เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ปานชีวาถอนใจเซ็งๆ จากที่เซ็งอยู่แล้ว ไม่รู้เมื่อ 10 ปีก่อนดัมรงค์ดูเป็นคนดีในสายตาของแม่และเธอได้ยังไง เราสองแม่ลูกถึงได้ยอมให้ผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิต 3 ปีแรกก็ยังพอเรียกว่าครอบครัวได้ แต่ 7 ปีหลังเธอคงต้องใช้คำว่า...นรก

               แม่บ้านได้ยินเสียงออดหน้าบ้านก็รีบวิ่งออกไป ไม่นานนักไลลาก็เข้ามาในบ้านในสภาพเหมือนผ่านสงครามย่อมๆ มา ปานชีวายิ้มแห้งๆ ให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เหมือน พี่สาว เรื่องที่จะร้องไห้ตีโพยตีพายอย่าได้หวังว่าจะมี งานนี้เธอรู้ตัวเองดี แต่ที่ไม่รู้ก็ฝั่งชญาณีนั่นล่ะว่าทำไมถึงเข้าใจแบบนั้น ทั้งๆ ที่ตอนทำงานด้วยกัน เธอก็ไม่เคยทำอะไรให้คิดไปในแนวนั้นได้

               “ปานไม่ได้ทำอย่างในข่าวนะพี่ไลลา มันไม่จริง”

               “พี่เชื่อ วันนั้นพี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ทำไมมันถึงมีแต่รูปของปานกับเมศแค่สองคนก็ไม่รู้ ไอ้นักข่าวพวกนี้นี่” ไลลาเองก็โมโห แต่ไม่อยากไปมีเรื่องกับนักข่าวเดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย

               “เราต้องทำยังไงคะ”

               “พี่จะให้ปานแถลงข่าว ปานเตรียมตัวไว้นะ เราต้องแก้ข่าวให้เคลียร์ บางทีอาจจะต้องแตกหักกับนังลิลลี่ ไม่รู้ว่าจงใจใช้ไม้นี้เรียกร้องความสนใจที่เด็กตัวเองพลาดรางวัลหรือเปล่า”

               ปานชีวาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก แต่พอไลลาพูดขึ้นมาก็อดคิดไม่ได้ เธอกับ ชญาณีเคยเล่นละครเรื่องเดียวกัน ตอนนั้นชญาณีได้รับบทนางเอก ส่วนเธอรับบทเป็นตัวเอกที่ใสซื่อในตอนแรกและค่อยๆ ร้ายในเวลาต่อมา งานนี้คนดูคงติดภาพนางร้ายแบบนอกจอไปแน่นอน

               “ปานจะโทรหารเมศว่าเขารู้เรื่องด้วยหรือเปล่า”

               ไลลารีบยกมือห้าม “อย่าเลยปาน พี่โทรแล้วรับเสียที่ไหนล่ะ เมศก็แฟนยัยณี ป่านนี้ก็คงหลบนักข่าวแทบแย่เหมือนกันนั่นแหละ เมื่อคืนก่อนกลับพี่เพิ่งได้ข่าวมาว่าสองคนนี้กำลังจะเลิกกันอยู่หยกๆ ตอนนี้ต่อให้อยากเลิกก็ต้องทนจนข่าวเงียบ”

               ปานชีวาก็เห็นเค้าลางรักล่มของคู่นั้นมาสักพักแล้วแต่ไม่อยากยุ่ง ตอนนี้ถึงไม่อยากยุ่งก็ถูกโยงไปเอี่ยวเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวกรี๊ดลั่นแต่ไร้เสียง อยากออกไปถาม สองคนนั้นให้สิ้นเรื่องสิ้นราว รู้ดีขืนทำแบบนั้นข่าวคงยิ่งลุกลาม ต้องค่อยเป็นค่อยไป เป็นนักแสดงน่ะเธอชอบ แต่น่ารำคาญเวลาเป็นข่าวแย่ๆ ชะมัด

               “ฝันร้ายชัดๆ เลย”

               “เถอะน่า เดี๋ยวเรื่องร้ายๆ ก็ผ่านไป ถ้าไม่มีความจริงในข่าวนั้น เดี๋ยวนักข่าวก็หาเรื่องอื่นมาทำข่าวจนได้นั่นแหละ ทนหน่อยนะ” ไลลาปลอบใจ

               “โอ๊ย...โมโห”

               แม่บ้านกับไลลามองปานชีวาที่คนสนิทกันเท่านั้นที่จะเห็นท่าทางที่เป็นตัวจริงแบบนี้ ดาราสาวมองกลับบ้างก่อนทำหน้าทะเล้นใส่

               “ไม่ว่านางเอกหรือนางร้ายก็โกรธเป็นนะพี่ไลลา ปานไปเตรียมตัวก่อนนะ”

               การเป็นคนของประชาชนต้องวางตัวให้ดูดี เหมาะสม แต่มีไหมที่จะเป็นตัว ของตัวเองอย่างเต็มที่ เฮ้อ มีสิ ก็ตอนอยู่บ้านไง เธอไม่ได้ฝืนเป็นคนดีหรือคนไม่ดี ทุกอย่างที่แสดงออกก็ตัวตนของเธอทั้งนั้น คนเสพข่าวที่รู้จักเธอบางคนบอกว่า...ข่าวอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบหรือไม่รู้จักเธอมาก่อนคงบอกว่า...ดาราเดี๋ยวนี้ใช้ไม่ได้ แย่งได้แม้กระทั่งแฟนเพื่อน

               นี่แหละสิ่งที่เธอต้องยอมรับเพราะมันเป็นอาชีพที่น้อยคนนักจะ ประสบความสำเร็จ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเพราะอาชีพนี้เช่นกันที่ทำให้ชีวิตของเธอไม่มีคำว่า...เรื่องส่วนตัว

               ลิขิตหรือชื่อในวงการ...ลิลลี่ เพิ่งวางสายจากเพื่อนนักข่าวที่สนิทกันก็รีบแจ้นมาหาดาราในสังกัดที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ถึงบ้านซึ่งมีนักข่าวอยู่บ้างสองสามคน คงไม่ต้องเดาว่านักข่าวส่วนใหญ่ไปที่ไหน สะใจลิลลี่ชะมัด ป่านนี้นังไลลาคงหัวหมุนนั่งกุมขมับ เป็นไงล่ะ ได้ดังสมใจชั่วข้ามคืน

               แต่ถ้าทางนั้นแก้ข่าวได้ ทางชญาณีจะโหนกระแสต่อไปคงยากหน่อย ดาราถ้ามีข่าวฉาวทั้งบทละคร โฆษณา อีเว้นท์นั่นแหละจะวิ่งเข้าใส่ ถึงชญาณีจะพอมีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่เทียบไม่ได้กับการเป็นข่าวกับปานชีวา แล้วทำไมชญาณีถึงได้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจอยู่ได้

               “ทางนั้นกำลังจะแถลงข่าวแล้วนะณี จะเอายังไงต่อ”

               “ณีไม่ยอมให้นังปานลอยตัวแก้ข่าวพ้นมลทินไปง่ายๆ หรอกค่ะ มันแย่งเมศ ใครๆ ก็รู้แล้ว” ชญาณีเอ่ย

               ในสายตาของสื่อเธอคือผู้ถูกทำร้ายจิตใจ และในสายตาของผู้เสพข่าวเธอคือผู้หญิงที่น่าสงสารเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ชอบด่ามือที่สาม แล้วเธอจะไปเดือดร้อนทำไม

               “นั่นแหละ แล้วจะเอายังไงก็บอกพี่มา”

               “ยังไม่ถึงเวลาค่ะ ณีรู้ดีว่าต้องทำยังไง พี่ลิลลี่เตรียมตัวไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน”

               ลิลลี่ถอนใจโล่งอก นับว่าเลือกคนไม่ผิด ถึงเวลาแล้วที่ชญาณีจะได้เป็นดารามีชื่อเสียง แทนที่จะเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาที่คนดูสงสารแต่เพียงไม่นานก็ลืมหลังจากละครจบ หรือไม่ก็นางรองที่ถูกกลบบทจนไม่มีใครพูดถึง สงสัยอย่างเดียวเท่านั้น ทำไมชญาณีถึงได้นึกอยากดังแข่งกับปานชีวาเอาตอนนี้ แต่ช่างเถอะคนอย่างลิลลี่ รอรับทรัพย์อย่างเดียวก็พอแล้ว

               

               การแถลงข่าวถูกจัดขึ้นที่ห้องโถงในโรงแรมแห่งหนึ่ง ปานชีวาเริ่มด้วยการเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นตามภาพที่เป็นข่าว วันนั้นเธอนัดรเมศกับชญาณีมาทานข้าวด้วยกันที่บ้าน ซึ่งก็คือวันที่ละครออกอากาศเป็นตอนจบพอดี แต่ชญาณีไม่ได้มา รเมศบอกว่าแฟนติดธุระ แต่ถึงกระนั้นเธอกับรเมศก็ไม่ได้ดูละครกันแค่สองคน ไลลากับแม่บ้านก็อยู่ด้วย

               ฉะนั้นภาพที่เป็นข่าวก็มาจากไลลาซึ่งเป็นคนถ่ายภาพโดยใช้โทรศัพท์ของ รเมศอีกที เรื่องมีเพียงเท่านี้ ส่วนรูปในโทรศัพท์ของรเมศหลุดออกมาได้ยังไงคงต้อง ไปถามเจ้าตัวกันเอาเอง

               แหม! มันน่าตีมือคนให้รูปจริงๆ ดันเลือกรูปที่มีแค่เธอกับรเมศ รูปอื่นที่รเมศถ่ายกับคนอื่นๆ ไม่ยักกะเอามาโชว์

               “ปานขอยืนยันตรงนี้เลยนะคะว่าระหว่างปานกับเมศไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว เราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ภาพบางภาพอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ค่ะ”

               ไลลายืนยันอีกเสียงว่าคืนนั้นเธอก็อยู่ในวงสนทนาด้วย ซึ่งเธอคาดว่ารูปที่นักข่าวได้รับคงมาจากมือถือของรเมศที่เพิ่งเขียนในทวิตเตอร์ว่าโทรศัพท์มือถือหาย คนที่เก็บได้คงเอารูปออกมาขายให้นักข่าว และปฏิเสธการให้ข่าวเรื่องมือที่สามของปานชีวา

               “แล้วทำไมคุณชญาณีถึงได้ให้ข่าวมาแบบนั้นล่ะครับถ้าไม่เป็นความจริง”

               “ปานคิดว่าเรื่องของคนสองคนก็อาจจะไม่เข้าใจกันบ้าง อย่าดึงปานเข้าไปเกี่ยวดีกว่านะคะ” ปานชีวาสรุปแกมขอร้อง นักข่าวก็คล้อยตาม เชื่อว่าเธอไม่มีทางเอาชื่อเสียงมาเสียเพราะเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

               ไลลายิ้มโล่งอก ถ้ายืนยันถึงขนาดนี้นักข่าวยังอยากเล่นข่าวมือที่สามอาจต้องฟ้องร้องกันล่ะ คงต้องยกความดีความชอบให้ปานชีวาที่คุมอารมณ์ได้ดี ถ้าเป็น ตอนเข้าวงการใหม่ๆ คงไม่นิ่งได้เท่านี้หรอก

               แต่แล้วเรื่องที่คิดว่าน่าจะจบง่ายๆ ก็ไม่จบ เมื่อนักข่าวคนหนึ่งที่รับโทรศัพท์จากใครสักคนพร้อมกับตะโกนลั่นขึ้นมาบอกเพื่อนนักข่าว

               “คุณชญาณีกรีดข้อมือตัวเอง ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล!”

               

               บรรดานักข่าวทั้งหมดพากันมองปานชีวาแทบจ้อง กล้องที่หยุดถ่ายไปถูกกดชัตเตอร์รัวไม่ยั้ง งานเข้านักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเต็มเปา ปานชีวาอยากหัวเราะให้โลกตะลึง เมื่อวานเธอหัวเราะมากไปจริงๆ ละมั้ง วันนี้เลยโชคร้ายแล้วร้ายอีกแบบ ที่อาจไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเลยในวงการ

               “คุณปานจะบอกได้อีกไหมครับว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องมือที่สาม” นักข่าวถาม หน้าตาแบบที่ปานชีวาอยากจะต่อยปากสักที

               แหมถามมาได้! ฉันควรจะดีใจหรือไงยะที่ยัยณีกรีดข้อมือ เฮ้อ ใครจะไปพูดตรงๆ แบบนั้นได้

               “ปานยืนยันค่ะ” ฮึๆ จะมีนักข่าวคนไหนบันทึกหรือจำคำพูดนี้ของเธอไหมเนี่ย ใจไปอยู่ที่โรงพยาบาลกันหมดแล้วมั้ง “พี่ไลลา...”

               ไลลารู้แกวรีบทำหน้าที่ “วันนี้ขอจบการสัมภาษณ์แค่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ น้องๆ”

               นักข่าวรีบไปหาข่าวร้อนซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลทันที ไลลาเลยไม่ต้องออกปากไล่ อ้อมๆ รอจนนักข่าวกลับออกไปจนหมดปานชีวาก็ถอนใจด้วยความหนักใจอีกรอบ ข่าวมือที่สามว่าแย่แล้ว นี่ยังมีข่าวกรีดข้อมือซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าหวยจะลงที่เธอ คราวนี้ถึงปฏิเสธจนปากฉีกใครจะเชื่อว่าเธอไม่ได้ไปเพิ่มมือให้ใคร

               “อะไรอีกเนี่ย นี่กรีดข้อมือจริงๆ หรือ เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ เมศมันทำอะไรอยู่นะทำไมถึงไม่มาดูแลแฟน เฮ้อ” ปานชีวาบ่นเป็นชุดไม่สนใจอดีตพระเอกคู่ขวัญ ถ้ารหัทอยู่ด้วยคงบ่นยืดยาวอีกคน

               “เดี๋ยวพี่ขอเช็กก่อน ในระหว่างนี้ห้ามให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเด็ดขาด พรุ่งนี้เราค่อยไปเยี่ยมยัยณีที่โรงพยาบาล ถ้าจริงก็แล้วไป ถ้าไม่จริงล่ะน่าดู” ไลลาชักสงสัยตงิดๆ ดูข่าวมือที่สามมันพันตูชอบกล ประจวบเหมาะตอนปานชีวาให้สัมภาษณ์เกินไปหรือเปล่า

               “ไปเยี่ยมยัยณีตอนนี้ปานคงถูกนักข่าวรุมอีกรอบ เบื่อสุดๆ เลย ไปเที่ยวกันไหมพี่ไลลา แก้เซ็งไหนๆ ปานก็กลายเป็นนางร้ายในชีวิตจริงไปแล้ว สงสัยเป็นนางเอกก็คง

               

               ไม่มีใครเชื่อแล้วมั้ง” ไม่พูดเปล่าดาราสาวยังหัวเราะอย่างกับไม่มีเรื่องอะไร มันเลยจุด ที่จะมานั่งกุมขมับแล้วนี่

               ไลลาพลอยหัวเราะตาม ทำไงได้ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว เธอชอบปานชีวาก็ตรงนี้ เวลามีปัญหาไม่เคยโทษใคร ยิ้มสู้ ไม่ใช่ร้องไห้ฟูมฟายไร้สติ

               “ยังมายิ้มได้อีก รีบกลับบ้านไปได้แล้ว”

               “ก็ขี้เกียจร้องไห้นี่นา ป่านนี้คงมีคนร้องไห้แทนอยู่ที่โรงพยาบาล” หรืออาจ หัวเราะสะใจ ปานชีวาไม่พูดออกไปเดี๋ยวจะกลายเป็นกล่าวหา เธอยังนึกไม่ออกว่าชญาณีจะทำแบบนี้ทำไมถ้าไม่ใช่เพราะหึงหวงเกินเหตุ

               เอาเถอะ! เธอจะขอมองโลกในแง่ดีไปก่อน

               

               ลิลลี่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีนักข่าวเป็นสิบคนมาที่โรงพยาบาลหลังจากที่ชญาณีมาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะในเมื่อพ่อของชญาณีเป็นหุ้นส่วนของโรงพยาบาลนี้ การเข้ามาพักในห้องคนป่วยจึงไม่ใช่เรื่องยากสักนิด ใครจะกล้า แล้วเรื่องที่นักข่าวจะเข้ามาสัมภาษณ์คนใจสลายคงไม่ใช่ตอนนี้ ฉะนั้นคนที่รับหน้าที่ให้ข่าวก็ต้องเป็นคนที่สำคัญและนักข่าว ‘เชื่อ’

               “ตอนนี้หมออยากให้น้องณีพักผ่อนนะคะน้องๆ นักข่าว ถ้ามีอะไรถามพี่กับเมศได้เลย เราพร้อมจะตอบความจริงทุกอย่าง”

               พระเอกชื่อดังทำหน้าเฉยคล้ายอึดอัดที่ต้องมาถูกรายล้อมด้วยนักข่าว ตั้งแต่ที่แฟนสาวโทรหาให้มาที่โรงพยาบาล นักข่าวพุ่งความสนใจมาที่คนกลางระหว่างสองสาวที่กำลังเป็นข่าวดังทันที

               “คุณรเมศมีอะไรจะพูดไหมครับ” นักข่าวสายบันเทิงไม่รอช้า

               “ผมเสียใจครับที่ทำให้ณีเสียใจ ผมผิดเอง” พระเอกหนุ่มพูดสั้นๆ ลิลลี่ยิ้มพอใจ ยิ่งพูดสั้นนักข่าวยิ่งตีความได้เยอะ ข่าวคงไม่จบง่ายๆ ตามที่ไลลาต้องการแน่นอน

               “คุณรเมศยอมรับไหมครับว่านอกใจแฟนสาว”

               “เอ่อ...” รเมศอึกอัก

               “อย่าถามแบบนี้เลยนะคะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้น้องเมศจะดูแลน้องณีให้ดีที่สุดใช่ไหมน้องเมศ” ลิลลี่รีบตอบคำถามนั้นแทนก่อนจะเสียเรื่อง ไม่รู้ชญาณีไปทำยังไงรเมศถึงได้ยอมให้นักข่าวสัมภาษณ์สิน่า

               “ครับ”

               “แล้วภาพถ่ายล่ะคะ ทางคุณปานชีวาบอกว่าคืนนั้นมีผู้จัดการส่วนตัวอยู่ด้วย ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน” นักข่าวยกประเด็นบุคคลที่สามมาถาม ถ้าประเด็นนี้ได้รับ การยืนยันปานชีวาก็หลุดจากข้อหามือที่สามทันที

               ลิลลี่ยอมไม่ได้หรอก เรื่องข่าวก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าปานชีวาถูกเขี่ยออกไปจากวงการ อนาคตของชญาณีก็ยิ่งสดใสและเป็นเบอร์หนึ่งได้แน่นอน

               “น้องนักข่าวขา ไลลาน่ะก็คนดูแลน้องปาน ยังไงก็ต้องไม่ยอมให้ข่าวคาวๆ หลุดไปหรอกค่ะ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนชวนผู้ชายไปบ้านตัวเองดึกๆ ดื่นๆ เมศเป็นคนดีไม่เคยปฏิเสธเห็นว่าเป็นเพื่อนก็เลยไปเท่านั้นเอง ใครจะคิดล่ะคะว่าจะถูกเสนอ”

               “ถ้าอย่างนั้นที่คุณปานบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับคุณเมศก็โกหกหรือคะ” นักข่าวถามรัวเร็วลิ้นแทบพัน

               “ไม่ทราบสิคะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าใจของน้องเมศอยู่กับใคร”

               รเมศลอบถอนใจรีบยกมือไหว้นักข่าวพลางเอ่ยไปด้วยว่า “ผมขอจบการสัมภาษณ์แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ ผมอยากขอเข้าไปเยี่ยมณีก่อน”

               ลิลลี่ขัดใจหน่อยๆ แต่ก็ไม่เสียหายอะไร ตอนนี้ปานชีวาถูกดันไปอยู่ปากเหวแล้ว ให้ข่าวอีกครั้งสองครั้งอนาคตในวงการก็คงจบ นักข่าวก็ได้ข่าวสมใจแล้วจึงไม่ยึดยื้อยอมปล่อยให้รเมศไปหาชญาณีในห้องคนป่วย โดยที่ลิลลี่ก็ตามไปในห้องอีกคน เพื่อช่วยล็อกห้องกันพลาด

               “เรียบร้อยไหมพี่ลิลลี่” ชญาณีถาม มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำส่วนอีกข้างถือรีโมตทีวี ไม่มีวี่แววร่องรอยของบาดแผลจากคมมีดที่ข้อมืออย่างที่รเมศได้รู้จากลิลลี่

               เขาถูกหลอกให้มาช่วยจัดฉากอย่างนั้นหรือ?

               “เรียบร้อยแล้ว ถ้าณีไม่มีอะไรแล้วพี่ไปทำธุระก่อนนะ เมศดูแลณีด้วย” ลิลลี่สรุปเองเสร็จสรรพแล้วก็รีบออกไปจากห้องทันที แถมก่อนออกจากโรงพยาบาลเจอนักข่าวก็ยังให้ข่าวอีกนิดๆหน่อยๆ

               พอเหลือกันแค่สองคน ความรักที่แสดงออกให้คนนอกได้รู้ก็แปรเปลี่ยนเป็น หมางเมินเกลียดชัง รเมศกำมือแน่น เขาไม่นึกเลยว่าชญาณีจะทำได้ถึงขนาดนี้ แกล้งเข้าโรงพยาบาลแถมยังให้ข่าวทำร้ายปานชีวาไปแบบนั้น ไหนล่ะแผลกรีดข้อมือประชดรัก เขาน่าจะรู้ว่าคนรักตัวเองอย่างชญาณีมีหรือจะทำแบบนั้นได้

               “อย่าถอนใจสิคะ ณีรู้ว่าเมศไม่ชอบ แต่ถ้าณีให้สัมภาษณ์กับนักข่าวบ้าง เมศคงอยากอยู่แบบนี้มากกว่า” ชญาณียิ้มเหี้ยม คนอย่างเธอถ้าถูกหักหลังแล้วทำไมไม่ทำแบบนั้นตอบล่ะ

               “คุณมัน...!”

               “สายไปแล้วค่ะที่จะนึกเสียใจ ณีต่างหากล่ะที่เสียใจยิ่งกว่า” ชญาณีแค้นใจแต่ไม่มีน้ำตาสักหยด

               รเมศพูดไม่ออก ใช่! เขาทำผิดต่อชญาณีอย่างมาก แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่ผู้หญิงที่ในวงการต่างรู้ว่าเป็นแฟนของเขา จะทำแบบนี้กับผู้หญิงอีกคนที่เป็นเพื่อนของเขามานาน ทว่าตัวเขาเองก็อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถจะช่วยปานชีวาได้ ไม่เช่นนั้นคนที่ จะกระเด็นออกจากวงการคงเป็นเขาเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha