหันคอตามเธอไปจนสุดตาเบิกตากว้างแทบจะถลนออกนอกเบ้า

คชาเองก็มองตามไปเหมือนกัน เหมือนต้องมนต์สะกด พอดีที่มีคนมาเห็นดีเห็นงามด้วยจึงพูดเข้าข้างธวัชชัย  “นั่นสิ”

“สะโพกสุดยอดเลยนะครับ”   นราวิชญ์ตาละห้อยคล้อยตาม

“เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกไหมครับอาจารย์”   ธวัชชัยถามต่อ

“อืม..”  คชาเองก็มองตามไปจนสุดสายตา มีนากระตุกคิ้วหงึกๆ มือที่กำลังทาครีมกันแดดให้คชา ไล้ขึ้นมาคอชายหนุ่มไม่รู้ตัว ทันใดนั้นคอคชาถูกหักให้หันขวับกลับมาดังแกร่ก!   “โอ้ย!  อะไรมีนาเจ็บ”   คชาทักท้วงตกใจวูบใหญ่

“ขอโทษ มินลืมไปว่าทาครีมกันแดดไม่ได้นวด พอดีคุ้นชินที่เคยนวดให้แม่ เลยเผลอนึกว่าอาจารย์คอเคล็ด เลยดัดกลับมาเท่านั้น”  เธอเอ่ยแล้วตาเขี้ยวปั๊ดใส่ แล้ววางฝ่ามือลงบีบไหล่อย่างแรง  “เจ็บ!  เบาๆ ทาครีม ไม่ใช่คั้นเนื้อทำแหนม!”   มีนายกมือแล้วตะปบลงไหล่กว้างอีกครั้งดัง เพี๊ยะ! คชาร้อง ‘โอ้ย!’ แล้วรีบห่อไหล่ เหลียวมองมีนาที่ยิ้มมาคล้ายกับคชากำลังถูกหมั่นไส้

...  ….ดูยังไงยัยนี่ก็ดัดคอหนีจากผู้หญิงนั้น แต่ไอ้รอยยิ้มไม่ประสีประสานี่มันน่านัก

‘หึงเหรอ’  คชาขยับปากไม่ออกเสียง มีนาอ่านออกก็อ้าปากค้าง ขัดใจกวนประสาท ใครหึง..

เธอรีบพูดดัก “คิดเองเออเอง มโนเก่งมาก!”   เด็กสาวเชิดคอเชิดจมูก ดูแล้วก็เดาได้ไม่ผิด

…   หึงแน่ๆ…

มีนาสบถเดินไปด้านหน้าคชาแล้วจัดการขุดหลุมทรายราวๆสิบนาที จนเป็นความกว้างระหว่างตัวคน

“ร้อนเล่นนํ้าดีกว่า”  ริสาลุกขึ้นแล้วหยิบห่วงลากธวัชชัยลงทะเล

มีนาเงยหน้ามาหานราวิชญ์ที่นั่งมองนั่นนี่ไปพลาง  “วิชลงนํ้าไปเลยนะ ฝั่งศพแป๊บ”   คชาได้ฟังก็ขมวดคิ้วงง

อะไร? ศพ?

พอนราวิชญ์ยิ้มรับแล้วเดินจากไปมีนายื่นมือมาหาคชาแล้วยิ้มหวาน “พี่ชา พอกดินเถอะค่ะ มินจะกลบทรายให้ ร้อนนะคะถูกดินแล้วจะเย็น”

คชายิ้มแล้วตอบ  “ไม่..”

มีนาหุบยิ้มทำหน้ากระเง้ากระงอด นั่งลงเขี่ยดิน  “มินอุตส่าห์ทำให้ พี่ชากลับบอกว่าไม่ เหนื่อยจังเลย อุตส่าห์หาเพื่อนเล่นนะเนี่ย อีกอย่างมินมาชุดนี้ ลงเล่นนํ้าไม่ได้ พี่ชายังปล่อยมินเหงาอีก”

เด็กสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ คชาพูดไม่ออกจุกลึกในลำคอ พอดูดีๆแล้วเธอก็ใส่มิดชิดจริงๆ จะไม่เล่นด้วยก็บอกว่าเหงา เหมือนมีดทิ่มแทงใจดำ ที่กล้าปล่อยให้เธอเหงา คชาถอนหายใจลุกขึ้นแล้วหย่อนตัวนั่งลงหลุมทราย

เด็กสาวผลักคชาลงนอนฉีกยิ้มระรื่น แล้วทำการดันทรายกลบตัว คชารู้สึกว่าหลุมลึกไปจึงทักท้วง  “มินลึกไปนะ ถมเสร็จแล้วรู้สึกลุกยาก จะฝั่งสามีเหรอจ๊ะ”

คชาหยอดไปทีหนึ่ง แต่มีนายิ้มกว้างกว่าเดิม “ใช่ค่ะ ฝังพี่ชา ที่ลึกๆเนี่ย เพื่อกันไม่ให้ลุกได้ เอาล่ะค่ะ ฝังดินแล้ว ได้เวลาไปเล่นนํ้าซะที”

รอยยิ้มเด็กสาวราวได้แกล้งคืนสมใจอยาก ลุกขึ้นปัดฝุ่นจากมือ แปะ แปะ  จากนั้นเธอถอดเสื้อกันหนาวออกแล้วกางเกงขายาวสีดำ ที่แท้ก็สวมชุดว่ายนํ้าเอาไว้ แต่มันก็โชว์ขาอ่อนอยู่ดี

“มีนา!”   คชาส่งเสียงดังราวจะขู่ให้เธอกลัว

แต่เธอทำหน้าเป๋อเหลอแล้วผายมือยักไหล่  “พี่ชามองสาวไปสิ มินจะแก้ผ้าเล่นนํ้า ถึงจะไม่ใส่บีกินี่เพราะพี่ก็เถอะ แต่..มินก็มีชุดมาแล้ว”

มีนาหย่อนตัวนั่งแล้วจิ้มนิ้วชี้ลงหว่างคิ้วคชา ที่ขมวดแน่นดันลงกับพื้น เธอก็ยังฉีกยิ้มชัยชนะอยู่ดี “อยู่นิ่งๆ วันนี้พี่ชาต้องเป็นเด็กดีนะคะ”

ว่าจบเธอก็ลุกพรวดหันหลังแล้วลงไปเล่นนํ้า คชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แยกเขี้ยวบ่นคนเดียว  “ได้แก้ผ้าสมใจแน่”

หน็อย! กล้าวางแผนไว้ล่วงหน้า ยัยเด็กแสบ….

🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha