เมียริมทาง

โดย: aom13



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : บี ! จำได้แล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แก้วกานดาอยากจะเปลี่ยนเป้าหมายเสียจริงๆ

                เธอกำลังมองโอบตะวัน ด้วยสายตาหวานเยิ้มอย่างลืมตัวไปชั่วครู่ ก่อนจะปรับโหมดจูนสมองว่า ตอนนี้เป้าหมายของเธอคือเอกเอื้อต่างหาก แม้ว่าจะ...ยี้...ไปแล้วก็ตามที

                โอย...ใครจะไม่ยี้เล่าเธอเคย...เคย...กับ....ตอนนี้เธอก็โดนเสือกล้าแย่งอดีตแฟนไปแล้วเรียบร้อย ส่วนแม่เด็กนี่ก็แค่บังหน้าสินะ หึๆ เธอกำลังหาเวลา หาโอกาส คุยกับเสือกล้าสองต่อสอง ให้เสือกล้าไปบิ้วเอกเอื้ออีกที ว่าเธอนี่แหละ ที่กุมความลับอยู่ทั้งหมด และกำลังจะวางแผนให้ทุกคนสมประสงค์ จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง หึๆ

                “ปูไหมคะคุณย่า”

 แก้วกานดาแกะปูให้กับคุณเพชรสกาวอย่างเอาใจ นางมีตุ๊กตาคู่ใจนั่งข้างๆ เหมือนกับเป็นคนจริงๆก็ไม่ปาน ตอนนี้คุณเพชรสกาวกำลังเห่อเจ้าตุ๊กตานี่มาก ไปไหนไปกันเลยทีเดียวและแก้วกานดาก็บ้าจี้ พอที่จะเอาใจทั้งคน และทั้งสิ่งไม่มีชีวิต

                “เอาเผื่อน้องด้วยไหมคะ อิอิ แกะปูไว้ตรงจานให้น้อง น้องลูซี่วันนี้แต่งตัวสวยเป๊ะมากอะ แล้วเซลฟี่ลงเฟสนะคะคุณย่า น่ารักเหมือนแฝดเลย”

                ว่าแล้วเธอก็จัดแจงทำด้วย คุณเพชรสกาวโพสต์ท่ากับตุ๊กตายิ้มหน้าบาน สามคนที่เหลือกำลังมองตากัน เอกเอื้อกับโอบตะวันมีสายตาแบบเดียวกัน ส่วนบีนั้นมองคุณเพชรสกาวด้วยสายตาอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ

                “เดี๋ยวคงมีไลต์เข้ามาเยอะเชียวล่ะ ปูดูน่ากิ๊นน่ากินอะ เพื่อนๆ ของย่าคงจะอิจฉาแน่ๆ นี่ย่าเอาน้องลูซี่ไปโมมาใหม่นะ ทำสีผมใหม่ สีตาใหม่ น่ารักไหมล่ะ”

                “น่ารักมากค่ะ ว่าแล้วว่าสีผมแบบนี้ ชมพูสวยๆ แบบนี้ต้องเป็นผมที่โมดิฟายให้น้องแน่ๆไหนจะสีตาอีกเข้ากันมาก คุณย่าเทสดีจริงๆ อุ๊ยๆ เพิ่งสังเกตนะค่ะ คุณย่าทำปอยผมสีชมพูด้วย เปรี้ยวมาก ลดอายุสุดๆ”

                “แหม...”

คุณเพชรสกาวยิ่งหน้าบานกว่าเดิม เมื่อมีคนชมว่าเธอยังสาวกว่าอายุ แก้วกานดากำลังจะอ้าปากเจื้อยแจ้วต่อ เพราะเห็นว่าคุณเพชรสกาวกำลังเริ่มติดลมบน

                “นี่ลูกแก้วรู้จัก...”

                “ทำสีผมชมพูขนาดนั้น เปรี้ยวไปนะครับคุณย่า เวลาประชุมบอร์ดผู้บริหาร ผมว่าคุณย่าไปย้อมกลับนิดดีกว่านะครับ เพื่อภาพลักษณ์ของผู้บริหาร แล้วก็ระวังคุณนาตาลีแขวะเอานะครับ หนก่อนที่คุณย่าทำผมสีทองต้องรีบโกรกกลับเพราะปากแกนะนั่น”

                “ตาโอบนี่ ปากหรือนั่นน่ะ”

 ท่านมองหลานชายคนโตแล้วค้อนขวับ เอกเอื้อได้แต่อมยิ้ม แล้วก็ต้องรีบหุบ เมื่อท่านตวัดตาค้อนเอา

                “ตาเอื้อ ยิ้มทำไม”

                “โธ่ ผมก็แค่ยิ้มเฉยๆ เองนะครับผมน่ะไม่ว่าหรอกครับถ้าคุณย่าจะทำอะไร คนเราก็ต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ แต่ก็ควรอยู่ในกรอบบ้างก็เท่านั้น อย่างตุ๊กตาอะไรนี่ เดี๋ยวกระแสมาแล้วก็ไป คุณย่าก็ซื้อเพลาๆ มือบ้างก็แล้วกันนะครับ” เอกเอื้อเอ่ยกึ่งเตือนอ้อมๆ เลยได้ค้อนไปอีกหน

                “ย่าก็อยากจะทำอะไรสนุกๆ แบบคนอื่นเค้าบ้างก่อนตาย ก็เท่านั้นแหละ”

 นางค้อนขวับให้กับหลานชายทั้งสอง จริงๆ แล้วไอ้ตุ๊กตาบลายธ์นี่ นางก็ไม่ได้ชื่นชอบอะไรมากมายนักเห็นคนอื่นเค้าเล่นกัน กำลังเป็นกระแส ก็เลยซื้อมาเล่นบ้างค่าราคาของมันก็ไม่ใช่บาทสองบาท แล้วก็ลงทุนไปแล้วค่อนข้างมาก อวดกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของนางได้ อวดคนอื่นได้ ทำให้นางกลายเป็นจุดเด่น มีคนมาคุย มาให้ความสนใจ คุณเพชรสกาวเป็นคนแก่ขี้เหงาคนหนึ่ง ที่กำลังเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้นเอง

                “บีก็ว่าน่ารักดีนะคะ ตุ๊กตาแบบนี้ใครๆเค้าก็เล่นกัน ไม่แปลกหรอกค่ะ อย่างคุณย่าท่านว่า คนเราก็อยากจะทำอะไรสุดเหวี่ยงก่อนตาย สีผมแบบนี้ ดูเก๋ๆ ดีออกค่ะ”

                “เห็นไหมล่ะ เมียเรายังว่าดีเลย”

คุณเพชรสกาวเริ่มส่งยิ้มให้กับบีบ้างอย่างชอบใจ ก็แม่นี่เข้าข้างเธอนี่นา แก้วกานดากระแอม พลางยักไหล่ เรื่องอะไรจะให้คุณย่าไปสนใจแม่นี่กัน!

                “รู้จักด้วยเหรอคะน้องบี ของเล่นแบบนี้อะ ราคามันแพงเอาเรื่องอยู่นะคะ มีแต่พวกคนรวยๆ เล่นกัน” บีพยักหน้า ทำเป็นไม่รู้ว่าแก้วกานดากำลังหลอกด่าตนเอง

                “รู้จักสิคะ ตุ๊กตาบลายธ์ กำลังฮิตเลยในหมู่ดารา คนดัง ไฮโซ แล้วก็คนที่มีกำลังซื้อ ตัวหนึ่งบีก็ไม่เห็นว่าแพงอะไรมาก หลักหมื่นบ้างหลักพันบ้างก็มี ของแบบนี้แล้วแต่ความชื่นชอบค่ะ บีถือว่าเป็นความชอบส่วนตัว อย่างบีเองก็คงจะไม่เล่น เพราะไม่ถนัด บีชอบอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้มากกว่า คนเราชอบไม่เหมือนกัน และความชอบของคนเราก็ใช้งบประมาณต่างกัน แล้วแต่ความพอใจ ความพอใจที่ว่านี้ จะเอามาเปรียบเป็นมูลค่า ก็ไม่ได้เสียด้วยจริงไหมคะ คุณลูกแก้ว”

                เอกเอื้อกับโอบตะวันมองสบตากันทันที เมื่อแม่เมียริมทางของเขาพูดแจ๋วๆ แบบนั้น แสดงถึงไหวพริบของเจ้าหล่อน แก้วกานดาถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ กำลังประมวลสมองว่า เธอกำลังถูกโต้ตอบด้วยคำพูดแบบชวนให้คิดตาม ว่าอีกฝ่ายนั้น...กำลังหลอกด่าเธอหรือเปล่า

                “จริงๆ ย่าเองก็ชอบถือเล่นๆ คนเค้ากำลังเล่นกันน่ะ ไม่ได้พกไปเวลาทำงานการอะไรหรอก”

 คุณเพชรสกาวเอ่ยแก้ตัว นางเองเป็นคนแยกกาลเทศะออก และวางตัวดีเสมอ

                “ผมรู้ล่ะครับ ว่าคุณย่าของผมน่ะวางตัวดีอยู่แล้วผมก็แค่เตือนนิดๆ หน่อยๆ เห็นคุณย่ามีลูกหาบส่วนตัวมาด้วย ก็เลย...”

                “หืม?”

 คุณเพชรสกาวทำหน้าสงสัยกับคำพูดของหลานชาย  โอบตะวันยิ้มน้อยๆ แล้วมองจ้องแก้วกานดาเขม็ง พลางเอ่ยออกมาตรงๆ

                “กลัวคุณย่าจะบ้าแรงยุ ทำอะไรแปลกๆ ทำอะไรที่มันไม่ถูกต้องไปน่ะสิครับ”

                หนนี้คุณเพชรสกาวถึงกับกระแอม หน้าของท่านเปลี่ยนสีเล็กน้อย เมื่อถูกหลานชายว่าเอาซึ่งหน้าแบบนั้น ท่านกับแก้วกานดาลอบมองสบตากันก่อนจะทำไม่รู้ไม่ชี้ ชวนกันกินอาหารบนโต๊ะ เพลิดเพลินกันไป ทำเป็นลืมๆเลือนๆ ว่าโดนโอบตะวันว่าเอาซึ่งหน้าแบบนั้น

                เมื่ออิ่มอาหารกันแล้ว สองหนุ่มและบี ยังปักหลักต่อที่โต๊ะโอบตะวันชวนเอกเอื้อดื่มเหล้า บีช่วยดูแลหากับแกล้ม และนั่งคุยกับสองหนุ่ม ส่วนคุณเพชรสกาวและแก้วกานดาหลบเข้าห้องกันไปแล้วเรียบร้อย แน่นอนว่า จะต้องแอบไปวางแผนอะไรกันอยู่แน่ๆ

                “นี่ดีคุณย่าไม่ฮิตตุ๊กตาลูกเทพขึ้นมากับเขาด้วย”

โอบตะวันบ่นน้อยๆ เขาไม่ค่อยชอบนักที่คุณย่าของเขาทำตัวกรี๊ดกร๊าด เหมือนวัยกลับแบบนี้

                “เกือบแล้วล่ะ แต่กลัวผีขึ้นเสียก่อน ก็เลยไม่ซื้อมา ส่วนตุ๊กตาบลายธ์นี่จริงๆ คนอื่นเค้าก็ซากระแสแล้วแต่คุณย่าของเรา กลุ่มที่ท่านเม้าท์ๆ ด้วยอยู่น่ะ เพิ่งจะมาสร้างกระแสฮือฮากัน เพราะส่วนหนึ่งในนั้นนำเข้าตุ๊กตาบลายธ์ แล้วก็เปิดร้านขายทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าตุ๊กตานี้อยู่”

                “อ้อ...”

 โอบตะวันพยักหน้า พอจะรู้เลาๆ แล้วว่าทำไมคุณย่าเขาถึงได้หนีบเจ้าตุ๊กตานั่นไปไหนต่อไหนด้วย เพราะเกรงว่าจะตกกระแสในหมู่เพื่อนนั่นเอง

                “ท่านก็สนุกของท่านนั่นแหละ”

 เอกเอื้อยักไหล่ เขารินเหล้าเติมให้กับพี่ชาย และตัวเอง คนข้างๆ เขาที่นิ่งเงียบมาสักพักฟังเขาสองคนคุยกัน ก็เอ่ยชวนสนทนาขึ้นมา

                “ท่านอายุเยอะแล้ว คงจะเหงาน่ะค่ะ ก็เลยตามเพื่อน กลัวไม่มีเพื่อน ที่ท่านเกาะติดกับคุณลูกแก้วก็เพราะ เธอตามใจท่านมาก คนแก่ก็แบบนี้น่ะค่ะ จะเหมือนกลับเป็นเด็กอีกหน บางทีก็ทำตัวให้เราอมยิ้ม เพราะนึกว่ามีหลาน แทนที่จะมีคุณย่าคุณยาย”

                “เอ...บีมีญาติอายุราวๆกับคุณย่าด้วยหรือครับนี่ ถึงได้รู้”

เอกเอื้อลองถาม เผื่อมันจะช่วยเธอด้านความทรงจำบ้าง บีนิ่งไปนิด คิดทบทวนอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล

                “บีเหมือนจะไม่มีญาติผู้ใหญ่ ที่อายุมากเหลืออยู่แล้วน่ะค่ะ แต่มีคุณยายของเพื่อน ท่านติดบีมาก เพราะบีเอาใจท่าน ชอบไปชวนคุย ทำขนมไปให้ ซื้อของไปฝากเวลาไปบ้าน...เอ่อ...บ้านของเครือ...บีจำได้ว่าเพื่อนคนนี้ชื่อเครือ เครือทิพย์ คุณยายชื่อคุณยายน้อม บี จำได้แล้วค่ะพี่เอื้อ”

 เธอหันไปบอกเอกเอื้ออย่างตื่นเต้น สองหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง เอกเอื้อตกใจเสียยิ่งกว่าโอบตะวัน เขาหันไปจับแขนเธอไว้สองข้างแล้วเขย่าอย่างลืมตัว

                “อะไรนะ บี! บีจำได้แล้วเหรอ อะไร ยังไง!

                “โอ๊ย เบาๆ ค่ะพี่เอื้อ บีแค่จำชื่อเพื่อน กับชื่อคุณยายของเค้าได้เท่านั้นเอง”

 เธอโอด เมื่อเขาเขย่าเธอจนหัวสั่นหัวคลอน เอกเอื้อเม้มริมฝีปากมองจ้องตาเธอ หน้าเขายังคงซีด ขณะที่โอบตะวันนั่งตัวเกร็งไปหมด เพราะลุ้นว่าบีจะจำอะไรออกบ้าง

                “แค่นั้น?”

                “ค่ะ”

                “แล้วพี่ล่ะ เป็นใคร”

 เขามองจ้องตาเธอเขม็งแบบไม่กะพริบ บีทำตาโตมองตอบ โอบตะวันที่กำลังลุ้นอยู่อย่างระทึก แทบจะร้อง อ๊าคคคคคคค เพราะกดดันแสนคันหัวใจ ลุ้นจริงๆ

                “ก็...”

                “เป็นใคร? จำพี่ได้ไหม”

                “พี่เอื้อก็เป็นสามีของบียังไงล่ะคะ”

                “เอ่อ...เฮ้อ...ครับพี่เป็นสามีของบี ขอกอดที ทำเอาพี่ลุ้นแทบตาย”

 ว่าแล้วจากที่เขย่าเธอ ก็กลายเป็นกอดเธอแน่นๆ แทน เล่นเอาบีหน้าแดง ต้องผลักไสเขาพัลวัน

                “พี่เอื้อนี่ ยังไงกันนะอายคนอื่นเค้าบ้าง ปล่อยบีก่อน หายใจไม่ออก”

                “ปล่อยเมียมึงก่อน ไอ้เอื้อ เดี๋ยวก็ตายก่อนจะจำได้พอดี”

โอบตะวันเอ่ยล้อๆ เอกเอื้อเลยยอมปล่อย บีถือโอกาสนั้น ผละหนีจากเขา บอกว่าจะไปเอากับแกล้มมาเพิ่มให้ นั่นแหละสองหนุ่มเลยได้อยู่กันตามลำพัง

                “จะดีเหรอวะไอ้เอื้อ”

พี่ชายเขาถามเสียงขรึมๆ เมื่อคล้อยหลังบีแล้วเอกเอื้อมองตามหลังเธอ เขารู้ดีว่าพี่ชายกำลังพูดเรื่องอะไร

                “มึงว่ากูมีทางเลือกเหรอ?”

                “ก็...มึงคงจะหาทางลงได้แบบที่มันซอฟท์ที่สุดล่ะวะ ไอ้น้องชาย แต่ว่าคนนี้...กูมองไม่พลาดใช่หรือเปล่า?”

                “อื้อ”

เอกเอื้อพยักหน้า ยอมรับกับตัวเองและพี่ชาย มันไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะปกปิด สิ่งที่เขากำลังรู้สึกกับบี ผู้หญิงปริศนาที่โชคชะตาลิขิตพัดพามาในชีวิตเขา

                “ถ้าอย่างนั้นกูว่า มันคงทุลักทุเลน่าดู”

 โอบตะวันตบบ่าน้องชายอย่างให้กำลังใจ แล้วรินเหล้าเพียวๆ ส่งให้เอกเอื้อ ที่รับไปกระดกดื่มแบบรวดเดียวหมด แล้วก็แทบจะสำลัก เพราะเขาไม่ค่อยดื่มเหล้าสักเท่าไหร่ อวดเก่งดื่มแบบนี้เพราะเครียดล้วนๆ เฮ้อ...

                อย่างที่โอบตะวันบอก ทุกอย่างคงจะทุลักทุเลน่าดู ถ้าเกิดว่าบีรู้ความจริง

                ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ใครคนหนึ่งกล่าวไว้

                แต่บางทีความจริง มันอาจจะทำให้เขาตายนี่สิ

                ตายหยังเขียดเสียด้วย หมอเอื้อเอย...

                


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญให้กำลังใจค่า"

aom13


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha