เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตราบาปรักอสูร (๑)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตราบาปรักอสูร

 

 

 

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่หยุดนิ่ง แต่ชีวิตของ ปรารถนา ปราณต์หิรัญน์ ก็ไม่แตกต่างจากทุกวันที่ต้องใช้เรือนร่างบำเรอสวาทให้กับบุรุษหนุ่มจากแดนมังกร หลังจากเขาได้ยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเธอ คืนนี้ก็เช่นกันเมื่อกิจกรรมร่วมรักบนเตียงผ่านพ้น เขาก็ไม่คิดสนใจไยดีเธออีก เวลาหลายเดือนแล้วที่เธอต้องทนทำหน้าที่นางบำเรอ คอยรองรับความใคร่จากเขาทั้งน้ำตา อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เธอถึงจะหลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในลิฟต์ร่างบอบบางก็ทรุดกายลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง แล้วปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินอาบแก้มอย่างสุดจะทน เธอต้องกลายเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี เมื่อยอมเอาเรือนร่างของตนไปปรนเปรอให้กับอสูรร้ายในคราบเทพบุตร เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดกับเธอก็เกิดขึ้นจนได้ ความเคียดแค้นชิงชังในใจของเธอกำลังจะถูกแทรกแซงด้วยสายใยรักที่เริ่มถักทอขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ลึกซึ้งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เธอรักเขา รัก...อย่างที่ไม่ควรจะรัก

ปรารถนากลับถึงบ้านพร้อมเช็คเงินสดหนึ่งแสนบาทเหมือนทุกเดือน ร่างบางเดินเข้ามาด้วยท่าทีหงอยเหงา จากหญิงสาวผู้น่ารักสดใส มองโลกในแง่ดี กลับกลายเป็นซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจากับใคร ชีวิตของเธอมีเพียงหยาดน้ำตาคอยกล่อมนอนทุกคืน เขารับปากว่าจะไม่ทำร้ายคนในครอบครัวของเธอ แต่สุดท้ายเขาก็หักหลังเธออย่างเลือดเย็น

เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากบ้านหลังใหญ่ ทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ดวงตาบวมมองผ่านประตูที่เปิดกว้างเข้าไปก็เห็นมานพกับมัทนาวีกำลังโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำร้อนแรง มีบิดานั่งหน้าเครียดอยู่บนรถเข็นมองบุตรสองคน

“ฉันบอกแกว่าให้เอาใจเจ้าสัวทวี แต่แกกลับหักหน้าท่านในงานเลี้ยง ทำอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน โทรศัพท์ไปขอโทษท่านเดี๋ยวนี้นานา” มานพเอ่ยสั่งเสียงดังลั่น แต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่อย่างไม่สนใจ

“ฉันไม่โทร. แล้วพี่ก็เลิกบังคับฉันเสียที”

“แต่แกเป็นน้องสาวฉัน มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของฉันเท่านั้น!

“ถึงฉันจะเป็นน้องก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะบงการชีวิตฉันได้ ฉันกับคุณสดายุรักกัน ความรักของเราก็กำลังไปด้วยดี พี่นพอย่าพามือที่สามเข้ามาวุ่นวายกับเราสองคนได้ไหมคะ” มัทนาวียืนยันเสียงหนักแน่น

“ความรักบ้าบออะไรของแก คนอย่างไอ้สดายุมันไม่คิดจริงจังกับใครหรอก ฉันเป็นผู้ชายด้วยกันแค่มองตาก็รู้ว่ามันคิดจะหลอกฟันแกเล่นเท่านั้น”

“ถ้าพี่นพไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า แล้วก็เลิกใส่ร้ายคุณสดายุเสียที แทนที่พี่จะตั้งแง่รังเกียจเขา ฉันว่าพี่คอยเอาอกเอาใจเขาไว้ไม่ดีกว่าเหรอ อย่าลืมว่าตอนนี้ครอบครัวของเราไม่ใช่เจ้าของสราญรมย์แล้วนะคะ”

“ทำไมฉันต้องเอาใจคนอย่างมันด้วย ขนาดฉันขอเบิกเงินล่วงหน้า มันยังไม่ยอมอนุมัติให้เลย ทั้งที่ฉันก็เคยเป็นถึงผู้จัดการใหญ่ของบริษัท”

“พี่นพอยากเอาเงินอนาคตมาใช้ทำไมล่ะ เขาก็ต้องตรวจสอบเป็นธรรมดาอยู่แล้ว การพนันมันไม่ได้ทำให้พี่ร่ำรวยขึ้นมาได้หรอกนะ”

มัทนาวีดักคอพี่ชายอย่างรู้ทัน มานพติดการพนันงอมแงม จนทรัพย์สินส่วนตัวแทบไม่เหลือเพราะเอาไปค้ำประกันเงินกู้ในบ่อน พอไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ก็ยึดไปหมด รถยนต์ราคาหลายล้านก็กลายเป็นแค่รถยนต์ราคาหลักแสน เพราะถูกตีราคาเป็นรถยนต์มือสอง

“นานา! ตกลงแกเป็นน้องฉันหรือแม่ฉันกันแน่ หา!” มานพอารมณ์ ชักฉุน เมื่อโดนตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า แต่ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิดบิดาก็ โบกมือห้ามพร้อมตวาดเสียงดัง

“เลิกกัดกันก่อนได้ไหม มานพ นานา!

“นานาก็ไม่อยากทะเลาะหรอกค่ะพ่อ แต่พี่นพก็คอยจ้องแต่จะหาเรื่องคุณสดายุ นานาบอกแล้วว่าเขาเป็นคนดีก็ไม่ยอมเชื่อ” มัทนาวีหน้างอง้ำอย่างไม่พอใจ เมื่อผู้ชายที่ตนกำลังหลงใหลได้ปลื้มโดนพี่ชายกล่าวหา

“ผมไม่ได้หาเรื่องนะครับ แต่กำลังพูดความจริงต่างหาก ผมไม่อยากให้นานากลายเป็นแค่ของเล่นไอ้สดายุ เสือผู้หญิงอย่างมันรักใครไม่เป็นหรอก นอกจากหลอกกินไข่แดงพวกผู้หญิงหน้าโง่เท่านั้น”

“ไม่จริงนะคะพ่อ คุณสดายุเขา...”

“ไม่ต้องพูดแล้วนานา มานพด้วยอีกคน ลูกสองคนไม่ห่วงน้องเลย ใช่ไหม ตีหนึ่งแล้วแต่น้องยังไม่กลับบ้านเลยนะ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยบุตรสาวคนเล็ก

“พ่อจะห่วงทำไมนักหนาคะ ยายป่านโตเป็นสาวแล้ว ไม่ใช่เด็กห้าขวบเหมือนแต่ก่อนสักหน่อย บางทีอาจจะกำลังสวีตหวานอยู่กับหมออาร์ตอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้นะคะ” มัทนาวีให้เหตุผล

“พ่อโทร. ไปเช็กที่โรงพยาบาลแล้ว หมออาร์ตติดผ่าตัดด่วน” สีหน้าของบิดาเต็มไปด้วยความกังวล

“งั้นก็คงไปฉลองกับเพื่อนมั้งครับพ่อ เพราะวันนี้เงินเดือนออกครับ”

“แต่ป่านไม่เคยเที่ยวกลางคืน ถ้ากลับบ้านผิดเวลาหรือทำโอทีก็จะโทรศัพท์มาบอกทุกครั้ง แต่วันนี้กลับหายเงียบไปเฉยๆ ยิ่งหมู่นี้พ่อเห็นป่านชอบเหม่อลอย ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนแต่ก่อนด้วย หรือว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับป่าน” โปดกมองหน้าบุตรทั้งสองสลับกัน หลังจากคอยสังเกตอาการบุตรสาวคนเล็กมาได้สักพักแล้ว

“หรือว่าไอ้สดายุอาจจะเอาเรื่องงานมาบังหน้า แล้ววางแผนเจาะไข่แดงยายป่านอีกคน เพราะตั้งแต่ไปเป็นเลขาฯ มัน ป่านก็ดูแปลกๆ”

พอเอ่ยถึงตรงนี้มานพก็อยากเอากำปั้นตะบันใบหน้าหล่อๆ ของคนชื่อสดายุให้หายแค้น เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งไม่ดีกับน้องสาวคนเล็ก ไหนจะเรื่องสั่งย้ายเขาลงมาเป็นแค่พนักงานในห้องการเงิน ทำให้พนักงานคนอื่นหัวเราะเยาะอย่างนึกสมเพชในตัวเขา

“ไม่จริง! คุณสดายุเป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่มีวันทำอย่างนั้นกับยายป่านแน่นอน อย่าว่าแต่ทำเลยแค่คิดเขาก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ พ่อต้องเชื่อใจคุณสดายุนะคะ เขาเป็นคนดีค่ะ” มัทนาวีแก้ต่างแทนชายหนุ่มที่ตนเองหลงรัก แม้เธอคบกับเขาไม่นาน หัวใจของเธอกลับมอบให้เขาจนหมดสิ้นแล้ว

“ไม่ต้องแก้ตัวแทนมันหรอก สันดานผู้ชายอย่างไอ้สดายุ คลำดูไม่มีหางก็เอาหมดนั่นแหละ”

“แต่คุณสดายุรักฉัน เขาไม่มีวันสนใจลูกเป็ดขี้เหร่อย่างยายป่านหรอก” น้องสาวเถียงคอเป็นเอ็น เรือนร่างสวยสง่าที่ไม่เป็นสองรองใครของเธอทำให้เอ่ยออกมาด้วยความมั่นอกมั่นใจ

ปรารถนายืนน้ำตาไหล หัวใจดวงน้อยเจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน เมื่อพี่สาวกำลังหลงใหลได้ปลื้มในตัวของอสูรร้ายภายใต้คราบเทพบุตรหัวปักหัวปำ เธอจะบอกความจริงกับทุกคนว่าอย่างไร เมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันเลยเถิดมาถึงขนาดนี้แล้ว เสียงถอนสะอื้นเบาๆ ดังจากประตูบ้านทำให้บิดาหันขวับมามองอย่างรวดเร็ว

“ป่าน...” โปดกเห็นร่างเล็กยืนอยู่ตรงกรอบประตูบ้านก็เรียกด้วยความดีใจ ปรารถนารีบปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินเข้ามาหาทุกคนพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ป่านรู้ไหมว่าพ่อเป็นห่วงลูกมากแค่ไหน”

“ป่านขอโทษค่ะที่ทำให้พ่อเป็นห่วง” หญิงสาวเข้ามากอดบิดาพร้อมกับหอมแก้มท่าน แต่พี่ชายก็ดึงไปกอดไว้แน่นอย่างเอาอกเอาใจเช่นกัน

“พี่ก็เป็นห่วงป่านมาก คราวหน้าถ้าจะกลับดึกอย่างนี้ต้องโทร. บอกทางบ้านก่อนรู้ไหม”

“ค่ะพี่นพ” ปรารถนาฝืนยิ้มหวานกับพี่ชาย มานพมองหน้าน้องสาวชั่วครู่ก็รีบเข้าเรื่องทันที ถ้าไม่มีเงินไปจ่ายให้บ่อนพรุ่งนี้ มีหวังถูกลูกน้องมาเฟียของเสี่ยกำจรฆ่าหมกถังขยะแน่

“ป่านจ๊ะ พี่ขอยืมเงินป่านสักห้าหมื่นได้ไหม อีกสามวันพี่จะคืนให้ป่านครบทุกบาทเลย รับรองไม่เบี้ยวแน่นอน”

“พี่ด้วยนะป่าน เดือนนี้เงินพี่ติดลบเหมือนกัน” มัทนาวีกระแซะเข้าหาอย่างไว้ตัวเล็กน้อย ตั้งแต่จบปริญญาโทจากต่างประเทศหกเดือนก่อน เธอก็ยังไม่ยอมทำงานอะไรเลย เมื่อไม่มีรายรับ ตัวเลขหลายหลักในบัญชีที่บิดาฝากเอาไว้ให้ก็ลดน้อยถอยลงทุกวัน

“พี่นพกับพี่นานาเอาไปแบ่งกันเองนะคะ เพราะป่านมีเป็นเช็คเงินสด” มือบางหยิบเช็คออกจากกระเป๋าสะพายส่งให้ มานพก็รีบรับมาถือไว้ด้วยความดีใจ พอเห็นจำนวนเงินในนั้นก็ถึงกับตะลึงตาค้าง

“หนึ่งแสนบาท!

“เอามานี่เลยพี่นพ”

มัทนาวีรีบคว้าเช็คใบนั้นวิ่งหนีขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย! กลับมาก่อนนานา แกจะเอาเงินไปคนเดียวไม่ได้นะ” ชายหนุ่มวิ่งตามขึ้นไปบนห้องได้สักพัก เสียงโวยวายของทั้งคู่ก็ดังลงมาถึงข้างล่าง บิดาได้ยินแล้วก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“ป่านเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะลูก” บิดาอดถามไม่ได้ ขณะบุตรสาวเข็นรถเข็นเข้าไปในห้องนอน ดวงตาคมฉายแววความห่วงใยในตัวบุตรสาวคนเล็กชัดเจน

“คุณสดายุให้ทำงานพิเศษค่ะ ป่านเห็นว่าเงินดีแล้วก็ไม่ได้หนักหนาอะไรก็เลยรับงานมาทำ และวันนี้เงินก็ออกพอดี” บุตรสาวโกหกคำโต ก่อนจะสวมกอดบิดาอย่างเอาใจ เมื่อเห็นสายตาของท่านที่มองมาอย่างไม่ไว้ใจนัก

“แต่ป่านก็น่าจะโทร. มาบอกทางบ้านบ้าง พ่อเป็นห่วงมากรู้ไหม?”

“ป่านขอโทษที่ปล่อยให้พ่ออดหลับอดนอนรอป่าน คราวหน้าถ้ามีงานพิเศษดึก ป่านจะรีบโทร. บอกพ่อทันทีเลยค่ะ” น้ำเสียงบุตรสาวเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ทั้งที่เงินจำนวนนั้นเธอใช้ร่างกายแลกมา

“ลูกคงเหนื่อยมากที่ต้องรับภาระทุกอย่าง ทั้งงานในบ้านทั้งงานในบริษัท ถ้าพ่อทำงานได้เหมือนแต่ก่อนก็คงช่วยแบ่งเบาภาระให้ป่านได้บ้างไม่มากก็น้อย มานพและนานาก็ไม่ยอมช่วยทำอะไรเลย”

“ป่านเต็มใจทำเพื่อทุกคนค่ะ ถึงแม้ว่าป่านไม่ใช่สายเลือดของปราณต์หิรัญน์ แต่ป่านก็เติบโตมาได้เพราะข้าวแดงแกงร้อนของพ่อทั้งนั้น”

ปรารถนาน้ำตาคลอทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ เธอไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน แต่เป็นเด็กกำพร้าที่ท่านรับอุปการะตั้งแต่ลืมตาดูโลก เอกสารของโรงพยาบาลที่เธอบังเอิญเจอในห้องทำงานของท่านหลายเดือนก่อน คอยตอกย้ำหัวใจของเธอตลอดเวลา ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากบิดามารดาและคุณยายที่อยู่บ้านสวนเท่านั้น

“ป่านสัญญากับพ่อแล้วใช่ไหมว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ถึงป่านไม่ใช่สายเลือดของพ่อโดยตรง แต่พ่อก็รักป่านมากนะลูก” บิดาเอ่ยเสียงแผ่ว พลางลูบไล้มือหนาบนศีรษะเล็กอย่างอาทร

“ป่านก็รักพ่อค่ะ และรักมากที่สุดในโลกเลย” เธอสวมกอดร่างพิการของบิดาแน่น หยาดน้ำตาไหลคลอเต็มหน่วย ซาบซึ้งใจในความเมตตาของท่านเหลือเกิน ก่อนพยุงร่างค่อนข้างผอมขึ้นนอนบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม

“คุณสดายุเป็นยังไงบ้าง เขาทำนิสัยเจ้าชู้กับป่านหรือเปล่า” คำถามนั้นทำให้ปรารถนาเข้าใจทันทีว่าบิดาสื่อความหมายถึงอะไร

ใบหน้าหวานระบายยิ้มอ่อนโยน ก่อนอธิบายให้ท่านฟังอย่างละเอียด แต่กลับเป็นความเท็จแทบทั้งหมด

“เปล่านี่คะ ตั้งแต่ป่านทำงานเป็นเลขาฯ ของคุณสดายุ เขาก็ไม่เคยทำอย่างที่พ่อว่าเลยสักครั้ง”

“ได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ถ้าเขาไม่มีนิสัยเจ้าชู้พ่อก็หายห่วง ยิ่งกลัวว่านานาจะเป็นแค่ของเล่นพวกเศรษฐีอย่างคุณสดายุเท่านั้น แล้วเมื่อไรป่านกับหมออาร์ตจะมีข่าวดีสักที พ่ออยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา มีเจ้าตัวเล็กให้พ่อชื่นใจ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีก” โปดกจ้องหน้าบุตรสาวอย่างรอคำตอบ

“พ่ออย่าพูดอย่างนั้นสิคะ พ่อต้องอยู่กับพวกเราอีกนานค่ะ ที่ป่านยังไม่ยอมแต่งงานกับพี่หมอเพราะครอบครัวของเรายังลำบากอยู่เลย ป่านคงหนีไปมีความสุขคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ดึกแล้วพ่อนอนพักผ่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าป่านจะเป็นคนพาพ่อไปหาหมอเอง ฝันดีค่ะพ่อ”

ปรารถนาก้มลงราตรีสวัสดิ์พร้อมดึงผ้าห่มคลุมให้บิดาถึงหน้าอก หญิงสาวตรวจเช็คความเรียบร้อยภายในห้อง รวมถึงอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศด้วย จากนั้นก็เปิดประตูอีกห้องที่เชื่อมต่อกันไปยังห้องของตัวเอง

เพียงแค่ประตูห้องปิดลงหยาดน้ำตาก็ไหลพรากอาบแก้ม ร่างบางล้มตัวลงบนเตียง พลิกหน้าซบกับหมอนร้องไห้สะอึกสะอื้นปริ่มขาดใจ เมื่ออนาคตที่วางเอาไว้กับชายคนรักก็ต้องพังพินาศลง

อิสรุตน์ อารยจารย์ ศัลยแพทย์ฝีมือดี รูปร่างหน้าตาดี การศึกษาดี มีฐานะมั่นคง สรุปแล้วเขาดีเกินไปสำหรับผู้หญิงโสโครกอย่างเธอ นี่คือเหตุผลน้ำเน่าที่ปรารถนาคอยพร่ำบอกตัวเองทุกวัน...ว่าไม่คู่ควรกับเขาอีกต่อไป

 

ปรารถนาตื่นแต่เช้าเพราะต้องพาบิดาไปโรงพยาบาลตามใบนัด เธอไม่ได้ลางานล่วงหน้า ไม่สนใจด้วยว่าเจ้านายจอมวายร้ายจะคิดอย่างไร เธอรู้สึกเบื่อและไม่อยากเห็นหน้าใครในบริษัท สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งชื่นชม ดูถูก และเหยียดหยาม หลังจากที่เธอถูกเลือกเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของประธานบริหารหนุ่มสุดหล่อจากฮ่องกงทั้งที่จบด้านการตลาด

“พี่นพกับพี่นานายังไม่ตื่นเหรอคะป้า” ปรารถนาเอ่ยถามแม่บ้านเก่าแก่ เมื่อบนโต๊ะอาหารมีเพียงแค่เธอกับบิดาสองคนเท่านั้น

“คุณนพออกไปทำงานแต่เช้าแล้วค่ะ ส่วนคุณนานาไปซื้อของ เตรียมตัวไปเที่ยวกับคุณสดายุค่ะ”

“คนเลว...” คำบอกเล่าของป้าวิภา ทำเอาปรารถนาหลุดเสียงครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ป่านว่าอะไรนะลูก” โปดกเงยหน้าถามบุตรสาวด้วยความสงสัย

“ปะ เปล่าค่ะ ป่านแค่คิดว่าคุณสดายุก็ไม่เลวเหมือนกัน ถ้าพี่นานาจะแต่งงานด้วย” ปรารถนายิ้มกลบเกลื่อนอารมณ์คุกรุ่นภายใน

“นับว่าเป็นโชคดีของนานาที่ได้เจอผู้ชายดีๆ อย่างคุณสดายุ” โปดกเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ แต่ปรารถนากลับคิดหนักและเป็นกังวล

“ป่านอิ่มแล้วค่ะพ่อ เดี๋ยวป่านไปบอกลุงพงศ์ให้เตรียมรถก่อนนะคะ” ปรารถนายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แล้วลุกออกไปจากห้องอาหารทันที

อาการซึมเศร้าของบุตรสาวหนีไม่พ้นสายตาของผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน โปดกมองตามร่างบอบบางไปอย่างไม่สู้ดีนัก ดวงหน้าหวานเคยเปล่งปลั่งสดใสบัดนี้กลับดูหม่นหมองจนน่าใจหาย

“อย่าหาว่าฉันไล่เธอเลยนะวิภา ถ้าเธอกับนายพงศ์มีงานทำที่ดีกว่า ก็ไม่ต้องทนลำบากกับพวกเราหรอก” โปดกเอ่ยกับแม่บ้านที่ทำงานกับครอบครัวของตนมานาน

“ถึงไม่มีเงินเดือนก็ขอแค่มีที่ซุกหัวนอน มีอาหารครบสามมื้อก็เพียงพอแล้ว คุณท่านไม่ต้องคิดมากหรอก ถ้าต้องอดตายดิฉันก็ขอตายด้วยกัน นี่แหละค่ะ” วิภาบอกจากใจจริง

“ขอบใจมากวิภา มันคงเป็นเวรกรรมที่คนเลวอย่างฉันต้องชดใช้ให้กับลูซ” โปดกน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงเพื่อนรักที่ร่วมก่อตั้งบริษัทสราญรมย์ด้วยกัน เขาไม่เคยลืมเหตุการณ์วันนั้น แม้จะผ่านไปเกือบยี่สิบปีแล้วก็ตาม เขายังเฝ้ารอเวลาที่จะชดใช้กรรมที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้

“แต่ว่าคุณ...” วิภายังเอ่ยไม่ทันจบ ปรารถนาก็เดินกลับเข้ามาห้องอาหารก่อน นางจึงปิดปากเงียบทันที

“คุยอะไรกันอยู่คะ ท่าทางเครียดจังเลย”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันเวลานัด”

“อ้าว! แล้วคุณป่านไม่ได้ไปทำงานเหรอคะ” วิภาถามอย่างสงสัย

“ป่านลางานค่ะ ขากลับจะได้แวะซื้อของใช้ให้คุณพ่อด้วย ป่านไปนะคะ” กล่าวจบปรารถนาก็เข็นรถเข็นบิดาออกมายังรถยนต์ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน

นายพงศ์เข้ามาช่วยพยุงร่างพิการขึ้นมานั่งบนเบาะด้านหลัง จากนั้นก็ขับรถยนต์ฝ่าการจราจรค่อนข้างติดขัดยามเช้ามุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งของเมืองใหญ่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha