เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : ตอนที่ 9-50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ปานชีวารู้สึกเหมือนวิ่งไปชนเข้ากับรถถัง คนที่ล้มมีเพียงเธอคนเดียวส่วนคู่กรณียังยืนอย่างมั่นคงไร้กังวลว่าจะเซแซดๆ ลงไปคลุกทราย

               “อ้าวคุณ จะรีบเดินไปไหน”

               เธอลุกขึ้นพลางเงยหน้าขึ้นมอง เสียงแสนคุ้นแต่ใบหน้ายิ่งคุ้นกว่า อะไรจะดวงชง ขนาดคิดถึงก็ได้เจอทันตา

               “นายโป้ง!”

               “สวยแฮะ”

               ปานชีวาเชิดหน้าใส่ เธอรู้มาตั้งนานแล้วว่าตัวเองสวยไม่อย่างนั้นจะได้เป็นนางเอกละครเรอะ แต่อีตาโป้งผีเข้าหรือไงถึงเพิ่งเห็นความสวยของเธอ

               “ไม่ต้องมาชม นายทำตัวน่าถีบเกินไปแล้วนะ ฉันมีชีวิตมีจิตใจมีสิทธิ์อะไรมาจำกัดอิสรภาพ โอ้ย! ทนไม่ไหวแล้ว”

               ...ปั้ก...หมัดหนักๆ กระแทกใส่แก้มคนก่อเรื่องให้ปวดหัวเต็มแรงเพียงหมัดเดียว จริงๆ อยากจะซอยหลายหมัดแต่เจ็บมือชะมัดยาด

               “โอ๊ย! เจ็บนะคุณ”

               “สม! คนอย่างนายสมควรโดนแบบนี้” ปานชีวาประกาศชัยชนะยกกำปั้นชูอย่าง สะใจ

               ดวงตาคู่นั้นมองปานชีวาแบบอึ้งๆก่อนจะถลึงตาใส่ใครสักคนที่ไม่ใช่เจ้าของหมัด ปานชีวามองตามสายตาเขาแล้วก็อ้าปากค้างอึ้งไปอีกคน

               “แค่ต่อยยังน้อยไปมั้ง” โป้งหัวเราะร่วนอารมณ์ดี ดีใจที่วิ่งมาทันได้เห็นช็อตเด็ด เขาเดินมาสมทบแล้วตบไหล่พี่ชายที่หน้านิ่ว “ฮ่าๆ เจ็บไหมวะป้าง”

               “คุณ...พวกคุณ!”

               ปานชีวามองผู้ชายสองคนสลับกันไปมาแล้วก็นึกที่น้าหวินเคยเล่าให้ฟังได้ “แล้วคุณ...คุณป้างใช่ไหมคะ ขอโทษนะคะฉันคิดว่าเป็นเขา” ปานชีวายกมือไหว้ขอโทษ อยากแทรกแผ่นดินหนีหรือให้ทรายดูดไปเลยยิ่งดี

               เธอต่อยผิดคน!

               “สวัสดีครับ ผมเป็นคนที่คุณคิดว่าใช่ครับ ไอ้ที่ยิ้มน่าถีบน่ะน้องชายของผมเอง” ป้างแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ

               “น้อยๆ หน่อย” คนเกือบโดนถีบทำหน้าสะใจใส่คนถูกต่อย “นี่คุณปาน ผม ขอแถมอีกสักหมัดสิ”

               ปานชีวาหันมามองคนสั่งตาขวาง คันไม้คันมือจะแย่อยู่แล้วยิ่งได้ยินเสียงยิ่งอยากลงไม้ลงมือ เธอกลัวจนหายกลัวแล้ว ตายเป็นตาย

               “คนที่ฉันอยากชกคือคุณไม่ใช่พี่ชายคุณ มาก็ดีแล้วฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับคุณ เลยนะ มาส่งแล้วก็หายไปเลย ตกลงฉันจะได้กลับเมื่อไหร่ฮะ”

               “มานี่เลย”

               โป้งคว้าข้อมือปานชีวาหมับกำลังจะลากไปคุยกันสองคน ปานชีวาขืนตัวไว้พยายามดึงมือกลับถลึงตาใส่นายฮิตเลอร์

               “เดี๋ยวตาโป้ง”

               นภัทรเดินมาสมทบอีกคนรีบเรียกลูกชายไว้ ปานชีวาเลยดึงข้อมือจนหลุด มองคนก่อเรื่องอย่างให้รู้ว่า...ทนไม่ไหวแล้วนะ (โว้ย) สลับกับนางฟ้าที่มาช่วยนางเอกสวย จนตะลึง ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันหนอ

               “แม่ผมเอง เจ้าของชุดที่คุณใส่น่ะ” โป้งแนะนำพลางเดินไปกอดแม่แบบประจบซึ่งไม่เข้ากับท่าทางโหดๆ เหี้ยมๆ ของเขาเลย

               ปานชีวาอมยิ้มเมื่อเห็นภาพแสนตลกของฮิตเลอร์อ้อนแม่พลางยกมือไหว้ผู้หญิงที่เหมือนนางฟ้า หน้าตาดูใจดีแถมน้ำเสียงยังฟังสบายหูอีกต่างหาก

               “สวัสดีค่ะคุณ เอ่อ...น้า”

               “สวัสดีค่ะหนูปาน เดี๋ยวน้าขอคุยกับไอ้ตัวแสบสักครู่นะ”

               นภัทรรับไหว้แล้วยิ้มให้อย่างใจดีก่อนจะฟาดใส่หลังมือของลูกชายตัวดีดังเผียะ โป้งสะบัดมือเร่าๆ ค้อนแม่ ป้างเห็นแล้วส่ายหน้าแทน

               “เตรียมคำตอบไว้ดีๆ แล้วกันว่ะโป้ง ไปครับคุณปานเข้าบ้านก่อน”

               ปานชีวายิ้มให้นภัทรอีกครั้งก่อนจะยิงฟันใส่โป้งแบบสมน้ำหน้าเต็มที่ ถ้าเธอตื่นมาในรถของพี่ชายฮิตเลอร์ป่านนี้คงได้กลับกรุงเทพฯ ด้วยความประทับใจไปนานแล้ว นี่อะไรนอกจากไม่ประทับใจแล้วยังอยากฆาตกรรมเจ้าของเกาะ

               

               โป้งรอจนพี่ชายกับผู้ต้องสงสัยที่เขยิบฐานะเป็นแขกของเขาเข้าบ้านไปเรียบร้อยก็หันมามองแม่แบบประจบหน่อยๆ งานนี้ดิลกคงถูกรีดข้อมูลเสียเรียบ ผู้ชายบ้านนี้ให้ไปเก่งแสนเก่งที่ไหนก็ได้แต่ไม่เคยชนะผู้หญิงที่ชื่อนภัทรได้สักคนเดียว

               “ผมพร้อมแล้ว แม่จัดเต็มผมได้เลย”

               นภัทรค้อนลูกชาย มันน่าตีอีกสักทีไหม ต่อหน้าแม่ล่ะเรียบร้อยอำพราง แต่ถ้าฉายเดี่ยวเมื่อไหร่ล่ะอย่างกับคนละคน นางรู้ว่าหลายสิ่งทำให้ลูกชายทั้งสองคนต้องยืนหยัดและเข้มแข็งที่สุดหรือไม่ก็เหนือศัตรูคู่แข่ง เวลาอยู่กับแม่ก็อย่างหนึ่งอยู่กับลูกน้องก็อีกอย่างหนึ่ง แต่กับเด็กคนนั้นมันน่าตีนักเชียว ป่านนี้ทางบ้านห่วงกันแย่แล้ว

               “ทำให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม หาโทรศัพท์ให้หนูปานแล้วก็พากลับกรุงเทพฯ ด้วย เราเป็นผู้ชายแทนที่จะเป็นสุภาพบุรุษกลับไปกล่าวหาเขาแม่ผิดหวังในตัวลูกจริงๆ”

               “ผมมีเหตุผลนะครับแม่” โป้งยอมรับผิดแต่ไม่วายแย้ง เขาไม่ได้แก้ตัวแต่บางอย่างมันก็อธิบายยาก พูดมากเข้าก็จะกลายเป็นแก้ตัวไปอีก

               “เหตุผลเข้าข้างตัวเองน่ะสิ แล้วนี่ขอโทษหนูปานหรือยัง” นภัทรถามลูกชาย งานนี้ลูกชายผิดเต็มๆ ให้เป็นลูกก็ไม่เข้าข้างเด็ดขาด

               โป้งยิ้ม ไม่ได้แกล้งลืมนะแต่เขาลืมจริงๆ

               “เอ่อ...”

               นภัทรส่ายหน้า ผู้ชายบ้านนี้เหมือนกันหมดจริงๆ มองเรื่องใหญ่ล่ะทะลุปรุโปร่ง แต่พอเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ล่ะมองไม่เห็น พ่อลูกถอดมาพิมพ์เดียวกันแม้กระทั่งนิสัย

               “ไปจัดการให้เรียบร้อย เป็นลูกผู้ชายทำผิดก็ต้องขอโทษเข้าใจไหมโป้ง”

               “ครับ เดี๋ยวผมจะไถ่บาปให้ครบเลย”

               โป้งยกมือสัญญาเป็นมั่นเหมาะก่อนจะโอบเอวแม่พาเดินกลับบ้าน เรื่องหา โทรศัพท์ให้น่ะไม่ยากหรอก แต่การพูดคำขอโทษนี่สิ เรื่องบางเรื่องก็ยากแฮะทำยังไงดี แล้วเรื่องที่ปานชีวาควรได้รับคำขอโทษก็ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวเสียด้วยสิ

               

               หลังอาหารที่โป้งได้พูดน้อยสุดเพราะวันนี้เป็นวันสตรีของเกาะซานัม แม่ของเขากับปานชีวาคุยกันแสนจะถูกคอ เจ้าป้างอีกคนที่คอยผสมโรง คนเดียวที่ฟังเฉยๆ ก็เลยกินข้าวไปเงียบๆ แปลกที่เวลาเขากับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ฮึ่มฮั่มใส่กันเขาก็เห็นอีกแง่มุมของเธอว่าเป็นคนยิ้มง่าย เสียงหัวเราะก็น่าฟัง

               แต่ก็แย่ตรงที่พอหันมาเห็นเขาก็ทำหน้าบึ้งใส่เขาก็เลยส่ายหน้าเซ็งๆ ไม่เคยง้อผู้หญิง ไม่เข้าใจทำไมต้องง้อ คนเราทำอะไรมีเหตุผลอยู่แล้วแค่ไม่พูดมันจะผิดตรงไหน

               ปานชีวาเพิ่งรู้สึกว่าบ้านหลังนี้น่าอยู่ก็เพราะมีนภัทร ลูกชายทั้งสองคนเลยพากันทำตัวเรียบร้อยโดยเฉพาะนายโป้ง คิดๆ แล้วก็ยังเสียดายวันนี้ถ้าเธอไม่ชกผิดคน หน้าของอีตานั่นคงมีรอยช้ำให้เธอยิ้มได้กว้างแน่นอน

               

               ก๊อก ก๊อก ก๊อก

               เจ้าของห้องเหล่มองประตู เดาได้ว่าคงไม่ใช่น้าหวินหรือคุณน้าภัทรที่ขอตัวเข้านอนไปแล้ว หญิงสาวเปิดประตูกอดอกมองเลิกคิ้วกวนๆ ใส่

               “มีอะไรอีกล่ะคุณ”

               แหม! เขาอยากจะดวลปืนกับปานชีวาเป็นบ้า ผู้หญิงอะไรกวนโมโหชะมัด เย็นไว้ๆ เขาไม่ได้มาหาเธอเพื่อปะทะคารมซึ่งก็พอเห็นอยู่ว่าเธอพร้อมมาก กล่องโทรศัพท์ มือถือที่ใหม่กิ๊กเพิ่งสั่งให้ดิลกขับเรือออกไปซื้อมาเมื่อตอนค่ำถูกส่งให้เจ้าของห้อง

               “สำหรับคุณ เผื่อว่าคุณจะโทรหาใคร รับรองไม่มีการเช็กว่าคุณโทรหาใครบ้าง”

               คำขอบคุณจ่อมาที่ปลายลิ้นเป็นอันต้องกลืนลงคอไป เธอกำลังจะสงบศึกกับเขาอยู่แล้วเชียว แต่ข้อมูลใหม่ทำให้เธออยากหักคอเขาจริงๆ ให้ตายเถอะ

               “อะไรนะ นี่คุณเช็กเบอร์โทรออกของฉันงั้นเหรอ”

               “ก็...มันจำเป็น” เขาบอกไม่ได้รู้สึกถึงสายตาวาบๆ ของปานชีวา เขาเข้าใจเป็นใครก็ไม่ชอบหรอก แต่เขาก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

               “ฉันจะบ้าตาย ตอนนี้ฉันอยากต่อยคุณมากๆ เลยให้ตายเถอะ”

               “ก็ต่อยมา รับรองผมไม่จูบคืน” โป้งบอกอย่างใจป้ำ อย่างน้อยก็ช่วยให้เขารู้สึกผิดน้อยลงบ้างละน่า ถ้าได้ชดใช้ด้วยการถูกต่อยเบาๆ สักที

               ปานชีวายิ้มหวาน ข้อเสนอแบบนี้ใครปฏิเสธก็โง่แล้ว

               ...ปั้ก...

               โป้งเห็นดาวหน้าชาไปทั้งแก้มซีกขวา ดวงตาคมมองเจ้าของหมัดมหาประลัยอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมาเมื่อคิดว่า...ผู้หญิงอะไรวะหมัดหนัก เป็นบ้า

               “ขอบใจ ไม่รู้หรอกนะว่าคุณพูดเล่นหรือพูดจริง แต่ฉันพูดจริงเสมอข้อนี้คุณคงรู้ดีแล้วใช่ไหม”

               “มากเลย”

               “แค่นี้ใช่ไหม” ปานชีวาขี้เกียจคุยต่อ ตอนนี้อยากปิดประตูแล้วหัวเราะคนเดียวจะแย่อยู่แล้ว

               “เอ่อ...” จริงๆ มันก็ยังไม่หมดหรอก แต่เอาไว้ก่อนก็ได้วะ “แค่นี้แหละ”

               ประตูถูกปิดอย่างรวดเร็ว โป้งรู้สึกเหมือนถูกลมเร็วๆ พัดผ่านหน้าไป เขาส่ายหน้า ยกมือคลำรอยที่ถูกต่อยป้อยๆ เจ็บแฮะ เห็นตัวบางๆ ไม่นึกว่าจะแรงเยอะ ร่างสูงใหญ่ยังไม่ง่วงก็เลยเดินมาหน้าหาด ใครจะว่าบ้าก็ช่างเถอะถูกต่อยแล้วมีความสุขแฮะ ตลกไหมล่ะ

               “ลูกผู้ชายทำผิดแล้วไม่ขอโทษมันตัวอะไรว้า”

               โป้งเหล่พี่ชาย เขาจะสุขน้อยลงก็เพราะมารที่ดันหน้าตาเหมือนเขาเปี๊ยบนี่แหละ

               “หยุดเลยไอ้ป้าง”

               “อ้าว ก็แล้วไม่จริงหรือวะไอ้โป้ง” ป้างย้อนคำยิ้มๆ ตอนนี้เขากับน้องชายที่อายุต่างกันแค่นาทีเดียวต่างก็มีรอยแดงจางๆ ที่แก้มเหมือนกัน จากผู้หญิงคนเดียวกัน ไม่รู้โป้งไปเจอผู้หญิงดุเข็ดฟันขนาดนี้มาจากไหน

               โป้งถอนใจเซ็งๆ “จริง แต่มันพูดยากนี่หว่า”

               “พูดไม่ได้ก็ทำแทนสิวะ เรื่องง่ายๆ ทำไมคิดไม่ได้ก็ไม่รู้”

               ป้างแนะนำก่อนจะนอนลงที่พื้นทรายเย็นสบาย โป้งนอนลงตาม สองพี่น้องต่างมีความรับผิดชอบมากมายจนบางครั้งเหมือนจะไม่ค่อยได้คุยกันยาวๆ แต่บางเรื่องถึงไม่พูดแค่มองตาก็เข้าใจ การขอโทษเป็นเรื่องที่ทำยากแต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ป้างรู้ดีถึงได้มาดักรอ

               

               อาหารเช้าช้ากว่าเวลาปกตินิดหน่อยเพราะสองสาวต่างวัยพากันคุยถูกคอ หนุ่มๆ ทั้งสองเลยรอแบบเงียบๆ ไม่หืออืออยู่ที่โต๊ะอาหารที่น้าหวินตั้งโต๊ะไว้รอได้สักพักแล้ว ปานชีวารู้สึกสบายใจไร้ห่วงเมื่อได้คุยกับแม่ของโป้ง เขาถึงว่าพลังสตรีนี่แหละเหนือกว่าพลังบุรุษในโลกหล้า งานนี้เธอได้กลับบ้านชัวร์ๆ แล้ว

               “ว่าไงตาโป้งจะพาหนูปานกลับกรุงเทพฯ ได้เมื่อไหร่”

               นภัทรถามแทนเพื่อนต่างวัยที่อายุเป็นลูกสาวอีกคนของนางได้สบายๆ นางพบคนมามาก คุยไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าหนูปานไม่มีพิษภัยอะไร เจ้าลูกชายตาถั่วดันไม่รู้เสียนี่ อายเขาไหมล่ะ

               “ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า ปานกลับเองได้ค่ะ แค่ไปส่งที่ท่ารถก็พอแล้ว”

               “ไม่ได้จ้ะหนูปาน ใครก่อเรื่องก็ต้องรับผิดชอบ ว่าไงล่ะตาโป้ง”

               โป้งยิ้มนำไปก่อน แม่พูดเรียบๆ แบบนี้ขืนหืออือเกิดงอนขึ้นมาล่ะสนุก คราวก่อนเขาทำเรื่องหวาดเสียวไปหน่อยแม่มารู้ทีหลังงอนไปหลายวัน โน่นต้องให้ป้างไปรับกลับจากอิตาลีนั่นล่ะ ไม่รู้งอนหรือกำลังอยากเที่ยวพอดี

               “คงต้องเป็นพรุ่งนี้ครับ วันนี้ผมจะไปที่เกาะโน้นก่อน เพิ่งเกิดเรื่องไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำ” แถมเขายังไม่ได้ขอโทษปานชีวาเลยจะรีบพากลับก็ใช่ที่ นี่ไม่ได้ถ่วงเวลานะเออ มันจำเป็นจริงๆ

               นภัทรจ้องลูกชายเผื่อว่าจะมีลูกไม้อะไร ปานชีวาอยากปฏิเสธใจจะขาด เธอกลับเองได้เพียงแต่ขอยืมตังค์ค่ารถนิดหน่อยก็พอ กลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่จะโอนคืนให้ แต่ไม่กล้าพูดเดี๋ยวจะกลายเป็นดูถูกกันเสียเปล่าๆ

               “ถ้างั้นหนูปานรออีกวันนะ ถ้าลูกชายของน้าไม่ทำตามสัญญาน้าจะจัดการให้เอง วันนี้ก็พักผ่อนไปก่อนแล้วกันนะ ได้ข่าวว่ายังไม่ได้เดินจนทั่วเกาะเลยใช่ไหม”

               “ค่ะ คุณน้าภัทร” ปานชีวายิ้มกว้างพลางตักอาหารให้ผู้ใหญ่ของบ้านที่หนุ่มๆ พากันสยบ เถอะน่าช้าไปอีกวันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่ากลับถึงบ้านแน่นอน

               “ถ้างั้นป้างว่างๆ ก็เป็นไกด์ให้หนูปานก็แล้วกัน” นภัทรสั่งลูกชาย

               “ได้ครับแม่” ป้างรับปากทันที

               โป้งเหล่มองพี่ชาย ปกติไม่เห็นชอบดูแลใครวันนี้ทำไมยอมง่ายๆ ป้างยักคิ้วให้น้องชาย ปานชีวาไม่ทันมองก็เลยไม่เห็นสองพี่น้องเขากำลังคุยกันผ่านดวงตา ป้างยิ้มขันอยากแกล้งน้องก็เท่านั้นเอง เห็นแค่นี้ก็ชัวร์ป้าบ ชอบนางฟ้าเข้าแล้วล่ะสิไอ้โป้งเอ๊ย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha