เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : ตอนที่ 8-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ดิลกเพิ่งจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายของคนงานเรียบร้อยก็เดินมาหาคนงานที่ต้อง นอนโรงพยาบาล เพราะหมออนุญาตให้กลับพรุ่งนี้ พอเรียบร้อยก็ชักหิวเลยเดินมาเข้าลิฟต์กะว่าจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหารชั้นล่าง ‘นาย’ ก็ออกมาจากลิฟต์พอดี พร้อมใบหน้าบึ้งตึง ไม่พูดพร่ำมากมายเขาก็เลยพาไปเยี่ยมคนงานอีกรอบ

               โป้งพูดคุยถามไถ่อาการคนงานอยู่ไม่นานนักก็ขอตัวเพราะคนงานจะได้พักผ่อน ดิลกตามมาเงียบๆ จนกระทั่งเขาบอกว่าไปหาอะไรกิน หิวเพราะมันเกือบจะบ่าย 2 เข้าไปแล้ว คนตามมาเงียบๆ เลยได้โอกาสแซว

               “อาหารเช้าอร่อยไหมครับ”

               นายกอดอกมองคนสนิทที่ทำหน้าซื่อแต่น่าถีบอย่าบอกใคร

               “สายข่าวดีเหลือเกิน มันน่าตัดเงินเดือนพวกพรายกระซิบเสียจริง”

               ไม่อยากจะบอกเลยว่าเกริกบอกอีกด้วยว่าโป้งพาปานชีวาไปนั่งที่จุดชมวิว เสียหวานเจี๊ยบ กว่าจะลงมาก็ปาไปเป็นชั่วโมง แหม รู้อย่างนี้เขาตามไปด้วยก็ดีหรอก แต่ตอนกลับนี่สิไหงสาวเจ้าหน้างอ นายก็หน้าแข็งเป็นไม้กระดานจนมาถึงที่นี่

               “แล้วคุณโป้งจะส่งคุณปานชีวากลับไหมครับ” ไหนๆ ก็ถามแล้ว เมื่อคืนโป้งเพิ่งบอกเขาเองว่าปานชีวาไม่ใช่คนที่ตามหา แต่น่าจะเป็นคนงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่สองคน ตอนนี้คนของเขากำลังตามอยู่แล้วก็เข้าเค้าเสียด้วย

               โป้งถอนใจหน้าบึ้งยิ่งกว่าเก่า แถมตอนตอบเสียงงี้เหวี่ยงเสียไม่มี

               “กลับ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ถึงผมจะมั่นใจแล้วว่าปานชีวาไม่ได้เป็นนางนกต่อของทางนั้น”

               “ทำไมล่ะครับ” ดิลกพาซื่อถามต่อ เขากับลูกน้องจะได้ทำงานได้ถูก

               “น้อยๆ หน่อย ซักเสียอย่างกับป้าง ไม่ตอบว้อย” โป้งโวยวายใส่ก่อนจะเดินนำ ไปที่รถโดยมีไอ้คนช่างสงสัยตามมาสมทบด้วยใบหน้าระรื่น

               ดิลกก้มหน้าหัวเราะ กับคนสนิทโป้งไม่เหมือนเสี่ยเลยสักนิด เหมือนชายหนุ่มที่ชอบตีหน้าขรึมแต่ตบมุกกระจาย ใจดีแต่มาในรูปแบบชวนขนลุก เนื้อแท้แล้ว ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เขารู้จักนายมาหลายปีทำไมจะไม่รู้ แล้วที่ยังไม่ส่งปานชีวากลับไปทั้งที่ควรทำแต่แรกก็น่าจะมีเหตุผลมากกว่าที่เห็นแน่ ไม่ใช่เรื่องความสวยของผู้หญิงคนนั้น แต่เป็นเพราะอะไรน่าคิด

               หลังอาหารมื้อเที่ยงที่กลายเป็นบ่ายจบลงโป้งก็สั่งให้ดิลกขับเรือกลับเกาะ โดยเขานั่งเอกเขนกเป็นผู้โดยสารหลับตานอนเหมือนหลับไป แต่เขาไม่ได้หลับแต่กำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนสายหลังจากเหวี่ยงร่างของปานชีวาต่างหาก เสียงของเธอยังก้องอยู่ในหูของเขา

               ‘กรี๊ด...’

               โป้งนิ่วหน้าเพราะเสียงระดับนักร้องโอเปรายังอายของปานชีวา เธอหลับตาปี๋แต่แขนยังกอดคอเขาไว้แน่น มันน่าแกล้งให้ร้องไห้เสียจริง เขาไม่ได้จะโยนเธอลงไปจริงๆ สักหน่อย

               แล้วที่เหวี่ยงเบาๆ ก็แค่บิวท์ให้กลัวขึ้นอีกหน่อยจะได้พูดความจริงมาให้หมดก็เท่านั้นเอง ถึงเธอโกหกเขาจะไปฆ่าเธอให้ติดคุกทำไม สู้ส่งกลับไปให้นักข่าวซักฟอกหรือพ่อเลี้ยงล่าไม่ดีกว่าหรือ

               ‘คุณ โอ้ย! คู้ณ...เปิดตาดูก่อน ผมไม่ได้จะฆ่าคุณสักหน่อย’

               ‘ไม่จริง เมื่อกี้นายจะเหวี่ยงฉันให้ตกหน้าผา’

               ‘แล้วตอนนี้คุณตายหรือยังล่ะ’ เขาย้อน ถ้าเธอลืมตามองก็จะเห็นว่าเขาถอยกลับเข้ามาจากหน้าผามาหลายก้าวแล้ว

               แล้วดูปานชีวาทำ เธอลืมตามองไปรอบๆ แต่มองเขาอย่างกับฆาตกร อดรนทนไหวเขาก็เลยปล่อยเธอลง แต่เจ้าตัวคงยังไม่หายช็อกถึงได้ยังกอดคอเขาอยู่ เลยกลายเป็นว่าเขาต้องโน้มตัวลงไปใกล้ก่อนที่แขนเล็กๆ จะดึงจนคอเขาหัก พอรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายกอดคอเขาอยู่ก็รีบปล่อยเสียอย่างกับรังเกียจสุดๆ

               ยัง...ยังไม่พอ เธอยังจิกแขนเขาเสียร้องอูยเพื่อทดสอบว่าเธอยังไม่ตาย เอ้อ ดูเธอทำกับเขาสิ ใช้เขาทดสอบเนี่ยนะ

               ‘ฉันทำให้คุณเจ็บได้นี่นา นี่คุณ ฉันไม่ได้ตกหน้าผาไปแล้วหรือไง’ เธอถาม

               ‘ถ้าคุณตกผมคงตกไปด้วยละมั้งรัดแน่นขนาดนั้น ผู้หญิงอะไรแรงเยอะเป็นบ้า’ เขามั่นใจเลยล่ะว่าพรุ่งนี้คงรู้สึกคอเคล็ดเพราะแขนมหาประลัยของปานชีวา

               ‘ถ้างั้นคุณเชื่อฉันแล้วใช่ไหม’

               โป้งไม่มีอารมณ์จะตอบ เพิ่งคุยกันหยกๆ จะกลับไปเรื่องเดิมอีกแล้วไม่เบื่อ บ้างหรือไงแม่คุณ ก็เลยยื่นข้อมือให้ปานชีวาดูให้งงเสียเลย

               ‘ยื่นนาฬิกามาให้ฉันดูทำไม ฉันอยากได้คำตอบ’

               ‘นี่มันเกือบ 10 โมงแล้ว ผมหิวแล้วน่ะสิ ลืมตามาก็ฉอดๆ น่ะไม่หิวหรือไงครับคุณดารา’

               ‘แล้วที่ฉันถาม’

               เขาถอนใจพลางกอดอกมอง ผู้หญิงคนนี้แปลก เมื่อครู่ยังกลัวตายจนตัวสั่น พอรอดตายก็ทำกล้ามาซักเขายิกๆ มันน่าแกล้งให้ร้องไห้ชะมัด

               ‘ขี้เกียจตอบ ตอนนี้หิวถ้าไม่หิวก็นั่งรอตรงนี้ ผมจะไปกินข้าวกับคนงานแล้ว’ เขาเดินจ้ำพรวดไปเลย ถ้าอยากหนีก็ว่ายน้ำไปต่อให้แชมป์โอลิมปิกยังคิดหนักเลย

               ‘เรื่องอะไรล่ะ คุณลากฉันมาแต่เช้าอะไรก็ไม่ได้กิน เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบปากท้องฉันด้วยสิ’

               โป้งลืมตามองท้องฟ้าหัวเราะแกมหมั่นไส้ ป่านนี้ปานชีวาคงคิดถึงเขาจะแย่ อยู่แล้วกระมัง ก็เขาไปส่งเธอที่บ้านแล้วปร๋อเข้าเมืองมาสบายใจเฉิบ เรื่องบางเรื่องถ้าพูดไปตอนนี้เธอคงไม่ฟังหรอก แต่ถ้าไม่เชื่อเขาละก็ไอ้ที่เธอคิดว่าแย่แล้วที่มาเจอกับเขาคงยิ่งแย่ขึ้นไปอีก คนอย่างเขาไม่เคยทำอะไรลับหลัง ใครดีมาเขาดีตอบ ถ้าร้ายมาเขาร้ายตอบ ส่วนปานชีวาคือข้อยกเว้น

               

               เย็นมากแล้วปานชีวามานั่งถอนใจทิ้งอย่างสุดเซ็งที่หาดอีกด้าน โดยมีคนของโป้งตามมาห่างๆ พอไม่ให้รำคาญใจนัก เธอทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทรายเย็นๆ หลับตาฟังเสียงคลื่นเบาๆ เผื่อว่าความโมโหที่เดือดปุดๆ มาตั้งแต่แยกกับโป้งเมื่อตอนเที่ยงจะหายไป ไม่รู้มีเคราะห์อะไรนักหนา ให้ตายเถอะถ้าเธอไม่ซวยมาหลบดรัณ ในรถของเขาป่านนี้เธอคงมีทางออกมากกว่าการรอไปแล้ว

               แล้วที่น่าโมโหก็ตอนนั่งเรือกลับมานั่นแหละ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนเผด็จการอย่างโป้งแฝงเข้ามาในชีวิตแสนวุ่นวายของเธอ ยิ่งคิดยิ่งโมโหขนาดตอนนั้นเธอยอมลดศักดิ์ศรีลดทิฐิพูดกับเขาดีๆ แล้วนะ

               ‘นี่คุณ ฉันว่าเรามาพูดกันดีๆ แบบมีเหตุผลกันดีกว่าไหม’

               ‘คุณมีอะไรก็พูดมาสิ’

               หน้าตาแข็งพอๆ กับเสียงมันน่ากระโดดกัดหูให้ร้องกรี๊ดเป็นที่สุด แต่จากขนาดตัวแล้วปานชีวาคิดว่าอย่างเสี่ยงดีกว่า ดีไม่ดีเขานึกโมโหจับเธอทุ่มลงทะเลเอาง่ายๆ

               ‘ฉันจะกลับกรุงเทพฯ ช่วยไปส่งฉันสักทีได้ไหม’

               ปานชีวาเห็นโป้งตวัดมองเธอนิดหนึ่ง ต่อมหมั่นไส้พลุ่งพล่านทันทีแต่ต้อง ข่มอกข่มใจไว้ กลับบ้านได้เมื่อไหร่ล่ะน่าดูชมเลยนายโป้งเอ๋ย

               ‘ยังไม่ใช่ตอนนี้ คุณอยู่ในอันตราย’

               แหม! อยากจะหัวเราะ แต่ละอย่างที่เธอได้พานพบตั้งแต่ได้เจอเขานี่เรียกได้ว่า ปลอดภัยสุดๆ ถูกแม่ค้าไล่ล่าแถมด่าเป็นกระบุง ตกสะพานตกเรือเกือบจมน้ำตาย เมื่อกี้ก็เกือบตกหนาผา

               โอ้ย! ปลอดภัยสุดๆ เลยย่ะ

               ‘ฉันจะมีอันตรายเพราะอยู่กับคุณนั่นแหละ ตั้งแต่ฉันพบคุณมีอะไรที่เรียกว่าปลอดภัยได้บ้างไหม ฉันกลับไปเสี่ยงตายกับพ่อเลี้ยง ผจญนักข่าว ยังไงก็ดีกว่าอยู่ที่นี่กับคุณแน่นอน’

               ‘ยังไงก็ไม่ได้’

               ‘ฉันไม่ไหวแล้วนะ’ เหตุผลก็ไม่มี พูดแต่ไม่ได้ๆ อีตาฮิตเลอร์เอ๊ย แน่ะยังหันมาจ้อง ตบหน้าแบบในละครเสียดีไหม เอ หรือว่าต่อยดี

               ‘หยุดเลยแล้วไปนั่งดีๆ คุณตบผมจูบลองดูไหมล่ะ แหม ไม่เคยได้เป็นพระเอก หนังไทยจะได้เป็นวันนี้ล่ะ อ้ะ ตบมาสิคุณผมรออยู่’

               นึกมาถึงตอนนี้ปานชีวาก็อยากจะร้องกรี๊ด นี่น่ะหรือพระเอก ตัวโกงสิไม่ว่า หญิงสาวลุกขึ้นนั่งกำทรายไว้เต็มมือแล้วเขวี้ยงออกไปสุดแรง ไม่เคยรู้สึกเหมือนลูกไก่ในกำมือของใครแบบนี้เลย

               “อีตาโป้งบ้า นายมันเฮงซวยที่สุดเลย ถ้าเจอเมื่อไหร่คอยดูนะนายโป้ง ฮึ่ม” หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือไม่มีอารมณ์นั่งมองฟ้าฟังเสียงคลื่นแล้ว

               ร่างเพรียวเดินเรื่อยๆ แต่ก็เปลี่ยนเป็นวิ่งเมื่อคิดว่าคืนนี้เธอต้องคุยกับอีตาฮิตเลอร์ให้รู้เรื่อง เธอไม่ใช่ลูกไก่ในมือเขาสักหน่อยมีสิทธิ์อะไรมาสั่งโน่นสั่งนี่ อารามรีบร้อนปานชีวาเลยไม่ทันเห็นร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็เดินมาทางนี้เหมือนกันและเขาหลบไปทันแล้ว

               พลั่ก!?!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha