เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : สาวปริศนา


ตอนต่อไป

                “อะไรนะครับคุณย่า มันเร็วเกินไปหรือเปล่าครับ”

 คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อปลายสายยังยืนยันความตั้งใจของตน ที่เคี่ยวเข็ญเขามาตั้งแต่ปีที่แล้ว เรื่องจะให้เขาดำเนินกิจการเปิดโรงพยาบาล เขาเป็นหมอเต็มตัวได้แค่ไม่กี่ปี อยากจะหาประสบการณ์ไปก่อนในโรงพยาบาลรัฐแห่งนี้  แน่นอนว่า มันไม่ได้ตรงใจในสิ่งที่บุคคลที่เขานับถือที่สุดในชีวิตคิด และหมายมั่นปั้นมืออยากให้เขาเป็น

                “ไม่เร็วไปหรอก ช้าไปเสียด้วยซ้ำ อะไรกันน่ะ ตาเอื้อ เงินของย่าพร้อม แค่นั้น มันก็จบแล้วนะ หมอดีๆ ดังๆ พร้อมอยู่แล้วถ้าเงินเราถึง ให้ตาโอบช่วยโปรโมตทางธุรกิจ ย่าว่า...”

                “เอ่อ...คุณย่าครับ ผมกำลังจะขับรถแล้วน่ะครับ นี่ก็ดึกมาแล้ว คุณย่าพักผ่อนดีกว่านะครับ ไว้ถึงแล้วยังไงผมจะไปรับ”

                “ไม่อยากคุยล่ะสิ”

คุณเพชรสกาวดักคออย่างรู้ทันหลานชายของนาง พลางสั่นหน้าน้อยๆ พ่อคนนี้ไม่ได้ดั่งใจจริงๆ นางมีหลานรักอยู่สองคน เป็นทายาทของตระกูลคือเอกเอื้อ และโอบตะวัน หลานชายทั้งสองที่นางฟูมฟักมากับมือ คนหนึ่งเป็นหลานกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิต ส่วนอีกคนเป็นหลานกำพร้าเพราะพ่อแม่หย่ากัน นางจึงรับพวกเขามาไว้เป็นครอบครัว เพื่อสืบทอดมรดกอันรุ่งเรืองและกิจการมากมายของนาง คนหนึ่งดูจะได้ดั่งใจมาก อย่างโอบตะวัน ส่วนอีกคนนั้น ดูจะเข็ญไม่ค่อยขึ้นเสียจริงๆ

                “ผมเป็นห่วงคุณย่าต่างหากล่ะครับ เห็นว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว เรื่องเงินๆ ทองๆ เราค่อยคุยกันวันหลังนะครับ”

                “ย่ะ เรื่องเงินทองคุยกันวันหลังได้ แต่เรื่องที่ย่าจะต้องคุยเร่งด่วนกับเราตอนกลับไป ก็คือเรื่องของหนูลูกแก้ว ที่เราจะต้องคุยกัน”

                “ลูกแก้ว ลูกแก้วมาเกี่ยวอะไรกับผมครับ”

 คิ้วของเอกเอื้อขมวดเข้าหากันอีกหน เพียงแค่ชื่อของเธอก็ทำให้เขาปวดหัวตุบๆ เสียแล้ว

                “เกี่ยวสิ ย่าหยุดทัวร์รอบโลกหนนี้ เพราะจะไปจัดการเรื่องงานหมั้นให้เรานั่นแหละตาเอื้อ ไล่ย่าไปนอนก็ดีล่ะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน ย่าง่วงแล้ว”

 มีเสียงหาวลอดเข้ามา พร้อมกับการตัดสาย ส่วนเอกเอื้อได้แต่จับหูโทรศัพท์ทิ้งค้างไว้อย่างนั้น ปากอ้าค้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้ว่าทางนั้นจะวางสายไปเกือบนาทีแล้ว เขาก็ยังอยู่ค้างในท่านั้น จนคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องพักแพทย์ถึงกับทำหน้าสงสัย แล้วเอามือมาโบกใกล้ๆ หน้าเขา

                “ฮ้าย...สามี เป็นอะไรไปค้า...เกิดอะไรขึ้นกับหมอเอื้อ what?”

                “ใครสามีมึง ไอ้กล้า”

ได้ยินชื่อตัวเองท่าสะดิ้งก็เกิดขึ้นทันที กับผู้ชายร่างบาง ผิวขาวจัด หน้าหล่อสวย ผิวใสกิ๊ก ใส่เชิ้ตสีส้มลายทาง กางเกงรีดเรียบ รองเท้าหนังขัดมันวับ ดูดีแบบหัวจรดเท้า และพร้อมๆ กันก็ดูเปิดเผยเพศของตนเองสุดๆ

                “หยาบคาย...มาเรียกว่าอ้งไอ้ ยิ่งเรียกไอ้กล้า ยิ่งหยาบคายมากนะ บอกกี่ทีให้เรียกกีวี่”

                “เป็นคนดีๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นยาขัดรองเท้า”

เอกเอื้อพูดหยอก พร้อมกับหัวเราะหึๆ แล้วต้องรีบยกการ์ดขึ้นกันทางนั้น ที่ตรงเข้ามาทำท่าทุบๆ เขา อย่างไม่เอาจริงนัก

                “นี่แนะๆ ผลไม้ย่ะ ผลไม้ น้ำยาขัดเกิบอะไร ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน เหมือนนิสัยดิฉัน ที่ทั้งหวาน ทั้งเปรี้ยว อมเปรี้ยวอมหวาน สนใจไหมละจ๊ะ ที่รัก”

กล้า...หรือชื่อจริงๆ คือเสือกล้า เพื่อนแพทย์ของเขา ที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง มาเปิดเผยความเกย์ตอนปีสี่ที่ฝึกงานกัน แต่มิตรภาพระหว่างเขาและหมอนี่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็อย่างว่า เพื่อนก็คือเพื่อน คบไปแล้วถูกใจ เลิกคบก็ไม่ได้เสียด้วยสิ

                “พยายามมากี่ปีแล้วล่ะ ไอ้หมอกล้า”

                “หลายปีแล้วย่ะ ไม่เคยจะสำเร็จ”

เสือกล้าค้อนขวับ เขามองหน้าของเพื่อนหนุ่ม เอกเอื้อมีใบหน้าที่หล่อเหลา ใบหน้าเรียวได้รูป คิ้วเข้ม นัยน์ตายาวรีคมกริบแฝงแววขี้เล่น จมูกโด่งสวย ริมฝีปากบางน่าจูบ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ไม่แปลกที่หมอเอื้อจะป๊อบปูล่าที่สุดในโรงพยาบาล บางทีคนไข้ไม่ป่วย แต่แกล้งป่วยเพื่อจะมาจีบหมอก็มี

 เอกเอื้อหัวเราะอย่างถูกใจ ลืมเรื่องกลุ้มไปได้แวบหนึ่ง แค่แวบเดียว แล้วหน้าเขาก็มุ่ยต่อ พลางลงมือเก็บข้าวของลงเป้ไปด้วย

                “ว่าแต่หน้ามุ่ยแบบนี้ เป็นอะไรไปอะมึง ไม่สบายใจอะไรบอกมะ...เอ่อ...บอกกู”

 ว่าแล้วก็ทำเสียงห้าว เมื่อเอกเอื้อทำตาโหดใส่ เขาถอนใจน้อยๆ เรื่องกลุ้มหนักอกหนนี้ ใครจะช่วยได้บ้างไหมหว่า เอาน่ะ...ถึงไอ้เสือกล้าไม่ช่วยไม่ได้ ขอแค่ได้ระบายก็ยังดี

                “ย่ากูกำลังจะกลับมา”

                “อ้อ...เรื่องเดิมๆ ที่จะเป็นโรงพยาบาลให้มึงบริหารใช่ปะ เอาสิวะไอ้หมอเอื้อ หูย...จะได้รวยกันระเบิดระเบ้อ ตูมตามพระรามเก้ากันเลยล่ะ พาเพื่อนไปด้วยนะอิอิ ตั้งเงินเดือนให้เพื่อนสัก ล้านหนึ่ง จะได้ไปทำนม ทำ...”

 เสือกล้าทำท่าชี้เป้า ว่าตรงไหนที่ตนอยากทำ

                “ฝันไป ฝันไปก่อนยาวๆ ไอ้หมอกล้า กูไม่ทำง่ายๆ หรอก โรงพยาบาลตามใจคุณย่าน่ะ ยิ่งให้เงินเดือนมึงล้านหนึ่งนะ ฝันไปเลย แล้วแน่ใจว่าอยากจะเฉาะ ผลข้างเคียงมันเยอะนะมึง”

                “กูก็พูดเอาฮาไปงั้นล่ะ เรื่องไปผ่าน่ะ ก็เป็นหมอนี่หว่า ขนาดดั้งกูยังไม่กล้าทำเลยอะมึง เป็นกระเทยหุ่นบางหน้าสวยแบบนี้ แค่นี้ก็รับออเดอร์ไม่ไหวแล้วล่ะมึง ฮี่ๆ”

                “เรื่องสะดิ้งน่ะ แอ๊บๆ ไว้ก็ดีนะมึง หึๆ ระวังเหอะผอ.ใหม่แกจะเพ่งเล็งเอา”

 คุณหมอหนุ่มเอ่ยเตือน เพราะด้วยอาชีพที่ค่อนข้างเป็นที่นับถือของผู้คน บางทีการวางตัวก็สำคัญ เสือกล้าทำงานดี ทุ่มเทเพื่องาน แต่มีข้อเสียคือภาพลักษณ์ ที่เต็มร้อยกับเพศของตนเองมาก บางคนก็เอ็นดู แต่ก็ยังมีหลายคนที่รับไม่ได้

                “กูรู้น่า ว่าควรจะทำต่อหน้าใคร จะแรดเบอร์ห้าได้ต่อหน้าใคร ใครจะไปอย่างมึง หมอเอื้อ หมอที่โซฮอท หมอขาวตี๋หล่อ อารมณ์ดีที่สุดของโรงพยาบาลของเรา หล่อ โสด แมน วุ้ย...หายากยิ่งกว่าหาปูนาในทะเล”

                “หืม?”

บางทีศัพท์แสงของเพื่อนรัก ก็ทำให้เขางงได้ตลอดเวลา เห็นหน้าของหมอหนุ่มแล้ว เสือกล้าก็หัวเราะก๊าก พร้อมกับตรงไปคล้องแขนเพื่อน ที่วันนี้ยอมให้คล้องแต่โดยดีเพราะเผลอ เดินควงกันออกมาจากห้องพักแพทย์ สวนกับนางพยาบาลเวรดึก ที่ทักทายคุณหมอทั้งสอง ตามองแต่เอกเอื้อ จนเสือกล้าต้องเอ่ยล้อ

                “นั่นไง นั่นๆๆ เผลอได้ที่ไหน มึงน่ะเป็นที่ต้องการของชะนีโลกจริงๆ นะ ดูๆ มองมึงตาละห้อยเลย”

                “อยากให้เค้ามองมึงหรือไง ไอ้กล้า”

เอกเอื้อหัวเราะจริตของเพื่อน เสือกล้าบุ้ยใบ้ไปทางบุรุษพยาบาลที่กำลังเข็นเตียงคนไข้เดินสวนมาแล้วค้อมศีรษะเป็นเชิงทักทายพวกเขานิดหนึ่ง

                “โน่น ของกูต้องคนโน้น แบบนี้อะ ชอบ พวกชะนีไม่เอา ของแสลง ว่าแต่ มึงเครียดย่ามึงเรื่องเดียวเหรอ ดูทางแล้วไม่น่าจะใช่อะ หน้ามึงยังเครียดอยู่เลย”

                “อื้อ”

 เขายังไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องแก้วกานดาให้กับเสือกล้าฟัง ขืนหมอได้ยินเข้า มีหวังกรี๊ดกร๊าดด่าทอให้เขาปวดหัวอีกแน่ๆ

                เมื่อมาถึงร้านข้าวต้มหน้าโรงพยาบาล คุณหมอทั้งสองแวะฝากท้องกันก่อนกลับบ้าน เพราะเป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

                ชายหนุ่มปิดปากหาว เมื่อขับรถมาได้สักพัก คงจะต้องรีบกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้วันพักของเขา ขอพักยาวๆ นอนให้อิ่มสักวัน ก่อนที่จะ...

                เออ...จริงสิ พรุ่งนี้เขาต้องมีภารกิจไปรับคุณย่านี่นา แต่เขายังไม่อยากเจอท่านเลยจริงๆ กลัวเรื่องแก้วกานดานั่นแหละ ยิ่งกว่าเรื่องอื่น มองนาฬิกาที่อยู่บนแผงควบคุมรถแล้ว ก็ถอนใจน้อยๆ เขาจะขอความช่วยเหลือหมอนั่นได้หรือเปล่านะ วันนี้วันศุกร์เสียด้วย โอบตะวันมักจะมีภารกิจที่ไม่ยอมหลับยอมนอน หมอนั่นไม่ได้ติดเวรแบบเขา แต่ติดปาร์ตี้อยู่แน่นอน

                เอกเอื้อตัดสินใจกดโทรศัพท์หาญาติหนุ่ม หนแรกโอบตะวันไม่รับ ต้องหนที่สองถึงจะรับ ฝ่ายนั้นหัวเราะร่วนเลยทีเดียวเมื่อเอ่ยทักทายเขา

                “ว่างายวะ ไอ้หมอเอื้อ เฮ้ย...นี่คิดจะปาร์ตี้อย่างนั้นหรือ ถึงได้โทรมาได้เวลานี้”

                “หึๆ ปาร์ตี้ได้ที่ไหนกัน กูต้องการการนอนอย่างหนักมากกว่า ปาร์ตี้ไม่ไหวหรอก”

                “แล้วโทรมาทำเห้อะไรตอนนี้วะ คนกำลังเพลินๆ ใจเย็นๆ คร๊าบ อื้อ...อื้อ...”

 เสียงหลังๆ ชักจะฟังแล้วต้องขมวดคิ้ว เดาไม่ยากหรอกว่าญาติหนุ่มสุดซี้ คู่แฝดคนล่ะฝาของเขากำลังทำอะไรอยู่ เอกเอื้อกระแอม แล้วเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง

                “ฟังนิดหนึ่งนะ ไอ้โอบ แล้วก็จำไว้ด้วยก่อนที่มึงจะไปปาร์ตี้ย่ำยีอะไรของมึงต่อ คือพรุ่งนี้ช่วยไปรับคุณย่าให้กูหน่อย กู...คือกูติดเวรด่วน กะทันหัน ฝากมึงด้วยนะ เดี๋ยวกูส่งเวลากลับไปให้ในไลน์”

                “ติดเวร หรือว่าหลบหน้า”

 โอบตะวันพูดอย่างรู้ทัน คุณหมอหนุ่มหัวเราะ แล้วส่งเสียงอือออ เขาตอบรับให้อย่างนึกสงสาร เพราะรู้อยู่ว่าเอกเอื้อกำลังหนักใจเรื่องอะไร ก็คนมันไม่ชอบเรื่องเงินๆ ทองๆ จะไปเข็นให้ทำ ให้ตักตวง ก็คงจะอัดใจตายพอดี โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเอกเอื้อไม่อยากไปรับคุณหญิงเพชรสกาว มันมีสาเหตุอื่นด้วย นอกเหนือจากเรื่องโรงพยาบาลที่คุณย่าของพวกเขาตั้งใจนักหนาอยากจะให้ทำ

                “เฮ้อ...”

 เอกเอื้อถอนหายใจ เมื่อวางสายไปจากญาติหนุ่มแล้ว เคราะห์ดีที่โอบตะวันช่วยเขา เขาจะหาทางหลบเลี่ยงท่านเรื่องแก้วกานดาได้ยังไงกันนะ แม่แฟนเก่าของเขา ต้องมีแผนอะไรอยู่แน่นอนถึงได้เข้าทางย่าเขา เธอไม่ธรรมดาหรอก เพราะความไม่ธรรมดานี่แหละ ทำให้เขาถึงต้องกระเจิงขอเลิก หลบเลียแผลใจอยู่นาน

                นานจน...ไม่มีแฟนใหม่สักที นี่เพราะเขารักแก้วกานดามาก หรือว่าเพราะทำงานหนักจนลืมเรื่องนี้ไปเสียก็ไม่รู้

                ฝนเริ่มตกปรอยๆ ก่อนจะตกหนักแบบเทโครมมาแบบฝนไล่ช้าง เขาต้องชะลอรถเพราะเกรงอุบัติเหตุ ฟ้าร้อง ฟ้าแลบอย่างน่ากลัว เอกเอื้อสะดุ้งเป็นระยะ ความลับของเขาก็คือเขากลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบมาก ฝังใจจากการที่เห็นคนโดนฟ้าผ่าต่อหน้า ตอนไปเข้าค่ายที่ต่างจังหวัด ใจเต้นตุบๆ ภาวนาให้ถึงบ้านได้เร็วๆ ก่อนที่เขาจะหัวใจวายไปเสียก่อน

                เปรี้ยง! ฟ้าผ่าลงต้นไม้ เมื่อเขาขับผ่านมาได้นิดเดียว คุณหมอหนุ่มสะดุ้งสุดตัว สบถออกมายาวเหยียด เขาหันกลับไปดูต้นไม้หักลงมาชั่วแวบ แล้วก็ต้องเบรกจนตัวโก่ง เมื่อมีอะไรวิ่งโฉบตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด

                เอี๊ยด!

                “เฮ้ย! ฉิบหายล่ะ คนหรือเปล่าวะนั่น หรือว่า...”

เขาขบกรามกรอด ลังเลว่าจะลงไปดีไหม กลัวว่าจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่คน แต่ถ้ามามัวนั่งกลัวผี แล้วทำให้คนบาดเจ็บ มันก็ขัดกับอาชีพเขาที่ต้องช่วยชีวิตคน

                 เอกเอื้อตัดสินใจเปิดประตูรถออกมา ฝนตกกระหน่ำใส่เขาเม็ดใหญ่จนรู้สึกเจ็บ เขาใช้มือปาดน้ำออกจากหน้า พระพิรุณยังคงให้พรใหญ่แก่มวลมนุษย์ไม่ขาดสาย น้ำเจิ่งนองไปทั่วถนน แล้วหมอหนุ่มก็เห็นว่า สิ่งที่เขาลงมาดูนั้น เป็นคนจริงๆ ทำให้เขาต้องรีบไปประคองร่างนั้น

                ผู้หญิง...

                เห็นหน้าไม่ชัดนัก แต่สรีระความอ่อนนุ่มของร่างกาย บอกเขาว่าเธอเป็นผู้หญิง เลือดแดงฉาดเต็มไปหมดบริเวณศีรษะของเธอไหลเปื้อนมาบริเวณใบหน้า ทำให้คุณหมอหนุ่มตกใจมาก เขารีบอุ้มเธอเข้าไปในรถทางด้านหลัง ตัดสินใจขับรถต่อไปที่บ้านของเขา ไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน จะกลับรถไปก็คงจะไม่ได้แล้ว เพราะต้นไม้หักโค่นแบบนั้น เขาต้องรักษาเธอคนนี้โดยเร่งด่วน!

                


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha