(จบ)เมียซ่อน🔞(หื่น+มุ้งมิ้ง)

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 19 : สงสัย (คำตอบที่กวนใจ)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อ้นลูบหน้าไล่ละอองนํ้าออก จากนั้นเพื่อนสาวอย่างริสารีบหยิบทิชชู่มาซับให้ พลางบ่นยาวให้มีนาไป เด็กสาวมองหน้าคชาทั้งงุนงงอยู่ จะมาถามอะไรกันเวลากินข้าวกันนะ หัวใจเต้นแรงหวาดกลัวผลกระทบ

“ไม่เป็นไรหรอกสา เราพูดขึ้นก่อนเอง มินเลยตกใจ อย่าไปว่ามินเลย”   อ้นรับผิดต่อคำพูด ความจริงเขาไม่ควรถามเธอในขณะนี้ด้วยซํ้า อ้นหยิบทิชชู่มาซับเพิ่มเติม

มีนาสายตาเย็นเฉียบลง ไม่ใช่แค่คชาไม่อยากให้คนอื่นรู้ เธอเองก็เช่นกัน จะถูกด่าถูกว่าจากคนรอบข้างแค่ไหน หากเธอถูกพูดให้ว่าเป็นฝ่ายยั่วครูจะเป็นอย่างไร คชาอาจจะเดือดร้อนเพราะปากไอ้หมอนี่ก็เป็นได้ มีนาดึงแขนธวัชชัยและหันหน้าไปขอโทษขอโพยทุกคน และกระชากเด็กหนุ่มตามเธอไป

เมื่อลับตาคนเด็กสาวเปิดประเด็น  “รู้มากขนาดไหน”

“แค่เดา พอดีว่า… เห็นอาจารย์วิ่งออกไปเลยคิดว่าเขาน่าจะเห็นมิน ฉันเลยตามไป ทีแรกก็วิ่งวุ่นหาเธอแต่ไม่นานก็ตรงดิ่งไปและเจอเธอ ครั้งแรกก็คิดว่าแปลกดีที่อาจารย์หาเธอได้ เลยรอเตรียมตัวจะเข้าไปช่วยพูด…”  ธวัชชัยเงียบพักหนึ่ง ก็หายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่   “แต่อยู่ๆ เธอก็โผกอดครู ไม่ได้ยินหรอกว่าพูดอะไร กลับเป็นอาจารย์ที่กอดเธอกลับ นึกว่าจะปลอบใจ … กลับจูบซะงั้น”   ธวัชชัยเมินหน้ามองทางอื่น

“ปะ..เป็นมุมต่างหาก ไม่มี...อะไรนอกจากนั้น”  มีนายังดื้อดึงเปลี่ยนเป็นคัดค้าน ยืนกรานคำพูดตัวเองใหม่

“อย่าปิดบังเลยมิน ปิดใครปิดได้แต่ปิดฉันไม่ได้ ไม่ใช่มุมที่เห็นหรอก คำพูดช่วงหนึ่งฉันได้ยิน อาจารย์ชอบเย้าแหย่เธอมันชัดเจน”   ธวัชชัยเหลียวกลับมาอย่างจริงจังจัง  “ก็นึกว่าเธอจะอธิบายในสิ่งนี้ให้ทุกคนรู้ แต่ก็อุบไว้จนวินาทีสุดท้าย”

มีนาก้าวเท้ามาหนึ่งก้าว กำคอเสื้อธวัชชัย คิ้วขมวดแน่นคล้ายคนเจ็บปวด สีหน้าราวกับคนกำลังขอร้อง   “มินมีเหตุมีผล เพราะงั้น ช่วยปิดต่อไปเถอะนะ ไม่งั้น”   มีนาอยากพูด ต่อถ้าพูดไป จะเหมือนกับคนเห็นแก่ตัว

“อาจารย์กับเธอจะเดือดร้อน...สินะ”

มีนาพยักหน้า เม้มริมฝีปากเข้ากันแน่น จนแทบจะชํ้าก็ว่าได้ เธอมีแต่ความกังวลไปหมด เด็กหนุ่มถอนหายใจแรงและถามมีนาอีกประโยค  “ปิดริสาด้วยเหรอ สาห่วงเธอมากเลยนะ”

“รู้...รู้ดี แต่ เรื่องนี้ไม่ใช่มีมินคนเดียวนะ”  เด็กสาวหลุบตาลงต่ำ

“เอางั้นก็ได้ แต่เราเป็นเพื่อนกันเพราะอย่างนั้น ต่อไปถ้ามีปัญหาต้องคุยกับฉัน”

มีนาพยักหน้ารับปาก เรื่องนี้เข้าใจดีแล้ว  เธอยังคงทำตัวปกติ ไม่มีแววส่อเค้าถึงสามีจะมาอยู่ข้างมีนาตลอดเวลา เมื่อว่าได้รับปากไปแล้วต้องปิดต่อไป สัญญาเป็นสัญญา

ก่อนจะกลับก็ต้องแวะร้านของฝาก เลือกหาของจะไปเก็บเป็นที่ระลึก หลายคนต่างความต้องการ หยิบนั่นเลือกนี่ตามประสาคนชอบเห็นต่าง มีนาเดินหาของถูกใจยังไม่มี เดินไปช่องไหนแผงไหนก็มีคำติดบนสิ่งของเหล่านั้นไปหมด เธอหยิบเสื้อขึ้นตัวหนึ่ง

“น่าจะพิมพ์ลายลงให้เด่นไปเลยเนอะ อย่างเช่น มาเสม็ด เสร็จทุกราย”  ธวัชชัยยื่นปากมาใกล้ แซวเรื่องทั่วไปตามประสาคนปากพล่อย

มีนายิ้มแย้มให้แล้วหันไปคุยกับแม่ค้า  “เอาตัวนี้ค่ะ”   เธอจ่ายค่าข้าวของเสร็จก็รวบเสื้อต้วนั้นมากำแน่น แล้วฟาดผ่ากลางศรีษะอ้นจนมึนและแสบวาบ   “ชื่อเขาดีๆ เรียกงั้นงี้ไป แกสิเสร็จ จะฟาดให้หายบ้าเลย”

อ้นอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก แซวหน่อยก็ไม่ได้...

หลังจากได้ของฝากสุดแจ่มแล้วถึงเวลากลับ มีนาขอแยกตัวกลับคนละทาง เพราะคชากำชับไว้ให้เธอกลับไปพร้อมกัน จะกล่าวอ้างพ่อแม่ริสาว่าอย่างไรดี นอกเสียจากบอกว่าพ่อให้กลับไปพร้อมกัน พอมาเล่าให้คชาฟังระหว่างทาง ชายหนุ่มและเธอกำลังเดินเพื่อจะขึ้นรถ คชาหันมาบอกเธอ   “พ่อบ้านเธอสิ”

“จะให้มินบอกยังไง ให้บอกว่าสามีจะพากลับบ้าน...เหรอคะ แห่กันมาดูทั้งคันรถแน่”

คชาได้ยินแว่วๆว่าสามีรอยยิ้มเกิดประดับบนใบหน้า มีนาสังเกตเห็นท่าทางประหลาดอย่างก็อดถามไม่ได้  “ยิ้มอะไรคะ”

“แปลกนะ” คชากระเถิบมาใกล้และโอบไหล่เธอ “เรียกพี่ว่าสามี ตื้นตันใจ”

“น่าจะเรียกว่าหื่นมากกว่าคำไหน ดูยังไงก็หื่น”   เมื่อมีนาบอกจบก็สะบัดหน้าหนี แต่คชารีบดึงปลายเสื้อเอาไว้ ร่างเด็กชะงักพลันถอยเซตามแรงดึง เธอหันขวับมาดุ  “จะดึงทำไมโถ่”

คชาชี้ไปลานจอดรถ  “รถอยู่โน่น เธอคงไม่คิดว่าพี่จะพาขึ้นรถสาธารณะหรอกใช่ไหม”

เด็กสาวเออออห่อหมกตามก็เดินนำลิ่ว รถจอดมากมายเธอจะรู้ได้อย่างไรว่าคันไหน แต่เท่าที่ดูและคิดนึก มีนาพบรถกระบะเก่าคันหนึ่งแล้วเดินไป

“ไม่ใช่คันนั้น”  คชาหน่ายเธอที่คิดอะไรแผลกแปลกไปหมด แทนที่จะเดินไปหารถคันที่หรูหรากลับเดินไปหาคันเก่าคันนึง เหลือทนคชาเอี้ยวแขนแกร่งสอดเข้าเอวคอดยกตัวเธอเดินมาที่รถเก๋งคันหนึ่ง  ถึงจะแผดเสียงตกใจ แต่พอดึงมาได้ก็ดันเธอไปรถคันสวยใหม่เอี่ยม น่าตกใจกว่าชายหนุ่มอุ้มเธอด้วยแขนเดียวเสียอีก

มีนาเบิกตาโต ครั่นสงสัย รถเช่า?  ใหม่เอี่ยมขนาดนี้เลยเหรอ? แต่รถเช่าก็แพง…. หรือว่าได้เงินเดือนมาดาวน์รถ?

ใบหน้าหน้าเธอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม คชามองดูเด็กสาวหลับตาปริบๆมองไปมองมาในรถคันนี้ ดูระคนครุ่นคิดสงสัย

“ไม่ต้องคิด พอดีเพื่อนรวยเลยยืมรถเท่านั้น คิดออกไปดวงจันทร์เหรอไง”

เด็กสาวเงียบลงแต่ก็ยังคิดอยู่ตลอดทาง พี่ชาเป็นใคร?  มีเพื่อนรวย คำตอบอย่างนี้ มันใช่ของที่จะมายืมกันง่ายๆได้อย่างไร อีกทั้งยังคันใหม่เอี่ยมไม่พอ คันนี้ระดับหลักล้าน มือเล็กเรียวยกขึ้นจับปลายคางตัว ไม่มองทางทั้งยังกลอกตาไปมาเงียบๆ

แค่มีเพื่อนรวยก็ยืมรถได้ง่ายเหรอ? ใช่เหรอ?    ความสงสัยยังมีไปตลอดทาง


เนสราแหงนหน้ามองเพดาน คิดเรื่องต่างๆนานาไปมาอยู่พักใหญ่

ทว่าสุรเชษฐ์ถือตะกร้าของเยี่ยมเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ทำให้เธอหลุดจากการใคร่คิดตรึกตรองลง เนสราเห็นก็จะลุกนั่ง ชายหนุ่มรีบยกมือปรามห้าม “ไม่ต้องหรอกเนส ไม่สบาย เดี๋ยวหายช้า”

“ขอบใจ”  เธอยิ้มบางเบา ดวงตาอ่อนลงทันที

“เป็นไงบ้าง หมอว่าไง”   คำถามเป็นห่วงเป็นใยเอ่ยพร้อมดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง

เนสราถอนหายใจยาว ประดับรอยยิ้มขึ้นแต่ยังบ่งบอกว่าเธอกำลังอมทุกข์   “เนส...เสียลูกไปแล้ว พ่อเขาเป็นคนทำลาย”

เธอยกมือห่อใบหน้าหลั่งหยาดนํ้าตาหล่นลงหางตา สุรเชษฐ์เห็นแล้วก็เวทนายิ่ง เธอยังบอกต่อ  “เนสคิดว่า..ถ้ามีลูกอยู่ เนสคงไม่ต้องตามหารักแท้อีกแล้ว.. แค่มีลูก เนสก็ไม่ต้องการอะไรอีก แต่ว่า…   เนสสูญเสีย เนสไม่เหลืออะไร เนสอยากตาย”

สุรเชษฐ์ยื่นมือไปแตะไหล่เบาๆ และบอกปลอบโยนเธอ  “ผมอีกคนที่ยังมีพอให้เนสเหลือ เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเนสอยู่กับคชา เราสามคนยังมีกันด้วยความสุขนะ เพราะงั้นไม่ใช่เนสไม่มีใคร ผมคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนเนส”

เนสราวางมือจากการร้องไห้ มองเพื่อนชายด้วยความซาบซึ้ง เธอยิ้มทั้งนํ้าตา  “ขอบใจนะเชษฐ์ เนสดีใจที่สุด”

ทันทีหน้าเธอก็หมองลงอีกครั้ง  “เนสทิ้งชาเพราะคิดว่ายังมีคนรักเนสเหมือนชาบ้าง แต่เนสกลับตาบอด ทิ้งชาไป ถึงตอนนี้ ยังเรียกว่ามีกันสามคนอีกเหรอ”  เนสราเว้นช่วง “ชาไม่ให้อภัยเนสได้หรอก ให้คำว่าเพื่อนก็ยังยากแล้ว เนสไม่ดีเกินไปที่ทิ้งชาไป”

เชษฐ์ได้ยินคำสารภาพผิดก็พลอยดีใจแทนคชา เธอคงสำนึกจริงๆ เขาคิดว่าเพื่อนเขายังไม่มีใคร การที่จะนำตัวคชามาหาเนสราอีกครั้งคงจะดีต่อทั้งสองฝ่าย เพราะเนสราก็ไร้คนรักแล้ว

“ผมจะติดต่อคชา แจ้งข่าวเรื่องเนส”

“อย่าเลย ชาได้ยินคงไม่ชอบใจ เนสทำเขาเจ็บ เขาไม่มาหรอก”

สุรเชษฐ์เอ่ยปลอบขวัญ  “เนส เชื่อสิ เนสก็รู้ว่าชามันใจดีขนาดไหน ตอนเนสอยู่กับมัน แม้แต่คำด่าก็ไม่มี มีแต่ทุ่มเท เชื่อสิ คชาคนเดิมไม่ได้ไปไหนหรอก”

หญิงสาวง่อนแง่นลำบากใจหากจะบอกเรื่องของเธอ แต่สุรเชษฐ์กลับยืนกรานอย่างดี

“ขอบใจอีกทีนะเชษฐ์ ถ้าชายกโทษให้ เท่านี้ เนสก็ดีใจแล้ว”

สุรเชษฐ์ยิ้มตอบพร้อมกดมือกดโทรออกหาคชา เขาเดินออกไประเบียงแล้วงับประตูคุย

เนสราเหยียดยิ้ม ดวงตาเป็นประกายพราว เชิดหน้ามองไปเรื่อยเปื่อย พลางนึกถึงคชาที่เธอเคยทำร้าย ก็คิดหาทางหวนคืนไปอีกครั้ง     “คชาคะ มันไม่ยากถ้าเนสอยากจะได้คุณคืน”   เธอกล่าวลอยๆยินดีให้กับตัวเอง อย่างน้อยเนสราก็ได้กำลังหนุนอย่างสุรเชษฐ์แล้ว

ไม่นานนักเพื่อนชายเปิดประตูเข้ามาจากระเบียง เขาฉีกยิ้มออกปลื้มปิติส่วนหนึ่ง  “เนส ผมต้องกลับบ้านก่อน พอดีชามันกลับมาจากเที่ยว ตอนนี้มันกำลังจะถึงบ้านลุงโชติ ผมกลับก่อนนะ”

เนสราได้ยินก็อยากกระโดดออกยากเตียงตามสุรเชษฐ์กลับไปด้วย หากไม่ติดสายน้ำเกลือเป็นตัวถ่วงละก็..

“ฝากความถึงคชาด้วยนะ ขอแค่คชาอย่าโกรธเนสก็พอแล้ว”   รอยยิ้มหวานประดับริมฝีปากซีดของเธอ

สุรเชษฐ์พยักหน้าระคนตื่นเต้นที่ได้เจอเจ้าหนุ่มตะลอนอีกครั้ง



รถเก๋งแล่นเข้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร หลังใหญ่หลังโตในเมืองหลวง

พอคชาจอดรถฉึก กำลังจะปลดเข็มขัดนิรภัย ก็ชะงัก มีนาจ้องเขาตาเป็นมัน คล้ายคนกำลังหาคำตอบจากการกระทำชายหนุ่ม  “มองตลอดทาง… หรือว่าหิวพี่”  คชายียวนกระเถิบตัวเข้าใกล้

เด็กสาวนั่งนิ่งวิเคราะห์คิดไม่ตก   “พี่ชา… เป็นใคร”

“เป็นอาจารย์เธอ เป็นครูที่โรงเรียน”   คชาตอบไม่ตรงประเด็นที่

เธออยากรู้ เธอจึงถามอีก  “ครอบครัวพี่ชาทำอะไร”

“พ่อเป็นชาวไร่ชาวสวน”   คชาตอบเท่านั้นก็ปลดเข็มบัดออกรถ เลี่ยงจะตอบถาม ยิ่งทำให้มีนาสงสัยเข้าไปใหญ่

ชายหนุ่มอ้อมมาอีกฝั่งด้านเธอนั่ง เปิดประตูปลดเข็มขัดดึงเธอออกเบาๆ

“เที่ยวสนุกไหม”   เสียงชายแก่คนหนึ่งเอ่ยถามจากด้านหลัง “เข้าไปดื่มนํ้าเย็นแก้เมื่อยรถก่อนเถอะ”

ชายแก่มองดูมีนา เด็กสาวตามมาด้วยยังดูเป็นเด็กวัยรุ่นเท่านั้น ลุงโชติมองหน้าคชาเสมือนถามเป็นนัยๆ

“นี่นักเรียนจากโรงเรียนที่ผมสอนอยู่ครับ พอดีว่ารถเต็มเพราะของเยอะช่วงขากลับ เลยขอติดรถมา”  คชาตีหน้าซื่อจนมีนาได้ฟังก็รีบเออออตาม

“สวัสดีค่ะ”  มีนารีบยกมือไหว้

ลุงโชติยิ้มทั้งพยักหน้ารับ หันหลังให้แล้วเดินนำเข้าบ้าน

สุรเชษฐ์จอดรถวิ่งตัวปราดเข้าบ้าน ส่งเสียงตะโกนลั่นบ้าน  “ไอ้ชาาาา!”  สุรเชษฐ์กอดคอคชาหมับจนลืมดูคนกำลังยกนํ้าดื่ม  “คิดถึงที่สุดเลย หอมที”

“อย่าทำเชียว! กระทืบลงตรงนี้เลยนะ!”   คชารีบคว้าตัวสุรเชษฐ์ แล้วมุดออกจากช่องว่างพร้อมบอกห้าม

มีนามองดูเงียบๆ  หรือว่าสองคนนี้เคยแบบว่า…?

คชาหันมาหาเด็กสาวราวกับได้ยินความคิด “เธอหยุดคิดเรื่องพรรค์นั้นเลยนะ!”

มีนาหลบตาเงียบ… ตัวอะไรอ่านความคิดเราได้….

“หายเงียบเลยนะชา งานการตัวเองทิ้งให้ฉันเป็นลูกน้องแกเป็นเกือบปี เออแกหล่อขึ้นเยอะเลยว่ะ เป็นพระเอกหนังยังได้เลยนะเนี่ย”  สุรเชษฐ์ท้วง

มีนาเหลียวมามองระคนอยากรู้อยากเห็นตั้งใจจะฟังเต็มที่  แต่พอจะสนใจจริง สุรเชษฐ์กลับพูดไม่ได้ คชาดันควักนํ้าแข็งในแก้ว มือหนึ่งบีบปาก มือหนึ่งยัดปากแทบจะล้วงลงคอ “นํ้าแข็งเย็นไหม อร่อยสิท่า เอาล่ะ พูดมากปากก็ร้อนเงียบๆซะ”

“เล่นอะไรกันคะ”   มีนาทักท้วง

สุรเชษฐ์มองคชาสลับกับมีนาไปมา สงสัยถึงเด็กผู้หญิงน่าตาน่ารักมานั่งในบ้าน รีบคายนํ้าแข็งทิ้งแล้วฉุดคอคชาเข้าไปในหลืบบ้าน   “เด็กแกเหรอ?”

“ไม่ใช่เด็กฉัน..แต่..เป็น…”  คชาลังเลจะบอก ตอนนี้มีนายังไม่ถึงวัยจะต้องยืนยันอย่างนั้น บวกทั้งสถานะภาพเรามันล่อแหลม..   “เป็นนักเรียนที่ฉันสอนอยู่น่ะ เธอขึ้นรถกับเพื่อนไม่ได้เลยติดสอยห้อยรถมา”

“น่ารัก กินเธอกันเถอะ”

คชาดัก “นั่นนักเรียนฉันห้ามแตะ  ถ้าแตะแกตาย”

“โถ่เอ้ย หวงอย่างกับเมีย งั้นไม่รีบก็ได้ ฉันจะจีบ”   สุรเชษฐ์เดินดุ่มไป ชายหนุ่มรีบคว้าคอเพื่อนจอมเจ้าชู้ทันที

“บอกว่านักเรียนฉันห้ามแตะไง อยากโดนสอยใช่ไหม”

“นักเรียนนะชา ไม่ใช่เมีย แกไม่มีสิทธิ์มากกว่าหน้าที่ครูอีกอย่างเนสราไม่สบาย ถามหาแกทั้งสารภาพผิดอยากเป็นเพื่อน แกควรคืนดีกับเธอนะ เพราะงั้นฉันจะจีบ... เอาตามความสมัครใจน้องเขาสิ”

“ ฉันกลับล่ะ ไว้คุยกัน เมื่อยรถเมื่อยเที่ยว” คชาบอกจบก็ชวนมีนากลับทันที

สุรเชษฐ์รีบเดินตามมีนาทันที ยิ้มกะล่อนปรายเสน่ห์  “สวัสดีจ่ะ พี่ชื่อเชษฐ์ เป็นเพื่อนของครูคชา น้องชื่ออะไรคะ”

“ชื่อ..มะ”

คชาตัดบท  “เออว่าแต่น้องเลน่าของแกใกล้จะแต่งงานกันหรือยัง”

สุรเชษฐ์ได้ยินก็แยกเขี้ยวใส่คชาทันที เอ่ยคำใดพูดคำไหน เพื่อนคนนี้มันดักตลอดจะจีบสาวคนอื่นไม่เห็นมันมาขัด  แต่พอมันบอกว่านักเรียนมันห้ามแตะเท่านั้น แม้แต่ลมหายใจก็ไม่ให้ได้ยิน ‘มันหวงอะไรของมัน’  ด้แต่ยืนแค้นใจอยู่คนเดียว

คชาดึงมีนาออกมาทั้งงุนงงหลายอย่าง เหมือนมีแค่เธอไม่เข้าใจความหมายของคนสองคนคุยกัน

“พี่ชา เป็นใครคะ ทำไมพี่เชษฐ์ถึงได้พูดว่าเป็นลูกน้องอะไร...หมายถึงอะไรคะ”

“เรียกพี่เชษฐ์ สนิทสนมเชียวนะ ไม่ต้องเอ่ยชื่อมันเลย”

“มินถามว่าพี่ชาเป็นอะไรกับพี่คนนั้นนี่คะอย่าเลี่ยงสิ”  มีนามองค้อนดันเข้าประเด็น

“ไม่ได้เป็นไม้ป่าเดียวกันแน่นอน”   คชาตอบเลี่ยง ไม่ตรงประเด็นอีกรอบ

มีนาหยุดเดินยืนเท้าเอวอย่างหงุดหงิด เหมือนคำตอบมันขั้นมาขัดความรู้สึกบางอย่างจนอัดอั้นใจผิดปกติจนอยากระเบิด

“มินถามว่าครอบครัวพี่เป็นชาวสวน แล้วทำไมเพื่อนพี่ที่มีรถหรูอย่างนั้นถึงพูดว่าเป็นลูกน้องพี่ต่างหาก”

คชาหยุดเดินแล้วคิดอยู่พักนึง แล้วเหยียดยิ้มกลับมา  “อยากรู้จะบอกให้”  คชาชี้นิ้วไปหาเธอ “มินต้องรุกพี่ก่อน รุกหนึ่งครั้ง ได้หนึ่งคำตอบของปลีกย่อยหนึ่งคำตอบ”

เด็กสาวอ้าปากค้าง รู้สึกอายที่สุด ไม่เป็นธรรมที่สุด  “พี่ชาขี้โกง”

“เธอต่างหากที่โกง”  เขาเดินกลับมาหาเธอ ย่อหน้าเข้าใกล้ “กินแรงพี่ฝ่ายเดียวเลย หรือว่าชอบพี่รุกมากกว่า”

“พี่ชาบ้า! ไม่ใช่นะ”   เธอมองรอบถนนบ้านจัดสรร ดีที่มันเงียบไม่มีใครได้ยิน

“เหรอ…”  ชายหนุ่มลากเสียงยาว สีหน้าไม่รู้สึกรู้สา ยียวนประสาทที่สุด  “กลับไปลองดูดีกว่า”

มีนาผลักคชาออกห่างกระทืบเท้าปึงปัง แต่เขากลับหัวเราะมองตามคนหูแดงไปหมด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha