เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : คืนแรกหรือเปล่า...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อื้อ...นั่นแหละๆ เธอก็กลุ้มใจเรื่องยัยหนูเฟิร์สเหมือนกันสินะ”

                “ก็น่ะ...หลานคนเดียว ตามใจกันมาจนเสียคน คุณเหมนั่นแหละตัวดี ตัวการ ยัยหนูก็คบคนนั้น ควงคนนี้เห็นเป็นเรื่องสนุก ฉันล่ะปวดหัวกับเด็กสมัยนี้จริงๆ นะเธอเอ๊ย ผู้หญิงแท้ๆ ทำตัว...โอย”

                “ไม่ต้องกลุ้มมากหรอก ไม่มีเธอที่กลุ้มคนเดียว หลานชายคนโตของฉัน ตาโอบก็เหมือนกัน พอกันเลย คบคนนั้น ควงคนนี้ กลัวว่าจะพลาดท่าเสียทีเข้าสักวัน”

                “ของเธอพลาดท่ามายังไม่หนักเท่าของฉันน่ะสิ เฮ้อ...”

 ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ บอกได้ว่าคงจะหนักคับอกมากจริงๆ คุณพราวเพชรหัวเราะเบาๆ นางโทรศัพท์หาเพื่อนเก่าแก่คนนี้ เพราะมีจุดมุ่งหมาย และได้สืบทุกอย่างมาเป็นอย่างดี และก็พุ่งตรงเข้าเป้า ไม่เบี่ยงประเด็น

                “ถ้าเธอไม่อยากให้พลาดท่าให้กับไอ้พวกปีกทอง ที่ร่อนมาหลอกหลานสาวเธอล่ะก็ ฉันมีวิธีนะ แสง”

                “วิธีอะไร”

คุณแสงเดือนถามอย่างร้อนรน เครียดๆ เรื่องหลานสาวมาพักหนึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าดารารินทร์จะทำตัวประชดนางอย่างไรพิกล เพราะยิ่งว่า ก็เหมือนยิ่งยุแม่หลานสาวตัวดี ให้ยิ่งเที่ยวเตลิด เป็นข่าวกับดาราบ้าง นักธุรกิจบ้าง จนได้ฉายาที่นักข่าวตั้งให้ว่า ไฮโซคาสซาโนวี่ มันน่าอายน้อยเสียเมื่อไหร่เล่า

                “ก็หาคู่ตัวจริงให้ยัยหนูเฟิร์ส แต่งงานแต่งการไปเสียน่ะสิ”

                “เธอ...จะให้ฉันคลุมถุงชนยัยหนูรึยังไงกัน ทำยังกับว่าจะยอมอย่างนั้นแหละ”

                “เอาจุดอ่อนมาทำให้ยอมสิ” คุณเพชรสกาวยุ

 “ส่วนคู่ตัวจริงน่ะ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ ฉันอยากจะขอเสนอตาโอบ หลานชายคนโตของฉันเธอจะว่ายังไง ถ้าเป็นตาโอบ เธอหมดปัญหาเรื่องแมงดาปีกทองมาหวังเกาะหลานสาวเธอแน่นอน มีแต่เราจะยิ่งวางใจ เพราะเงินต่อเงิน เรือล่มในหนอง ทองไม่ไปไหนไกลหรอก ตาโอบทำงานเก่ง เธอก็น่าจะเห็น ถึงจะนิสัยเจ้าชู้ไปนิด แต่ฉันคิดว่าทุกอย่างจะจบเมื่อได้แต่งงาน ฉันคิดว่ายัยหนูเฟิร์สน่ะ ร้ายพอๆ กับหลานชายของฉันนั่นแหละ หึๆ เธอไม่คิดเหรอว่ามันน่าจะสนุกนะ แสง”

                “อุ๊ย เป็นข้อเสนอที่ดีมากเลย”

                “ไว้เรานัดคุยรายละเอียดกันอีกทีนะ นี่หลานชายฉันคงจะกลับมาแล้วล่ะ ได้ยินเสียงรถแล้ว เราจะต้องคุยกันนานๆ เยอะๆ เรื่องเป้าหมายคลุมถุงชนฝังเพชรของเราหนนี้นะแสง”

                “ได้เลย อิอิ คืนนี้ฉันคงจะนอนหลับฝันดีแน่ๆ แค่คิดว่าจะได้ดองเป็นญาติกับเธอ ก็มีความสุขแล้วอะ”

                คุณเพชรสกาวยิ้มย่อง เมื่อวางสายไปแล้ว เป้าหมายที่เตรียมไว้ให้กับหลานชายคนโต ดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคเท่าหลานชายคนเล็ก จริงๆ แล้วนางไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเอกเอื้อ เรื่องคู่ครองของเขา เพราะเอกเอื้อไม่เคยวางตัวเสียหายเรื่องนี้ นางห่วงเรื่องเงินๆ ทองๆ ของหลานชายมากกว่า เพราะเจ้าประคุณมีจิตสาธารณะเสียเหลือเกิน สะกดคำว่ากอบโกยไม่เป็น ทำงานงกๆ เงินเดือนพอใช้เหลือเก็บบ้าง แต่ไม่เคยคิดการใหญ่ต่อยอดให้กับตัวเองได้รุ่งโรจน์ ไม่เหมือนโอบตะวัน ที่มีหัวคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ ชนิดที่ว่าให้เงินหลานชายคนนี้ไปหมื่น เงินอาจจะงอกดอกผลเป็นแสนภายในเวลาไม่นาน ส่วนถ้าให้กับเอกเอื้อ เงินหมื่นของนางจะกลายเป็นเงินบริจาคหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

                คนโตตอนแรกเครียดเรื่องคู่ครอง เพราะถึงจะหาเงินเก่งแต่พ่อคุณเป็นยอดเพลย์บอยตัวเอ้ มีข่าวกับสาวๆ ไม่ว่างไม่เว้น จนกลัวว่าจะมีหนึ่งในคู่ควงจับให้เป็นพ่อของลูกเข้า แต่ตอนนี้คนเล็กกลับทำนางมึนเพราะเรื่องคู่ครองมากกว่าสิบเท่า เหตุก็เพราะสิ่งที่แก้วกานดานำไปรายงานกับเธอถึงที่ต่างประเทศนั่นแหละ คุณเพชรสกาวไม่เป็นอันทำการทำงาน เครียดจนถึงกับเข้าไปปรึกษาจิตแพทย์กันเลยทีเดียว แถมพอกลับมาถึง ไอ้หลานบ้าก็ทำให้ปวดหัวและมึนหนักเข้าไปอีก ด้วยการมีเมีย?

                มันจะมีเมียไปได้ยังไงกัน...ก็...

                หรือจะเป็นแผนการลึกลับหลอกนาง คุณเพชรสกาว ถอนใจ ไม่รู้ล่ะ...นางไม่เชื่อ แล้วก็จะจัดการแต่งงานให้กับแก้วกานดากับหลานชายนางให้จงได้ ขืนมีคนรู้ว่าเอกเอื้อเป็นอย่างไร มีหวังไม่ได้แต่งงานกันพอดี

                เสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้นางแสร้งหยิบหนังสือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมากางอ่าน ลืมดูไปว่ามันกลับหัว หูตั้งใจฟังเสียงต่างๆ เต็มที่ สักพักหนึ่ง หลานชายของนางก็เดินมาที่ห้องรับแขกพร้อมกับจูงหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นเมียเข้ามาด้วย

                “คุณย่าจะมาพักกับผมหรือครับ ที่นี่มันคับแคบไม่ค่อยสบายนัก นายละมุดเองก็...น่ะ...”

 เขาเอ่ยทักท่าน แล้วทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกับนาง มือของเขาจับมือน้อยของแม่เด็กคนนั้นไม่ปล่อยเลย แอบมองอย่างจับผิดแล้ว คุณเพชรสกาวก็เอ่ยเสียงห้วนๆ โดยไม่ยอมลดหนังสือลง

                “ฉันจะพักที่นี่ เรื่องดูแลก็ให้เมียเราจัดการ ทำได้ไหม ดูแลญาติผู้ใหญ่ของผัวน่ะ”

                “ก็ตามใจคุณย่าครับ คุณย่ากำลังอ่านอะไรหรือครับ?”

 เสียงของเอกเอื้อฟังแล้วเหมือนเขากำลังสำลักอะไรบางอย่าง ท่านไม่ยอมวางหนังสือ ยังคงเอามันกางบังหน้าหลานชายและแม่หลานสะใภ้เถื่อนของนาง

                “ก็หนังสือยังไงล่ะยะ ตาแกบอดรึยังไง”

                “อ่านรู้เรื่องหรือครับคุณย่า มันกลับหัว”

                ท่านวางมันพึ่บลงทันที แล้วมองค้อนหลานชายที่กำลังพยายามกลั้นขำไว้เต็มที่ รู้ว่าท่านงอนเขาไม่อยากเห็นหน้า เลยทำท่าทางแบบนี้ ค้อนหลานชายไปทีแล้ว อดมองเลยไปยังหลานสะใภ้เถื่อนไม่ได้ เอ่อ...ตัวเล็กบอบบาง หน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู แนะ...มาทำยิ้มแหยๆ ให้ท่านเสียด้วย ยิ้มยังกับจะร้องไห้

นี่ฉันไม่ได้เป็นยักษ์เป็นมารเสียหน่อย!

                “ย่าไปนอนล่ะ อ้อ...พรุ่งนี้ย่าอยากจะใส่บาตร ตื่นมาใส่บาตรกัน ทำอาหารใส่บาตรให้ย่าด้วยล่ะ ไม่เอากับข้าวถุงนะยะ”

                กล่าวจบก็เดินปึงปังขึ้นไปยังชั้นสองทันที ทิ้งให้สองหนุ่มสาวมองตากัน เอกเอื้อถอนหายใจ เขาจะปล่อยให้บีรับมือกับท่านได้ไหมนะ เขาจะต้องไปทำเรื่องขอลาพักร้อนก่อนถ้าคุณย่ายืนยันที่จะมาอยู่ด้วยแบบนี้ ท่านดื้อจะตาย อยากจะให้ทำอะไรก็ต้องทำตามใจ หนนี้ความตั้งใจของท่านคือจับเขาแต่งงานกับแก้วกานดา ซึ่งเขาจะไม่มีวันทำตามใจท่านเป็นอันขาด

                “พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลกับพี่นะ ส่วนเรื่องกับข้าวใส่บาตรของคุณย่า พี่ว่าเราตื่นเช้าหน่อย แล้วก็ไปสั่งเอาร้านแถว ๆ นี้ก็ได้”

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เอื้อ บีคิดว่า ถึงบีจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่บีคุ้นๆ ว่าบีทำกับข้าวเป็น แน่ใจมากเลยล่ะค่ะว่าทำได้ ส่วนเรื่องคุณย่า เดี๋ยวบีจะลองคุยกับท่านดู ลองดูแลท่าน ท่านจะได้ให้โอกาสบี”

 เธอจับมือเขาแล้วบีบเบาๆ อย่างจะให้กำลังใจ นัยน์ตาสองคู่มองสบกัน ดวงตากลมโตแป๋วของเธอ มันส่องแววจริงใจ จนทำให้คนที่มองสบด้วยรู้สึกสะท้อนในใจ

                เธอช่างเป็นคนน่ารักเหลือเกิน อยากพยายามทำเพื่อเขา ทั้งที่ยังจำอะไรไม่ได้ ทั้งที่ยังกลัวเขาด้วยซ้ำ

                “ทำได้จริงๆ นะครับ พี่เป็นห่วง ย่าของพี่เป็นคนเอาใจยากมากนะบี”

                “ถึงจะจำอะไรไม่ได้” เหมือนกับว่าประโยคนี้จะเป็นประโยคประจำตัวของเธอไปแล้วสินะ

 “บีก็แน่ใจค่ะว่า บีชอบเอาใจผู้ใหญ่นะ”

                “โอเคๆ ตามนั้นเลย งั้นเราไปนอนกันดีกว่า”

เขาจูงเธอให้ลุกขึ้นยืน บีกัดริมฝีปากแก้มของเธอเริ่มแดงเรื่อ ใจเต้นตึกตัก และเริ่มเต้นแรงมากขึ้น หน้าแดงมากขึ้น เมื่อใกล้ห้องส่วนตัวของเอกเอื้อ เธอเดินช้าลง คนที่จูงเธอก็รู้สึกได้ เขาหันมามองเธอ ก่อนจะยิ้มอบอุ่นส่งให้

                “เราจะนอนกันเฉยๆ พี่รับรอง”

                “ค่ะ”

                แก้มสาวยิ่งร้อนซ่านเมื่อเขาพูดแบบนั้น ชายหนุ่มกระแอม เขารุนหลังเธอให้เข้าไปในห้อง บีอุทานเบาๆ เมื่อเอกเอื้อแกล้งอุ้มเธอขึ้น เธอทำตาโตมองหน้าเขา อ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะห้ามเขา หรือว่าควรจะปล่อยตัวไปตามที่ควรจะเป็นดี

                ตามที่ควรจะเป็น...

                ก็เธอเป็นภรรยาเขานี่นา เรื่องแบบนี้...มันก็....

                จูบก็ยังเหมือนจูบแรกเลย แล้วเรื่องแบบอื่น

                โอย....

                เธออายจะตายอยู่แล้ว เอกเอื้อจะทำอะไรเธอหรือเปล่า เขาจะทวงสิทธิ์ของเขาไหม ถ้าเกิดว่าเขาทำ...เธอจะรู้สึกยังไง จะแบบไหนนะ

                “มองหน้าพี่แบบนั้น ทำตาโตเป็นปลาทองเลย กลัวพี่เหรอครับ”

 เขาเอ่ยเย้าเล่น หลุบตาลงมองปากอิ่มเรื่อที่เขาเคยลืมตัว สัมผัสมันมาแล้ว

                และยังอยากจะ...

                “คือว่า...”

 มือบางยันอกเขาไว้ สายตาของเธอบอกทุกอย่างได้ดี ว่าเธอกำลังรู้สึกแบบไหน เขาวางเธอลงบนเตียง แล้วทรุดลงนั่งข้างๆ มือเขาจับคางมนไว้ให้มองสบตาเขา อีกมือหนึ่งจับมือเธอไว้แล้วไล้หลังมือเธอเบาๆ

                “พี่สัญญาคนดี พี่จะนอนตรงนั้น” เขาชี้ไปที่พื้น บียังคงทำตาโตมองเขา ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

                “พี่จะไม่แตะต้อง ทำอะไรเกินเลย ทวงสิทธิ์อะไรกับบี ในฐานะสามี จนกว่าบีจะจำได้”

                “พี่เอื้อ ขอบคุณมากค่ะ”

 เธอไหว้กับอกเขา ชายหนุ่มพยายามยั้งมือไม้ตัวเองไม่ให้กอดเธอ เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน เธอน่ารักขนาดนี้ แล้วนี่เขาและเธอก็อยู่กันตามลำพัง แถมเธอยังไว้เนื้อเชื่อใจว่าเขาเป็นสามีเธอ นัยน์ตาอ่อนโยนที่มองเขา ความไว้ใจของเธอ มันยิ่งทำให้เอกเอื้อทั้งปลื้มทั้งหนักใจไปพร้อมๆ กัน

                “บีไปอาบน้ำก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะปูที่นอนก่อน”

                เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดรื้อค้นเครื่องนอนออกมา เธอช่วยเขาจัดที่หลับที่นอน ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ หญิงสาวโล่งใจมาก ที่เอกเอื้อสัญญาแบบนั้น ถึงกับฮัมเพลงออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว

               

                So you can keep me inside the pocket of your ripped jeans

                Holding me closer’til our eyes meet

                 You won’t ever be alone wait for me to come home”

 

                                                                                                (เพลง photograph โดย  ed sheeran)

 

                คนที่ได้ยินเสียงหวานนั้นร้องเพลงนี้เข้า ถึงกับขมวดคิ้ว เขาเองก็ชอบศิลปินคนนี้เช่นกัน เลยจำได้ว่าเป็นเพลงอะไร แสดงความความรู้ด้านภาษาของเธอจะต้องดีพอสมควรเลยทีเดียว

                เอกเอื้อรีบจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ไว้ เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำแล้ว เขาก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนที่นอนของตัวเองซึ่งอยู่ด้านล่างเตียง กลิ่นหอมสดชื่นๆ โชยมาพร้อมกับร่างบางของเธอในชุดนอนแบบกระโปรงสั้นแขนกุด ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสบายตัวนักในเสื้อผ้าแบบนี้ เสือกล้าคงเลือกแบบที่ไม่ของที่เธอชอบหรือคุ้นเคยมาแน่นอน เขาตั้งใจว่าจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ เธอจะได้สบายตัวขึ้น และเผื่อจะคุ้นๆ ว่าชอบอะไรแบบไหน มันจะช่วยกระตุ้นความทรงจำของเธอได้ด้วย

                ทำไมตอนนี้เขาชักจะไม่อยากให้เธอจำอะไรได้ หรือว่าลืมไปนานๆ อีกหน่อยนะ

                เอกเอื้อถอนใจ มองเธอค่อยๆ ขึ้นเตียงไปแล้วนั่งจุ๊มปุ๊กอยู่ตรงนั้น เหมือนจะเกร็งที่มีเขาอยู่ด้วย ชายหนุ่มจึงล้มตัวลงนอน แล้วเอ่ยบอกราตรีสวัสดิ์กับเธอ นั่นแหละบีถึงได้ค่อยๆ ล้มตัวลงนอนบ้าง

                พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรหนอ...

                คุณหมอหนุ่มคิดก่อนจะหลับตาลงในคืนนั้น

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha