เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ตอนที่ 5-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ปานชีวาพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้ง นับแกะก็ไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัวก็ยังนอนไม่หลับซ้ำยังปวดหัวอีกด้วย ครั้นจะไปขอยาน้าหวินก็ไม่รู้ว่าน้าหวินอยู่ที่ไหน นอนที่นี่หรือว่านอนที่บ้านหลังใดหลังหนึ่งในบ้านสองหลังเล็กๆ ซึ่งปลูกแยกออกไป ร่างเพรียวลุกนั่งมองพระจันทร์ที่เห็นจากหน้าต่าง เสียงคลื่นทำให้เธอนอนไม่หลับมันดังเกินไป เธอเคยไปเที่ยวทะเลแต่ก็นอนโรงแรมซึ่งไกลจากชายหาดมาก แต่ที่นี่ถ้าเดินไปด้านหลังของบ้านไม่กี่ก้าวก็เจอทะเลที่มักไม่มีคนเดินเพราะชายหาดเป็นโคลนสีดำ ต่างหาก จากด้านหน้าที่เป็นทรายละเอียด

               ไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้วถ้าได้เดินหรือวิ่งให้เหงื่อออกก็คงช่วยได้ เธอชอบ ออกกำลังกายเป็นประจำ การที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็อาจทำให้นอนไม่หลับก็ได้ ปานชีวาเดินช้าๆ ออกมานอกบ้าน ซึ่งก็แปลกที่ไม่เห็นใครสักคนจนกระทั่งมาถึงหน้าเกาะ เธอเดินย่ำพื้นทรายไปเรื่อยๆ สลับกับวิ่งจนได้เหงื่อก็นั่งพักฟังคลื่นมองฟ้าไปตามเรื่อง คิดว่าอีกเดี๋ยวค่อยกลับห้องแต่ตาก็ดันไปเห็นอะไรเข้า

               “เอ๊ะ นั่นอะไร?”

               ปานชีวามองออกไปยังแสงสลัวที่ส่องมาจากนอกเกาะ พลางเดินออกมาบริเวณหน้าหาดจนมาถึงพื้นทรายตรงชายเกาะที่ค่อยๆ ชันลงไป แต่แสงนั้นก็ยังคงอยู่และเงียบอย่างไม่น่าผิดปกติอะไร จนกระทั่งเสียงหนึ่งที่ไม่ควรมีก็ดังขึ้น!

               “ปัง ปัง ปัง!?!”

               “กรี๊ดดดดด”

               ปานชีวากรี๊ดลั่นก่อนจะพุ่งตัวหลบตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด พลัน เสียงใครก็ไม่รู้ก็โหวกเหวกอยู่ใกล้ๆ

               “ทางนั้นครับนายหัว” คนของโป้งตะโกนบอกนาย

               เท่านั้นแหละไม่รู้คนจากไหนกรูกันออกมาตามหาเจ้าของเสียงปืนกันยกใหญ่ ปานชีวามองไปทั่วไม่รู้ว่าจะหมอบอยู่ตรงนี้หรือว่ากลับเข้าไปในบ้าน ร่ำๆ ว่าจะนั่งรอให้ขาหายสั่น ยังไม่ทันได้ทำเสียงปืนก็ดังสนั่นลั่นเกาะที่มาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่แว่วมาไกลๆ ไม่นานนักโป้งก็วิ่งกลับมาเป็นคนแรกก่อนจะตามมาด้วยคนของเขา ปานชีวาลุกขึ้นแบบเก้ๆ กังๆ

               “พวกมันไปแล้วครับ”

               ทุกคนที่มารวมกันตรงนี้เกือบสิบชีวิตบอกโป้งคล้ายๆ กัน แต่แล้วคนที่ยืนตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออกกลับถูกจ้องจากสายตาของผู้ชายทั้งหมดที่ไม่รู้เมื่อกี้ไปแอบ อยู่ตรงไหนกัน

               “พวกมันเป็นใครน่ะคุณ” ปานชีวาถามแต่กลับถูกฉุดแขนให้เดินตาม “นี่คุณโป้งจะพาฉันไปไหน”

               โป้งไม่ตอบแถมยังเดินลิ่วๆ หน้านิ่งอย่างกับจะไปตามควาย คนของเขาที่ตามมาก็เหมือนกัน ทำไมชอบทำหน้าเหมือนคนท้องผูกพร้อมๆ กันไม่รู้ เห็นแล้วใจไม่ดีแบบบอกไม่ถูก ตาขวาก็เขม่นยิกๆ อะไรกันนักกันหนา ปานชีวาเดินแกมวิ่งหอบแฮกกว่าคนเดินนำจะหยุดเดินก็พอดีมาถึงประตูห้องของเธอ

               แหม! จะพากลับบ้านทำไมไม่บอกกันดีๆ

               “บอกผมมาว่าไปทำอะไรอยู่ตรงหน้าเกาะ”

               “ก็ฉันไปเดินเล่น” คิดว่าเธอจะไปขุดหาหอยเสียบ ปูลมมาดองเค็มกินหรือไงอีตาโป้งนี่

               “ตอน 5 ทุ่มเนี่ยนะ ไหนว่า 3 ทุ่มก็ดึกแล้ว”

               “อ้าว! ก็ฉันนอนไม่หลับนี่”

               ผิดตรงไหนนอนไม่หลับแล้วไปเดินเล่น ถ้าไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ก็ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่นา หรือว่าอีตานี่จะรวยทางลัดด้วยอาชีพไม่สุจริต

               โป้งล่ะไม่ชอบสายตาแบบที่ผู้หญิงคนนี้กำลังมองเขาอยู่เลย คงคิดเรื่องแย่ๆ ให้เขาอยู่ล่ะสิท่า

               “นอนไม่หลับหรือว่านัดใครไว้กันแน่”

               “คุณว่าอะไรนะ?!?”

               ลมหวึ่งๆ เริ่มขึ้นหู มาเองยังไม่ถูกเลยเกาะของเขาน่ะแล้วเธอจะมีปัญญาไปนัดใคร โทรศัพท์ก็เจ๊ง เงินก็ไม่มี โอ้! เธอจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรแบบนี้

               “ดิลก”

               “ครับคุณโป้ง”

               “สั่งคนเฝ้าผู้หญิงคนนี้อย่าให้คลาดสายตา จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ถูกส่งมา เป็นสายลับ” โป้งสั่ง

               ดิลกให้สัญญาณคนของเขาที่อยู่บริเวณนั้นสองคนปรี่เข้ามายืนเฝ้าทั้งซ้ายขวา โป้งยักคิ้วให้คนปฏิเสธเสียงแข็งก่อนยิ้ม แถมยังพูดเสียงสุภาพแต่การกระทำป่าเถื่อน สิ้นดี

               “เชิญกลับห้องของคุณไปได้แล้ว”

               “ดูละครมากไปหรือคุณ” ปานชีวาย้อนแบบลืมตายใส่คนลอยหน้าลอยตาแต่ก็ถูกยันเข้าไปในห้องจนได้ แน่ล่ะสิใครจะแรงช้างแบบอีตายักษ์นี่กันเล่า

               “ผมไม่เคยดูละครน้ำเน่า”

               โป้งปิดประตูห้องเสียงดังปัง ปานชีวาวิ่งมาจะเปิดประตูก็เลยจมูกชนกับบานไม้ เจ็บจนร้องไม่ออกทำได้เพียงสูดปากพร้อมกับเห็นดาว พอหายเจ็บก็พยายามตะกุยประตูที่แม้จะไม่ได้ล็อกแต่ก็ถูกขัดด้วยอะไรสักอย่างไว้ด้านนอกจนหมดแรงทรุดกองอยู่ตรงนั้น

               “ไอ้ตาบ้าโป้ง ฉันหนีนักข่าวกับคนของพ่อเลี้ยงมา แต่นายกลับคิดว่ามีคนส่งฉันมา เอาอะไรมาคิด”

               ปานชีวากรี๊ดแบบไร้เสียง เวลานี้ห่วงตัวเองก็ห่วง แต่ถ้ามีโอกาสนะเธอจะหนี จากเกาะนี้แน่ๆ แต่ก่อนไปเธอจะจัดการยังไงกับนายโป้งดีกับข้อกล่าวหาสั่วๆ คนปากเสียแบบนี้มันน่าจับไปเป็นเหยื่อปลาฉลามชะมัด

               

               สองหนุ่มเดินกลับมาด้วยกันจนถึงห้องทำงานซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าคืนนี้โป้งคง ไม่รีบนอน ดิลกก็เลยตามมาในห้องพร้อมกับส่งเอกสารบางอย่างที่เขาพิมพ์ออกมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ให้เพราะเห็นว่าดึกแล้วจนเกิดเรื่องเสียก่อน โป้งมองเอกสารพร้อมกับมองคนสนิทเพื่อรอคำอธิบาย

               “เบอร์ล่าสุดที่คุณปานโทรไปคือบ้านของ ส.ส.ดัมรงค์ ลูกน้องมือขวาของปราบดา” ดิลกรายงาน ปานชีวาคงไม่รู้แน่ๆ ว่าโทรศัพท์ที่ได้รับจะถูกเช็กทันทีที่มีการใช้

               โป้งร้องเฮ้อ เขาก็เดาไว้อยู่บ้างแต่ไม่นึกว่าจะถูก ปราบดาส่งคนของตัวเอง มาแทรกแซงเกาะของเขาไม่ได้ก็เลยใช้คนใกล้ตัวแทนนี่เอง แต่ทำไมดูมันยัง ไม่เข้ารูปเข้ารอยยังไงก็ไม่รู้ สายลับอะไรว้ามีช่องโหว่ให้สงสัยเพียบขนาดนี้

               “แล้วประวัติ”

               “นี่ครับ” รายงานอีกฉบับถูกส่งให้เจ้านาย คราวนี้ถึงไม่ขอดิลกก็ร่ายยาวด้วย ตัวเอง “เธอชื่อเต็มๆ ว่าปานชีวา วัฒนะเกียรติ เป็นลูกสาวของคุณปาลิกา แต่พ่อเลี้ยง ของเธอต่างหากที่น่าสนใจ”

               “นายดัมรงค์...” โป้งตอบ ดิลกพยักหน้า “โอเค ขอบใจมาก เดี๋ยวผมอ่านประวัติที่เหลือเอง คุณไปพักผ่อนเถอะ”

               “ครับ คุณโป้ง”

               ดิลกออกไปจากห้อง โป้งก็เลยได้อ่านประวัติสาวร่วมบ้านตามลำพัง ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งทึ่งระคนผิดหวัง ไม่นานนักรายงานก็ปิดลงพร้อมเสียงถอนใจดังๆ หน้าตาท่าทางแบบนั้นจะเชื่อได้แค่ไหน

               ...คุณเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจขนาดนี้เลยหรือปานชีวา?

               

               ลิลลี่มาหาชญาณีที่โรงพยาบาลแต่เช้า เพราะต้องขับรถพานางเอกสาวไปถ่ายโฆษณาที่เพิ่งยกเลิกพรีเซนเตอร์จากปานชีวามาเป็นคู่กรณีรักสามเส้าเราสามคนแทน อีกทั้งตอนนี้ก็หมดเวลามานอนเล่นในห้องคนป่วยเพราะได้เวลาโกยเงินแล้ว

               แม้ว่าจะตกเป็นข่าวฉาวมาหลายวันแต่ทุกข่าวนั้นคนที่ประชาชนสงสารและเห็นใจก็คือชญาณีเท่านั้น ยิ่งคู่กรณีหนีหายเงียบจ้อยก็ยิ่งเข้าทาง แต่จะไม่ดีก็ตรงที่ วันนี้มีข่าวของปานชีวากลับมาครองพื้นที่ข่าวอีกครั้ง

               ชญาณีแต่งตัวเสร็จแล้วจึงมานั่งรอผู้จัดการส่วนตัวพร้อมกับเปิดทีวีให้เสียง ไปด้วยทั้งที่ไม่ได้ดูอะไร พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็ปิดทีวีเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลด้วยความเบิกบานใจที่สุดตั้งแต่เข้าวงการมา

               “ได้ข่าวหรือยังน้องณี”

               “ข่าวอะไรหรือคะ” หลายวันมานี้ก็มีแต่ข่าวของเธอยังมีอะไรให้น่าตื่นเต้นอีก

               “ก็ข่าวที่นังปานมันไปโผล่ที่สงขลาน่ะสิ ตอนนี้นักข่าวก็ตามไปหาข่าวแล้วด้วย ไม่รู้มันไปทำอะไรที่นั่น”

               “หนีนักข่าวมั้งคะ” ดาราสาวเดาเอาแต่ต่อให้ใครคิดก็ต้องคิดแบบนี้ ไม่อย่างนั้นมันก็ต้องออกมาแก้ข่าวอีกรอบ สงสัยอย่างเดียวเท่านั้นทำไมข่าวแค่นี้ถึงต้องหนี ทุกที เห็นข่าวอะไรก็สู้ไม่ถอย

               “คิดๆ แล้วก็ดีเหมือนกันนะที่มันหนีใครต่อใครก็คงคิดว่ามันเป็นมือที่สามจริงๆ”

               “มันเป็นเรื่องจริงค่ะพี่ลิลลี่”

               ลิลลี่หน้าเจื่อน จะพูดก็ไม่ได้ว่าสองคนนี้ทะเลาะกันเองแล้วลากปานชีวามาเอี่ยวเพื่อที่จะได้ไม่เสียหน้า รู้มากก็ไม่ดีอีก ช่างเถอะถ้าชญาณีรายได้เพิ่มขึ้นผู้จัดการส่วนตัวก็สบายตาม

               “จ้ะๆ จริงก็จริง แล้วนี่เมศไปไหน น้องณีจะออกจากโรงพยาบาลทำไม่มารับ”

               “ช่างเขาเถอะค่ะ” ชญาณีไม่อยากเอ่ยชื่อของอดีตแฟนแต่ยังเป็นแฟนตามข่าวด้วยซ้ำ

               “อ้าว ยังไงกัน”

               “อย่างงเลยค่ะ ถ้าเรื่องเงียบณีจะโละเขาทิ้งจริงๆ พอกันทีสำหรับผู้ชายหล่อเสียเปล่า”

               ลิลลี่ยกมือทาบอก เห็นเงียบๆ หงิมๆ ไม่นึกว่าชญาณีจะเปรี้ยวขนาดนี้ ถ้าหล่อ และชาติตระกูลดีอย่างรเมศยังถูกโละทิ้ง แล้วต้องระดับไหนนางถึงจะโอเคให้ผ่านกันยะเนี่ย

               

               ไลลาเดินหัวยุ่งมาที่ประตูห้องคอนโดที่พักอย่างหงุดหงิดหน่อยๆ นี่มันยัง ไม่ 7 โมงเช้าด้วยซ้ำ ตั้งแต่เกิดเรื่องเธอได้หลับได้นอนที่ไหน เมื่อคืนก็ปาเข้าไปตี 3 เธอเดินโหย่งๆ ไปเปิดประตูเตรียมด่าเต็มที่ แต่ไอ้คนที่ไร้มารยาทกลับยกมือไหว้ เลยให้อภัย มองๆ ไปก็ยังคนคุ้นเคยกันเสียด้วย

               “มาทำไมแต่เช้าฮึรหัท”

               หนุ่มร่างสะโอดสะองแบบสไตล์เกาหลีถอดแว่นมองพี่สาวร่วมโลกที่สภาพเหมือนไปผ่านศึกใหญ่มา

               “ปานอยู่ไหนครับพี่ไลลา”

               “ถามทำไม ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยสนใจเรื่องของใครเลยนี่นา” ไลลาเดินกลับ เข้ามาในห้องแล้วลงไปนั่งเอนๆ ที่โซฟาแบบให้รู้ว่าง่วงจะตายอยู่แล้ว

               “ผมเป็นห่วงปาน”

               ไลลาหรี่ตามองรหัทพลางยิ้ม รเมศ รหัทและปานชีวาเป็นเพื่อนรักกันมานาน แต่ตอนนี้เพื่อนกันดันมาเผาเรือนเสียเรียบ ไม่รู้เจ้านี่ไปมุดอยู่หลุมไหนมา

               “เฮ้อ พี่ก็ห่วงเหมือนกันว่ะ แล้วเมศล่ะ รายนั้นไม่ได้เล่าให้ฟังหรือว่าทำอะไรกับปานมันบ้าง”

               “ก็นิดหน่อยครับ”

               รหัทหน้าเจื่อน เขาผิดเองที่ปิดกั้นการสื่อสารมาหลายวัน จนเมื่อวานถึงได้รู้ข่าวจากรเมศ จะชกมันก็ไม่ได้หน้าตาของมันต้องทำมาหากินเลยได้แต่มานั่งหงุดหงิด จนคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างถึงได้มาหาไลลาไงล่ะ

               “ฝากบอกมันด้วยนะว่าพี่ซึ้งใจมาก” ซึ้งจนอยากตบหน้าสักฉาดสองฉาดแล้วตามด้วยลูกถีบมหาประลัยจะได้หายโมโห เพื่อนกันแท้ๆ ไม่น่าทำกัน

               “บางทีเมศมันอาจจะมีเรื่องจำเป็น” รหัทช่วยแก้แทน บางเรื่องเขาเองก็พูดไม่ได้ แม้แต่ปานชีวาก็ไม่รู้จะเข้าใจรเมศหรือเปล่า

               ไลลาถอนใจเสียงดัง หมดแล้วอารมณ์อยากนอนให้สายโด่ง ได้ยินชื่อรเมศแล้วสมองจี๊ดชะมัด

               “ขี้เกียจพูดถึง คิดทีไรโมโหทุกที”

               “ถ้างั้นพี่ไลลาบอกผมได้ไหมครับว่าปานอยู่ที่ไหน ผมเป็นห่วงจริงๆ นะ”

               ก็พอเชื่อได้อยู่ อย่างน้อยรหัทก็ไม่ได้หักหลังปานชีวา แถมยังถ่อมาหาตั้งแต่เช้าด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไม่เหมือนรเมศรายนั้นหายจ้อย โทรไปก็ไม่รับ แน่ล่ะถ้ารับก็หูชา มันน่าตบล้างน้ำ เอ...ผู้ชายตบล้างน้ำไม่ได้มั้ง ต้องต่อยสั่งสอนอย่างเดียว สงสัยต้องรอให้ปานกลับมาก่อน บุกเดี่ยวเดี๋ยวได้ตายคาทีน

               “เอาจริงๆ นะ พี่รู้แค่ว่าปานอยู่สงขลา แม่ของปานบอกพี่มาอีกที แต่ตรงไหนของสงขลาปานไม่ได้บอก แล้วก็ไม่ต้องโทรเข้าเครื่องด้วย พี่โทรมาตั้งแต่เย็นวานแล้วยังโทรไม่ติดเลย” พูดแล้วก็ชักห่วงไม่มีรู้มีเรื่องอีกหรือเปล่า

               “ขอบคุณมากครับพี่ ผมจะเดินทางเลย”

               “จะไปจริงๆ หรือนั่น” ไลลาถาม เมื่อกี้ก็ลืมมองรหัทมันแต่งตัวพร้อมเดินทางจริงๆ นี่หว่า

               “จริงสิครับ ไม่อย่างนั้นจะถ่อมาถามถึงที่นี่ทำไมกันล่ะพี่ไลลา”

               ไลลาโบกมือให้ ทำอะไรได้บ้างดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย สัญญาต่อหน้ารูปของปานชีวาก็ได้ ถ้าปานกลับมาเธอนี่แหละจะพาไปทำบุญ 9 วัดรวดแถมสะเดาะเคราะห์ ถ้าความซวยยังไม่หมดคงต้องไปบวชชีสักอาทิตย์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha