เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ตราบาปรักอสูร (๒)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สดายุ ธนากร หรือ เฉินอวี้หวิน ฉายาที่วงการมาเฟียฮ่องกงต่างเรียกขานก้าวเข้ามาภายในห้องประชุม บรรดาผู้ถือหุ้นพร้อมกับผู้จัดการแผนกต่างๆ ของสราญรมย์กรุ๊ปก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับประธานบริหารหนุ่ม เขากล่าวทักทายทุกคน อย่างเป็นทางการก่อนนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ นัยน์ตาคมดุมองไม่เห็นเลขาฯ ส่วนตัวเข้าร่วมประชุมด้วยอารมณ์ก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อย แต่เจ้านายหนุ่มก็ทำเป็นไม่สนใจเปิดการประชุมประจำเดือนของบริษัทตามปกติ

บุรุษหนุ่มเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของสราญรมย์กรุ๊ปแทนผู้บริหารคนเดิมร่วมหกเดือนแล้ว หลังจากเทกโอเวอร์บริษัทมาเป็นของ ตระกูลเฉิน ตระกูลชื่อดังของเกาะฮ่องกง ภายในห้องประชุมค่อนข้างเคร่งเครียดเนื่องจากกฎระเบียบหลายข้อ รวมถึงระบบการทำงานแบบใหม่ ทำให้หลายคนเกิดความไม่พอใจ แต่คนอย่างสดายุหรือจะสนใจคนพวกนั้น หากใครไม่พอใจก็สามารถยื่นใบลาออกได้เลย เพราะเขาต้องการคนทำงานจริงจังไม่ใช่ทำงานให้ผ่านไปวันๆ เท่านั้น

หลังจากการประชุมเกือบสามชั่วโมงจบลง สดายุก็กลับเข้ามาห้องทำงานด้วยอารมณ์ไม่ค่อยปกตินัก เมื่อเลขาฯ หน้าห้องบอกว่าปรารถนายังไม่มาทำงาน ผู้บริหารหนุ่มนั่งหน้าบึ้งอยู่ไม่นาน ลูกน้องคนสนิทก็โทรศัพท์รายงานถึงความเคลื่อนไหวว่าเห็นเธอนั่งคุยอยู่กับอิสรุตน์ภายในสวนหย่อมด้านหลังของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

“เธอกล้ามาก!” สดายุสบถลอดไรฟันนัยน์ตาคมดุวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่เธอบังอาจขัดคำสั่งของเขา แต่ก่อนที่อารมณ์จะเคืองขุ่นมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งพร้อมเปิดออกกว้าง ทำให้ผู้บริหารหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเผยยิ้มต้อนรับแขกผู้มาเยือนทันที

“สวัสดีค่ะคุณสดายุ” มัทนาวีเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส เพียงแค่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลา หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงแทบทะลุอกออกมา

“สวัสดีครับนานา เชิญนั่งก่อนสิครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญแขกพิเศษด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยนต่างกับอารมณ์เมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

“นานามารบกวนเวลาทำงานของคุณสดายุหรือเปล่าคะ” ดวงหน้างามยิ้มละไม ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ริมห้อง ดวงตาเรียวงามจับจ้องใบหน้าคมอย่างไม่กะพริบ

“ไม่รบกวนเลยครับ ผมกำลังคิดว่าจะโทรศัพท์ไปชวนคุณนานาออกมาทานข้าวเที่ยงด้วยกันพอดีเลยครับ” กล่าวจบสดายุก็ลุกไปเคาน์เตอร์เครื่องดื่มหยิบขวดน้ำเย็นรินใส่แก้ว แล้วกลับมาย่อกายนั่งลงที่ว่างข้างเธอ

“นานาก็ตั้งใจชวนคุณไปทานข้าวเหมือนกันค่ะ”

“ใจเราตรงกันอีกแล้วนะครับ ไม่เสียแรงที่ผมนอนคิดมาทั้งคืน”

“นอนคิดทั้งคืน?” เอ่ยทวนคำนั้นอย่างสงสัย หัวใจรอลุ้นอย่าง เต้นระทึกกับคำตอบของเขา

“ผมก็คิดว่าคุณจะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงคุณหรือเปล่า” นัยน์ตาคมดุเปล่งประกายวาวหวานประสานกับดวงตาเรียวงามของเธอบ่งบอกความหมาย ทำเอาหญิงสาวถึงกับยิ้มเอียงอายด้วยความขวยเขิน

“ปากหวานจังเลยนะคะ ไม่ทราบว่าคุณสดายุปากหวานอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าเอ่ย”

“ผมเป็นคนค่อนข้างจะจริงจังกับชีวิตมาก ใจคิดอย่างไรปากก็มักจะพูดออกมาอย่างนั้น ถ้ารักก็บอกว่ารัก คิดถึงก็บอกว่าคิดถึง ที่สำคัญผมไม่ชอบคบพร้อมกันหลายคน ถ้าตัดสินใจคบใครแล้วก็อยากพาเข้าประตูวิวาห์เลยครับ”

“คุณสดายุ...” คำกล่าวของเขาทำเอาสาวสวยถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ผู้ชายมากมายเข้ามาสานสายสัมพันธ์กับเธอ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวเท่ากับคนข้างกายสักคน

“ไม่ทราบว่าคุณนานาเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินทางไปพักผ่อนที่สวนผึ้งหรือยังครับ” สดายุรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมื่อเห็นสาวสวยเริ่มไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองสักเท่าใดนักกับคำหวานของเขา

“นานาพร้อมแล้วค่ะ แล้วคุณสดายุล่ะคะ” เธอยิ้มหวาน มือเรียวบางก็หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแก้เก้อเมื่อเจอสายตาหวานทอดมองมา

“ถ้างั้นพรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับนานาที่บ้านนะครับ” สดายุกดยิ้มมุมปากพร้อมกับเอื้อมมือไปซับหยดน้ำที่เกาะตรงมุมปากเรียวแผ่วเบา

“เอ่อ...” มัทนาวีเผยอปากค้าง ดวงตาคู่คมสบประสานดวงตาของเธอราวกับต้องการร่ายมนต์สะกดเอาไว้ไม่ให้เธอขยับเขยื้อนไปไหนได้

มัทนาวีค่อยๆ ปิดเปลือกตาอย่างรอคอย เมื่อเห็นหน้าคมค่อยๆ โน้มลงมาใกล้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีสิ่งใดสัมผัสกลีบปากอิ่มของเธอ นอกจากลมหายใจอุ่นเป่ารินรดพวงแก้มเท่านั้น เธอปรือตามองก็เจอรอยยิ้มอบอุ่นระบายเต็มหน้าคม นิ้วแกร่งบีบจมูกโด่งงามเบาๆ อย่างหยอกเย้า

“คุณแกล้งนานา” มัทนาวีเอ่ยแก้เก้อ รู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาจะจูบเธอ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ยอมจูบ แถมยังทำตาล้อเลียนอีกต่างหาก

“ไม่ได้แกล้งครับ แต่ผมไม่อยากเอาเปรียบนานา รอให้เราสองคนแต่งงานกันอย่างถูกต้องก่อนดีกว่า ผมรับรองว่านานาจะไม่นอนเหงาแน่นอนครับ”

เทพบุตรหนุ่มหยอดคำหวาน หว่านเสน่ห์ให้อีกฝ่ายยิ่งเกิดความลุ่มหลง ก่อนริมฝีปากอุ่นจะกดลงบนหน้าผากนูนสวยแทน หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวกับคำพูดและสัมผัสอ่อนโยนจากเขา ก่อนจะก้มหน้าซ่อนยิ้มเอียงอาย

“ลงไปทานข้าวเถอะครับ ผมอยากให้ทุกคนทราบว่าคุณคือคนพิเศษของผม” สดายุลุกยืนเต็มความสูง แล้วยื่นมือออกมาตรงหน้า

มัทนาวีวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ แล้วปล่อยให้เขาพาเดินออกมาจากห้องท่ามกลางสายตาของพนักงาน เสียงซุบซิบดังแว่วไม่ขาดสาย เมื่อผู้บริหารหนุ่มเปิดตัวผู้หญิงของเขาอย่างเป็นทางการ นอกจากสดายุ ธนากรจะรูปงามปานเทพบุตรแล้ว เขายังเป็นถึงทายาทมหาเศรษฐีแห่งเกาะฮ่องกง ถ้าใครได้เป็นเจ้าสาวของเขาก็คงสบายไปตลอดทั้งชาติ!

 

ขณะที่นั่งรอบิดาอยู่หน้าห้องตรวจปรารถนาก็หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายออกมาเปิดเครื่อง ปรากฏว่ามีข้อความเตือนว่ามีคนโทร. เข้าหลายข้อความ หญิงสาวเปิดดูจึงรู้ว่าเป็นเบอร์ของชายคนรักเกือบสิบครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอใจสั่นสะท้านได้เท่ากับข้อความเดียวของสดายุ เธออยากโทรศัพท์ไปลางานให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขา รอเจอกันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็พร้อมยอมรับชะตากรรม

“ป่าน...” เสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อเธอด้วยความดีใจ

“พี่อาร์ต” ปรารถนาหันมองก็เห็นชายหนุ่มเจ้าของเรือนร่างสูงกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาใกล้

อิสรุตน์ อารยจารย์ ชายหนุ่มที่เธอคบหากันมานานถึงสามปีเต็ม แต่หลังจากกลายเป็นนางบำเรอของสดายุ ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาก็กำลังทำให้ความรักที่มีต่อชายคนรักเริ่มสั่นคลอน ทำให้เธอรู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยให้ซาตานร้ายอย่างสดายุเข้ามาอิทธิพลเหนือจิตใจ

“ป่านหายไปไหนมาครับ ทำไมไม่ยอมเปิดโทรศัพท์เลย ป่านรู้ไหมว่าพี่คิดถึงป่าน เป็นห่วงป่านมากแค่ไหน พี่เกรงว่าป่านจะได้รับอันตราย”

แพทย์หนุ่มเอ่ยอย่างห่วงใย อยากกอดเธอใจแทบขาด แต่ก็ต้องหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้หญิงคนรักถูกนินทาในทางเสียหาย เขารักเธอมาก แต่แรงปรารถนาชั่ววูบในคืนนั้นก็ทำให้เขากลายเป็นคนทรยศต่อเธออย่างไม่น่าให้อภัย สุดท้ายก็ตกเป็นทาสของกามรมณ์จนยากจะไถ่ถอน

“ป่านทำมือถือหายค่ะ แล้วก็เพิ่งซื้อใหม่เมื่อเย็นวานนี้เอง ป่านต้องขอโทษที่ทำให้พี่อาร์ตไม่สบายใจ วันนี้ไม่มีคนไข้เหรอคะ” ปรารถนาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ากลายเป็นคนโกหกตั้งแต่ตอนไหน แต่ก็จำใจเมื่อไม่มีทางเลือก

“งานพี่เพิ่งเสร็จเรียบร้อยเมื่อตอนใกล้สว่างนี่เองครับ ป่านจะพาคุณอามาตรวจร่างกายด้วยตัวเองทำไมไม่โทร. บอกพี่ล่ะครับ”

“ป่านไม่อยากรบกวนพี่อาร์ตค่ะ แล้ววันนี้ก็ตั้งใจมาหาพี่ด้วย ถ้าไม่เป็นการรบกวนป่านอยากคุยด้วยสักครู่ได้ไหมคะ”

“ได้สิครับ แต่พี่ว่าเราไปคุยกันตรงโน้นดีกว่า มันจะได้เป็นส่วนตัวดี” อิสรุตน์พาหญิงคนรักเดินไปยังสวนหย่อมด้านหลังโรงพยาบาล และเมื่อไปถึงก็ช่วยประคองร่างบางนั่งลงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างอ่อนโยน

“ป่านมีเรื่องอะไรอยากคุยกับพี่เหรอครับ” อิสรุตน์มองดวงหน้าหวาน ดวงตาอบอุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง

“เราเลิกกันเถอะค่ะ” ปรารถนาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปจากชีวิตของเขาอย่างเด็ดขาด

“เลิก” อิสรุตน์เบิกตากว้างอย่างตะลึง เพราะยังไม่ได้ตั้งตัวกับคำบอกเลิกของเธอ “หมายความว่ายังไงครับป่าน”

“ป่านอยากเลิกกับพี่อาร์ตค่ะ”

“แต่เราสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานกัน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน ป่านลืมคำสัญญาของเราแล้วเหรอครับ” อิสรุตน์รีบทวงสัญญา

“ป่านไม่เคยลืมหรอกค่ะ แต่ป่านทำผิดต่อพี่อาร์ตมาก ป่านไม่คู่ควรเป็นเจ้าสาวของพี่อีกแล้ว” ปรารถนาสารภาพด้วยหัวใจปวดร้าว ผู้หญิงโสโครกอย่างเธอไม่เหมาะสมกับคำว่าเจ้าสาวบริสุทธิ์ของเขาอีกต่อไป

“อย่าบอกนะว่าป่านมีคนอื่น พี่ไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด เพราะป่านไม่เคยคบใคร นอกจากพี่คนเดียวเท่านั้น!” อิสรุตน์จับไหล่บางให้หันเผชิญหน้าก็เห็นหยาดน้ำใสไหลคลอเต็มดวงตาคู่สวย

“แต่ว่าป่าน...ป่าน...” ปรารถนาตะกุกตะกักไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี แต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นก่อน

“พี่ไม่ใช่ผู้ชายวิเศษเลิศเลอ แต่เป็นแค่คนเดินดินธรรมดา มีความรัก โลภ โกรธ หลง และความต้องการเหมือนปุถุชนทั่วไป พี่ยอมรับว่าเคยทรยศความรักของเรา ป่านจะโกรธ จะเกลียดพี่ก็ได้ แต่พี่จะไม่ยอมปล่อยป่านไปให้ใครเด็ดขาด”

“พี่อาร์ต...” ร่างบางโถมกายเข้ากอดชายคนรัก เธอรู้ว่าเขารักเธอมาก แต่ก็ไม่อาจฉุดรั้งเขาเอาไว้อย่างคนเห็นแก่ตัวอีกต่อไป

“แต่งงานกับพี่นะป่าน แต่งเร็วแค่ไหนก็ยิ่งดี พี่ได้ยินป่านพูดอย่างนี้แล้วใจคอไม่ค่อยดีเลย กลัวว่าจะเสียป่านไปตลอดชีวิต”

“ป่านขอบคุณในความรักความหวังดีของพี่อาร์ต แต่ป่านคงแต่งงานกับพี่ไม่ได้” ปรารถนาผละจากร่างสูง แล้วถอยห่างออกมามองเขาทั้งน้ำตา

“ทำไมป่านถึงแต่งงานกับพี่ไม่ได้ครับ ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอ พี่ไม่ยอมเลิกกับป่านอย่างเด็ดขาด” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างค้นคว้าและรอคอยคำตอบ

“ป่านเชื่อว่าคนดีอย่างพี่อาร์ตต้องได้เจอผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่ในทุกด้าน ลืมป่านเถอะค่ะ” หญิงสาวยกมือปาดน้ำตา ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีจากตรงนั้น ไม่คิดสนใจเสียงตะโกนตามหลังสักนิด

“อย่าเพิ่งไปสิป่าน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ป่าน โธ่โว้ย!” อิสรุตน์สบถลอดไรฟันอย่างหัวเสีย ก่อนจะยกมือลูบหน้าตนเอง ตอนนี้หัวใจของเขาเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมื่อถูกหญิงคนรักบอกเลิกอย่างไม่ไยดี

“เธออาจจะไม่รัก ไม่อยากแต่งงานกับคุณหมอ แต่พรยังจงรักภักดี ต่อคุณเสมอนะคะ” ร่างบอบบางในชุดพยาบาลก้าวออกจากหลังพุ่มไม้มาเผชิญหน้ากับเขา หลังจากยืนแอบฟังสองคนคุยกันได้สักพักแล้ว

“คุณมายืนแอบฟังผมคุยกับป่านตั้งแต่เมื่อไรดวงพร มันไร้มารยาทมากรู้ไหม!” หมอหนุ่มตะคอกอย่างไม่พอใจ

“ถ้าพรไม่ไร้มารยาทก็คงไม่รู้ว่าคุณหมอกำลังจะสวมเขาให้กับพร” พยาบาลสาวเอ่ยอย่างไม่นึกเกรงกลัว ความหึงหวงในตัวคุณหมอหนุ่ม ทำให้เธอหน้ามืดตามัวจนลืมนึกถึงสถานะแท้จริงของตัวเอง

“อย่างนี้ไม่เรียกว่าสวมเขาหรอกครับ เพราะผมกับป่านรักกันมานาน เธอเป็นผู้หญิงที่ผมต้องการใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย ส่วนคุณมันก็เป็นแค่...”

“นางบำเรอของคุณใช่ไหมคะ” ดวงพรชิงต่อประโยคนั้นให้จบ

“คุณเองก็รู้ตัวดีอยู่แล้ว ทำไมต้องให้ผมพูดซ้ำหลายครั้งด้วย ถ้าทำตามข้อตกลงไม่ได้ก็ไปจากชีวิตของผม”

“คุณหมอ...” ดวงพรครางเสียงแผ่วพร้อมขยับกายเข้าหาร่างสูง หวังจะกอดออดอ้อนให้เขาเห็นใจเธอบ้าง แต่เขากลับถอยหลังสองสามก้าว ดวงตากวาดมองรอบกายอย่างระวังตัวเล็กน้อย

“คุณต้องการเท่าไร?” นายแพทย์หนุ่มยื่นข้อเสนอขั้นเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้เรื่องค้างคาอีก

“คุณหมอคิดจะใช้เงินฟาดหัวพรเหรอคะ“

“ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างจบ เพราะถึงยังไงผมก็ให้อย่างที่คุณต้องการไม่ได้ ผมไม่ได้รักคุณ”

“ยี่สิบล้านค่ะ ถ้าคุณกล้าจ่าย พรก็กล้าไปจากชีวิตของคุณ” จำนวนเงินที่หลุดออกมาจากปากของเธอ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

“ผมให้หนึ่งล้านบาท ถ้าคุณไม่เอาก็จะไม่ได้อะไรจากผมเลย”

“คุณก็รู้ว่าพรไม่ต้องการเงิน หัวใจของคุณหมอต่างหากที่พรต้องการ คุณก็รู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสนองความใคร่ให้คุณได้ดีเท่ากับพร แม้แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ให้คุณไม่ได้”

ใช่! ความจริงข้อนี้อิสรุตน์รู้ดี ถ้าดวงพรไม่ตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม เขาก็คงไม่ตกอยู่ในบ่วงพิศวาสของเธอ เมื่อมีครั้งแรกก็มีครั้งสอง และสาม ตามมา ก่อนจะกลายเป็นข้อตกลงระหว่างกัน พอจะตัดใจเลิกยุ่งเกี่ยวกับเธออย่างเด็ดขาด เธอกลับเกาะติดเขาแน่น

“ผมให้เวลาคุณตัดสินใจก่อนก็แล้วกัน คิดได้เมื่อไรก็บอก ผมจะเซ็นเช็คให้คุณ” กล่าวจบเขาก็เดินออกไปจากตรงนั้น ทว่าก้าวไปได้สองสามก้าวขาก็ชะงักอยู่กับที่

“เย็นนี้พรจะย้ายเข้าไปอยู่คอนโดฯ ของคุณหมอค่ะ”

“อะไรนะ!” ชายหนุ่มตาเบิกค้างอย่างตกใจกับสิ่งที่เธอบอก “มันจะมากเกินไปแล้วนะดวงพร ผมไม่มีวันยอมให้คุณเข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของผมมากกว่าที่ตกลงกันไว้หรอก อย่าลืมสิว่าคุณอยู่ในฐานะอะไร”

“พรไม่เคยลืมว่าเป็นแค่นางบำเรอของคุณ แต่ตอนนี้พรต้องการ เป็นเมียของคุณอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าคุณไม่ยอมเห็นทีพรคงต้องเข้าไปคุยกับคุณแม่ของคุณแล้วละค่ะ”

“เอาเลย! อยากประจานตัวเองก็เชิญตามสบาย ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีอะไรให้เสียหายอยู่แล้ว”

“คุณหมอ!” ประโยคตัดเยื่อใยของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าสุภาพบุรุษอย่างอิสรุตน์จะกล้าเอ่ยถ้อยคำนี้ออกมา ดวงพรสบตาอีกฝ่ายก่อนทิ้งไพ่ใบสุดท้ายทันที

“แต่พรกำลังท้อง ได้ยินไหมว่าพรกำลังท้องลูกของคุณ” หัวใจของชายหนุ่มแทบหยุดเต้นที่ได้ยินคำว่าท้องจากปากของเธอ แต่พอคิดได้ว่าป้องกันตัวเองอย่างดีทุกครั้ง เขาก็โล่งใจไปได้ระดับหนึ่งเหมือนกัน

“รอตรวจดีเอ็นเอให้แน่ชัดก่อนดีไหม คุณค่อยมาบอกว่าเด็กในท้องเป็นลูกของผม”

“คุณหมอหาว่าพรสำส่อนเหรอคะ”

“เปล่า ผมแค่ต้องการความแน่ใจเท่านั้น ถ้าเด็กเป็นลูกผมจริง ผมยินดีรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผมคงแต่งงานกับคุณไม่ได้ เพราะเจ้าสาวของผมคือป่านคนเดียวเท่านั้น!

“คุณหมอ!

“ถ้าอยากย้ายเข้ามาอยู่คอนโดฯ ก็เชิญตามสบาย ผมอนุญาตให้คุณอยู่จนกว่าจะคลอดก็แล้วกัน” เขาตัดความรำคาญ เพราะไม่อยากยืนทะเลาะกับเธอให้เป็นเป้าสายตาคนอื่น ก่อนจะหุนหันออกจากตรงนั้นทันที

ดวงพรยืนกำหมัดแน่น ปากสั่นตัวสั่นด้วยความโกรธระคนเคียดแค้นที่ถูกปฏิเสธจากชายหนุ่มที่เธอรักจนหมดใจ เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างเธอ แล้วคิดเฉดหัวเธอทิ้งง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะว่าคนอย่างดวงพรจะยอม นายแพทย์หนุ่มฝีมือดีเป็นถึงลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดัง ใครปล่อยให้หลุดมือไปก็โง่เต็มที

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha