เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : เดตแรกระหว่างสามีภรรยากำมะลอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แก้วกานดาถึงกับอยากจะปล่อยกรี๊ดดังๆ เมื่อคนข้างหน้ายื่นเช็คส่งให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้ม แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็คือยิ้มเช่นกัน แล้วพนมมือไหว้ฝ่ายนั้นอย่างนอบน้อม มือของเธอกำลังจะถึงเช็คใบนั้นแล้ว แต่ฝ่ายนั้นยุดไว้เสียก่อน สีหน้าดูจะอยากรู้อยากเห็นสุดๆ

                “พี่ถามตรงๆ นะคะน้องลูกแก้ว มีปัญหาอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ บอกกันได้นะ น้องลูกแก้วก็รู้ว่าพี่น่ะ มีปล่อยดอกอยู่ คิดกันไม่แพงหรอก”

                “ไม่มีค่ะพี่เจส เอ๋?” เธอแสร้งทำหน้าเหวอๆ

“ไปรู้ข่าวมาจากไหนกันคะ ว่าลูกแก้วบ่จิ๊ เม้าท์ๆ กันไป”

                “อ้าว...”

จริยาปล่อยมือจากเช็ค แก้วกานดารีบเอามันยัดใส่กระเป๋าใบเล็กของตนทันที เธอหยิบถุงกระดาษที่แก้วกานดาส่งมาให้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาบนโต๊ะ แล้วทำตาปริบๆ

                “แล้วที่มาปล่อยให้พี่นี่ ไม่ได้ร้อนเงินหรือคะ? ถึงได้กล้าปล่อยรุ่นนี้มาให้ ตอนนั้นในชอปอะ น้องลูกแก้วกับพี่แทบจะตบกันแย่งอยู่แล้วนะเออ”

                “ใครว่าลูกแก้วร้อนเงินกันคะ”

 แก้วกานดาทำหน้าเชิด แล้วยักไหล่ เธอนัดกับจริยา เพื่อนไฮโซด้วยกัน มายังห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง กับหล่อน ในราคาที่ต่อรองกันแล้ว แก้วกานดาอยากจะนอนดิ้นๆๆๆ ตรงหน้าอีกฝ่ายหนึ่งนัก เพราะเธอขาดทุนไปเกือบแสน ไม่รู้ว่าใครปากหมา มานินทาเธอว่าเธอกำลังขาดเงินกัน

                ก็กำลังขาดๆ นิดๆ หน่อยๆ แต่บ่อเงินบ่ทองที่เธอกำลังจะเอื้อมถึงน่ะ มันจะทำให้เธอหมดจากภาวะนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว หึๆ

                “พี่ก็แค่สงสัยน่ะค่ะ ไม่มีใครเม้าท์หรอก”

จริงๆแล้วมี แต่เรื่องอะไรจริยาจะบอก ขืนบอกไปแก้วกานดาคงจะไปหาเรื่องแหล่งข่าวของเธอแน่นอน แล้วเธอก็จะอดได้ยินได้ฟังเรื่องซุบซิบ หมดสนุกกันพอดี

                “ที่ลูกแก้วมาขายให้พี่เจสน่ะ เพราะลูกแก้วจะย้ายบ้าน ก็เลยโละของที่เบื่อๆแล้วขายอะคะ ไม่อย่างนั้นจะขายให้พี่เจสราคานี้หรือคะ คนก็เม้าท์กันไป พูดกันไปเรื่อย”

                “กิจการของน้องลูกแก้ว ก็ยังโอเคดีเนาะ”

 จริยาหลอกถาม ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งขาดทุนหนัก แล้วยังทะเลาะกับหุ้นส่วนอีกด้วย นี่แหละส่วนหนึ่งที่ทำให้แก้วกานดากำลังแย่ และมองหาแหล่งเงินทุนมาต่อยอดที่ยืนในสังคมของตนเอง และหนักกว่านั้นเธอกำลังจะถูกฟ้องด้วย เหอะ! นังเพื่อนสารเลว

                “โอเคสิคะ โอเคมากด้วย”

                “ไอ้ที่ว่าบริษัทครีมของน้องลูกแก้วโดนฟ้อง ก็ข่าวเต้าสิคะนี่”

                “ข่าวเม้าท์ ข่าวลอยน่ะค่ะ” เธอไหวไหล่ พลางสั่นหน้าน้อยๆ

“น่าตีคนเอามาเม้าท์จริงๆ”

                “ว่าแต่ถ้าจะโละตู้อีก มีของดีๆ อีก ติดต่อพี่ได้นะเออ พี่ยินดีซื้อไว้ทุกรุ่นเลย พี่ไม่รังเกียจว่าเป็นของมือสอง ของใช้แล้วหรอกจ้ะ ชอบด้วยล่ะ ของพวกนี้ ยิ่งใช้ยิ่งมีค่า”

                “ได้สิคะพี่เจส ลูกแก้วกำลังอยากจะเปลี่ยนแอร์เมส เป็นสีใหม่ รุ่นใหม่พอดี ใบเก่ามันเบื่อแล้วน่ะค่ะ”

                “ค่ะ ยินดีเสมอ”

 จริยาหลิ่วตาให้ ทั้งที่อยากจะบอกแก้วกานดานักว่าแอร์เมสใบเดียวที่แก้วกานดามีน่ะ หล่อนรู้ว่าแก้วกานดาขายมันไปเมื่อเดือนก่อนแล้วเรียบร้อย เพื่อนของเธอเอามาเม้าท์อยู่

                “กินข้าวกับลูกแก้วไหมคะ เดี๋ยวลูกแก้วเลี้ยงเอง”

แก้วกานดาชวนอย่างใจป้ำ ถือว่าเลี้ยงลูกค้า คืนกำไรให้เล็กน้อย ถึงแม้อีกฝ่ายจะต่อแหลกจนเธอขาดทุนก็ตามที

                “ไม่ดีกว่าค่ะ พี่ต้องรีบไปธุระต่อ อย่าลืมนะคะ ติดต่อมาได้ รับหมด รุ่นไหนๆ ก็รับค่ะ”

                “ค่ะ”

                เธอโบกมือให้จริยา จนเมื่อทางนั้นลับสายตาไปแล้ว เธอก็เบ้ปากแล้วกางเมนูดูรายการอาหาร เช็คจากจริยาเธอใช้ไปได้อีกไม่กี่เดือน แล้วคงจะต้องดูว่าจะหาสมบัติอะไรมาขายต่อ ในระหว่างที่รอ...

                คิดแล้วก็หงุดหงิดนัก ถ้าไม่ล่มจมทางด้านธุรกิจ ถ้าไม่เพราะโดนไอ้บ้าคู่ควงเก่านั่นแบล็กเมล์เธอคงลอยหน้าลอยตา มีเงินกินเงินใช้ไปอีกนาน จนกว่าจะหาแหล่งเงินทุนได้ไหม แก้วกานดาแก่เกินจะลงทุนทำอะไรแล้ว ท้อแท้ไปหมดตอนนี้ คิดจะทำอะไรก็คงอีกนานกว่าจะงอกเงยผล แล้วอีกอย่างหนึ่ง เธอจะเอาเงินจากไหนไปลงทุน? ไหนจะต้องถูกฟ้องร้องอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว โอ...สิ่งเดียวที่เธอคิดออก และพอจะทำได้ก็คือ

                หาสามีรวยๆ มาช่วยกอบกู้วิกฤตการณ์นี้น่ะสิ

                เป้าหมายเดียวที่เธอพุ่งเข้าชนอย่างจริงจังก็คือ เอกเอื้อ! อดีตคนรักของเธอ

                วางแผนมาอย่างดิบดี โดยเข้าทางคุณเพชรสกาว ทำท่าว่าจะสำเร็จเสียด้วยกับแผนของเธอ แต่แผนทำท่าจะยาก เมื่อดันมีนังเด็กหน้าหวานนั่นโผล่เข้ามาเสียบตรงกลาง เอกเอื้อไปแอบมีเมียให้เธอไม่รู้ได้ยังไงกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่? นี่ถ้าไม่ติดว่าทุ่มไปเยอะแล้วล่ะก็ เธอคงเปลี่ยนเป้าหมายแล้วล่ะ

                แต่ในเมื่อมันไม่ทันแล้ว แก้วกานดาก็ต้องไปให้สุดๆ เพราะไม่มีอะไรจะเสีย เอกเอื้อคือฟางเส้นสุดท้าย ที่พึ่งสุดท้ายของเธอแล้วก่อนที่เธอจะหมดตัว

                รอไม่นาน หรืออาจจะเพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องแผนการกำจัดเมียของเอกเอื้ออยู่ก็เป็นได้ อาหารจึงมาในเวลารวดเร็วนัก แก้วกานดากินไม่ค่อยลงสักเท่าไหร่ ได้แต่ใช้ช้อนเขี่ยไปมา เธอฝืนกินไปสามสี่คำเพราะคิดเสียดายเงิน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะทิ้งมันได้อย่างไม่เสียดาย แต่ New แก้วกานดา ทุกอย่างที่เป็นเงินเป็นทอง ประหยัดได้ก็ต้องประหยัดเอาหน่อย เฮ้อ...ใครจะไปคิด ชีวิตมันจะพลิกขนาดนี้

                จะไปขอร้องบิดามารดา ก็คงจะไม่ได้ เธอไม่อยากเสียหน้า ไม่อยากทำให้ท่านเดือดร้อน ท่านเองก็หนี้สินเยอะแยะกันอยู่ ไม่มาขอเธอนี่ก็บุญแล้วล่ะ คงจะต้องลุยต่อไปนั่นแหละแก้วกานดาเอย

                เรียกบริกรมาเช็คบิล หลังจากฝืนกินไปได้สักพัก เพราะความเครียดนั่นแหละทำให้เธอกินอะไรไม่ค่อยได้ เธอเปิดดูเฟสบุ๊ค ว่าตอนนี้จริยาจะเอาเธอไปเม้าท์แล้วหรือเปล่า ขานั้นเป็นพวกชอบอวดทางออนไลน์เสียด้วย สิ่งที่เธอเห็นในหน้าเฟสบุ๊คของจริยา ก็ทำให้เธอถึงกับปรี๊ดแตก เพราะทางนั้นเอากระเป๋าแบรนเนมที่เธอเพิ่งจะขายให้หมาดๆ ไปลงขายต่อ แถมราคาสูงกว่าที่เธอบอกขายอีกเกือบห้าหมื่น!

                “อี...”

                สารพัดจะหาคำมาด่าคู่กรณี แก้วกานดาลืมระวังกิริยา เดินไปด่าไปจนคนที่เดินสวนกับเธอบางคนถึงกับหันมาดู แต่เธอก็ไม่ได้แคร์ แถมยังทำถลึงตาใส่ทำปากขมุบขมิบใส่ด้วย จนคนที่มองเธอรีบหันกลับไป เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องเอา

                “ย่ะๆ ได้ย่ะ เดี๋ยวไปจัดลางานมาด่วน โอ๊ย...มึงนี่ ยุ่งกับกูจริงๆ ยุ่งจริงๆนะผัวขา”

 เสียงแหลมๆ ดัดๆ คุ้นหูดังขึ้น ทำให้แก้วกานดาถึงกับหันขวับ ทางนั้นยังคุยโทรศัพท์ต่ออย่างเมามัน ไม่ได้เห็นเลยว่าตัวเองกำลังเดินสวนกับใคร แถมคนนั้นทำท่าจะย่องเดินตาม และฟังด้วยว่าเขาคุยอะไรบ้างกับปลายสาย

                “อีกสามสี่วันนั่นแหละ จะได้ตามไปอะ เออๆ ไปสิ ไปกันท่า แหมผัวทั้งคนอะ”

 ยิ่งฟัง หล่อนก็ยิ่งยิ้ม มันการันตีชัดๆ แล้วนี่นา ว่าเอกเอื้อ

                อี๋...

                เอาวะถึงจะอี๋ กับความเป็นคนสับสนสองเพศของอดีตคนรัก ที่แน่ใจแล้วล่ะตอนนี้ เอกเอื้อเป็นอย่างที่เธอมโน ยัดเหยียดข้อหาให้จริงๆ ทนๆ เอาวะเรา อย่างน้อยๆ ก็กุมความลับไว้ได้ขนาดนี้ แต่งงานแต่งการกันไป จะหยวนให้มาหากันบ้าง เธอมองตามหลังชายตรงหน้าอย่างกระหยิ่ม แล้วเอื้อมมือสะกิด เมื่อเสือกล้ากดวางสายกับปลายทางแล้ว

                “คะ ครับ”

เสือกล้าหันขวับ สะดุ้งอย่างตกใจที่จู่ๆ โดนสะกิดเข้าแบบนั้น เมื่อหันมาเจอว่าใครกำลังยืนกอดอกยิ้มระรื่นอยู่  เขาก็ทำหน้าตึงใส่ทันที

                “ห้างมีเป็นร้อยเป็นพันในกรุงเทพฯ ทำไมวันนี้ฉันจะต้องมาซวยด้วยนะเนี่ย”

                “โอ๊ะโอ”

 แก้วกานดาเอามือปิดปาก ด้วยท่าทางดัดจริตสุดๆ เล่นเอาเสือกล้าถึงกับกลอกตา แล้วก็กอดอกบ้าง

                “มีอะไรยะ คุณลูกผี...เอ๊ย...ลูกแก้ว”

                “ก็แค่ทักทาย สวัสดี” คนพูดไหว้อย่างนอบน้อม แล้วยิ้มหวาน

“คนคุ้นเคยกันน่ะค่ะพี่เสือกล้า อ้อ...ไม่ต้องรีบตามไปก็ได้นะคะ ปล่อยโอกาสให้ลูกแก้วบ้าง แล้วทุกอย่างจะดี๊ ดีค่ะ”

เธอขยิบตาให้กับเสือกล้าที่ขมวดคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจ แก้วกานดาเดินมาจนเฉียดแล้วกระทบไหล่เขาเบาๆพร้อมกับกระซิบกระซาบ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

                “ทุกอย่างจะดีค่ะ จะได้ไม่ต้องตอแหลกัน เชื่อลูกแก้วน่า เราพวกเดียวกัน ลูกแก้วรู้หมดแล้ว เรื่องท็อปซีเครส ของเอื้อ กับพี่เสือกล้าน่ะ ร่วมมือกันดีกว่านะคะวิน วิน ทั้งสองฝ่าย เชื่อลูกแก้วสิ โทรมาได้ตลอดนะ ลูกแก้วจะช่วยเต็มที่”

                พูดแล้วก็ยิ้มสวย เดินเชิดจากไป ทิ้งให้เสือกล้ามองตามอย่างงงๆ พลางบ่นกับตัวเองขมุบขมิบไปพลาง เกาศีรษะไปด้วย

                “เป็นบ้าเป็นบออะไรของหล่อนกันนะนั่น ตอแหลอะไรวะ วิน วิน อะไรของมัน งงจริงๆ นังลูกผีนี่ เหอะ! หล่อนน่ะตัวมารทำให้เพื่อนรักฉันต้องปั่นป่วน ฉันต้องขัดขวางย่ะ ใครจะใช้ให้ไปร่วมมือด้วย”

                งงก็งงอยู่ แต่งงยังไง ยัยลูกผีจะต้องโดนดีแน่ๆ หึๆ เสือกล้าเสียอย่าง เรื่องป่วนคนขอให้บอก แม่จะเอาให้ต้องกระเจิง! จนต้องร้องขอชีวิต วะ ฮะ ฮะ ฮ่า!

 

………………………………………………………………………………………………………………

 

 

                ในที่สุด เอกเอื้อก็ลากบีออกมากับเขาที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านจนได้ เขาบอกให้เธอเลือกเสื้อผ้า ของใช้ที่ชอบตามสบาย ดูเธอจะเกรงใจเขามาก แม้ว่าเขาจะบอกว่าให้งบประมาณเธอไม่อั้นก็ตามที จนต้องคะยั้นคะยอแกมขู่นั่นแหละ เจ้าตัวถึงจะยอม

                เธอไม่เดินเลี้ยวเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง หากแต่เลือกเสื้อผ้าแบบธรรมดา เสื้อยืด กางเกงยีน แบบที่ราคาไม่ถึงพันบาท เอกเอื้อมองเธอเลือกเสื้อผ้าแล้วก็เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับเธอไว้ในใจ คนความจำเสื่อม มักจะเลือก หรือทำอะไรไปตามความคุ้นชินโดยอัตโนมัติ แสดงว่าบีของเขาค่อนข้างจะไม่ใช่คนช่างแต่งตัวนัก เธอดูจะเลือกของราคาย่อมเยา ที่พอจะใช้ได้ แล้วดูเธอจะเป็นคนขี้เกรงใจ เพราะไม่กล้าหยิบมากจนเขาต้องลากเธอเข้าร้านแบรนด์ มียี่ห้อนั่นแหละ เธอถึงกับรีบเอ่ยห้าม เมื่อเห็นราคาที่ติดไว้บนเสื้อผ้าที่หน้าร้าน

                “ร้านนี้ไม่เอานะคะพี่เอื้อ ขนาดลดแล้วยังตั้งหลายพันแนะ”

                “อย่างกนักเลยน่าเงินพี่ก็เหมือนเงินบี ช่วยๆ พี่ใช้หน่อยเถอะครับ”

 เอกเอื้อพูดติดตลก เงินที่เสือกล้ามาเก็บกับเขา ค่าที่ซื้อเสื้อผ้าให้บีไปหนนั้น รวมถึงข้าวของ ก็หลายเงินอยู่ มากกว่าที่เธอมาซื้อของวันนี้สิบเท่ากระมัง เขาก็ยังล้วงจ่ายให้เพื่อนไปโดยไม่บ่นสักคำ ทั้งที่ปรกติเป็นคนไม่ฟุ่มเฟือย และติดจะขี้เหนียว แต่เขานึกยินดีด้วยที่จะจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าให้เธอ ในแบบที่เธอชอบจริงๆ

                “มันแพงน่ะสิคะ”

 เธอหันมาบ่น หมุนมองเสื้อผ้ารอบตัวเธอ ร้านนี้เสื้อผ้าชุดค่อนข้างเป็นผู้หญิงหวานๆ รูปแบบน่ารัก สีสดใส แต่ราคาแพงเอาเรื่องเลยทีเดียว

                “แพงพี่ก็จ่าย เลือกไปสักสองสามชุดก็ได้ถ้าเกรงใจ พี่อยากให้บีแต่งตัวสวยๆ แข่งกับลูกแก้ว”

                “ทำไมบีจะต้องแต่งตัวแข่งกับคุณลูกแก้วด้วยล่ะค่ะ”

 เธออมยิ้ม พอจะเดาอะไรออกลางๆ ว่าเพราะอะไร เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออก ว่าแก้วกานดาหมายตาสามีเธอ แถมมีกองเชียร์อย่างคุณเพชรสกาวเสียด้วย

                “พี่อยากให้เมียพี่สวยๆ น่ะสิครับ”

เอกเอื้อว่า แล้วรุนหลังเธอเข้าไปที่ราวเสื้อผ้าตรงหน้า มันละลานตาของบีไปหมด เธอชอบเสื้อผ้าแนวนี้ แต่ไม่ค่อยได้เลือกซื้อไว้นัก เพราะ...เอ...เพราะ...

                ปรกติแล้วงานที่เธอทำไม่เอื้อให้ใส่กระโปรงนัก

                จู่ๆ ความคุ้นเคย ในเรื่องการเลือกเครื่องของใช้ ก็แวบเข้ามาในสมอง เธอเงยหน้ามองเอกเอื้อ แล้วขยับปาก เหมือนจะเอ่ยบอกเขา แต่แล้วก็เม้มริมฝีปาก มันแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อาจจะดูน่ารำคาญไปไหมถ้าบอกเขาบ่อยๆ มันก็ลงท้ายด้วยความผิดหวังอยู่ดี ว่าเธอจำไม่ได้

                เฮ้อ...

                “ตามสบายเลยครับ พี่ว่าชุดนั้นเหมาะกับบีนะ”

เขาชี้ไปที่ชุดแขนกุดสีเขียวอ่อน สีของมันเหมือนกับขนมสายไหม แบบของมันก็น่ารักเรียบร้อย บีมองตามแล้วรู้สึกนึกชอบ เธอเอามันมาทาบกับตัว แล้วยิ้มหวานส่งให้กับเอกเอื้อ เล่นเอาเขาถึงกับหัวใจกระตุกวาบ เธอยิ้มทีไร เขาเหมือนจะละลายทุกที

                บีหนอบี...ทำไมน่ารักแบบนี้นะครับ

                บีครับบี...ทำไมพี่ถึงรู้สึกทั้งทุกข์และสุขปนกันแบบนี้หว่า

                ทุกข์ที่ไปหลอกเขา

                สุขที่เขามาอยู่ข้างๆ แล้วก็เชื่อสนิทใจว่าเป็นเมียเรา

                ไอ้เอื้อหนอไอ้เอื้อ เป็นคนดีมาตลอด มาเสียคนเอาป่านนี้จนได้หนอเรา แถมเป็นการทำความผิดแบบหน้าชื่น ตาบาน ยินดีสุดๆที่ได้ทำเสียด้วย

                เฮ้อ...

                บีเลือกเสื้อผ้าได้ไปสองชุด เธอลองสวมให้เขาดูด้วย แบบของมันเหมาะกับเธอมาก ตัดเย็บแบบเรียบร้อย สีอ่อนหวาน ทำให้คนสวมใส่หวานน่ารัก ด้วยบุคลิกของเธอ มันทำให้เสื้อผ้าเสริมส่งให้เธอดูหรู ดูดีขึ้นมาทันที เขาค่อนข้างแน่ใจอยู่อย่างหนึ่งว่า บีจะต้องเป็นคนที่ได้รับการอบรม และมาจากครอบครัวที่ดี เพราะนิสัยของเธอหลายๆ อย่าง คนน่ารักแบบนี้ ดีขนาดนี้...มันจะเหลือรอดมาถึงเขาไหมเนี่ย?

                อดคิดสงสัย ปนแสลงใจไม่ได้ ถ้าโอบตะวันสืบเรื่องของเธอได้เรียบร้อยแล้ว เขาจะทำใจได้ไหมหว่า ที่ต้องส่งกลับเธอให้ครอบครัว แล้วถ้าเธอมีแฟน...

                โอ...

                คิดแค่นี้ เขาก็หน้าซีด อกร้อนผ่าว เขาจับมือเธอบีบแน่นเมื่อเดินออกมาจากร้านเสื้อผ้า จนบีเงยหน้ามองเขาแล้วนิ่วหน้าเล็กน้อย เพราะหมอหนุ่มเผลอบีบแรงไปนิด

                “มีอะไรหรือคะพี่เอื้อ หรือว่าบีช้อปหนักไปหน่อย”

                “เปล่าครับ ไม่มีอะไร แวะร้านหนังสือกันแป๊บหนึ่งนะครับ”

                “บีขอซื้อหนังสือด้วยได้ไหมคะ”

                “ได้สิ เลือกเอาเลย พี่จะไปดูตรงมุมโน้นหน่อย”

เขาชี้มือไปที่แผนกหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ บีพยักหน้า เธอบอกเขาว่าเธอจะเลือกนวนิยายไปอ่านสักเล่มสองเล่ม แล้วแยกไปที่มุมนวนิยายยืนหยิบหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้มาดู เอกเอื้อตรงไปเลือกดูหนังสือเกี่ยวกับแพทย์มาเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ยืนเลือกสักพักก็ได้หนังสือที่ต้องการ เขาเดินตรงไปหาบี เธอมีหนังสือนิยายในอ้อมแขนสองเล่ม และกำลังจะเอื้อมจับหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งมาดู

                “ได้หรือยังครับ”

                “ค่ะ บีเอาสองเล่มนี้แหละค่ะ”

 เธอละมือจากหนังสือพิมพ์ที่คิดจะจับมาดู เพราะที่บ้านของเอกเอื้อก็รับหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว ค่อยกลับไปอ่านเอาที่บ้านก็ได้ ไม่อยากซื้อไปหลายเล่ม

                “กลับกันเถอะ พรุ่งนี้แต่งตัวสวยๆ ล่ะ แข่งกับลูกแก้ว พี่อุตสาห์ซื้อให้แล้ว”

                “จะสู้เขาได้หรือคะ”

 เธอแกล้งว่า พร้อมกับวางหนังสือลงบนเคาน์เตอร์ชำระเงิน เอกเอื้อโอบเอวเธอดึงเข้ามาหาตัว พร้อมกับกระซิบเสียงเบาข้างหูเธอ

                “สู้ได้สิครับ เมียพี่สวยมาก”

                “แน้...”

                เธอแอบหยิกเขาเบาๆ แก้มแดงก่ำ พนักงานเก็บเงินได้ยินที่เธอและเขาหยอกเย้ากัน ก็เงยหน้าขึ้นมองยิ้มๆ สายตานั้นยิ่งทำให้เธอเขินหนักมากขึ้น ส่วนเอกเอื้อยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เมื่อโอบเอวพาเธอออกจากร้าน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha