เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : สืบเสาะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คุณเพชรสกาวมองหน้าหลานชายเหมือนจะค้อน ปรกติแล้วเอกเอื้อไม่ค่อยลางาน แต่วันนี้ยอมลาครึ่งวันแถมบอกนางด้วยว่ายื่นลาพักร้อนแล้วเรียบร้อย เตรียมว่าจะพานางไปเที่ยวทะเล ร้อยวันพันปีให้ลางาน ทั้งขู่ทั้งบังคับก็ไม่เคยเห็นจะยอม

                “ย่าหูฝาดไปหรือเปล่าตาเอื้อ”

                “ไม่ฝาดหรอกครับ อยากพาคุณย่าไปเที่ยว ไปเที่ยวกันสักอาทิตย์หนึ่งนะครับ ผมทำงานมาตลอดไม่เคยหยุดเลย เลยได้วันลาเยอะหน่อยตั้งสิบวันแนะ”

                “ให้ย่าไปเที่ยวแล้วจะไล่ย่ากลับหรือเปล่าเนี่ย”

นางกระแอมเหมือนรู้ทัน เอกเอื้อรู้ดีว่าผู้เป็นย่าอยู่เมืองไทยไม่ได้นานนัก มากสุดไม่เกินเดือนเพราะนางมีธุรกิจที่เมืองนอกต้องไปแวะเวียนดูแล

                “โธ่....” คุณหมอหนุ่มครวญ แล้วหัวเราะแหะ

 “คุณย่าล่ะก็...”

                “ย่าจะพาหนูลูกแก้วไปด้วย”

 นางประกาศ แล้วเหลือบตามองบีที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอและหลานชาย ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ตรงระเบียงบ้าน ที่มองเห็นวิวของสวนขนาดเล็กของบ้าน ตอนนี้สะอาดเอี่ยมไร้ใบไม้ตกหล่น และหญ้าถูกตัดเรียบร้อย ด้วยฝีมือของภรรยากำมะลอของเค้านี่ล่ะ คุณย่าหนอคุณย่า ใช้แรงงานหนักจริงๆ แล้วแม่ตัวเล็กนี่ก็ ทน อึด ถึก เสียจริงๆ

                “จะพาไปทำไมครับ” สีหน้าของเอกเอื้อ ทำให้นางถึงกับหรี่ตา แล้วทำเสียงเขียว

                “ทำไมล่ะ ก็ย่าจะพาไป หนูลูกแก้วเป็นเพื่อนย่า ย่าอยากไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างไม่ได้หรือไง”

                “เพื่อนอะไรกัน อายุต่างกันขนาดนั้น”

 เขาถอนใจ แต่คุณเพชรสกาวมีหรือจะฟัง นางใช้หวีขนาดเล็กหวีผมตุ๊กตาบนตักของนางเล่น พร้อมกับยิ้มสวย ส่งให้หลานชาย

                “ไปกันหลายๆ คนสนุกดี”

                “ถ้าอย่างนั้น ไอ้หมอกล้าก็จะไปด้วยนะครับ”

เขาอ้างขึ้น มีกองกำลังไปช่วย ดีออกจะตาย ถึงแม้ว่าเพื่อนรักของเขาจะลาพักร้อนได้แค่สองสามวันก็ตามที แต่เขาจะลากหมอไปด้วยแน่ๆ อ้อ...แล้วอีกคนหนึ่งด้วย

                “นายโอบด้วย”

                “เออ...ไปกันเยอะๆ สนุกแน่ๆ”

ได้ยินชื่อของเสือกล้า นางก็กระแอม แล้วรับแก้วน้ำชาเย็นมาจากมือของบีที่นำมาให้ ของว่างที่ทำให้นางถึงกับขมวดคิ้ว...ตายล่ะ...ขนมปังหน้าหมู โอ...น่าอร่อย...แต่...ยัยเด็กนี่ อยู่เฉยๆ ไม่เป็นหรือยังไงกันนะ ขยันทำอะไรมาประเคนให้กินจริงๆ แล้วก็อร่อยทุกรายการเสียด้วย

                “อะไรน่ะ”

คุณเพชรสกาวทำทีไม่สนใจ แม้จะลอบกลืนน้ำลาย บีทรุดลงนั่งข้างๆ กับเอกเอื้อ แล้วตอบยิ้มๆพร้อมกับจัดวางจานของว่างตรงหน้าของนาง และชายหนุ่ม

                “ขนมปังหน้ากุ้ง กับขนมปังหน้าหมูค่ะ”

                “อ้วนตายเลย”

                “คุณย่าไม่กิน ผมเหมานะครับ”

                “ไม่ได้นะ ฉันหิวพอดี”

ว่าแล้วก็หยิบจานขึ้น แล้วเดินปึงๆ จากไป สีหน้าเชิดขึ้น ปรายตามองบีด้วยสายตาเขม่นสุดๆ แล้วเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะจากไปว่า

                “มันไม่ได้อร่อยมาก หรือน่ากินมากหรอกนะ ขอให้เข้าใจไว้แม่บี ฉันแค่หิวย่ะ”

                “พี่เดาว่าคุณย่ากลับไปรอบนี้ จะต้องไปตรวจน้ำตาล ตรวจเลือด ตรวจไขมันมากแน่ๆ บีขยันทำให้กินมาก แต่ล่ะอย่าง คุณย่าก็ซัดไปเต็มพิกัดขนาดนั้น ปากบอกไม่ชอบๆ แต่ไงล่ะ ฉกจานไปด้วยน่ะ หึๆ”

                “ตายล่ะ”

 บีเอามือทาบอก เธอพึ่งจะคิดถึงข้อนี้ขึ้นมาได้ อารามมัวแต่ทำของกินเอาใจท่าน หรือตามที่ท่านสั่ง ลืมคิดไปว่าคุณเพชรสกาวอายุมากแล้วอาหารบางอย่างก็ไม่ดีต่อสุขภาพ

                “บีลืมคิดไปเลยค่ะ บีขอโทษด้วย บีไม่ได้ตั้งใจ”

                “หืม”

เอกเอื้อใช้ส้อมจิ้มขนมปังหน้าหมูสีเหลืองทองขึ้นมากิน มันอร่อยจริงๆ ให้ตายเถอะ!

                “เรื่องอะไรครับ”

                “เรื่องที่ทำพวกอาหารมีไขมันสูง มีน้ำตาลเยอะๆ มาให้คุณย่าน่ะสิคะ แบบนี้ท่านจะคิดว่าบีแกล้งหรือเปล่า?”

 เธอทำหน้าแหย เอกเอื้อหัวเราะ แล้วเอื้อมมือลูบผมเธออย่างเอ็นดู

                “โธ่...ไม่ต้องเครียดไปหรอกจ้ะน้องบี พี่พูดเล่นน่ะ ล้อที่ว่าท่านกินเยอะกว่าปรกติมาก ท่านระวังเรื่องอาหารมากอยู่เพราะกลัวเชฟจะไม่สวยมากกว่าอย่างอื่น คนระวังขนาดนั้นตบะแตกได้ขนาดนี้ มันก็แสดงว่า บีชนะลิ่วด้วยฝีมือทำกับข้าวล่ะ”

                “แหม...แต่ก็ต้องระวังอยู่ดีนั่นแหละค่ะ อืม...เย็นนี้บีจะทำพวกสลัดกับไก่อบ ของหวานก็เป็นผลไม้อย่างฝรั่งหรือแตงโมดีกว่า ทำอาหารมันๆบ้าง มีกะทิบ้าง ให้ท่านมาหลายมื้อแล้ว”

                “เป็นอดีตแม่ครัวแน่ๆ เลยเราน่ะ”

เอกเอื้อหลุดปากล้อเลียนออกมา โดยลืมคิด บีเองก็ตอบแบบอัตโนมัติเหมือนกัน

                “คิดๆ อยู่ค่ะว่าอยากเปิดร้านทำอาหาร แต่ว่า...แต่ว่า...”

 เธอกะพริบตา เหมือนความทรงจำมันขาดไปชั่วคราว เธอมองเขาแล้วเม้มริมฝีปาก เอกเอื้อเห็นอาการนั้นก็ชะงักส้อมที่กำลังจะจิ้มอาหารเข้าปากไว้ พลางจับแขนเธอไว้ทั้งสองข้าง

                “แต่ว่าอะไรครับ? คิดอะไรออกแล้วบ้าง น้องบีเคยเป็นแม่ครัว หรือเชฟที่ไหนหรือเปล่า?”

                “เอ่อ...บี...” เธอนิ่งไปครู่ แล้วสั่นหน้า พลางยิ้มแหย

                “คิดไม่ออกเลยค่ะ แต่เชฟนี่คงไม่เคยเป็น บีนี่แย่จัง คิดอะไรไม่ออกสักอย่าง”

 เขาโอบเธอมาใกล้ ลูบต้นแขนไปมาเหมือนจะปลอบใจ

                “ค่อยคิดๆไปก็ได้ครับน้องบี ไม่ต้องเร่งรีบอะไร”

                “บีอยากคิดออกเร็วๆ น่ะค่ะ”

เธอถอนใจ การอยู่แบบไร้ความทรงจำ จำอะไรได้ครึ่งๆ กลางๆ มันไม่สนุกเลยจริงๆ

                “อยู่กับพี่แบบนี้ ไม่ต้องเร่งคิดอะไรรีบร้อนหรอกครับ ยังไงพี่ก็เลี้ยงบีให้กินอิ่มนอนหลับ พักนี้อาจจะทุกข์เพราะคุณย่าแกล้งไปบ้าง แต่รับประกันว่าปลอดภัยดี ไม่มีปัญหา และพี่ก็จะใจดีกับบี ไม่กัดเด็ดขาด”

 คำพูดแกมหยอกของคุณหมอหนุ่ม ทำให้เธอหัวเราะกิ๊กก่อนจะเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มนิดๆที่แต้มอยู่บนหน้าคุณหมอหนุ่ม ทำให้ใบหน้าคมสันนั่นดู น่าหลงใหลนัก เขาเป็นคนรูปหล่อ หน้าตาดี น่ารักขนาดนี้ เฮ้อ...ลืมอะไรไม่ว่า ทำไมเธอถึงลืมเขาได้กันนะ

                “พี่เอื้อล่ะก็ ทำมาเป็นตลกนะคะ”

                “ปรกติพี่เป็นคนพยายามตลกนะครับ” เอกเอื้อว่าหน้าตาย บีเอียงคออย่างสงสัยกับคำพูดของเขา

                “เอ...พยายามตลก คือยังไงคะ?”

                “ก็ตลกฝืดยังไงละครับ พยายามคัดแล้วว่าฮาแน่ๆ แต่พอปล่อยทีไรก็ฮากริบทุกที” เขาส่ายหน้าน้อยๆ

 “พี่เลยเลิกสายตลก มาเป็นสายยิ้มดีกว่า”

                “พี่เอื้อนี่”

 หนนี้เธอหัวเราะขำเขาจนหน้าแดง เอกเอื้อเลยพานหัวเราะไปกับเธอด้วย เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ทำให้นายละมุดถึงกับวางงานในมือแล้วแอบมาเลียบๆ เคียงๆ ดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะนานครั้งหรอกที่นายเขาจะปล่อยก๊ากจัดเต็มแบบนี้สักหน

                “บีเป็นคนแรกเลยนะ ที่หัวเราะแทบเป็นแทบตายกับคำพูดของพี่แบบนี้”

 เขาว่า เมื่อหยุดหัวเราะกันได้แล้ว บียังคงยิ้มละไมหน้าแดงแก้มแดง ดูแล้วน่ารักจริงๆ

                “พี่เอื้อตลกจะตาย ใครว่าพี่เอื้อมุกแป๊กกันล่ะค่ะ”

                “เค้าว่ากันทั้งโรงพยาบาลล่ะครับ ไม่เหมือนไอ้กล้า เล่าเรื่องไม่ตลก ก็ยังเสือกจะตลก พี่ยังต้องเก๊กหน้าขรึมแทบแย่ ไม่อยากหัวเราะให้มันได้หน้า จนบางทีตีนกาจะขึ้นเอา เพราะเกร็งมาก”

 เธอหัวเราะอีกหนกับคำพูดของเขา เอกเอื้อรู้สึกภูมิใจจริงๆ ที่ได้สร้างรอยยิ้มให้กับเธอแบบนี้ เออ...ปรกติมุกเขาแป้ก พยายามแล้วที่จะทำให้คนอื่นหัวเราะ แต่ก็จนปัญญา แต่กับบี เธออารมณ์ดี และหัวเราะกับไอ้มุกฝืดๆของเขาได้

                “ถ้าเป็นพี่กีวี่ แค่เห็นหน้า บีก็ยิ้มแล้วล่ะค่ะ”

                “แล้วพี่ล่ะครับ เห็นหน้าแล้ว บีอยากจะยิ้มหรือเปล่า”

มือของหมอเอกเอื้อ จับมือของเธอแล้วบีบเบาๆ แถมยังนั่งเบียดเข้าใกล้เธออีกนิด บีเงยหน้ามองเขา พลางแสร้งทำหน้าขรึมๆ กลั้นยิ้มไว้แทบแย่ กับสีหน้าแบบนั้นของหมอหนุ่ม เขินแทบตายกับสายตาแพรวพรายที่เขาส่งมาให้ คนอะไรตาหวานเยิ้มมองแล้วชวนเขิน จนแทบอยากจะไปม้วนเล่นกับพื้น

                “ไม่อยากยิ้มหรอกค่ะ อยาก...”

อดไม่ได้แล้ว กับหน้าตาน่ารักขนาดนั้นของคนข้างๆ เธอลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คุณหมอจะทันตั้งตัว แล้วก็...

                จมูกโด่งปลายรั้นนิดๆนั่น กดมาบนแก้มเขาเบาๆ เร็วๆ ก่อนจะผละหนีไป คนทำการอุกอาจกับแก้มเขา เดินแกมวิ่งหนีไปแล้วอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มมองตาม ตาเบิกโต ทันทีที่รู้ตัวแก้มเขาก็แดงซ่านขึ้น มือใหญ่ยกลูบแก้มสากของตนเอง ยิ้มจนแทบปากจะฉีก ตามองตามเธอแม้จะไม่เห็นแล้วก็ตามที

                ไอ้หัวใจก็กระไรมันจะพองจนแตกออกมาไหมนี่?

                ทำไมมันถึงปลื้ม รู้สึกดีได้ขนาดนี้กันหนอ

                บี...

                สาวปริศนา...เมียกำมะลอของหมอเอื้อ

                แค่ไม่กี่วันที่ได้อยู่กับเธอ มันก็ทำให้เขามีความสุข และอยากจะ...

                ใช่!

                ชักอยากจะ...

 

...............................................................................................................................................................................................

 

                โอบตะวันทำหน้านิ่ว เมื่อได้รับโทรศัพท์จากญาติหนุ่ม ไอ้ตัวยุ่ง...เขานึกด่าหมอในใจ เมื่อทางเอกเอื้อเคี่ยวเข็ญให้เขาตามไปพักร้อนด้วยที่ทะเลทั้งที่งานเขากำลังท่วมหัวท่วมหู

                “ไอ้หะ...ไม่ไปไม่ได้หรือ”

                “ช่วยๆ กันหน่อยสิวะโอบ มาช่วยกันท่าให้หน่อย”

                “กันใคร? แฟนเก่ามึงสิ ว่าแต่ไปทำอีท่าไหน ขานั้นถึงได้ตามมาหนึบๆ คุณย่าได้ขนาดนั้นวะ”

                “ไม่รู้เหมือนกัน กูก็งงอยู่นี่ มันต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่นอน”

                “ไม่ชอบมาพากลตั้งแต่มึง แม่ลูกแก้ว แถมด้วยเมียกำมะลอของมึงล่ะไอ้เอื้อ นี่ถ้าคุณย่าจับได้ กูไม่อยากจะคิด”

                “เออ...ก็ไม่ต้องคิด ฉะนั้นมาเลย มาด่วนไอ้พี่ชาย”

                “เอาวะ เดี๋ยวจะไปช่วยจีบลูกแก้วแก้ขัดให้ ของแบบนี้ชอบอยู่แล้วหึๆ”

โอบตะวันยิ้มนิดๆอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตนเองเต็มที่ คิดแล้วว่าจะช่วยกันท่าให้เอกเอื้อได้แบบไหน นั่นก็คือชิงจีบแก้วกานดาเอาเสียเลย ทางนั้นดูเล่นหูเล่นตากับเขามาตั้งแต่เป็นแฟนกับเอกเอื้อแล้ว ท่าทางจะดึงความสนใจได้ไม่ยากหรอก

                “ให้เท่าไหร่?” โอบตะวันแกล้งว่า

 “คิดค่าเสียเวลานะโว้ยไอ้หมอเอื้อ ไม่ได้ไปช่วยเปล่าๆ ปลี้ๆ”

                “เต็มที่เลยพี่ชาย กูจะยอมเป็นหมอประจำตัวให้มึงไปตลอดชีวิต ไงล่ะ แพงนะ เงินน่ะเท่าไหร่ก็จ้างไม่ได้”

                “ถุย! ขี้งกสุดๆมากกว่าสิ ไอ้หมอขี้เหนียว” โอบตะวันหัวเราะ

 “เออๆ หยวนๆ ก็ได้”

                “แล้วเรื่องของน้องบี พอจะสืบๆ ได้บ้างหรือยังวะ”

 เอกเอื้อกลั้นใจฟังคำตอบ เขาลุ้นอยู่ว่าพี่ชายจะตอบว่า...

                “โห...งานช้างปานนี้ มีแต่รูป ไม่มีอะไรเลย มึงนึกว่ากูเป็นนอสตาดามุสหรือไงจะได้หยั่งรู้ทุกอย่าง รู้ว่าเมียหลอกๆ ของมึงเป็นใครภายในเวลาสามวันเจ็ดวันงี้”

ทำเสียงสูงอย่างประชด คนฟังโล่งใจพิกล ที่ทางโอบตะวันยังไม่ได้ข่าวคืบหน้าใดๆ

                “ไม่ต้องประชดก็ได้ ค่อยๆ สืบไปก็ได้ ไม่ต้องรีบ”

                “น้องบีอะไรของมึงนี่ น่ารักนะไอ้เอื้อ”

 จู่ๆ โอบตะวันก็เกริ่นขึ้นมา เอกเอื้อถึงกับชักสีหน้า แล้วกรอกเสียงลงไป มันดุดันขึ้นอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แต่ทางปลายสายได้ยินถึงกับสะดุ้ง

                “น่ารัก แต่มึงห้ามยุ่ง ห้ามเกาะแกะ”

                “โห...ดุจริง ใครจะไปยุ่งล่ะ ก็มึงเล่นบทเป็นผัวเค้าอยู่นี่หว่า กูรู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เดี๋ยวความแตกตูมตามต่อหน้าคุณย่าพอดี หรือไม่คุณย่าจะได้เพ่นหัวกูเอา ข้อหาไปยุ่งกับเมียน้อง ว่าแต่ทำไมต้องทำเสียงดุขนาดนั้นด้วยวะหมอเอื้อ กูตกใจหมด เอ...หรือว่า...”

                “แค่นี้ก่อนนะ วางก่อน ได้ยินเสียงเหมือนคุณย่ามา เนียนๆ นะพี่ชาย ห้ามให้ความแตกเด็ดขาด”

                “เออๆ”

                โอบตะวันขมวดคิ้ว มองโทรศัพท์เหมือนราวกับว่ามันเป็นตัวแทนน้องชาย เอกเอื้อมีชีวิตที่ราบเรียบมาตลอด เช้าตื่นไปทำงาน ทำงาน ทำงาน เย็นกลับบ้าน เช้าก็ไปทำงาน ทำงาน ทำงาน เขามองว่ามันช่างจำเจสิ้นดี แต่น้องชายเขาก็มีความสุขกับการวนเวียนอยู่แค่นั้น เรื่องเด็กบีนี่ เหมือนจะเป็นสีสัน เป็นความแปลกประหลาดในชีวิตน้องชายของเขาเลยก็ว่าได้ คนนิ่งๆ อย่างหมอเอื้อ ถึงได้ลุกมาทำอะไรวุ่นวายขนาดนี้ ถึงขนาดลางาน! ไอ้ลาพักร้อนนี่มันเรื่องใหญ่มาก สำหรับคนบ้างานอย่างหมอเอื้อ

                เขาหัวเราะหึๆ กดโทรศัพท์ดูรูปของ บี ที่เอกเอื้อส่งมาอีกหน นี่ล่ะต้นเหตุแห่งความเปลี่ยนไปของน้องชายเขา แม่สาวตัวเล็กตาหวาน ที่เป็นปริศนาอยู่นี่แหละว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร?

                เขาก็หวังแต่ภาวนาว่า อย่างน้อยที่สุด ขอให้เธอเป็นโสด ไม่มีพันธะทีเถิด เขาชักจะเห็นความไม่ชอบมาพากลบางอย่างเข้าแล้ว อย่างว่าล่ะหนอ กามเทพไม่เคยให้คนเราตั้งตัวเสียจริงๆ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha