เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : แผนกำจัดหลานสะใภ้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“พี่เอื้อค่ะ พี่เอื้อ ตื่นเถอะค่ะ” เอกเอื้องัวเงียลืมตาขึ้นมาเมื่อเขาถูกเขย่าแขนเบาๆ เขาปรือตาเล็กน้อย ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ

                “ครับ กี่โมงแล้วนี่”

                “ตีห้าครึ่งน่ะค่ะ บีไม่แน่ใจว่าแถวๆ นี้มีตลาดสดหรือเปล่า แล้วพระท่านมากี่โมง เราตื่นเข้าไว้ก่อนน่าจะทำอะไรทัน”

                “เดี๋ยวพี่จะพาบีไปที่ตลาด จริงๆ แล้วหาซื้อกับข้าวถุงเอาก็ได้ แถวๆ นี้น่าจะมีร้านที่เปิดเช้าๆ น่ะ” เขาว่า บีรีบสั่นหน้าทันที

                “ไม่ได้ค่ะ คุณย่าท่านสั่งให้บีทำ บีก็ต้องทำ ถ้าบีไม่ทำแล้วท่านจะโกรธเอานะคะ”

                “น้องบีจะลำบากหรือเปล่าล่ะครับ” เขาถามอย่างเกรงใจ

“ยังปวดหัวอยู่ไหม พี่กลัวว่า...”

                “คุณหมอสั่งเองค่ะ ว่าให้ทำทุกอย่าง ดำเนินชีวิตไปตามปรกติ แค่คิดเรื่องทำกับข้าว บีว่าบีคงไม่ปวดหัวหรอกค่ะ พอจะจำบางอย่างได้ด้วยซ้ำ พี่เอื้อเองก็เป็นหมอ น่าจะรู้นะคะ เพราะคุณหมอก็คุยกับพี่เอื้อเรื่องการดูแลบี”

                “พี่เป็นห่วงน่ะครับ กลัวไปหมดนั่นล่ะ” เขาบ่นประโยคหลังเบาๆ กับตัวเอง

 “ไม่รู้จะกลัวทำไม”

                “คะ?”

                “บีจะทำอะไรให้คุณย่าใส่บาตรล่ะครับ”

                “คิดว่าจะทำอะไรง่ายๆ น่ะค่ะ เป็นแกงสักอย่าง แล้วก็ผัดผัก จริงสิ ไหนๆ ก็ไปตลาดแล้ว พี่เอื้อชอบกินอะไรคะ บีคิดว่าบีทำกับข้าวเป็น แล้วคงจะเคยทำให้พี่เอื้อกินแน่ๆ เพราะบีมั่นใจว่าตัวเองชอบเข้าครัว บอกมาสิคะ เผื่อบีจะได้จำอะไรระหว่างเราได้บ้าง”

                “พี่กินง่ายอยู่ง่ายครับ บีทำอะไรมา พี่ก็กินหมดนั่นล่ะ”

                “บอกมาเถอะค่ะ ให้เดาไปก็ไม่รู้หรอกค่ะ บอกแล้วว่าบีจำไม่ได้”

                “พี่ชอบกินของที่ใครๆ ก็น่าจะทำเป็น เมนูนี้รักมากเลย กระเพราหมูสับครับผม”

 เอกเอื้อบอกตามตรงในสิ่งทีเขาชอบ และคิดว่าคงจะไม่ยุ่งยากเธอนัก บีพยักหน้า แล้วยิ้มหวานส่งให้เขา มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มใจยิ้มไปจนถึงตาหวานๆ นั่น ยิ้มที่ทำให้เขาถึงกับกะพริบตาปริบๆ หัวใจอุ่นซ่านขึ้นอย่างประหลาด มือเขายื่นส่งให้เธอ ที่มองอาการแบบนั้นของเขาพลางเลิกคิ้ว

                “ดึงพี่ขึ้นไปหน่อยสิ พี่จะได้ไปอาบน้ำแต่งตัว”

                “ค่ะ”

                มือนิ่มนั่นจับมือเขา พลางดึงแรงๆ เพราะคุณหมอหนุ่มแกล้งขืนตัว เธอมองเขาอย่างจะค้อนเมื่อรู้ว่าเขาแกล้ง แล้วทำท่าจะปล่อยมือ แต่เอกเอื้อลุกขึ้นเสียก่อน เขาดึงเธอมากระชับตัวแล้วกอดไว้แน่นๆ เหมือนจะแกล้ง ทำให้เธอทำตาโต มองเขาตาค้าง หากแต่เขายิ้มให้ แล้วปล่อยแขนเสียก่อน

                “พี่ไปอาบน้ำล่ะ”

                บีมองตามหลังบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเธอ ก่อนจะอมยิ้ม หน้าเธอแดงอย่างไม่ต้องสงสัย เธอยังไม่คุ้นกับเขาเลย ใจเต้นรัวทุกหนเมื่อเขาสัมผัสแตะต้อง ทุกนาทีที่อยู่กับเขา มันทำให้เธอค่อนข้างจะแน่ใจแล้วว่า ทำไมเธอถึงรักผู้ชายคนนี้

                ก็ทำไมจะไม่รักล่ะ

พี่เอื้อน่ารักเหลือเกิน...ทั้งรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาดูดี ความอ่อนโยน เอาใจใส่ เขาเกรงว่าเธอจะหวาดกลัว จึงไม่ได้เรียกร้องสิทธิ์อะไร ที่เขามีสิทธิ์กับเธอเลย

                เขาช่างน่ารักเหลือเกิน เธอจะไม่...รักได้อย่างไรล่ะ ไม่แปลกที่เธอเลือกผู้ชายคนนี้ แต่เธอมีอะไรดีหนอ ถึงได้ผูกใจเขาไว้ได้

                บีมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจก ภาพหญิงสาวหน้าตาน่ารัก มีจุดเด่นที่นัยน์ตากลมโตเป็นประกายวาวหวาน เธอรวบผมไว้เรียบร้อย และสวมเสื้อยืด กางเกงยีนขาสั้น ดูเหมือนกับเด็กกะโปโล ดูยังไงแล้วก็ไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด

                เขารักเธอได้อย่างไรกันหนอ

                บีอยากจะจำได้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงผูกใจผู้ชายคนนี้ไว้ได้ เธอดูตัวเองแล้วไม่น่าจะมีเสน่ห์ขนาดนั้น เธอเป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาน่ารักธรรมดา เธออยากจะลองถามเขาว่า เขากับเธอ มารักกัน และตกลงปลงใจอยู่ด้วยกันได้อย่างไร คำบอกเล่าจากเสือกล้า ยังไม่ชัดเจนนัก และไม่ได้ทำให้เธอจำอะไรได้เลย

                สักวันเธอจะนั่งสัมภาษณ์เขาดูว่า ทำไมเขาถึงตกมาเป็นของเธอได้

                คิดแล้วก็อมยิ้ม ขณะที่แอบมองเขา เอกเอื้อเดินข้างๆ เธอ เขาเอามือล้วงกระเป๋า ไม่ได้จับจูงอะไร เพื่อทำให้เธออึดอัด กับความสัมพันธ์ที่เธอยังจำไม่ได้ เอกเอื้อพาเธอมาตลาดสด บีมองทุกสิ่ง ทุกอย่าง พ่อค้าแม่ค้า สินค้าต่างๆ บรรยากาศคุ้นเคยเหมือนเธอเคยมาสถานที่คล้ายๆ แบบนี้เป็นประจำ

                “เอาอะไรเพิ่มอีกไหม”

 ชายหนุ่มถาม ตอนนี้เขาถือข้าวของเต็มสองมือไปหมด บีชี้มือไปที่ร้านผลไม้ที่เธอหมายตาไว้แต่ทีแรก แล้วหันมาบอกเขายิ้มๆ

                “บีอยากกินน้ำมะพร้าวน่ะค่ะ แวะซื้อได้ไหมคะ เวลามาเดินตลาดเช้า บีชอบซื้อดื่มทุกครั้งเลย ร้านของ...” เธอขมวดคิ้ว เอกเอื้อเองก็มองเธอเขม็ง เมื่อเธอหลุดปากเล่าออกมา

                “ร้านของใคร? บีจำได้หรือ ว่าเคยมาเดินตลาดสดแบบนี้ มันที่ไหนหรือครับ? จำชื่อตลาดได้หรือเปล่า”

                “คือ...”

ความทรงจำเมื่อครู่ที่หลั่งไหลออกมา เหมือนถูกปิดสวิตซ์ เสียชั่วคราว เธอสั่นหน้า สีหน้านั้นเศร้าลงทันที

                “บีจำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ จำชื่อร้านเค้าไม่ได้ จำได้แค่ว่าบีมาจ่ายตลาดแบบนี้บ่อยๆ ซื้อของกลับไปเยอะๆ แล้วก็แวะดื่มน้ำมะพร้าวทุกหน ร้านจะอยู่ใกล้กับที่จอดรถ จำได้แค่นี้จริงๆ”

                “ค่อยเป็นค่อยไปเนาะ”

 เขายิ้มให้กำลังใจเธอ ถ้าไม่ติดว่ามือถือข้าวของจนไม่ว่างแล้วล่ะก็ เขาจะจับมือเธอมากุมไว้ สีหน้าเหมือนเด็กหลงทางของบี ทำให้เขาใจหายนัก

                “ค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป แต่ตอนนี้เรารีบกลับบ้านก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะสายแล้วทำของใส่บาตรไม่ทัน”

                บียังคงมีรอยยิ้มสดใสขึ้นให้เขา เธอไม่ยิ้มแหยลังเลอีกแล้ว เอกเอื้อชอบรอยยิ้มแบบนี้นัก ถ้าเป็นไปได้ เขายังไม่อยากให้เธอจำอะไรได้นักในเร็ววันนี้

                พี่ขอโทษจริงๆ นะคนดี เฮ้อ...

 

......................................................................................................................................................................................

 

                คุณเพชรสกาวมองอาหารบนโต๊ะราวกับจะค้อนมัน ค้อนไปถึงคนทำที่กำลังนั่งยิ้มอยู่ตรงหน้านางตอนนี้ด้วย แหม...นี่หิวหรอกนะ ถึงได้กินข้าวไปสองจาน ไม่ได้เอร็ดอร่อยอะไรนักหนาหรอก แค่อาหารพื้นๆ ที่ทำมาให้กิน ต้มยำกุ้งรสชาติกลมกล่อม ไข่เจียวหมูสับนุ่มหอม ไหนจะกระเพราหมูเผ็ดร้อนกำลังดีอีก

เด็กนี่ทำกับข้าวอร่อยมาก ไม่สิ...ไม่อร่อย

คุณเพชรสกาว กระแอม เมื่อบีถามว่าจะเติมข้าวอีกรอบไหม เสียงนั้นเอ่ยตอบประชด

                “จะให้ฉันท้องแตกตายหรือยังไงกันยะ พอแล้ว”

                “บีทำบัวลอยเผือกไว้ด้วยนะคะ เป็นอาหารว่าง”

 เชื้อเชิญด้วยเมนูที่...โอ...รู้ได้ยังไงกันนะเด็กนี่ว่านางชอบของหวานน้ำกะทิ แถมยังเป็นบัวลอยเผือก อีกนิดจะเป็นไรไป

                “เอามาก็ได้ กินของคาวแล้วไม่กินของหวาน โบราณว่า กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่”

เน้นหนักตรงคำว่าไพร่ แถมยังชายตามองเธออีกด้วย แต่บียังคงตอบโต้ด้วยรอยยิ้มหวาน แล้วรอไม่นาน คุณเพชรสกาวก็รับประทานของหวานไปอีกถึงสองชาม

                ตายล่ะเรา...จะหาว่าเราตะกละไหมนั่น อย่าคิดว่าจะเอาของกินมาล่อ แล้วทำให้นางใจอ่อน ยอมรับเป็นหลานสะใภ้ได้ง่ายๆ นะ นางไม่ใช่คนเห็นแก่กินเลยสักนิด

                “ตาเอื้อไปไหน?”

                “ไปแต่เช้าแล้วล่ะค่ะ เลยไม่ได้ใส่บาตรกับเรา”

 บีเก็บจานชามไปล้าง คุณเพชรสกาวแอบมองตามหลัง ท่าทางของเด็กคนนี้คล่องแคล่วเรื่องงานบ้านงานเรือนไม่ใช่น้อย แถมยังมีฝีมือปลายจวัก จะว่าไปแล้วตาเอื้อก็ตาแหลมเหมือนกัน

                แค่เก่งงานบ้าน เก่งเรื่องทำกับข้าว จะไปเหมาะกับหลานชายนางได้ยังไงกัน

                ยังคงคิดแบบอคติเต็มร้อย แถมยังมีหลักฐานทำให้นางไม่ค่อยเชื่อว่าเอกเอื้อจะรีบมีเมีย หาเมียมาได้ไวเกินไป แถมซุกไว้อย่างบังเอิญอีกด้วย ใครจะไปเชื่อล่ะ เอกเอื้อบอกว่าบีเป็นโรคความจำเสื่อมชั่วคราว เพราะประสบอุบัติเหตุ ดีเหมือนกัน...คุณเพชรสกาวคิดอย่างใจร้าย จำกันไม่ได้น่ะสิ ยิ่งดี ทำให้เลิกกันง่ายแน่ๆ

                “วันนี้คุณย่าอยากไปไหน บอกบีได้นะคะ อยากรับประทานอะไรเป็นพิเศษ บีจะได้จัดการให้ค่ะ”

 เธอเอ่ยชวนคุยขึ้น เมื่อทำงานเสร็จแล้วเรียบร้อย คุณเพชรสกาวตาวาวเป็นประกายเลยทันที นางยิ้มร้าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

                “อื้ม...มีที่ๆ ฉันอยากไป แล้วก็ของที่ฉันอยากกิน อ้อ...แถมจะให้เธอช่วยรับรองแขกด้วย ทำได้ไหมล่ะ แม่บี เห็นตาเอื้อบอกว่าเราป่วยอยู่นี่ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไปนอนพักผ่อนเถอะ”

                “ได้ค่ะ บีทำได้”

                รับปากมาแบบนี้ หึๆ เดี๋ยวเสร็จคุณเพชรสกาวแน่ๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha