เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3-50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

               ไหนๆ ก็ขับมาจอดแถวตลาดโป้งก็เลยไปหาอะไรกินรองท้อง ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ท่าเรือเพื่อขับเรือกลับเกาะ ใช้เวลาไม่นานถึง 15 นาทีร่างสูงใหญ่ยักษ์ก็เดินกลับมาที่รถพร้อมขนมที่ซื้อติดมือมาเอาไปฝากคนที่เกาะ แล้วก็กาแฟยี่ห้อโปรดของเขาด้วย เขากดปลดล็อกแล้วเก็บของไว้ที่หลังเบาะหลัง อดส่ายหัวไม่ได้เมื่อนึกถึงผู้หญิงคนนั้น ป่านนี้ไปหลับขี้เซาอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้

               พอเก็บของเสร็จฆนากรก็เดินมาที่ประตูฝั่งคนขับ แต่แล้วประตูอีกฝั่งก็เปิดโดยใครคนหนึ่งที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เธอคนนั้นได้เชิญตัวเองเข้ามานั่งในรถของเขาเรียบร้อยแล้ว

               “นี่คุณ!”

               “ฉันขอติดรถไปลง เอ่อ...ฉันขอไปด้วยสักพักแล้วจะบอกเองว่าลงที่ไหน” ปานชีวาบอกเสียงสั่น ตาก็เหล่มองไปด้วยว่ามีใครตามเธอมาอีกหรือเปล่า

               โชคดีชะมัด เธอวิ่งหนีมาทางนี้ถึงได้เห็นรถของนายยักษ์แล้วมาซ่อนตัว และรอจนกระทั่งเจ้าของรถกลับมาพร้อมของเต็มมือ เฮอะๆ ผู้ชายก็ช็อปกระจายเป็นเหมือนกัน

               “รถส่วนบุคคลนะ ไม่ใช่แท็กซี่...เชิญลงไปได้แล้ว” โป้งบอกอย่างสุภาพ ถ้าเป็น ผู้ชายละก็เขาลากลงไปแล้ว เจอกันครั้งเดียวตีสนิทกันเลยหรือนี่

               “โห! ไม่มีน้ำใจเลย” ถ้าไม่เดือดร้อนเธอคงหน้าบางกว่านี้

               เอาวะ! ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ ขอเล่นละครแบบไม่มีกล้องสักครั้งก็แล้วกัน ว่าแล้วคนทำหน้าบึ้งก็อึ้งสิ อยู่ๆ ปานชีวาก็ร้องไห้น้ำตาหยดแหมะๆ ราวกับผู้กำกับเพิ่งสั่งเดินกล้อง

               “ฮือๆ ฉันเพิ่งหนีพี่ชายมานะ เกือบโดนข่มขืน แล้วนี่คุณยังแล้งน้ำใจอีก ก็ได้ฉันไปก็ได้ โลกจะได้รู้ไว้ว่าผู้ชายชอบทำร้ายผู้หญิงแถมไม่มีน้ำใจ”

               โป้งหัวเราะ จากไม่มีน้ำใจตอนนี้เขากลายผู้ชายชอบทำร้ายผู้หญิง เขาไปทำแบบนั้นตอนไหนเนี่ย? ถ้าไม่สนใจจะร้องไห้จนน้ำหมดตัวหรือเปล่านั่น

               “พอเลย ถ้านั่งเฉยๆ ไม่กวนจะให้ติดรถไป บอกก็แล้วกันว่าจะลงตรงไหนหรือไม่ผมจะเลือกให้เอง”

               “ขอบใจที่น้ำใจของคุณถูกขุดขึ้นมาได้” ขอแขวะนิดๆ หน่อยๆ ดูสิร้องไห้ เสียน้ำตาไปตึมเลยกว่าพ่อคุณจะใจอ่อน ตอนนี้หน้าของเธอคงโทรมพิลึก แต่ก็ดีใครต่อใครจะได้จำไม่ได้

               “พูดอย่างนี้ปล่อยลงซะดีมั้ย”

               “โอเค ฉันไม่พูดแล้ว ออกรถสิ”

               โป้งส่ายหน้าเซ็งๆ นี่เห็นว่าเดือดร้อนถึงได้ยอมช่วย เดี๋ยวผ่านท่ารถจะส่งให้ลงตรงนั้นก็แล้วกัน สงสัยนิดเดียวผู้หญิงอะไรไว้ใจคนง่ายเหลือเกิน ถ้าเขาขับพาเข้าโรงแรม จะรู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้

               ปานชีวาเสก้มลงหยิบทิชชูเพื่อหลบบรรดาแม่ค้า เผื่อว่าจะดวงตาเลเซอร์มองทะลุกระจก แค่นี้เธอก็อ่วมจนอยากหลับไปสามตื่นแล้ว ว่าแต่เธอจะไปที่ไหนและไว้ใจนายคนนี้ได้หรือเปล่าเนี่ย

               โป้งขับรถมุ่งหน้าไปยังท่ารถแทนที่จะเป็นท่าเรือ เปลี่ยนแผนเพราะยัยตัวยุ่งที่โผล่เข้ามาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ต่อไปเขาสัญญากับตัวเองเลยว่าจะดูรถให้รอบๆ ก่อนจะขับออกมา เผื่อมีของแถมจากกรุงเทพฯ ติดรถมาอีกขี้เกียจปวดหัว แล้วดูสิบอกว่าจะบอกเองว่าจะลงตรงไหน ถ้าเขาไม่หาที่ลงให้จะลงถูกหรือเปล่า เห็นมองทางทำหน้ามึนอย่างเดียวเลย

               

               “จอดรถทำไมล่ะคุณ?” ปานชีวาถามเสียงหลง เธอยังไม่รู้จะไปไหนเลย

               เจ้าของรถทำหน้าเมื่อย สงสัยคงมัวแต่คิดหรือเหม่อจนไม่เห็นอะไรกระแทกตาบ้างเลยล่ะสิท่า ทำหน้าอย่างกับเขาพาเข้าโรงแรม เอ...หรือว่าแกล้งทำให้ตายใจ

               “มองป้าย นี่มันท่ารถ เชิญลงไปได้แล้ว”

               “คนเยอะขนาดนี้ฉันจะลงไปได้ยังไง”

               แค่คิดก็สยองแล้ว เงินก็ไม่มี ครั้นจะขอจากนายนี่ก็พอเหอะ ที่ทำไปเมื่อครู่ก็หน้าหนาขึ้นหลายมิลลิเมตรแล้ว

               “ถ้าท่ารถไม่มีคนก็แปลกแล้วคุณ เชิญลงไปได้แล้ว หรือว่าต้องให้ลากลงไป” โป้งเอาจริง คราวนี้ถ้าไม่ลงดีๆ มีเฮแน่นอน

               ปานชีวาจ๋อย มองเจ้าของรถเหมือนตัวประกอบที่ละทิ้งหน้าที่

               “ก็ได้ คนไม่มีน้ำใจ แล้วที่นี่ที่ไหน มีที่พักใกล้ๆ แถวนี้หรือเปล่า”

               ปานชีวายอมลงจากรถ ปัดผมมาบังแก้มทั้งสองข้าง เริ่มคิดหนักว่าถ้าเอาแหวนกับสร้อยแลกเป็นที่พักจะได้หรือเปล่านะ เฮ้อ

               “โตแล้วคิดเอง ผมไปล่ะ หวังว่าจะไม่เจอกันอีก”

               ประตูที่เปิดอ้าถูกแขนยาวๆ คว้าปิดเสียเองอย่างกับกลัวว่าปานชีวาคนนี้จะกระโดดเข้าไปนั่งใหม่อย่างนั้นแหละ เชอะ! เธอหาทางเองก็ได้ หญิงสาวยกมือไหว้เร็วๆ ก่อนจะเดินจากไป โป้งหัวเราะชอบใจ ชักห่วงนิดๆ คนต่างถิ่นจะรู้วิธีเอาตัวรอดไหมล่ะนั่น แต่คิดอีกทีการปรากฏตัวของผู้หญิงคนนี้ก็แปลกๆ พิกล เขาควรสงสัยหรือเปล่านะ

               

               “นั่นๆ ปานชีวานี่!”

               เอาแล้วไง ปานชีวาเห็นลางร้ายที่มีสำเนียงทองแดงมาแต่ไกล เธอเข้ามานั่งพักยังไม่ถึง 5 นาทีเรดาร์ของคนจองตั๋วก็ทำงาน พอมองไปแบบลุ้นๆ ก็เห็นหนังสือบันเทิงร้อนฉ่าหน้าปกเป็นดาราจอมแย่งขึ้นปกหรา เจริญที่สุดในสามโลก

               “จริงด้วยแม่ อย่างนี้ต้องโทรบอกนักข่าว” ลูกสาวเรียกแม่ที่วิ่งไปหาดาราสุดฉาว “อ้าว! แล้วแม่จะไปไหน?”

               “เกลียดจริงๆ พวกดาราชอบแย่งแฟนชาวบ้าน อย่างนี้ต้องสั่งสอน”

               ปานชีวาเดินหนีพยายามวิ่งหาที่ซ่อน แต่ให้ตายเถอะท่ารถเนี่ยมีที่ไหนที่พอ จะหลบได้บ้างไหม มีแต่เก้าอี้ ร้านค้า แล้วก็รถ คนในท่ารถพากันหันมามองเธอกันใหญ่แล้ว เรื่องที่จะไม่ให้เป็นข่าวทำไมมันยากเย็นขนาดนี้ แล้วจะไปทางไหนดี เธอนึกข่าวพาดหัวออกเลย

               ...ดาราสุดฉาวโผล่ท่ารถที่สงขลา แต่ไม่รอดโดนแอนตี้แฟนคลับรุมยับ

               ไม่! เธอทนไม่ได้หรอก

               โป๊ก!?!

               ปานชีวาถึงกับมึนแต่ก็มีสติเหลือพอจะถาม “ป้า ปาหนังสือใส่หนูทำไม”

               “ไปเลยนะ ไปไกลๆ เลย แย่งแฟนเพื่อนอย่างนี้มันน่าตบ ชญาณีเขาออกแสนดี นังเพื่อนเลว”

               โอ้! เหมือนป้าโดนขององค์ลงอย่างไรอย่างนั้น แค่ถามแต่กลับถูกไล่เสียอย่างกับไปฆ่าใครมา นางเอก นางรอง หรือตัวอิจฉาก็ของขึ้นเหมือนกันนะ

               “เสพข่าวมากไปไหมป้า เรื่องจริงๆ เป็นยังไงยังไม่รู้เลย”

               “หน็อยแน่ ยังไม่สำนึก” ป้าแฟนคลับชญาณีตัวแม่ชี้หน้าเหมือนตัวอิจฉาในละครเปี๊ยบ

               “อ้าว! ซะงั้น”

               ปานชีวาขี้เกียจเถียง ถ้ารักดาราคนไหนก็รักจนไม่ลืมหูลืมตา เธอจะไปพูดอะไรได้รีบแจวไปตั้งหลัก...ไกลๆ จะดีกว่า ดาราสาววิ่งจากจุดเกิดเหตุแต่ป้าก็ไม่วายตามมา โดยมีเด็กวัยรุ่นและคณะตามมาอีกสองสามคน เป็นดารานะไม่ใช่นางฟ้าจะได้โกรธไม่เป็น

               เยี่ยม! ซวยมหาซวย

               ปานชีวารีบวิ่งไปถนนอีกฝั่งแล้วแอบอยู่แถวๆ มุมตึก รอจนบรรดา แอนตี้แฟนคลับ สลายตัวก็เดินเรื่อยเปื่อยแบบระวังตัวไปสองจิตสองใจว่าจะโทรหาไลลาให้มารับหรือว่าขายแหวนแล้วเอาเงินมาซื้อตั๋วรถดี ตาคมๆ ก็เกิดสะดุดเข้ากับรถคันหนึ่งที่คุ้นๆ พิลึก โดยเฉพาะป้ายทะเบียน

               ใช่แล้ว! รถของผู้ชายคนนั้น

               เธอวิ่งไปหาแล้วเคาะกระจกเรียกเมื่อเห็นเขายังอยู่ในรถ กระจกเลื่อนลงแทบจะ ในทันทีจนคนเคาะยังตกใจ

               “ขอโดยสารไปต่ออีกหน่อยได้ไหมคะคุณ”

               โป้งปลดล็อกยอมให้ผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในรถอีกครั้ง ไม่แปลกใจสักนิดที่เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง สมแล้วที่เขาจงใจจอดรถรอดูเหตุการณ์อยู่ตรงนี้

               ดาราสาวรีบก้าวขึ้นรถอย่างรวดเร็ว วินาทีนี้นายยักษ์หล่อราวกับเทพบุตรเลยล่ะ แต่ถ้าเขาไม่ทิ้งเธอไว้ที่นี่จะเกิดเรื่องวิ่งหนีจนหายใจทางปากแทนจมูกแบบนี้ไหม เทพบุตรกลายเป็นคนธรรมดาน่าโมโหทันที

               “ขอบคุณมาก ไหนบอกว่า...หวังว่าจะไม่เจอกันอีก”

               “จะพูดทำไม หรือว่าอยากลงจากรถตอนนี้” แหม...ยังปากดี โป้งคิดต่อในใจ หน้ามุ่ยคิ้วขมวดแถมเหล่ผู้โดยสารจนตัวลีบ

               “คุณนี่โมโหง่าย อารมณ์บูดง่ายจริงๆ พูดเล่นก็จริงจังไปหมด”

               “แล้วคุณจะเอายังไงต่อ แล้วที่ตามเมื่อกี้น่ะคนของพ่อเลี้ยงคุณหรือเปล่า” เขาแกล้งถามไปงั้น เห็นๆ อยู่ว่าคนแถวๆ ท่ารถทั้งนั้น

               “เอ่อ...ก็ใช่ เห็นไหมล่ะฉันไม่ได้โกหกจริงๆ”

               “อือ เห็น” โกหกเต็มๆ สิไม่ว่า ชักน่าสงสัยจริงๆ แฮะ

               ปานชีวาปาดเหงื่อ วันนี้วันเดียวเธอวิ่งไปมากกว่าที่วิ่งทั้งสัปดาห์ด้วยซ้ำ ขืนไปไหนมาไหนไม่ดูตาม้าตาเรือคงหนีจนอ่วมอีกแน่

               “คุณพอจะหาที่พักที่เป็นส่วนตัวไม่มีคนพลุกพล่านให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า แล้วฉันจะจ่ายค่าขนมให้”

               โป้งหันมามองปานชีวาตาขวาง เป็นเด็กเป็นเล็กมาพูดแบบนี้ มันน่า...

               

               “ค่าขนม! นี่คุณ ผมน่ะดูยังไงๆ ก็อายุมากกว่า จะเอาค่าขนมไปทำไม”

               “อ้าว! แล้วคุณจะหาที่พักให้ฉันฟรีๆ หรือไง” เธอย้อน ไม่เคยอยากได้ของฟรีสักหน่อย

               โป้งคิดนิดหนึ่ง เขาไม่ได้สงสารใครพร่ำเพรื่อ คราวนี้ก็เหมือนกันเขามีเหตุผลพอที่จะลองเสี่ยง บางทีอาจเป็นลูกไม้ใหม่ของฝ่ายตรงข้ามก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็คิดเสียว่าช่วยๆ กันไป

               “ก็คงงั้น แต่มีข้อแม้”

               “ว่ามาสิคะ” แปลกๆ แฮะ ของฟรีไม่มีในโลก เธอยึดคำพูดนี้มาตั้งแต่จำความได้

               “คุณต้องไม่ก่อเรื่องให้วุ่นวาย ห้ามบ่น ห้ามเรื่องมาก”

               “โอเค เด็กมาก” ปานชีวาเผลอค้อนใส่เจ้าของเงื่อนไข ปีนี้น่ะเธออายุก็ 24 แล้ว ทำอย่างกับตั้งข้อห้ามให้เด็กประถม “ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่ท่าเรือ แล้วจอดรถทำไม” คงมาซื้อของทะเลละมั้งเธอเดาเองในใจ

               แต่โป้งไม่ได้จอดรถอย่างเดียว เขายังขนกระเป๋าเดินทางใบเล็กลงมารวมทั้ง ของที่ซื้อมาจากตลาด ปานชีวาลงมาจากรถมองเขาแบบงงๆ ยังคิดในแง่ดีว่าตายักษ์นี่อาจจะมีบ้านอยู่แถวๆ นี้กระมัง จนกระทั่งเขาสละเวลาอันมีค่ามาตอบคำถามนั่นล่ะเธอก็แทบลมจับ

               “ที่ที่ผมจะไปโดยที่คุณขอไปด้วยน่ะมันต้องใช้เรือ เข้าใจยากตรงไหน”

               “ไม่ได้เข้าใจยาก ฉันขอบคุณ แต่ฉัน...ฉันไว้ใจคุณได้หรือเปล่า” ไปอยู่เกาะเกิดอีตานี่ทำหื่นใส่เธอจะหนีไปไหนรอดล่ะ ว่ายน้ำก็ใช่ว่าจะแข็ง

               โป้งหัวเราะในลำคอ มองผู้หญิงที่มองมาแบบไม่ไว้ใจประหนึ่งเขาเป็นไอ้หื่น อะไร (วะ)?

               “คิดเอง ไงจะไปไม่ไป”

               “ขอเวลาฉันแป๊บหนึ่งเดี๋ยวฉันมา”

               ปานชีวาควักโทรศัพท์ออกมาแล้วเดินลิ่วๆ ไปไกลจากโป้งไม่น้อย ร่างใหญ่ยักษ์มองแบบไม่วางใจ เรื่องแค่นี้ตัดสินใจเองก็ได้ทำไมต้องโทรหาใครต่อใครให้ช่วยคิด ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปอีก

               ปานชีวาโทรหาแม่ก่อนและบอกให้สบายใจว่ายังปลอดภัยดีก่อนจะโทรหาไลลา โดยจงใจมองข้ามเบอร์ที่ไม่ได้รับสายของดรัณไป รอไม่นานไลลาก็รับโทรศัพท์ ค่อยอุ่นใจได้หน่อยว่าตอนไหนก็ติดต่อได้ ถ้าเสี่ยงนักเธอคงต้องบอกให้ผู้จัดการส่วนตัวมารับที่สงขลาให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ต้องรอตอนไม่เหลือทางออกนั่นล่ะ

               “พี่ไลลา ปานต้องหลบนักข่าวแล้วก็หลบคนของพ่อเลี้ยงสักกี่วัน”

               “ถ้านักข่าวคงไม่เกินอาทิตย์ แต่พ่อเลี้ยงของปานพี่ว่าคงนานกว่า ถือว่าได้ พักผ่อนแล้วกันนะ ไหนๆ โฆษณาที่ติดต่อมาก็ขอถอนตัวไปเกือบหมดแล้ว”

               ถึงว่าเสียงผู้จัดการสุดเลิฟเหี่ยวๆ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก เรื่องที่จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอนนี้เลิกคิดไปได้เลย พูดไปอย่างนักข่าวก็เอาไปเขียนอย่างอยู่ดี รเมศนะรเมศ ทำไมทำแบบนี้กับเธอได้นะ

               “ช่างมันเถอะพี่ไลลา ไม่ตายก็หาใหม่ได้”

               “ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ” ไลลากำชับ ยังคิดว่าปานชีวาไปเที่ยวพักผ่อนตามที่ เคยบอกไว้ เพราะป้าออมบอกว่าไม่อยู่บ้าน

               “แย่แล้ว!” หญิงสาวชะเง้อจนคอยาว “แค่นี้ก่อนนะพี่”

               ปานชีวารีบวางสายเมื่อเห็น ‘ธันวา’ ซึ่งเป็นสนิทของปราบดา เธอเคยเห็นเขาอยู่กับปราบดาหลายครั้งในงานสังคม งานนี้เธอแย่แน่ๆ ถ้าเขารายงานนายจนเรื่องถึงดัมรงค์ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ พอมองหาเพื่อนใหม่ร่างยักษ์ก็เห็นว่ากำลังกระโดดลงไปในเรือ เดาได้ว่าอีกไม่นานคงลอยแพเธอแน่ๆ ใช้เวลาคิดไม่ถึง 5 วินาทีเธอก็รีบวิ่งไปที่เรือ โป้งกอดอกทำหน้าบึ้งใส่

               “ไง...จะไปหรือไม่ไป”

               “ไปค่ะ ออกเรือได้หรือยังล่ะคะคุณ” ที่เร่งก็เพราะชักกลัวแล้วน่ะสิ กลัวอะไร น่ะหรือ ก็กลัวคนของพ่อเลี้ยงตามมาน่ะสิ เธอก้มหน้าย่อตัวลง กลัวเหลือเกินว่าธันวาจะเห็นเธอเข้าแล้วมาลากขึ้นเรือไป

               “ก็กำลังถอนสมอ ทำไมทำหน้าอย่างกับหนีใครมา”

               “คนของเพื่อนพ่อเลี้ยงฉันไง ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่ท่าเรือก็รีบๆ ไปกันเถอะ”

               ปานชีวาไม่ได้แกล้งพูด ถ้าอยู่นานกว่านี้อีกหน่อยธันวาคงตามมาจนเจอได้ชัวร์ เธอมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์

               “พ่อเลี้ยงของคุณน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ เป็นเจ้าพ่อหรือไง” โป้งถามชักอยากรู้ ปราบดาก็เจ้าพ่อเหมือนกันหรือว่ายัยนี่เป็นกิ๊กของเจ้านั่นไม่หรอกมั้งเขานี่ก็คิดไปเรื่อย

               “อย่ารู้เลย เดี๋ยวคุณเปลี่ยนใจพาฉันกลับฝั่ง”

               “น่าลองเหมือนกัน”

               ปานชีวาค้อนขวับ เตือนด้วยความหวังดียังจะมาคิดว่าเธอพูดเล่นอยู่ได้ แต่คิดอีกทีเราเพิ่งรู้จักกันเขาจะมาเชื่อเธอได้ยังไงกัน น่าห่วงเขามากกว่าที่เป็นฟางเส้นเดียวที่เธอคว้าได้ ถ้าดัมรงค์ตามหาเธอจนพบและจะทำร้ายผู้ชายคนนี้

               สัญญา...เธอจะ...จะอะไรดี ตัวยักษ์ใหญ่ขนาดนี้น่าจะไม่ตายง่ายๆ หรอก

               “ขอร้องล่ะ พาฉันหนีคนของพ่อเลี้ยงทีได้ไหม” ไปพักสมองสักสองสามวันแล้วค่อยกลับไปตั้งหลักก็ได้ ไหนๆ ก็ทำอะไรตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว

               โป้งมองเฉยพลางคิดว่าพูดดีๆ ก็เป็นนี่หว่า

               “ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องบอกว่าเป็นใครมาจากไหนกับผม โอเค้”

               “โอเค โชคดีจริงๆ ที่คุณไม่รู้จักฉัน” ประโยคหลังหญิงสาวพูดกับตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นใครจะทำแบบแอนตี้แฟนคลับพวกนั้นหรือเปล่านะ อืม...หน้าแบบนี้ดูละครหลังข่าวบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แน่ะ! ทำมาจ้อง

               “มองอะไรล่ะคุณ รีบออกเรือเสียทีสิ”

               โป้งกำลังให้โอกาสตัวเองเปลี่ยนใจอยู่ต่างหากล่ะ ไม่รู้เพราะสงสารหรือสงสัยอย่างไหนมากกว่ากัน เขาถึงยอมให้เธอไปที่เกาะด้วยกันทั้งที่ไม่เคยยอมพาใครไปที่นั่นแม้กระทั่งเพื่อนสนิท ช่างเถอะ มาคิดตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha