เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : รอยพิศวาสอสูร (๒)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

บนโต๊ะอาหารภายในบ้านปราณต์หิรัญน์มีเพียงโปดกกับบุตรสาวคนเล็กเพียงสองคน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จปรารถนาก็เข็นรถเข็นพาบิดาออกมาเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ซึ่งมีบ้านหลังเล็กตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น หอมอบอวลชวนฝันไปด้วยกลิ่นดอกแก้วและมะลิสีขาวนวล บ้านหลังนี้โปดกสร้างมันขึ้นเพื่อเก็บเถ้ากระดูกของเพื่อนรักคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปยี่สิบปีก่อน

“คิดถึงลุงลูซจังเลยค่ะ ป่านนี้คุณลุงคงกำลังนั่งมองพวกเราอยู่บนสวรรค์” รอยยิ้มหวานระบายเต็มหน้าหวาน ทุกครั้งที่เธอเอ่ยถึงคุณลุงใจดี แม้จะรู้จักกับท่านได้ไม่นาน ปรารถนาก็รู้ว่าท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา

“พ่อเองก็คิดถึงลูซเหมือนกัน ยังมีหลายเรื่องที่พ่ออยากสารภาพกับเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตหรือปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของสราญรมย์ที่พ่อรักษามันเอาไว้ให้ดอมไม่ได้” โปดกมองบ้านหลังน้อย แววตาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง หัวใจปวดร้าวเหลือเกิน

“พ่ออย่าโทษตัวเองเลยค่ะ เพราะไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ป่านคิดว่าคุณลุงคงเข้าใจ” ปรารถนาเอ่ยปลอบบิดา เอื้อมมือไปบีบมือเหี่ยวของท่านอย่างให้กำลังใจ

สราญรมย์กรุ๊ปในการบริหารของโปดกกำลังไปได้สวยกับโครงการบ้านจัดสรรในเขตปริมณฑลหลายโครงการ หลังจากประสบความสำเร็จกับคอนโดมิเนียมสุดหรูย่านธุรกิจกลางเมืองหลวงมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่พอเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ บริษัทก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก บ้านเดี่ยวหลายร้อยหลังที่กำลังจะสร้างสมบูรณ์ก็จมอยู่ใต้บาดาลในเวลาอันรวดเร็ว พอเหตุการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ กลุ่มผู้บริโภคก็ขาดความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัท ไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นในอนาคต น้ำจะท่วมบ้านอีกหรือไม่ เงินทุนมหาศาลที่ทุ่มลงไปก็เท่ากลับสูญเปล่า เมื่อโครงการบ้านเดี่ยวราคาหลังละเกือบสิบล้านหลายโครงการไม่ต่างจากสุสานเงียบสงบ

โปดกพยายามสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการเพิ่มระบบการป้องกันอย่างดี ปรับปรุงส่วนเสียหายให้กลับมาสวยงามดังเดิม แต่ทุกอย่างก็ใช่ว่ามันจะง่ายอย่างที่ใจคิด นอกจากการปรับปรุงต้องใช้เงินจำนวนมากแล้ว ผู้ถือหุ้นต่างก็ถอนทุน และที่แย่ไปกว่านั้นหกเดือนก่อนเขาก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ภรรยาเสียชีวิตคาที่ ส่วนตัวเองแม้รอดชีวิต ก็ไม่สามารถเดินได้ปกติอีก โปดกมืดแปดด้านเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปเพิ่งใคร ยิ่งใกล้ครบกำหนดชำระหนี้กับธนาคาร ความเครียดก็เข้ามารุมเร้าจนเคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง

สุดท้ายก็ตัดสินใจให้เจ้าแม่กาสิโนจากเกาะฮ่องกงเข้ามาเทกโอเวอร์สราญรมย์กรุ๊ป แล้วนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้ธนาคารและผู้ถือหุ้นที่ ขอถอนตัวออกจากบริษัท ชีวิตนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ต่างจากบุคคลล้มละลาย เมื่อทรัพย์สินที่เหลืออยู่มีเพียงแค่บ้านปราณต์หิรัญน์และทรัพย์สินอื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ยังอุ่นใจที่บุตรชายหญิงสามคนโตเป็นผู้ใหญ่ และมีเงินสดส่วนตัวในบัญชีพร้อมรถยนต์อีกคนละคัน หลังจากบริษัทเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ภายในระยะเวลาแค่ไม่นานผู้บริหารหนุ่มจากแดนมังกรก็สามารถเสกสรร สราญรมย์กรุ๊ปให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์

“ลูกชายกับลูกสาวของท่านหายไปไหนคะ ตั้งแต่คุณลุงลูซเสียชีวิตป่านก็ไม่เคยเจอเขาสองคนอีกเลย”

บุตรสาวถามอย่างสงสัย เธอยังจำเรื่องราวในอดีตได้ดี แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่เธอได้รู้จักกัน แต่เด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้มกับน้องสาวของเขาก็ยังอยู่ในหัวใจของเธอ

“พ่อก็พยายามตามหาเขาสองคนมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวเลย บางทีเขาสองคนอาจจะ...” เสียงคนเล่าขาดหายสั่นเครือด้วยความรู้สึกตื้อในอกเมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีต จังหวะนั้นบุตรสาวคนโตก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี

“กลับมาแล้วค่ะ!” มัทนาวีโน้มหน้าลงมาจุมพิตแก้มบิดาอย่างเอาอกเอาใจ “คิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ”

“จะอ้อนเอาอะไรจากพ่ออีกล่ะนานา” บิดาดักคออย่างรู้ทัน

“คุณพ่อรู้ทันนานาทุกอย่างเลยนะคะ คือว่าพรุ่งนี้นานาจะไปเที่ยวสวนผึ้งกับคุณสดายุ คุณพ่อยังอนุญาตอยู่ใช่ไหมคะ”

“ถ้านานาอยากไปพ่อก็ไม่มีปัญหา แต่เราเป็นผู้หญิงต้องระมัดระวังตัวให้มากหน่อยก็แล้วกัน ถึงคุณสดายุจะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา คุณค่าของเราจะลดน้อยลงไปอีก”

โปดกกล่าวเตือนบุตรสาวคนโต แต่กลับกระทบถึงอีกคนอย่างไม่ตั้งใจ ปรารถนาหน้าถอดสีเล็กน้อยกับคำพูดของบิดา คุณค่าความเป็นคนของเธอมันหมดไปตั้งแต่ยอมทอดกายให้สดายุเชยชมแล้ว

“เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณสดายุเขาเป็นสุภาพบุรุษมาก ตั้งแต่คบกันมา เขายังไม่เคยล่วงเกินนานามากกว่าจับมือเลย ทั้งที่มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ทำ”

มัทนาวีบอกด้วยความภาคภูมิใจ หารู้ไม่ว่าคำพูดของเธอกลับทำให้น้องสาวยืนกัดฟันกรอดอย่างโมโห เมื่อนึกถึงคำพูดของเขา

เธอคงไม่รู้ว่าฉันกับมัทนาวีเร่าร้อนขนาดไหนที่พัทยา

“คนเลว...คนหลอกลวง...” ปรารถนาเผลอพึมพำกับตัวเอง เสียงดังถึงหูคนข้างกายอย่างไม่รู้ตัว

“บ่นอะไรป่าน หน้าตาเครียดเหมือนโกรธใครมาเป็นสิบชาติเชียว หรือว่าป่านอิจฉาที่พี่กำลังจะได้เป็นเจ้าสาวของคุณสดายุ อย่าบอกนะว่าป่านก็แอบชอบเขาเหมือนกัน” มัทนาวีหันมาเอ่ยกับน้องสาวน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ คำพูดของมานพคืนก่อนทำให้เธออดคิดไม่ได้เหมือนกัน

“ทำไมพูดอย่างนั้นนานา น้องไม่มีวันทำอย่างที่ลูกว่าแน่นอน” โปดกปราม แต่เธอกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเหมือนไม่มีอะไร

“นานาแค่พูดเล่น ไม่ได้จริงจังสักหน่อย คุณพ่ออย่าซีเรียสสิค่ะ”

“ได้ยินนานาบอกอย่างนี้พ่อก็ดีใจ บอกตามตรงว่าพ่อไม่อยากให้ลูกสาวของพ่อต้องมาผิดใจกันเพราะผู้ชายคนเดียว”

“ก็พี่มานพชอบกล่าวหาว่าคุณสดายุเจ้าชู้ ไม่เคยจริงกับผู้หญิง นานาก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าเขาจะจีบยายป่านด้วยอีกคน”

“บางครั้งมานพก็พูดเกินไป อย่าไปถือสาเลยนะลูก พี่เขาคงเป็นห่วงนานากับป่าน เกรงว่าจะโดนหลอกเอา”

“นานาจะพยายามก็แล้วกันค่ะพ่อ” มัทนาวีแบ่งรับแบ่งสู้อย่างไม่เต็มใจนัก เพราะมานพชอบหาเรื่องให้เธอปวดหัวแทบทุกวัน แต่พอเห็นหน้าน้องสาวก็อดห่วงไม่ได้ “ว่าแต่ป่านไม่สบายหรือเปล่า หน้าตาซีดจังเลย”

“ป่านแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยค่ะ” ปรารถนาโกหก

“เข้าบ้านกันเถอะ ป่านจะได้ไปทานยาด้วย เกิดไม่สบายขึ้นมาจะลำบาก เพราะเราก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่งของบริษัทเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” โปดกย้ำเตือนสถานะของครอบครัวกับสราญรมย์

“ค่ะพ่อ” ปรารถนาฝืนยิ้มให้กับทุกคน ทั้งที่คำพูดของบิดากับพี่สาวนั้นทำร้ายหัวใจของเธอเหลือเกิน

“พาคุณพ่อเข้านอนแล้ว ป่านไปหาพี่ที่ห้องด้วยนะ”

“ค่ะพี่นานา” ปรารถนารับคำสั้นๆ ไม่ได้ถามว่ามีเรื่องอะไร

“ฝันดีค่ะคุณพ่อ” มัทนาวีก้มลงหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่ แล้วเดินตัวปลิวกลับเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี

ปรารถนาส่งบิดาเข้าห้องเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปชั้นบน เปิดประตูเข้าไปเห็นพี่สาวกำลังจัดกระเป๋าเสื้อผ้าก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เธอควรบอกดีไหมว่า สดายุเดินทางไปฮ่องกงตั้งแต่ช่วงเย็น คงไม่ได้ไปเที่ยวสวนผึ้งตามที่นัดเอาไว้

“วันนี้พี่ไปหาคุณสดายุ ทำไมไม่เห็นป่านเลย” เจ้าของห้องเอ่ยถามทั้งที่ยังก้มหน้าหยิบเครื่องสำอางใส่กระเป๋าใบเล็ก

“ป่านลางานพาพ่อไปโรงพยาบาลค่ะ” ปรารถนาตอบเสียงเรียบพลางนั่งลงบนขอบเตียงมองพี่สาวเงียบๆ

“แล้วป่านคิดยังไงกับคุณสดายุ ป่านชอบเขาอยู่เหมือนกันใช่ไหม” มัทนาวีหยั่งเชิงเล็กน้อย ดวงตาเรียวสวยหรี่มองน้องสาวอย่างจับผิด ทำให้น้องสาวสะอึกเล็กน้อย เพราะตั้งตัวแทบไม่ทันกับคำถามนั้น

“ป่านจะชอบเขาได้ยังไงกันคะ ในเมื่อคุณสดายุเป็นคนรักของพี่นานา” ปรารถนาบอกปัดพยายามปรับสีหน้าให้ปกติมากที่สุด

“แต่เลขาฯ สาวสวยกับเจ้านายหนุ่มหล่อระดับเทพบุตรไว้ใจได้ที่ไหนกัน ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้น ใครไม่อยากได้เป็นแฟนก็บ้าเต็มทีแล้ว”

“คนอื่นป่านไม่รู้ค่ะ แต่สำหรับป่านเรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น อย่างแน่นอน พี่นานาสบายใจได้ค่ะ” ปรารถนาจำใจโกหกพี่สาว เธอไม่รู้จะบอกความจริงอย่างไรได้ เพราะไม่อยากให้มัทนาวีต้องเสียใจ เสียความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่สำคัญเธอไม่อยากให้พี่สาวเกลียดเธอ

“ได้ยินป่านยืนยันอย่างนี้พี่ค่อยสบายใจหน่อย แต่ป่านใกล้ชิดกับคุณสดายุทุกวันก็อย่าเผลอใจรักเขาล่ะ อย่าลืมว่าเขาเป็นคนรักของพี่ ตัวป่านเองก็มีหมออาร์ตอยู่แล้วทั้งคน”

“ค่ะพี่นานา” ปรารถนารับคำอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าสวยหวานฝืนยิ้มให้พี่สาวทั้งที่ในใจหวาดกลัวเหลือเกิน ถ้าวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเธอกับสดายุถูกเปิดเผย แล้วเธอจะบอกทุกคนว่าอย่างไร

“คุยอะไรกันอยู่สาวๆ” มานพโผล่หน้าเข้ามาเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้น้องสาวคนเล็ก

“พี่คืนป่านสองหมื่นก่อนก็แล้วกัน อีกสามหมื่นพี่จะทยอยคืนให้วันหลัง รับรองไม่เกินอาทิตย์นี้อย่างแน่นอน”

“พี่นพเก็บไว้เถอะค่ะ ป่านยังมีพอใช้”

“รับไว้เถอะน่า ถ้าพี่ต้องการใช้ค่อยยืมกับป่านใหม่ก็ได้” เขาดึงมือเล็กขึ้นมาแล้ววางเงินปึกนั้นลงไป

“สงสัยมือขึ้นถึงมีเงินมาใช้หนี้ วันนี้ได้มาทั้งหมดเท่าไรล่ะ” มัทนาวีเอ่ยแซวกลั้วหัวเราะ

“นิดหน่อยน้องรัก ยังไม่ถึงทุนที่เสียหรอก เอ่อ...ป่านออกไปข้างนอกก่อนได้ไหม พี่ขอคุยธุระส่วนตัวกับนานาหน่อย” มานพบอกน้องสาวคนเล็ก

“ค่ะ” ปรารถนารับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเปิดประตูออกไป ลับร่างน้องสาวคนเล็กมานพก็ขยับมานั่งลงขอบเตียง แล้วหยิบยกข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าออกมาเจรจาเรื่องดินเนอร์กับเจ้าสัวทวีอย่างเป็นงานเป็นการ

ปรารถนาก้าวลงบันไดได้ไม่ถึงสามขั้นเสียงโวยวายของพี่สาวก็ดังลั่น เธอส่ายหน้าอย่างระอา หากสองคนนี้อยู่ด้วยกันตามลำพังทีไร สาเหตุคงหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชายที่มานพพยายามหามายัดเยียดให้เป็นเจ้าบ่าวของมัทนาวีนั่นเอง

 

ภายในบ้านหลังขนาดกลางบนเกาะฮ่องกง ตงลี่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องหนังสือเหมือนเสือติดจั่น โดยมีชายหนุ่มอีกคนยืนกอดอกมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้ หลายชั่วโมงที่หญิงสาวเอาแต่ซุกกายอยู่ภายในห้อง ไม่ยอมออกมาพบใคร สองหนุ่มพยายามร้องเรียกเท่าไร เธอก็เอาแต่เงียบจนน่าเป็นห่วง ถ้าต้องพังประตูเข้าไปก็เกรงว่าจะเป็นการเพิ่มความหวาดกลัวให้กับเธอ

“คุณหนูเล็กเปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ อยู่ในห้องแคบๆ นานเกินไประวังหายใจไม่ออกนะครับ” ชายหนุ่มแนบใบหน้ากับประตูไม้บานใหญ่ฟังความเคลื่อนไหวจากด้านใน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา นอกจากความเงียบ

“นายให้ฉันพังประตูเข้าไปเถอะอาตง ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ มีหวังคุณหนูเล็กเผลอทำร้ายตัวเองแน่” หยางเฟยหันมาสบตาเพื่อนรัก

“แต่นายไม่ได้ยินที่เธอขู่เหรอ ฉันไม่กล้าขัดใจเธอว่ะ” ตงลี่บอกเพื่อนเสียงเครียด ไม่กล้าลงมืออะไรตามใจตัวเองมากนัก

“นั่นมันเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ฉันว่าป่านนี้เธอคงนอนสลบอยู่ข้างในแล้ว ถึงไม่ได้ยินเสียงเธอร้องไห้เลย”

“รอให้เฮียกลับมาก่อนดีไหม ตอนนี้คงใกล้ถึงบ้านแล้วล่ะ”

“ฉันรอได้ นายรอได้ แต่เธอจะรอกับเราด้วยหรือเปล่า ถ้าเธอเกิดเป็นอะไรขึ้นมาคนที่เสียใจมากที่สุดก็คือนาย” หยางเฟยเตือนด้วยความหวังดี เพราะรู้ว่าเพื่อนรักแอบมีใจให้กับหญิงสาวมานาน

“งั้นก็พังเข้าไปเลย เป็นไงเป็นกัน” ตงลี่เอ่ยอย่างหมดหนทาง หยางเฟยตั้งท่าจะจัดการกับประตูบานใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาสองคนกำลังรอคอยก็โผล่พรวดเข้ามาด้วยความร้อนใจ

“หนูเล็กเป็นยังไงบ้าง”

“เฮีย!” สองหนุ่มร้องออกมาอย่างยินดี ก่อนตงลี่จะรายงานเฮียหนุ่มเสียงอ่อย “คุณหนูเล็กอยู่ข้างในครับ เราสองคนกำลังจะพังประตูเข้าไป”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง” สดายุชายเคาะประตูติดกันหลายครั้ง ปากก็ส่งเสียงเรียกน้องสาวไม่หยุด “หนูเล็ก! หนูเล็ก!

สามหนุ่มรอเสียงตอบรับกลับมาอย่างใจจดจ่อ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนข้างในจะเปิดประตูห้องออกสักนิด

“หนูเล็กเปิดประตูหน่อยสิครับ พี่ดอมกลับมาแล้ว หนูเล็ก!

“บางทีคุณหนูเล็กอาจเป็นลมอยู่ในห้องก็ได้นะครับ ผมว่าเราพังประตูเข้าไปเถอะ” หยางเฟยหันมาขออนุญาต แต่ยังไม่ได้ทำอะไรประตูห้องก็เปิดออกกว้าง สายตาทุกคู่มองร่างเล็กที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ชุดกระโปรงที่สวมใส่ยับยู่ยี่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าเล็กเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“พี่ดอม! พี่ดอมของหนูเล็กจริงๆ ด้วย” ร่างเล็กถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพี่ชายเหมือนนกปีกหัก พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร

“เป็นยังไงบ้าง น้องรักของพี่ เจ็บตรงไหนบ้างไหม”

“ไม่ค่ะ แต่หนูเล็กฝันเห็นเลือดไหลนองเต็มห้องทำงานของพ่อ มันน่ากลัวมากเลยค่ะ”

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว” สดายุกอดร่างเล็กเอาไว้แน่น แล้วพรมจูบบนศีรษะของเธออย่างปลอบใจ “ไม่มีใครกล้าทำอะไรหนูเล็กในบ้านของเราหรอกครับ”

“บ้านของเราเหรอคะ” เธอกวาดตามองรอบกายก็เห็นตงลี่ กับหยางเฟยยืนอยู่ด้านหลังของพี่ชาย

สดายุกอดกระชับร่างเล็กอย่างแสนรัก ก่อนอุ้มไปวางบนเตียงกว้างภายในห้องนอน โดยมีสองหนุ่มคู่หูเดินตามเข้ามา มือใหญ่ปัดปอยผมออกจากใบหน้าจิ้มลิ้มซีดเซียวของน้องสาว แล้วไล้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว”

“ค่ะ มีพี่ดอมอยู่ข้างๆ หนูเล็กก็ไม่กลัวอะไรแล้ว” เธอกุมมือใหญ่ของพี่ชายเอาไว้แน่นพร้อมกับยิ้มให้เขา

“หิวไหมข้าวหรือเปล่า เดี๋ยวพี่จะลงไปทำอาหารจานโปรดมาให้หนูเล็ก" พี่ชายอาสา

“หิวค่ะ ตั้งแต่เช้าหนูเล็กไม่ได้กินอะไรเลย แต่หนูเล็กคิดถึงพี่ดอม ขอคุยกับพี่ดอมก่อนได้ไหมคะ”

“พี่ว่ากินไปคุยกันไปดีกว่าไหม?”

“ก็ได้ค่ะ” ลัลนาพยักหน้า สดายุกดจูบลงบนหน้าผากนูนสวย แล้วหันมาเรียกชายหนุ่มอีกสองคน ตงลี่หรี่ตามองร่างเล็กบนเตียงกว้างเล็กน้อย ก่อนเดินตามเฮียหนุ่มออกไปข้างนอกทันที

“มันเกิดอะไรขึ้นอาตง อาเฟย” สดายุจ้องหน้าทั้งสองอย่างรอคำตอบ หลังจากอาการหวาดกลัวแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับน้องสาวนานแล้ว

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ จู่ๆ คุณหนูเล็กกรีดร้องลั่นบ้าน แล้ววิ่งเข้าไปหลบอยู่ในห้องหนังสือ ผมสองคนพยายามเรียกแล้ว แต่เธอก็ร้องหาแต่เฮีย แถมยังขู่ฆ่าตัวตายถ้าเฮียไม่ยอมกลับมา ผมก็เลยรีบโทรศัพท์ไปบอกเฮียครับ”

“ผมขอโทษครับที่ดูแลคุณหนูเล็กไม่ดีเหมือนที่เฮียไว้ใจ เฮียลงโทษเราสองคนเถอะครับ” หยางเฟยก้มหน้ายอมรับผิด

“นายสองคนไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมต้องลงโทษด้วย แต่อย่าให้เรื่องนี้รู้ถึงหูนายแม่เด็ดขาด ฉันกลัวว่าท่านจะเป็นห่วง แล้วจะไม่ยอมให้หนูเล็กย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย นายสองคนไปพักผ่อนเถอะ ฉันจะเป็นคนดูแลหนูเล็กเอง”

“ครับเฮีย” สองหนุ่มพยักหน้าพร้อมกัน ก่อนแยกย้ายกันไป ขณะที่ สดายุจัดการทำอาหารจานโปรดสำหรับน้องสาว เสร็จเรียบร้อยก็รีบยกเข้ามาเสิร์ฟถึงขอบเตียงกันเลยทีเดียว

“น่าทานจังเลยค่ะพี่ดอม” ลัลนากลืนน้ำลายลงคอ ขณะจ้องมองอาหารอย่างตื่นเต้น

“น่าทานหนูเล็กก็ต้องทานให้หมด เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะพาไปเที่ยวผ่อนคลายอารมณ์ เดี๋ยวตอนเย็นเราค่อยไปทานข้าวกับหม่าม้าที่บ้านใหญ่ดีไหม?”

“ดีที่สุดเลยค่ะ หนูเล็กไม่ได้คุยกับท่านหลายวันแล้ว” ลัลนาบอกอย่างกระตือรือร้น แล้วขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง

แต่ตอนนี้หนูเล็กต้องทานสปาเกตตีให้หมด คนทำจะได้ไม่เสียกำลังใจ เดี๋ยวพี่ป้อนเองนะ” มือใหญ่หยิบช้อนตักเส้นขนาดพอดีคำขึ้นเป่า ก่อนยื่นใส่ปากเล็กที่อ้าอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาคมมองเธออย่างเอ็นดูแกมสงสารที่เธอต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้

แม้ว่าบางครั้งเธอจะดื้อหรือเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ ลัลนา ธนากร หรือ หนูเล็ก ก็ยังเป็นน้องสาวที่น่ารักของเขาเสมอ เขาบอกว่าจะไปทำงานที่เมืองไทยสักพัก แล้วจะกลับมารับไปอยู่ด้วยกัน เธอก็ยอมให้เขาไปแต่โดยดี ทั้งที่ไม่เคยห่างกันมาก่อน แต่สองสามครั้งหลังสุดที่เขากลับมาเยี่ยม เธอกลับเริ่มมีอาการงอแงเหมือนเด็ก แถมยังบังคับให้เขาสัญญาสารพัดอย่าง โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง เธอไม่อยากให้เขารักใคร ไม่อยากให้เขามีครอบครัว

“หนูเล็กอยากไปอยู่กับพี่ดอมที่เมืองไทยจังเลยค่ะ อยู่บ้านคนเดียวมันเหงา” น้องสาวเอ่ยขึ้นหลังจากรับประทานอาหารได้สักพัก

“อยู่คนเดียวที่ไหนกัน อาตงกับอาเฟยก็อยู่ด้วย หนูเล็กอดใจรอให้บ้านของเราสร้างเสร็จก่อนได้ไหม แล้วค่อยย้ายไปอยู่พร้อมกันทีเดียวเลย ไม่เกินสิ้นเดือนนี้แน่นอนครับ” สดายุพยายามพูดจาหว่านล้อมน้องสาว แต่เธอกลับส่ายหน้าน้ำตาคลอ

“พี่ดอมไม่รักหนูเล็กแล้วใช่ไหมคะ ถึงไม่อยากให้หนูเล็กไปอยู่ด้วย” คำถามกึ่งตัดพ้อของน้องสาวทำเอาพี่ชายคิดหนัก ก่อนจะย้ำให้เธอแน่ใจอีกครั้ง

“ถ้าพี่ไม่รักหนูเล็ก แล้วพี่จะรักใคร อย่าลืมว่าเรามีกันแค่สองคน พี่น้องเท่านั้น ถ้าหนูเล็กเป็นอะไรขึ้นมา พี่คงไม่ยอมให้อภัยตัวเองตลอดชีวิต”

“แต่พี่ดอมก็ปล่อยให้หนูเล็กอยู่บ้านกับคนอื่น พี่ดอมลืมคำสัญญา ที่เคยให้ไว้กับแม่แล้วใช่ไหมคะ” ลัลนาเสียงเจือสะอื้น เธอไม่อยากอยู่ห่างพี่ชายแม้แต่วินาทีเดียว ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เธอกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปตลอดชีวิต

“อาตงกับอาเฟยก็เหมือนพี่ชายของหนูเล็กไม่ใช่เหรอครับ” คำพูดของพี่ชายทำเอาลัลนาพูดไม่ออก เธอยอมรับว่าสนิทกับสองหนุ่มมากโดยเฉพาะตงลี่ ถ้าไม่บังเอิญได้ยินเขาคุยกับอาเฟยคืนนั้น ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาก็คงเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

“หนูเล็กรอก็ได้ค่ะ แต่พี่ดอมต้องสัญญาว่า พี่ดอมจะไม่รักใครมากกว่าหนูเล็ก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สัญญาได้ไหมคะ”

“พี่ไม่มีวันรักใครมากกว่าหนูเล็กอย่างแน่นอนครับ” สดายุตอกย้ำคำมั่นสัญญากับน้องสาวอีกครั้ง แม้ว่าหัวใจของเขามอบให้ใครบางคนจนหมดแล้ว แต่มันก็เป็นความรักที่แตกต่างกัน

“หนูเล็กรักพี่ดอมจังเลยค่ะ”

“พี่ก็รักหนูเล็กเหมือนกัน รักมากด้วยล่ะ” เพียงเท่านั้นร่างเล็กโผเข้ากอดพี่ชายแน่น ความผูกพันก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่า มันคือความรักแบบแบบไหนกันแน่

catsกกำดดกำ.jpg

ตงลี่นั่งเหม่อลอยอยู่มุขหน้าบ้าน เสียงถอนใจดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างคนคิดไม่ตก เมื่อใบหน้าของหญิงสาวที่ตนแอบรักมานานลอยมาตรงหน้า เมื่อแปดปีก่อนบิดาของเขาถูกพวกมาเฟียกลุ่มหนึ่งฆ่าตาย หลังจากโดนยัดเยียดข้อหาโกงเงินในบ่อน บ้านและข้าวของมีค่าถูกพวกมันยึดไปหมด ตอนนั้นเขาไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน ถ้าเฉินหยางอี้ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเขาก็คงหมดลมหายใจอยู่ข้างถนน ท่านให้งาน ให้เงิน และให้ที่ซุกหัวนอน แล้วเขาก็ได้พบกับเธอ

ลัลนาเป็นหญิงสาวร่างกายบอบบาง ค่อนข้างอ่อนแอ และมีปมร้ายในใจ ทำให้เธอกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่มีแม้แต่เพื่อนสักคน แต่เขาก็สามารถปลดล็อกในใจเธอได้ จนเธอยอมรับเขาเป็นเพื่อน

“คิดอะไรอยู่อาตง หน้าตาดูเคร่งเครียดเชียว เอ้า! ดื่มสักหน่อยเลือดลมจะได้ไหลเวียนสะดวกขึ้น” หยางเฟยยื่นเบียร์กระป๋องให้กับเพื่อนรัก อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง

“นายก็รู้ว่าฉันไม่ดื่มเบียร์ ไม่รู้จะซื้อมาให้สิ้นเปลืองทำไม”

“สิ้นเปลืองอะไรกัน ถ้านายไม่กิน ฉันกินเองก็ได้” กล่าวจบหยางเฟยก็ยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ดวงตามองไปยังท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับล้านดวงกำลังเปล่งแสงระยิบระยับ

“เหลือเวลาอีกไม่นาน เฮียก็จะพาคุณหนูเล็กกลับไปอยู่เมืองไทยแล้ว เฮียบอกว่าอยากให้ฉันตามไปช่วยงานบริษัทที่โน่น”

“นายจะไปทำไม ถึงยังไงเธอก็มองไม่เห็นค่าความรักของนายหรอก”

“การรักใครสักคนก็ไม่จำเป็นต้องได้มาครอบครองหรอก แค่เห็นเธอมีความสุข ฉันก็มีความสุขแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่หัวใจเจ็บปวดเหลือเกินที่แอบรักเธอข้างเดียว ยิ่งช่วงนี้เธอชอบแสดงอาการเฉยชาใส่เขาอย่างไม่รู้สาเหตุ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

“ที่ใดมีรักที่นั่นย่อมมีทุกข์จริงๆ ถ้านายยืนยันอย่างนั้น ฉันคงช่วยเหลือนายไม่ได้ นอกจากเป็นกำลังใจให้”

หยางเฟยถอนใจแรง เมื่อเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของเพื่อน เขาตบไหล่อีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจก่อนยกเบียร์ขึ้นจิบ ตงลี่ล้มตัวลงนอนมองท้องฟ้ายามข้างแรม หัวใจก็คิดถึงใครบางคนที่กำลังนอนอยู่บนห้อง

อยากรู้เหลือเกินว่าเธอกำลังทำอะไร และคิดถึงเขาเหมือนที่เขาคิดถึงเธอบ้างไหม แม้หนทางรักข้างหน้าดูริบหรี่ แต่เขาก็ยังหวังว่าสักวันหนึ่ง ลัลนาจะมองเห็นความรักบริสุทธิ์ที่เขามอบให้เธอ แต่เสียงถอนใจก็ยังดังมาเป็นระยะ เมื่อถ้อยคำบรรยายในไดอารีที่เขาบังเอิญเจอในห้องเธอ มันทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจหลังจากได้รับรู้ความจริงบางอย่างที่เธอปกปิดเอาไว้มานาน...

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha