(จบ)เมียซ่อน 18+ รับประกันความฟิน

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 24 : ลูกโป่งที่หลุดมือ1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นํ้าเปลี่ยนนิสัย หากใครได้กินได้ดื่ม จะกล้าทำสิ่งอื่นได้โดยไม่อาย แต่สำหรับเนสรา แค่นี้เหรอจะเมา แค่เล่นละครสักหน่อย คชาถึงกับอุ้มเธอขึ้นมาแล้ว คนใจอ่อนก็ยังใจอ่อนเหมือนเดิม

เนสราเอื้อมหน้าเข้าใกล้ ผสานลมหายใจคละคลุ้งกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ริมฝีปากกำลังเคลื่อนที่พร้อมรับสัมผัสอันคุ้นเคย แต่บางสิ่งที่เย็นกว่าแตะริมฝีปากเนสราไว้ มันแบนราบ และไม่ค่อยนุ่ม แต่ก็หอมกลิ่นโคโลญจ์เขาอย่างบางเบา เนสราลืมตาขึ้น ฝ่ามือเขากุมปากของเธอเอาไว้ทันท่วงที คชาดันศีรษะเธอลงหมอนดั่งเดิม เธอเบิกตางงงัน เขาไม่ยอมจูบ..

“อยากมีเรื่องถาม คุณต้องการอะไรกันแน่  ขอเตือนไว้ก่อน  ถ้าจะข้ามเส้นมา ผมไม่มีพื้นที่เหลือไว้รอคุณหรอก เลิกคิดซะ เมื่อคุณเองก็ถูกทิ้ง ก็รับเอาผลกรรมมันเถอะ” 

      คชาขยับตัวออกลุกแล้วจะเดินไปประตู เนสราลุกพรวดพราดวิ่งตามทันที  โผเข้ากอดเอวเขาแนบแน่น

“จะด่าจะว่าเนส เนสไม่ว่ายอมฟังทุกคำ แต่ให้โอกาสเนสนะคะ เนสไม่เหลือใคร ไม่มีใครแล้ว ตอนนี้มีแค่ชา เป็นความหวังเดียวของชีวิตที่จะมีคนมอบรักแท้ให้”  เธอเฝ้าอ้อนวอน  กอดเขาด้วยความรู้สึกต้องการทั้งมวลทั้งสิ้น หลั่งนํ้าตาลงเป็นสาย ร้องขอความเห็นใจ

“เนส ถ้าอย่างนั้น ก็รับรู้ว่าผมเคยรู้สึกอย่างนั้น ก็พอ”   เขาแกะมือเธอออกอย่างง่ายดาย หายออกไปจากห้องโดยไม่หันหลัง แม้จะเจ็บใจ ได้แต่อดกลั้น หยุดนํ้าตาลงหรี่ตาอย่างเจ็บใจ

เธอพรํ่าบ่นลำพัง  “ไม่เหลือให้ฉัน…  แสดงว่าคุณยกให้คนอื่น ถ้าเนสไม่ได้ คนอย่างผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้!”   กำปั้นเล็กๆทุบตึงตังบนที่นอนอย่างคับแค้นใจสาหัส

ไม่เคยได้ใครมีตัวตน อยู่กันไม่นานก็จากไป ทิ้งเธอไว้ทุกครั้ง ต่อให้มีความรู้สึกจะหยุดลงที่ใคร เขากลับไม่สนใจไยดี แม้เพียงเศษเสี้ยว มีคชาคนเดียวที่มักรอคอยเธอกลับบ้านเสมอ จัดการทุกอย่างให้ แต่เธอก็ไปจากเขาอยู่ดี มาเห็นค่าบางคน ในวันที่สายเกินไป จะมาร้องไห้เสียใจก็ไม่ทัน มีแต่จะเอาคืน…

“เนสอยากได้ชาคืน… เนสจะทำอย่างไรชาถึงจะกลับมา บอกเนสหน่อยสิคะ”   เสียงไพเราะส่งออกจากปาก ถามไถ่คนไม่อยู่ฟัง

🌹🌹🌹🌹🌹

มีนากลับมาตั้งแต่สี่ทุ่ม นี่ก็เวลาตีหนึ่งเกือบตีสองแล้ว เด็กสาวนั่งบนเตียงไม่หลับไม่นอน มองดูเข็มนาฬิกาที่ขยับไปอย่างเชื่องช้า เฝ้ารอคชากลับมา ในมือถือโทรศัพท์ไว้ อยากโทรหาแต่ไม่กล้า ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

เขาพูดกับเธอแทบไม่เกินสิบประโยคมาในสัปดาห์นี้ กลับรู้สึกไม่คุ้นชินอย่างประหลาด ทุกครั้งที่อยู่โรงเรียน เคยแวะแอบมาดักหาวิธีแกล้งและหยอกเย้า มันทำให้มีนาเหงาเอาการ เธอนั่งกอดเข่าห่มผ้าบนเตียง ภาวนาว่าให้ประตูถูกปลดล็อก แต่เหมือนจะหูแว่วไป เหมือนจะมีเสียงคนมาเปิดห้อง สุดท้ายก็เสียงห้องรอบๆเขากลับมาจากทำงานที่โรงงาน กลับออกจากกะตอนดึก

ใจมันร้อนรน แต่ตัวกลับชาไปทั่ว เธอตัดสินใจโทรออกไป  รอสัญญาณเสียงดังขึ้น ระบบตอบระบบตอบกลับว่า

ขออภัยค่ะ ยอดเงินของคุณไม่พอสำหรับใช้บริการ กรุณาเติมเงินค่ะ

อยากฟาดโทรศัพท์ทิ้ง เด็กสาวหมั่นเขี้ยว ง้างมือจะฟาดลง มานึกดูอีกที เสียดาย

ห้าม ๆ ๆ ๆ อย่าโทรไป ดี ที่ไม่มีเงิน

เด็กสาววางมือถือไว้ที่ไกลๆตัวเอง แล้วกลับมานอนที่เดิม พอจะหลบตา เหมือนหูจะแว่วว่าคชามา สุดท้ายก็แว่วไปโดยปริยาย

นอนไม่หลับ…

เด็กสาวมองไปที่มือถืออีกครั้ง เซเว่นก็ไกล จะเอาตังจากไหนมาโทร..  พอหยิบมือถือมาอีก ก็เช็คยอด ศูนย์บาท สามสิบหกสตางค์  ส่งข้อความก็ไม่ได้ เนตก็หมด อะไรจะโหดร้ายขนาดนี้ เหมือนว่าเธอถูกตัดออกจากโลกภายนอก

นอนไม่หลับ.. ไม่มีอะไรทำ..  เบื่อ…

เด็กสาวเดินไปเปิดทีวีดู ไม่นานหัวก็เริ่มตื้อ หูเริ่มอื้อและร้อนคอถึงท้ายทอยรวมถึงดวงตา รู้เลยว่าพิษไข้กำเริบ พอหายาก็ไม่มีกิน เด็กสาวหาเสื้อตัวหนาสวมใส่ แล้วหยิบกระเป๋าตังค์ออกไปข้างนอกทันที

เมื่อมีนาออกไปได้เกือบสิบนาที คชาก็เข้ามา ไร้วี่แววตัวตนภรรยาตัวน้อย

“มิน”   ชายหนุ่มเดินดุ่มไปห้องนํ้าก็ว่างเปล่า เธอจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ คชาหันตัวออกห้องและรีบตามหาคน

หาอยู่เกือบสี่สิบห้านาทีก็พบเด็กสาวถือถุงมาจากร้านสะดวกซื้อ  ชายหนุ่มหอบจนตัวโยนเมื่อเห็นเธอยังอยู่ดี แต่เธอกำลังปวดร้าวร่ายกายแทบทุกอนูกระดูก จึงพูดอะไรไม่ออกมากระทั่งคำบอกเล่า

“ออกมาดึกๆตีสามตีสี่ มันใช่เวลาไหม!”  ชายหนุ่มเอ็ดตะโรขึ้น

ไม่มีแรงตอบ  เด็กสาวหน้านิ่งเดินผ่านเขาไป   เธอไม่ตอบกลับยิ่งเหมือนยั่วอารมณ์โมโห คชากระชากแขนมีนาให้หันหน้ากลับมาเผชิญ  “ที่ถามไม่ได้ยินเหรอ!”

สมองเบาโหวง หน้าแดงระเรื่อถึงริมฝีปาก ลมหายใจหอบเหนื่อย ถูกแรงกระชากอันแข็งแกร่งเข้ามา ตัวเด็กสาวถามาทิ้งตัวกลางหน้าอกคชาอย่างจังงัง แม้มือน้อยหาตัวเขาเกาะ ก็เกาะไม่อยู่ ทรุดฮวบลงกับพื้นทันที

“มิน?...”  คชานั่งยองๆมองเธอที่ก้มหน้า มือที่กุมแขนมีความร้อน ถุงยาที่ถือมาหล่นกระจาย คชามองโดยรอบ และจับปลายคางเธอเงย

ดวงตามีนาอ่อนล้าริบหรี่ ปลายมือที่เขาจับเธอก็ร้อนตาม จิตสำนึกถาโถมโรมรันเข้าสู่หัวใจ ห่วงแค่ไหนก็ไม่ควรรุนแรง พอแตะหน้าผากเธอกลับร้อนวาบ

คชาจิ๊ปากให้ตัวเองที่ทำเกินเหตุ เก็บยาเข้าถุงและอุ้มมีนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

พอพากลับมาที่ห้อง ก็จัดการถอดเสื้อผ้าเธอจนหมด เด็กสาวกอดตัวสั่นเทิมสะบั้นถึงหัวใจ ไข้สูงเกือบสี่สิบองศา

“หนาว..”  มีนาบอกมาด้วยอาการสติไม่ทรงตัว ขดตัวเองอยู่อย่างกับแมวนอน

“หนาวก็ต้องทน ถ้าเป็นมากกว่านี้จะแย่ อดทนหน่อยนะมิน”  คชาใช้ผ้าชุบนํ้าเช็ดตามตัว เรือนร่างขาวสร่าง ทรวดทรงองเอวทักทายสายตา แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาจัดเรื่องอย่างว่า  การรักษากระต่ายน้อยตัวนี้สำคัญกว่า ในโรงเรียนชอบกระโดดไปเล่นโน่นเล่นนี่ หมู่นี้เขาเองก็แปลกใจ มีนาไม่ช่างพูดเหมือนเดิม หรือจะเป็นเพราะระยะห่างของเขาหรือเปล่า

พอเธอได้สติ แต่สะลึมสะลือ คชาก็หยิบให้เธอ เมื่อกินเสร็จสรรพ เสียงมือถือชายหนุ่มก็ดังขึ้น คชาขมวดคิ้วมุ่น พึมพำว่า  “ดึกป่านนี้มีอะไร”   ชายหนุ่มกดรับแล้วถามกับคนปลายทาง

“ว่าไงนะเนย์ นี่ดึกแล้วนะ”   มีนาเหลือบมอง อกสั่นขวัญแขวนอย่างประหลาด ปลายทางที่พูดตอบ

เธอไม่อาจรู้ได้ ทว่าเสียงคชาเริ่มร้อนรน  “หลงทาง พอจะมีอะไรใหญ่เป็นจุดสังเกตไหม”   เขาฟังปลายทางบอกอย่างตั้งใจ  และดุคนในสายเบาๆอย่างอ่อนใจ  “แล้วออกไปทำไมดึกขนาดนี้  ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไง เนย์ไม่ได้อยู่ในสายตาพี่ตลอดนะ”

ไม่นานก็วางสายเมื่อการสนทนายังมีต่อไม่กี่คำ คชาหันมาจับหน้าผากมีนาแล้วยิ้ม  “ไข้ลดลงบ้าง พี่ไปข้างนอกสักชั่วโมงนะ จะรีบกลับมา อย่าออกไปไหน”

เธอคนนั้น กับความห่วงใยของพี่ชา…  ทำให้หัวใจโหวงเหวงพิกล….

มีนาที่สติไม่คงที่จึงเอ่ยอย่างใจคิด

“พี่ชา ทำไมเวลาเลิกเรียน ถึงกลับไปพร้อมเธอคนนั้นคะ”

คชาลังเลใจที่จะตอบ จึงบอกเพียงกํ่ากึ่ง  “เธอมาอยู่ในที่แปลกตา ย้ายมาจากที่ไกล เธอกลัวว่าจะหลงทางเลยให้พี่ไปส่งบ้าน และรับมาโรงเรียน เพราะลุงกับป้าทำงานน่ะ”

อะไรกัน ความรู้สึกบีบอก… ไม่ยอมหายไป ยิ่งรุนแรงขึ้น

“เมื่อไหร่เธอจะชินทางคะ”  เธอเริ่มหวั่นใจ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป กลัวว่าคชาจะหายไปจากสายตาสักวัน

“ต่อให้ชิน พี่ก็ปล่อยเนย์กลับบ้านเองไม่ได้ เกิดหลงทางหายไปคงแย่”  คชายกมือมาลูบศีรษะมีนาเบาๆพร้อมรอยยิ้ม แต่เธอแทบจะหลั่งนํ้าตา เหมือนพี่ชาของเธอลอยหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

มีนานิ่งหน้าเข้าไว้ แล้วพูดอีกคำ  “ถ้ามินหายไป พี่ชาจะตามหาไหมคะ”   เธอยิ้มบางเบาแล้วเอ่ยก่อนจะทำให้เขาลำบากใจแล้วยิ้มอย่างไม่มีอะไร  “แค่คิดว่า ถ้ามินไปเที่ยวกับพี่แล้วมินหลงทางค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ขอหลับหน่อยนะ พี่ไปเถอะ”

เด็กสาวห่มผ้าหันหลังให้เขา หยาดหยดใส ๆ หล่นลงหนึ่งหยด เธอรีบเลื่อนผ้าที่ปรกศีรษะมาปิดทับซับมันไว้ ปล่อยให้มันกลืนหายไปพร้อมกับผ้าชุบนํ้าหมาดๆ

ต่อให้ชิน พี่ก็ปล่อยให้เนย์กลับบ้านเองไม่ได้… ถ้าเกิดหายไปคงแย่…

พอมานึกทวนเรื่องราวที่ผ่านมา กับคำถามและคำตอบในเชิงเดียวกัน

...เจ็บไหมคะ…

….ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่ถ้าทำมินหายคงแย่….

สองประโยคคอยวนเวียนในหัว สาหัสยิ่งกว่าอาการไข้

🌸🌸🌸🌸🌸

วันจันทร์….

“อะไรเนี่ย อยู่บ้านก็หลายวัน ทำอย่างกับไม่ได้หลับไม่นอน”   เสียงริสาดังขึ้นจากด้านข้าง มีนาเปลี่ยนท่า จากฟุบตัวลงโต๊ะ เป็นนั่งตัวตรง เธอฉีกยิ้มแล้วตอบกลับ “ก็… อ่านหนังสือหนักไปหน่อย พอดีว่ามีไข้ด้วย ตอนนี้หายแล้ว”

ริสาพยักหน้า ยอมเชื่อโดยไม่พูดอะไรมาก คาบแรกเริ่มต้น เธอแอบมองมีนาอย่างหนักใจ  เมื่อสังเกตแล้วดูอีก เพื่อนอย่างเธอรู้ดีว่ามีนาเป็นอะไร ได้แค่มองอยู่ห่างๆ หวังว่าสักวันมีนาจะมาบอกให้ริสาได้ยื่นมือช่วยอะไรสักอย่าง แต่รู้ดี อย่างมีนาแม้แต่จวนตัวก็ไม่ยอมปริปาก

เธอลุกขึ้นดึงแขนนราวิชญ์กับธวัชชัยไปหลังห้อง ซุบซิบกันเบาๆ   “สาว่ามินมีปัญหาทางสามีคนนั้นแน่”

“อะไรเธอรู้ได้ไงว่ามินมี ก็ไม่เห็นจะทำหน้าทุกข์โศกอะไรเลย”   ธวัชชัยแย้ง

ริสาถลึงตาใส่ แม้ว่าเวลานี้ไม่ใช่จะมาเถียงกัน

“แล้วสารู้ได้ไง ว่ามินมี”  นราวิชญ์ถาม

เพื่อนสาวแอบชำเลืองดูมีนาที่ตั้งใจอ่านหนังสือเป็นพิเศษ แล้วชี้แจงนิสัยมีนาให้ทั้งคู่ฟัง   “มินจะหลับ ถ้าอยากจะร้องไห้ และที่อ่านหนังสือ เพราะไม่อยากฟุ้งซ่าน”

คำตอบริสาเป็นประโยคบ่งชี้ตรงจุด ธวัชชัยเพ่งมองมีนาไม่วางตา มันจะใช่เรื่องจริงหรือไม่ต้องหาสิ่งพิสูจน์

แต่จบคาบวิชาลงแล้ว เพื่อนชายในห้องเดินเข้ามาแล้วทำหน้าอย่างกับเจ็บปวด ในเชิงแสดงออกราวกับละครเวที เด็กหนุ่มในห้องพูดพร้อมยกมือทาบอก   “โอ๊ะ!  เจ็บปวดอะไรอย่างนี้ ท่านหญิงเนย์ของผม เพราะความไม่หล่อเลยต้องอกหักดังเป๊าะ”  เด็กหนุ่มพรํ่าเพ้อหน้าห้อง คล้ายจะลงไปแดดิ้นบนพื้น

“อะไรของแกวะ”    เพื่อนในห้องคนหนึ่งถามกลับ

“เหมือนกับว่า ท่านหญิงเนย์สนิทครูคชาเกินไป ทั้งคุยกันสนิทสนม อาจารย์ก็ยกมือยีผมท่านหญิงเนย์เล่น หยอกล้อกันออกนอกหน้า และบางที เลิกเรียนอาจารย์ก็ไปส่งไปรับ ฉันไปสืบหามานะเว้ย ดูยังไงก็คงชอบกัน”   พูดจบก็แผดร้องโหยหวน

มีนาไม่ยอมหันกลับไปมองธวัชชัยที่จ้องมีนาอยู่ เธอได้แต่หยิบหนังสือลงเก็บ บิดตัวยืดเส้นยืดสาย แล้วอ้าปากหาวพร้อมฟุบลงโต๊ะ

อ้นสะกิดวิชและสามารวมกัน  “พามินไปเที่ยวที่ไหนสักที่ดีไหม”

“ดีสิ เมื่อไหร่ดี”  ริสาคลี่ยิ้มรับความคิดเห็น

“เย็นนี้ดีไหม ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำ”   นราวิชญ์กล่าว

เมื่อได้ตกลงแล้วก็เหลือแต่เวลาเลิกเรียน

พักกลางวัน…

มีนาเดินมาเข้าห้องนํ้า สรรพเสียงรายรอบดังอื้ออึงตามปกติ ทว่า..สุ้มเสียงชายผู้หนึ่งดังเข้าหู ราวกับตามคอยหลอนให้ใจอยากเดินเข้าไปหา

มีนาส่องลอดประตูห้องพักครูไป ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหัวเราะอยู่ และพูดกันอะไรสักอย่าง

“บอกว่าให้เรียกเนย์”  เด็กสาวฉีกยิ้มคุยกับคชา

“ไม่ไม่ ต้อง นิจ”  คชาพูดจากวนคืน

“เนย์ค่ะ ไม่เอาอันนั้นมันเฉิ่ม”

อาจารย์หนุ่มเคาะหนังสือลงบนศีรษะเบาๆ เด็กสาวที่นั่งตรงหน้าทำหน้ามุ่ย ยกมือทาบศีรษะ

“ไม่สนค่ะ ไปก่อนดีกว่า พี่ชากวน”

เมื่อเธอจะออกมา มีนารีบหลบเข้าอีกห้องข้างๆ และหายใจเข้าปอดยาวและถอนออกยาว ถึงสีหน้าจะนิ่งงัน แต่มือกลับไม่อยู่สุข กำกระโปรงถูไปมา

ธวัชชัยคว้าดึงมีนาออกจากตรงนั้นทันที พอพามาด้านล้าง ริมสนามฟุตบอล ธวัชชัยก็ปล่อยเธอนั่งลง เด็กหนุ่มนั่งข้างเพื่อนสาวที่เอาแต่เงียบ และหันหลังให้   “มิน..มาสิเราไม่เห็นหรอก จะพิงหลังก็ได้นะ วางลงก็ได้หัวเธอน่ะ ฉันคิดว่าเธอคงหนัก”

ทันใดนั้นศีรษะมีนาก็วางลงบนหลังธวัชชัย และบอก   “ขอหลับสักนิดนะ”   พูดจบเธอก็หลับตาลง เปลือกตาเด็กสาวขับไล่บางสิ่งหยดแหมะลงเก้าอี้ยาวทำจากไม้สองหยด

   คชานั่งในห้องพักครูก็เหลือบดูอะไรเพลิน สายตาเพ่งเล็งลงไปที่เด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่ง คล้ายว่าเธอกำลังซบบนแผ่นหลัง พอมองไปดี ๆ ถึงคนด้านล่าง คิ้วเขาก็ขมวดแน่น สายตาขวางขึ้นมาทันที อาจารย์หนุ่มคำรามลอดผ่านไรฟันเบาๆ  “จะเล่นอย่างนี้ก็ดี”

“อะไรคะ”  จู่ๆก็มีเด็กสาวหน้าเดิมมายืนอยู่ตรงหน้าและยื่นขนมปังให้ คชาเท้าคางแล้วมองออกไปด้านนอก และตอบกลับ  “เปล่า”

   อาจารย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นถามเด็กสาวที่ยื่นขนมปังให้ และรับมา “ขอบใจ ว่าแต่..เนย์ช่วยไปร้านจิวเวลรี่ที่ห้างด้วยกันทีสิเย็นนี้”

เด็กสาวหน้าตาน่ารักทำปากจู๋ คิดว่าคชาจะทำอะไรกันแน่  “ไปก็ได้ค่ะ แต่ต้องบอกเนย์ ว่าจะไปทำอะไร”

  คชายิ้มพร้อมถอนหายใจ  “หาสร้อยข้อมือ จับจองเพื่อแสดงว่ามีเจ้าของแล้ว”  แววตาคชาวาวโรจน์ แฝงถึงการกระทำบางอย่างเอาไว้

   เด็กสาวเบิกตาตะลึง เธอทำหน้าอ่อนใจ “แววตาประทุษร้ายนะเนี่ย”

อาจารย์หนุ่มเอนตัวพิงเก้าอี้ แล้วตอบคำ  “ไม่ใช่อย่างนั้น แค่สถานะภาพมันไม่บ่งชัด เลยต้องเคลียร์ให้จบ ๆ กันไป”

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องนี้รับประกันว่าน่ารักมาก พระเอกน่าหมั่นไส้บ้างแต่น่ารักส่วนมาก "

ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha