เผด็จการยอดรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 21 : ตอนที่ 11-50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ฆนากรเดินแหวกนักข่าวมาสมทบกับปานชีวาที่มองเหมือนเห็นนักบุญมาโปรดอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มยิ้มให้คนหน้าซีดเผือด ไม่รู้จะอยากเป็นดารากันทำไม ดูสิถูกรุมทึ้งด้วยคำถามอย่างกับจำเลยของสังคม จริงไม่จริงไม่รู้ รู้แต่ต้องถามคำถามแรงๆ ให้ได้ข่าว ถ้าแหล่งข่าวร้องไห้โฮคงเฮลั่นกระมัง

               ...บางครั้งการเป็นคนสำคัญก็ไม่ได้หมายความว่าได้รับเกียรติที่คู่ควร

               ปานชีวารู้สึกอุ่นใจเมื่อมีใครสักคนมายืนข้างๆ ไม่ต้องช่วยตอบคำถามก็ได้แค่อย่าเป็นอีกคนที่รุมกระหน่ำเธอด้วยคำถามงี่เง่าอย่างนักข่าวพวกนั้นก็พอแล้ว แต่การที่เขามาอยู่ที่นี่มันจะไม่ยิ่งทำให้นักข่าวได้ข่าวเพิ่มหรือเนี่ย

               “คุณโป้ง คุณกลับมาทำไม” เธอเอียงหน้ากระซิบถาม

               “ก็มาช่วยคุณตอบคำถามน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งไปกันใหญ่” โป้งก้มกระซิบตอบเลยถูกถ่ายภาพไม่ยั้งในความสนิทสนมนั้น ขนาดไลลายังมองตาค้าง “ไงครับ ใครอยาก ถามอะไรก็ถามมา”

               “คุณมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณปานครับ” นักข่าวถามจี้ไปที่โป้งทันที

               โป้งยิ้มกว้าง ปานชีวาเงยหน้ามองดูก็รู้ว่าแกล้งยิ้ม อยากฟังเหมือนกันว่าเขาจะเลี่ยงคำถามนักข่าวให้จบแบบสวยๆ ได้ยังไง เธอน่ะมีคำตอบนี้แทนเขาอยู่แล้ว

               “ผู้ชายกับผู้หญิงที่รู้จักนิสัยใจคอกันและรู้สึกดีๆ ต่อกัน คุณคิดว่าถ้าคุณได้พบผู้หญิงที่ไม่ได้สวยเฉพาะหน้าตาแต่ยังรวมถึงจิตใจ ผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไงล่ะครับ”

               นักข่าวมองหน้ากันแบบมึนตึ้บ สรุปคบหรือไม่คบล่ะเนี่ย

               “คุณกับคุณปานคบกันอยู่หรือครับ” นักข่าวใจกล้าถาม คนอื่นพากันหูผึ่งรอฟังพลางกดไอแพดบันทึกภาพแทนเสียงกันยกใหญ่

               ปานชีวายกมืออ้อมไปด้านหลังแล้วจิกเอวของโป้งพลางส่ายหน้าไม่ให้เขาพูดอะไร ถ้าบอกว่าเธอกับเขาคบกันล่ะจบแน่ นักข่าวจะรุมเขาเหมือนกับที่รุมเธอ ดวงตาคมสวยส่งสัญญาณบางอย่างให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เอาแต่ยิ้มตาพราว อะไรเนี่ย!

               “ผมคงมองข้ามปานชีวาไปไม่ได้หรอกครับ แล้วผมก็ไม่ชอบอย่างมากถ้าใคร มาดูถูกหรือคิดเรื่องแย่ๆ กับคนที่ผมรู้สึกดีๆ ด้วย หวังว่าจะเข้าใจนะครับ” โป้งตอบ แถมยังมายิ้มหวานให้ดาราสาวที่กลั้นใจจนจะเป็นลมอยู่แล้ว

               “แสดงว่าคุณปานชีวาหนีหายไปอยู่กับคุณหรือคะ”

               โป้งอยากซัดไอ้นักข่าวปากพล่อยคนนี้เสียจริง มันตกภาษาไทยตอนเรียนหรือไง คำว่า ‘หนี’ กับไป ‘พัก’ คำไหนน่าฟังกว่ากันมันคิดไม่ออกหรือไงวะ

               “คุณใช้คำว่าหนีไม่ได้หรอกนะครับ เธอไม่สบายใจเพราะถูกทำร้ายทางด้าน จิตใจ ผมจะยอมให้เธอไม่สบายใจได้ยังไงล่ะครับ ไปเปิดหูเปิดตาพักสมองเสียบ้างจะได้กลับมาสู้กับมาร เอ่อ ผมหมายถึงงานน่ะครับ”

               ไลลายิ้มกว้างด้วยความสะใจพลางมองปานชีวาที่อมยิ้มเหมือนกัน ผู้ชายคนนี้พูดเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไร นี่น่ะหลอกด่ากันชัดๆ โดนไปหลายดอกแล้วนักข่าวจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้าถูกถามต่อคงไม่ดีแน่ๆ เดี๋ยวรู้ตัวถึงจะอยากฟังต่อก็เถอะ

               “พอแค่นี้ก่อนนะคะน้องๆ ปานจะได้พัก”

               ไลลาเป็นคนกันปานชีวาไว้ ดาราสาวรีบเดินเข้าบ้านโดยดึงโป้งเข้ามาด้วยไม่อย่างนั้นเขาถูกรุมเดี่ยวแน่ๆ ตอนนี้นอกจากเล่นข่าวของเธอได้นักข่าวมีเหยื่อรายต่อไป เรียบร้อยแล้ว เฮ้อ ข่าวเดิมยังแก้ไม่หายข่าวใหม่มาอีกแล้ว งานนี้เธอจะแก้ข่าวยังไงดี แต่สะใจชะมัดผู้ชายอะไรปากจัดน้องๆ ตัวอิจฉาในละครน้ำเน่าที่เขาไม่ชอบดูนั่นแหละ

               ป้าออมรีบปิดรั้วบ้านแล้วเดินตามเข้ามาในบ้านอีกคน ส่วนเจ้ากัปตันถูกล่ามไว้หลังบ้านไม่อย่างนั้นคงเห่าเสียงโหวกเหวกไปหมด ปานชีวาถอนใจโล่งอกที่ได้เข้ามาในบ้านของตัวเองเสียที ไลลาเดินมานั่งแผ่แบบหมดแรงข้างๆ เจ้าของบ้าน ในขณะที่ ‘แขก’ ส่ายหน้ากอดอกมองยิ้มๆ พลางหาที่นั่งให้ตัวเองก็พอดีแม่บ้านยกถาดน้ำมาให้ ปานชีวาสะดุ้งลุกขึ้นนึกได้ว่าโป้งเข้ามาด้วย จบกันมาดนางเอก

               “พี่ไลลานี่คุณโป้ง คุณโป้งนี่พี่ไลลา” หญิงสาวแนะนำแบบรวบรัด

               ไลลายื่นมือทักทายแบบสากล แต่โป้งกลับยกมือไหว้เพราะเห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกัน ไลลาเลยหัวเราะเขินๆ ที่ดันฝรั่งจ๋าใส่ ส่วนคนหน้าตามีเค้าฝรั่งกลับไทยซะ

               “ไม่นึกฝัน หล่อแฮะ”

               ปานชีวามองผู้จัดการส่วนตัวแล้วก็ขำ พอมองโป้งใหม่ก็เห็นว่าเขาหล่อจริงๆ นั่นล่ะ ทำไมเธอเพิ่งรู้สึกว่าเขาหล่อก็ไม่รู้ บ้ากันใหญ่แล้วนี่เธอกำลังจะถูกโจมตีด้วยข่าวระลอกใหม่อยู่นะ เห็นคนหล่อพี่ไลลาก็ลืมน้องเลยนะนั่น

               “พี่ไลลา นี่ปานกำลังจะถูกโจมตีด้วยข่าวใหม่นะ มาช่วยกันคิดเร็ว”

               “นี่คุณทำไมทำหน้าอย่างกับถูกลดเกรดเป็นตัวประกอบ” โป้งชักตามไม่ทัน หลุดจากนักข่าวได้เข้าบ้านแทนที่จะหัวเราะให้ลั่นบ้านกลับมาทำหน้างอเสียนี่

               “คุณให้คุณดิลกจอดรถไว้ที่ไหน” ปานชีวาถาม ทุกทีเห็นดิลกแทบจะเป็นแฝดสามของพี่น้องคู่นี้

               “สั่งให้กลับไปที่บ้านของผมแล้ว”

               “หา!” แล้วเขามานั่งสบายใจเฉิบอยู่ได้ ตกรถแล้วใช่ไหมนั่น

               โป้งหัวเราะชอบใจ สงสัยเขาคงพูดสั้นไปหน่อย ถ้าสั่งให้ดิลกขับรถกลับสงขลาเขานี่แหละที่จะตายก่อน

               “บ้านที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่สงขลาสักหน่อย”

               เจ้าของบ้านค้อนใส่แขกโทษฐานมาพูดสั้นใส่ๆ แต่พอหันไปขอความช่วยเหลือเผื่อจะได้ปรับทุกข์กับผู้จัดการส่วนตัว ไลลาก็เหมือนตกบ่วงความหล่อของโป้งจนตาลอย

               “เราจะแก้ข่าวยังไงดีพี่ไลลา”

               ไลลาสะดุ้งยกมือทาบอก สาวโสดอย่างเธอก็ชอบหนุ่มหล่อๆ เหมือนกัน อาหารตากระชุ่มกระชวยหัวใจเท่านั้นเอง

               “พี่ยังคิดไม่ออก ถ้าแก้ข่าวที่คุณโป้งพูดไปก็จะกลับมาประเด็นขายตัวอีก ข่าวเก่าก็ยังคาราคาซัง”

               “แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยปานแย่แน่”

               สองสาวต่างวัยกันนิดหน่อยพากันถอนใจ คนนอกวงการมองแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจ ในเมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นแล้วจะกลับไปให้ทุกอย่างแย่เท่าเดิมเพื่ออะไร

               “ก็ไม่ต้องแก้ข่าวสิ การเป็นข่าวกับคนโสดไม่ดีกว่าเป็นข่าวกับคนมีแฟนอยู่แล้วหรือครับ”

               ไลลามองโป้งเหมือนนักบุญมาโปรด ถ้ากอดขอบคุณได้คงทำไปแล้ว แต่ปานชีวา นี่สิมองเขาอย่างกับซาตานมาเกิด เอาเข้าไปเขาทำอะไรผิดตรงไหน

               “เออ จริงด้วย ปานวิธีนี้น่าจะเวิร์กนะ”

               “ไม่เอา ยังไงก็ไม่เอาวิธีนี้” ปานชีวาปฏิเสธเสียงแข็ง

               “ทำไมล่ะปาน ข่าวมือที่สามน่ะแก้ข่าวยังไงก็ไม่เงียบสนิทหรอกนะ วิธีของ คุณโป้งใช้ได้สุดๆ”

               ใช่! เธอไม่เถียงว่าการมีข่าวคนรักที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ช่วยให้ข่าวมือที่สามหายไปจากหน้าสื่อ แต่มันไม่ใช่เรื่องจริง การโกหกในวันนี้ก็ต้องโกหกในวันต่อๆ ไป แล้วเธอกับนายโป้งจะเป็นแฟนกันเข้าไปได้ยังไง ขนาดละครเขายังไม่ดูพูดแล้วพูดอีก ว่าน้ำเน่า แถมเรายังไม่รู้เรื่องอะไรของกันและกัน เพิ่งรู้ก็ตอนนี้ว่าเขาเป็นถึงเสี่ยโป้งเชียว จะโกหกให้เนียนเข้าไปได้ยังไง แถมอยู่ๆ เขามาทำดีใส่มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า

               “คุณทำแบบนี้ทำไม มาช่วยฉันทำไม”

               โป้งโคลงศีรษะมองคนความจำสั้น ซื้อได้ไหมน่ะสายตาไม่ไว้ใจเขาแบบนั้น

               “ผมเคยบอกคุณแล้ว ถ้าคุณเป็นคนดีผมจะตอบแทนทุกความผิดพลาดที่ผม ทำไป”

               “ด้วยวิธีนี้เนี่ยนะ”

               “หรือจะยอมให้คุณถูกตีข่าวว่าขายตัวให้ผม” เขาย้อน

               ไลลามองปานชีวาด้วยอีกคน ถ้ามีวิธีที่ดีกว่าการเป็นแฟนกับโป้งให้นักข่าวเลิกสนใจก็ดีเหมือนกัน ใครบ้างอยากโกหก แต่ถ้าสองคนนี้จะเป็นแฟนกันจริงๆ ก็ดีเหมือนกันนา ว่าแต่น้องรักไปรู้จักผู้ชายคนนี้ได้ยังไงไม่เห็นเคยพูดถึง จะว่ารู้จักตามงานก็คงไม่ใช่

               ปานชีวาคิดหนัก ถ้าปฏิเสธข่าวกับโป้งก็จะกลับไปพันตูข่าวมือที่สามที่พ่วงข่าวขายตัวอีก แล้วเธอจะต้องทำยังไงดี โอ้ย! คิดไม่ออก

               “ฉันแก้ปัญหานั้นได้”

               “ยังไงล่ะ” โป้งยังย้อนถาม คิดให้ตายก็คิดไม่ออกหรอก คนส่วนใหญ่ชอบบริโภคข่าวหวือหวา ยิ่งเป็นข่างชิงรักหักสวาทล่ะชอบกันนัก จริงไม่จริงไม่สนขอเม้าท์แค่มันส์เป็นพอ “คุณรู้คำตอบอยู่แล้วว่าวิธีของผมดีที่สุดและแก้ข่าวของคุณได้หมดจด”

               ปานชีวาถอนใจเถียงไม่ออกอีกนั่นแหละว่าเขาพูดถูก แต่มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของเธอ ถ้าเขาอยากจะทดแทนที่เคยเข้าใจผิดเธอสักแค่ไหนแต่ว่าวิธีนี้มันมากเกินไปสำหรับ ‘คนอื่น’ จะทำให้แก่กัน

               “ฉันไม่ชอบโกหก แล้วอีกอย่างฉันไม่ไว้ใจคุณ”

               โป้งเท้าเอวมองหน้าตาหาเรื่องหน่อยๆ ถึงหน้าตาเขาจะไม่หล่อเนี้ยบเรียบกริบแต่ก็ไว้ใจได้ ยัยนี่สงสัยถูกหลอกบ่อยๆ เลยกลัวไปเรื่อย

               “ผมไม่น่าไว้ใจตรงไหนบอกมาซิ”

               “ก็ตรงที่ฉันไม่รู้จักคุณน่ะสิ” ปานชีวายู่หน้าใส่ ชื่อจริงยังไม่รู้เลย ทำอาชีพอะไรยิ่งไม่รู้ใหญ่

               ไลลามองสองหนุ่มสาวแล้วก็ชักงง สรุปแล้วอีตาคุณโป้งนี่เป็นใครมาจากไหนกันแน่นึกว่าเพื่อนสนิทกันเสียอีก

               “อ้าว ยังไงกันน่ะปาน ไม่รู้จักกันแล้วทำไมมาด้วยกัน”

               “เรื่องมันยาวค่ะพี่ไลลา” เล่าไปก็อายเปล่าๆ “ไม่รู้ล่ะยังไงปานก็ไม่ยอมใช้วิธีนี้ เด็ดขาด”

               “ตามใจ” โป้งชักเบื่อเหมือนกันแถมหน้าแตกอีกต่างหาก คนอยากช่วยแต่เขาไม่อยากให้ช่วยเขาจะมายื้อไว้ก็ใช่ที่ “นี่เบอร์ผม ผมจะอยู่กรุงเทพฯ สักสองวันถ้าเปลี่ยนใจ ก็โทรมาแล้วกัน”

               ไลลาเหวอมองโป้งเดินเร็วๆ ออกจากบ้านไปจะห้ามก็ไม่ทัน พอนึกได้ก็รีบเอา นามบัตรขึ้นมาดูแล้วก็แทบช็อก

               “หล่อ รวย มาเฟียหน่อยๆ โหดนิดๆ เป็นพี่หน่อยไม่ได้ไอ้ปานเอ๊ย”

               ปานชีวาเหล่มองไลลาที่ยื่นนามบัตรของโป้งมาให้ดู ฆนากร โจเซฟ บุริณทร ชื่อเพราะดีเหมือนกัน ไม่เข้ากับหน้าตาท่าทางเลยให้ตายเถอะ แล้วก็มีชื่อบริษัทแต่ไม่ระบุตำแหน่งแฮะ หญิงสาวอ่านแล้วก็งงว่าผู้จัดการส่วนตัวตื่นเต้นอะไร

               

               โป้งนั่งรถแท็กซี่มาที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของปานชีวานัก จะว่าไปเขาก็ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน วิธีช่วยมีตั้งหลายอย่างไม่ทำ ดันเสนอตัวไปเป็นไม้กันหมา ให้ซุป’ตาร์ แล้วไงล่ะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ทำไมวะคิดนานๆ ค่อยบอกปัดข้อเสนอ ไม่ได้หรือไง นี่อะไรทำเหมือนคิดง่ายปฏิเสธเร็วเกินจนน่าจับมาตีก้นเสียที อะไรว้าคนอยากช่วยกลับมาบอกว่าไม่ไว้ใจ เฮอะ

               “มีอะไร ทำไมมายืนรอ” นี่ก็อีกคนมายืนรออย่างกับผู้ปกครอง อายุก็ต่างกันแค่ปีเดียวทำตัวเหมือนป้างเข้าไปทุกวัน

               ดิลกยิ้มนำมาก่อน หน้าตาแบบนี้ใครทำอะไรให้ไม่พอใจมาล่ะสิท่า

               “ผมเป็นห่วงครับ เมื่อครู่คนของนายปราบดาเพิ่งจะโทรมาบอกว่าทางนั้นอยากเจรจาร่วมหุ้นสัมปทานอีก 2 ปีที่เหลือ”

               โป้งถอนใจเซ็งๆ ทำหน้าเบื่อๆ คนบางคนนี่น้าความโลภก็ช่างบังตา เพิ่งสั่งให้ ลูกน้องไปทำเรื่องให้เขารำคาญ ตัวนายใหญ่ก็ยังมีแก่ใจมาขอร่วมทุน

               “ปฏิเสธไปได้เลย ครั้งต่อๆ ไปก็ไม่ต้องฟังข้อเสนอ จะเอาเป็นที่พักยาเสพติดน่ะสิ ถึงได้อยากได้เกาะนั้นนักหนา”

               ดิลกยิ้มรับ เขาก็นึกอยู่แล้วว่าโป้งคงไม่ยอมหรอก หน้าฉากปราบดาก็เหมือนนักการเมืองพ่อพระ เข้าวัดทำบุญ ใจดีมีเมตตา แต่ที่ไหนเบื้องหลังนี่น้ำเน่าว่าเหม็นแล้วคนเลวๆ แบบนี้ยังจิตใจเหม็นเน่ากว่าหลายเท่า

               “ผมคิดว่าคุณโป้งควรมีบอดี้การ์ดนะครับ”

               “ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้คอยดูแล้วกัน บางทีการเป็นคนสาธารณะก็มีส่วนที่ดีเหมือนกัน” โป้งเพิ่งนึกเหตุผลให้ตัวเองออก เขาไม่ได้ใจดีขนาดยอมเป็นแฟนปลอมๆ กับใครฟรีๆ สักหน่อย อย่างน้อยการออกสื่อก็ทำให้ทางโน้นลงมือฆ่าเขาลำบากขึ้นอีกหน่อย พวกนักการเมืองกลัวเป็นข่าวยิ่งกว่าดาราเสียอีก

               “คนสาธารณะหรือครับ” ดิลกขมวดคิ้วถามงงๆ

               “ใช่ ไม่ต้องทำหน้างง พรุ่งนี้รออ่านหนังสือพิมพ์ก็แล้วกัน”

               โป้งพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าบ้านไปทำธุระส่วนตัว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ออก มาใหม่ ดิลกก็แสนรู้สมเป็นคนสนิทเตรียมรถไว้รอ คนกำลังเซ็งก็เลยแกล้งไม่บอกแต่คนสนิทมีหรือจะไม่รู้ทันว่านายจะเข้าบริษัท ไม่ได้มาส่งหญิงแล้วกลับสงขลาสักหน่อย หรือว่าทำงานเรื่องรองมาส่งหญิงเรื่องหลักก็ไม่รู้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha