เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : รอยอดีต (๒)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หลังจากเจอความลับบางอย่างอยู่ในห้องทำงานของสดายุ มัทนาวีก็ขับรถกลับมาบ้านด้วยอารมณ์โกรธเคืองเป็นฟืนเป็นไฟเพราะคิดว่าเสียรู้ให้กับชายหนุ่มหลอกปั่นหัวเธอเล่น เธอพยายามโทรศัพท์ติดต่อเขาหลายครั้ง อยากเคลียร์ปัญหาให้จบแต่กลับไม่มีคนรับสาย มันก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอเดือดดาลมากยิ่งขึ้น หรือว่าเขาพยายามหลบหน้าเธอ เมื่ออดรนทนไม่ไหวเธอก็ออกมาระบายอารมณ์กับเพื่อนรักที่ร้านใบเตยขนมหวานในช่วงหัวค่ำของวันเดียวกัน

“โอ๊ย! นี่เธอจะเดินไปเดินมาอีกนานไหม ฉันเวียนหัวจะแย่อยู่แล้วนะนานา” แก้วเก้าเพื่อนสาวไฮโซถังแตกเอ่ยอย่างรำคาญ

“ฉันว่าเธอใจเย็นก่อนก็ได้นานา บางทีคุณสดายุอาจมีงานด่วนเลยไม่มีเวลารับโทรศัพท์ก็ได้นะ” บารมีให้เหตุผล

“เธอจะให้ฉันใจเย็นได้อย่างไรใบเตย เขาผิดนัดกับฉันไม่พอ ยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ของฉันอีก เธอเลิกเข้าข้างเขาได้แล้ว” มัทนาวีมองหน้าเพื่อน ก่อนทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างกระแทกกระทั้นไม่พอใจ

“บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นน้องสาวหรือญาติสนิทของคุณสดายุก็ได้ มองโลกในแง่ดีหน่อย ฉันว่ารอเคลียร์กับเขาก่อนดีไหม ไม่ใช่คิดเองอย่างนี้”

“พี่น้องอะไรกันเหรอกอดกันกลมขนาดนั้น เธอต้องเอาคืนอีตานั่นให้กระอักเลือดไปเลยนะนานา เข้าใจไหม!” แก้วเก้ายุเพื่อนสาวเพราะไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของบารมี

“แต่เธอควรถามคุณสดายุให้แน่ใจก่อนดีกว่า แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียเขาจริง เธอก็ควรตัดใจเสียแต่วันนี้ อย่าลืมว่าการทำลายครอบครัวคนอื่นมันบาปมากเลยนะ” บารมีเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี

“แต่สังคมทุกวันนี้ใครดีใครได้ ถ้าเธอปล่อยเทพบุตรหนุ่มหล่อรวยอย่างคุณสดายุหลุดมือ เธอก็โง่ไม่ต่างจากควายที่ใช้ไถนา ถ้ายอมแพ้ง่ายๆ ก็ไม่ใช่เธอสินานา ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ผู้ชายมาปั่นหัวเล่นเด็ดขาด”

ยิ่งโดนเปรียบเป็นควายโง่ อารมณ์อยากเอาชนะของมัทนาวีก็ยิ่งพุ่งสูง ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กของเธอก็ดังขัดจังหวะพอดี เธอถอนใจก่อนหยิบมันออกมากดรับอย่างไม่เต็มใจนัก

ว่าไงคะพี่นพ... อะไรนะคะ... ฉันไม่ไป... พี่นพฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงมัทนาวีไม่สนใจรีบกดวางสายทันที โทรศัพท์จากพี่ชายทำเอาใบหน้างามบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

“เกิดอะไรขึ้นนานา” แก้วเก้าถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ออกไปเที่ยวแก้เซ็งกันดีกว่า คืนนี้ฉันเป็นเจ้ามือเอง” คนอารมณ์ไม่ดีไม่ตอบ แต่กลับเอ่ยชวนเพื่อนรักทั้งสองออกไปเที่ยวข้างนอก

“ฉันขอตัวก็แล้วกันนานา พรุ่งนี้ต้องตื่นทำออเดอร์ส่งลูกค้าแต่เช้าเลย” บารมีรีบออกตัวทันที

“หยุดสักวันก็ได้หรอกแม่ใบเตย ฉันรู้จักผับเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ขอบอกว่าไฮโซมาก...” แก้วเก้าลากเสียงยาวกระตุ้นความอยากของอีกฝ่าย

“ฉันไม่ได้ร่ำรวยเหมือนเธอนี่ก้อย ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้เหลือเฟือ ถ้าฉันหยุดวันหนึ่งร้านก็ขาดรายได้เยอะเหมือนกัน”

“อยากนั่งเฝ้าเศษเงินก็ตามใจ ระวังจะเฉาตายก็แล้วกัน เราไปกันเถอะนานา” หญิงสาวคว้ากระเป๋ามาคล้องไหล่ ก่อนดึงแขนเจ้ามือสำหรับคืนนี้ออกไปจากร้านทันที มัทนาวีหันมองเพื่อนรัก อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้อย่างรู้กัน

บารมีมองตามเพื่อนทั้งสองก็ส่ายหน้า ความจริงครอบครัวของเธอก็ร่ำรวยไม่แพ้ใคร บ้านมีกิจการหลายอย่าง โรงกลึงหลายแห่ง โรงงานผลิตซีอิ้วขาว และโรงงานน้ำตาลทราย แต่เพราะเตี่ยของเธอมีภรรยาหลายคน กิจการเหล่านั้นจึงถูกแบ่งให้บุตรธิดาทุกคนดูแลตามความเหมาะสม ส่วนเธอไม่อยากยุ่งกับมรดกส่วนนั้นของท่าน จึงออกมาลงทุนทำธุรกิจขนมหวานและเบเกอรีที่เธอถนัด ซึ่งท่านก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

คืนนั้นกว่ามัทนาวีจะกลับถึงบ้านก็เกือบตีสอง หลังจากไปปลดปล่อยอารมณ์ในผับไฮโซย่านกลางเมือง เพื่อลืมความฟุ้งซ่านในหัวใจและตัดปัญหาเรื่องเจ้าสัวทวี พอเปิดประตูบ้านเข้ามาก็เจอพี่ชายนั่งใบหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ราวเจ้าป่า ขณะจ้องมองเธอ

“หายหัวไปไหนมาเกือบค่อนคืน รู้ไหมว่าฉันเสียหน้าแค่ไหนที่แกไม่ยอมไปตามนัดท่านเจ้าสัว” มานพสาดถ้อยคำใส่น้องสาวอย่างโมโห ถึงเจ้าสัวทวีบอกว่าไม่เป็นไร เขาก็ยังเกรงใจอยู่ดี เพราะรับปากอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าน้องสาวจะไปตามนัด

“ฉันไม่ได้รับปากสักหน่อยว่าจะไปกับเขา พี่นพพูดเองทั้งนั้น”

“แต่แกก็ไม่น่าฉีกหน้าฉันอย่างนี้เลย ผู้ใหญ่คุยกันนะนานา ไม่ใช่เด็กห้าขวบเล่นขายของ”

“ฉันบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่ได้รักเขา พี่นพก็ยังอยากยัดเยียดให้ฉันอีก เลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตฉันได้แล้ว” มัทนาวีย้ำคำตอบเดิม เพราะเธอไม่สามารถรักใครได้แล้ว นอกจากผู้ชายชื่อสดายุคนเดียวเท่านั้น

“ไอ้สดายุมันก็ไม่ได้รักแกเหมือนกัน เลิกโง่เป็นควายสักทีเถอะนานา” มานพจิ้มหน้าผากน้องสาวจนหน้าหงาย แต่มัทนาวีก็ยังไม่ยอมแพ้เพราะเชื่อว่าสดายุนั้นมีใจให้กับตนไม่มากก็น้อย

“คุณสดายุทำอะไรให้พี่เจ็บช้ำนักหนา พี่นพถึงได้จงเกลียดจงชังเขานัก เขารักฉันและฉันก็รักเขา ฉันจะทำทุกอย่างให้เขากลายเป็นผู้ชายของฉันให้ได้ แม้ว่าต้องแก่งแย่งกับผู้หญิงนับร้อยก็ตาม”

“แกมันงี่เง่าที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเห็นมา เสือผู้หญิงอย่างมันไม่มีทางจริงใจกับใคร แกจำไอ้ป้องเพื่อนนักข่าวของฉันได้ไหม เมื่อวานมันบังเอิญ เห็นไอ้สดายุขับรถออกจากม่านรูดกับผู้หญิงแถวชานเมือง”

“อะไรนะ!” มัทนาวีอุทานเสียงหลง เธอยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่ก็ยังไม่อยากปักใจเชื่ออยู่ดี “พี่นพเลิกใส่ร้ายคุณสดายุสักทีได้ไหม”

“ฉันจะใส่ร้ายมันทำหอกอะไร ไอ้ป้องอยากตามไปดูให้แน่ใจ แต่ติดงานสำคัญก็เลยได้แค่รูปพวกนี้มาฝาก แกดูให้เต็มตาแล้วเลิกบูชาความหล่อ ความรวยของมันได้แล้ว” กล่าวจบมานพก็เดินหยิบภาพถ่ายนับสิบแผ่นบนโต๊ะปาใส่น้องสาวเต็มแรง จนมันร่วงกระจายเต็มพื้นบ้าน

“พี่นพ!” มัทนาวีจ้องหน้าพี่ชายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แม้ว่าเขาจะเป็นพี่ชายแต่ก็ไม่สมควรทำกริยาแบบนี้กับเธอ แต่ความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกคนก็ทำให้เธอยอมก้มลงเก็บภาพพวกนั้นขึ้นมาดูทีละภาพอย่างร้อนรน

“ไม่เห็นมีอะไรเลย”

“แกดูภาพนั้นสิ”

มัทนาวีหยิบภาพนั้นขึ้นมาก็เห็นเฟอร์รารี่คันงามกำลังโผล่ออกมาจากประตูรั้วของม่านรูดที่จัดเป็นแบบรีสอร์ต ซึ่งมีป้ายขนาดใหญ่บอกชื่อสถานที่เรียบร้อย ภายในรถยนต์ที่ลดกระจกลงกว่าครึ่งสามารถมองเห็นหน้าคมของคนขับรถชัดเจนส่วนผู้หญิงเห็นเพียงแค่ด้านข้างเท่านั้น

“ผู้หญิงสมัยนี้ชอบทำตัวเหลวไหล ไม่ค่อยนึกถึงหัวอกของพ่อแม่ ขนาดกลางวันแสกๆ ยังหน้าด้านเข้าโรงแรมกับผู้ชาย ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งละก็จะตีให้หลังลายเชียว” มานพเอ่ยคาดโทษเสียงดัง ทำให้อีกคนที่เสียมารยาทยืนแอบฟังอยู่ในห้องครัวสะดุ้งสุดตัว

“ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณสดายุจะพาใครเข้าโรงแรม ผู้หญิงคนอื่นก็เป็นได้แค่เครื่องระบายความใคร่ของเขาเท่านั้น คนอย่างฉันไม่มีวันยอมเป็นนางบำเรอหรือของเล่นใคร ฉันจะต้องเป็นเจ้าสาวตัวจริงของเขาให้ได้!” ภาพถ่ายใบนั้นถูกขยำด้วยไฟโทสะ มัทนาวีปามันทิ้งแล้วเดินลงส้นขึ้นชั้นบนทันที

“นานา! ฉันอยากจะเอาปลาทะเลยัดปากแกสักสิบตัน จะได้เลิกโง่เป็นควายสักที” มานพเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างหัวเสีย เขาไม่คิดว่าน้องสาวจะหูตามืดมัวขนาดไม่ยอมฟังคำตักเตือนของใคร ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปห้องตัวเองก็เหลือบเห็นน้องสาวอีกคนยืนก้มหน้าอยู่หลังประตูห้องครัว

“ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นยายป่าน ทำไมยังไม่นอนอีกหรือว่ามีธุระอยากคุยกับพี่” มานพเดินเข้าไปหา

“ปะ เปล่าค่ะ ป่านแค่รู้สึกหิวก็เลยออกมาหานมดื่ม” ปรารถนาตะกุกตะกักพลางหลบสายตาคมที่กำลังมองมาอย่างพิจารณา

“แล้วทำไมหน้าตาซีดเซียวจังเลย ตาก็แดงเหมือนคนเพิ่งร้องไห้มาอีก” มือหนาเชยคางมนขึ้นมาประสานสายตา

“ป่านสบายดีค่ะ แต่ป่านคิดถึงแม่ก็เลยอดร้องไห้ไม่ได้”

“โธ่! อย่าร้องไห้เลยน้องรัก ถ้าท่านรู้ว่าเป็นต้นเหตุทำให้ลูกสาวคนโปรดร้องไห้ท่านคงไม่สบายใจ พี่อยากให้ป่านทำใจให้สบายไม่ต้องคิดมาก พี่อาจเป็นผู้ชายไม่ค่อยเอาไหน แต่ก็รักน้องสาวคนนี้ของพี่เสมอ”

มานพสวมกอดน้องสาวอย่างปลอบใจ ปรารถนายกแขนกอดตอบแน่น แม้พยายามสุดความสามารถไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา แต่น้ำตาก็ไหลซึมจนได้ เมื่อหัวใจเจ็บปวดเหลือเกิน

 

เมื่อสดายุเดินทางจากฮ่องกงถึงเมืองไทยในช่วงบ่ายวันถัดมา เขาก็รีบขับรถยนต์ที่จอดไว้สนามบินกลับมายังบริษัทตามเสียงหัวใจเรียกร้อง สิ่งแรกที่เขาอยากทำคือการกอด อยากจูบ เลขาฯ สาวสวยให้หายคิดถึง เขาหยิบโทรศัพท์หาทนายหนุ่ม สอบถามความเคลื่อนไหวของเป้าหมายระหว่างที่เขาไม่ได้อยู่เมืองไทย

ทันทีที่วางสายก็ต้องรีบเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน ปรับเปลี่ยนเส้นทางมุ่งสู่ร้านดอกไม้แห่งหนึ่งที่เคยใช้บริการเป็นประจำ แม้อยากกอดร่างน้อยใจแทบขาดก็ต้องอดทน เขาไม่ควรปล่อยให้อารมณ์รักมีอิทธิพลกับหัวใจมากเกินไป ชายหนุ่มเปิดประตูกระจกใสบานใหญ่เข้าไป เจ้าของร้านคนสวยก็เอ่ยทักทายเสียงหวาน

“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งก่อนสิคะ” สิตารีบลุกขึ้นมาต้อนรับ ก่อนเรียกเด็กในร้านเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟลูกค้าเจ้าประจำ

“ขอบคุณครับ” สดายุกล่าวขอบคุณพลางกวาดตามองรอบร้านอย่างสนอกสนใจ “ถ้าผมอยากสานต่อร้านซันฟลาวเวอร์จากคุณ ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”

“อะไรนะคะ!” คำพูดของเขาทำเอาเจ้าของร้านสาวเงยหน้ามองอย่างรวดเร็วก่อนถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง “คุณจะเซ้งร้านต่อจากดิฉันเหรอคะ”

“ครับ น้องสาวของผมเคยฝันว่าอยากมีร้านดอกไม้เป็นของตัวเอง ผมก็เลยอยากมอบให้เป็นของขวัญแก่เธอ คิดว่าเธอคงชอบร้านนี้มากครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าคุณพอมีเวลาคุยเรื่องสัญญาไหมคะ”

“ได้ครับ”

“งั้นเชิญในห้องทำงานดีกว่าค่ะ”

สิตาบอกขณะเดินนำหน้าชายหนุ่มเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง

“หวังว่าหนูเล็กคงจะมีความสุขกับลัลนาฟลาวเวอร์” สดายุพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินตามหญิงสาวไปข้างใน ทำเอาพนักงานสาวสองคนที่แอบมองหัวใจแทบละลายกับความหล่อเหลาราวเทพบุตรของลูกค้าหนุ่ม

กว่าหนึ่งชั่วโมงที่เขาตกลงเรื่องสัญญาเช่าซื้อร้านต่อจากสิตา โดยไม่ได้เอะใจอะไรมากนักกับรูปภาพที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหน้า เนื่องจากเป็นภาพของเด็กนักเรียนสมัยมัธยมนั่นเอง หลังจากตกลงเรื่องร้านดอกไม้เรียบร้อย เขาก็โทรศัพท์ไปบ้านปราณต์หิรัญน์ และเจ้าของบ้านก็ตอบรับเจตนาของเขาด้วยความยินดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha