เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : โซ่พิศวาส (๑)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

โปดกบอกป้าวิภาเตรียมอาหารมื้อค่ำสำหรับแขกพิเศษเสร็จแล้วก็รีบโทรศัพท์ไปบอกบุตรสาวทั้งสองให้รีบกลับบ้านมารับประทานด้วยกัน เมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็นรถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูรั้วเข้ามาจอดสนิทอยู่ภายใน  อาณาเขตบ้านหลังใหญ่ ชายหนุ่มรูปงามก้าวลงจากรถพร้อมกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ในมือ สำหรับขอโทษว่าที่เจ้าสาวลวงโลกอย่างมัทนาวี

“สวัสดีครับมิสเตอร์เฉิน” เจ้าของบ้านเอ่ยทักทายอย่างยินดี รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ต้อนรับผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของสราญรมย์กรุ๊ป

“สวัสดีครับคุณโปดก” สดายุทักตอบพร้อมยื่นมือใหญ่มาสัมผัสมือเจ้าของบ้าน “เรียกผมสดายุดีกว่าครับ เรียกมิสเตอร์เฉิน มันฟังดูห่างเหินเกินไป ยังไงเราก็เป็นคนกันเอง”

“ก็ได้ครับ งั้นเชิญข้างในก่อนดีกว่า” โปดกผายมือเชิญชายหนุ่มเข้าไปนั่งในห้องรับแขก

“บ้านคุณโปดกน่าอยู่จังเลยครับ ด้านนอกก็เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นสบายตา” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสนใจขณะเดินตามรถเข็นเจ้าของบ้านเข้าไปข้างใน

สดายุกวาดตามองห้องรับแขกใหญ่โอ่อ่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในบ้านจัดวางได้อย่างสวยงาม แต่พิจารณาแล้วไม่ว่าด้านในหรือด้านนอกบ้านก็ถูกปรับปรุงใหม่เกือบทั้งหมด แทบไม่เหลือเค้าเดิมในอดีตเอาไว้เลย

“ยายป่านเป็นคนออกแบบครับ ถึงจะไม่ได้จบออกแบบโดยตรง แต่เรื่องตกแต่งบ้าน ฝีมือไม่แพ้มัณฑนากรมืออาชีพเลยนะครับ” โปดกเอ่ยถึงบุตรสาวคนเล็กอย่างภาคภูมิใจ

“ฝีมือเยี่ยมมากครับ ถ้าไม่บอกผมคงไม่คิดว่าเป็นฝีมือของคุณปรารถนาเหมือนกัน”

“ป่านค่อนข้างเป็นคนละเอียดอ่อน ชอบใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยภายในบ้าน ชอบปลูกต้นไม้ ชอบจัดสวน วันหยุดก็ชวนนายพงศ์ไปเดินจตุจักรซื้อต้นไม้มาตกแต่งบ้านบ่อยๆ แล้วเรื่องงานเป็นยังไงบ้าง ยายป่านทำให้คุณ สดายุหนักใจบ้างหรือแปล่าครับ”

“ไม่เลยครับ ปรารถนาทำงานเก่งมาก ไม่ว่าในหรือนอกสถานที่ ช่วงนี้ผมมีงานพิเศษให้ปรารถนาทำด้วย เธออาจกลับบ้านค่อนข้างดึกหน่อย คุณโปดกคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนุ่มนวลหากแววตากลับแอบแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์

“ผมไม่มีปัญหาครับ กลัวแต่ว่าร่างกายของยายป่านจะรับไม่ไหว ถ้าต้องทำงานดึกติดกันหลายวัน”

“ท่าทางคุณโปดกห่วงลูกสาวคนเล็กมากนะครับ แล้วลูกสาวคนโต ไม่ห่วงบ้างเหรอครับ” เขาถามหยั่งเชิงอีกฝ่าย

“ห่วงเหมือนกันครับ แต่ป่านเป็นคนค่อนข้างหัวอ่อนและชอบมองโลกในแง่ดีเกินไป ผมกลัวว่าจะตามคนอื่นไม่ทัน ส่วนนานากล้าคิดกล้าทำ ค่อนข้างมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองสูง ผมก็เลยไม่ค่อยห่วงเท่าไร เอ่อ...เห็นนานาบ่นว่าอยากทำงาน ยังไงก็ฝากคุณสดายุอีกสักคนด้วยนะครับ”

“ด้วยความยินดีครับ แล้ววันนี้คุณนานาไม่อยู่บ้านเหรอครับ ผมอยากขอโทษเธอที่ผิดนัดวันก่อน พอจะโทร. มาบอกก็ดันลืมมือถือเอาไว้ในรถที่สนามบินครับ”

“ผมโทร. ไปบอกแล้วว่าคุณจะมาทานข้าวด้วย แต่ทำไมป่านนี้ถึงยังกลับมาไม่ถึงบ้านอีก สงสัยรถติดการเดินทางก็เลยล่าช้า นี่ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว เชิญคุณสดายุที่โต๊ะอาหารดีกว่าครับ”

โปดกหันหน้าไปเรียกนายพงศ์ให้ช่วยพยุงขึ้นนั่งบนรถเข็น แต่ชายหนุ่มก็อาสาเป็นคนช่วย เขาเข็นรถเข็นไปยังห้องอาหาร ซึ่งมีอาหารหลายอย่างวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ

ชายหนุ่มต่างวัยนั่งทานอาหารด้วยกันเพียงลำพัง เนื่องจากสมาชิกของบ้านยังไม่มีใครกลับมาสักคน หลังจากอาหารมื้อค่ำก็จบลง เจ้าของบ้านได้เชิญแขกหนุ่มเข้ามานั่งคุยอยู่ในห้องรับแขก เพื่อรอเวลาบุตรสาวคนโตกลับบ้าน สดายุชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ก่อนตามด้วยโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ ผ่านไปเกือบชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่ามัทนาวีกับปรารถนาจะกลับมา

“คุณนานาคงโกรธผมมากถึงไม่ยอมกลับบ้าน ส่วนดอกไม้ของผมคงเป็นหมันไปตามระเบียบแล้วละครับ” นัยน์ตาคมเหลือบมองกุหลาบช่อใหญ่ที่วางนิ่งอยู่ข้างกายก็ถอนใจอย่างเสียดาย

“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ตอนที่ผมโทร. ไปบอกว่าคุณจะมาทานข้าวด้วย นานาก็รับปากว่าจะรีบกลับมาให้ทันหกโมงเย็น ถ้าติดธุระด่วนก็น่าจะโทร. มาบอกบ้าง ไม่ใช่หายเงียบแบบนี้ ผมต้องขอโทษแทนนานาด้วยที่เสียมารยาทกับคุณ” สีหน้าของโปดกดูไม่ค่อยดีนักที่บุตรสาวไม่ยอมกลับบ้านทั้งที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“อย่าไปโทษคุณนานาเลยครับ ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด เอาเป็นว่าผมฝากดอกไม้ให้เธอด้วยก็แล้วกัน ถ้ามีโอกาสคงได้มาทานข้าวกับคุณอีก วันนี้อาหารอร่อยทุกอย่างเลยครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ยังไม่ได้ขยับเท้าก้าวออกไปไหนเสียงรถยนต์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน

“ผมว่าคุณสดายุต้องเป็นคนมอบดอกไม้ให้นานาด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ ลูกสาวผมคนนี้ค่อนข้างเอาแต่ใจ ถ้าแกพูดให้คุณเคืองใจก็อย่าถือสาเลยนะครับ” โปดกรีบออกตัวเพราะรู้จักนิสัยของบุตรสาวดีกว่าใคร ก่อนหยิบช่อดอกไม้ส่งคืนให้ชายหนุ่ม

“ขอบคุณครับ” สดายุยื่นมือรับช่อดอกไม้จากผู้สูงวัย แล้วก้าวออกไปหน้าบ้าน โดยมีสายตาของโปดกมองตามอย่างชื่นชมในความเก่งกาจทางด้านบริหารงาน พลางคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้คงดูแลมัทนาวีแทนเขาได้อย่างดี หากวันหนึ่งเขาสิ้นบุญจากโลกนี้ไปแล้ว

ร่างอรชรก้าวลงจากรถอย่างไม่รีบร้อนนัก เมื่อเห็นเฟอร์รารี่สีดำยังจอดนิ่งอยู่หน้าบ้าน หลังจากบิดาบอกว่าสดายุจะมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน เธอก็ไปเดินเล่นศูนย์การค้าอย่างสบายใจ ขืนเธอรีบกลับมาเขาคงคิดว่าเธอเป็นของตายแน่ ในเมื่อเขาปล่อยให้เธอรอเก้อถึงสองวันสองคืนได้ เธอก็อยากทำให้เขารู้ซึ้งคำว่ารอเช่นกัน แต่พอเห็นชายหนุ่มก้าวออกมาจากห้องรับแขกพร้อมกุหลาบช่อโตในมือ และรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ดวงตาคมดุคู่นั้นทอดมองเธอย่างลุแก่โทษ ทำให้หัวใจของเธออ่อนยวบลงทีเดียว

“สวัสดีครับนานา กุหลาบสวยๆ แทนคำขอโทษจากผมครับ” สดายุยื่นกุหลาบช่อใหญ่ออกมาตรงหน้า ดวงตาเรียวสวยมองอย่างพึงพอใจ แต่ก็แสร้งเชิดหน้าทำเป็นไม่ใส่ใจ

“คุณคิดว่าแค่ดอกไม้ช่อเดียว จะทำให้ฉันยอมยกโทษให้คุณเหรอคะ” เธอเอ่ยเสียงเย็นชา แถมยังใช้สรรพนามแทนตัวเองอย่างห่างเหินด้วย

“ผมก็ไม่เคยคิดว่ากุหลาบช่อเดียวจะช่วยลบล้างความผิดของผมได้ วันนี้ผมจึงตั้งใจมาขอโทษด้วยตัวเอง แต่คุณกลับหลบหน้าผม”

“ฉันไม่ได้หลบหน้าใคร ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ” สิ้นคำนั้น มัทนาวีก็คิดเดินหนีเข้าไปในบ้าน สดายุรีบวางกุหลาบบนหน้ารถ แล้วก้าวตามไปคว้าเรียวแขนเอาไว้

“อย่าเพิ่งไปสิครับ ผมยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกับคุณเลย”

“ฉันไม่มีอะไรต้องปรับความเข้าใจกับคุณ ปล่อย!” เธอสะบัดแขนสุดแรง

“ผมจะไม่ปล่อยเด็ดขาด ถ้าคุณไม่พูดกับผมให้รู้เรื่องก่อน” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม ต่างจากนัยน์ตาคมที่มองสบตาเธออย่างเว้าวอน “ผมขอโทษที่ผิดนัดกับคุณวันนั้น ทำให้คุณรอเก้อ แต่ผมติดธุระด่วนที่ฮ่องกงจริงๆ ครับ ผมอยากโทรศัพท์มาบอกคุณ แต่ผมกลับลืมมือถือเอาไว้ในรถที่สนามบิน”

“นี่คือคำแก้ตัวของคุณใช่ไหมคะ” มัทนาวียังไม่ยอมคืนดีกับเขาง่ายๆ

“ผมไม่เคยคิดแก้ตัว แต่อยากชี้แจงถึงความจำเป็นของผมเท่านั้น ผมรู้ว่าคุณโกรธผมมาก แต่อย่าให้ความโกรธเป็นบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของเราสองคนเลย ให้โอกาสผมสักครั้งนะครับ”

สดายุออดอ้อนเสียงหวาน นัยน์ตาคมสบตาคู่สวยอย่างลุแก่โทษ สำหรับเขาแล้วไม่เคยง้อใครโดยเฉพาะผู้หญิง และเธอก็คือผู้หญิงคนแรกที่เขายอมลงทุนมากถึงขนาดนี้ มันไม่ใช่ความรักหรือความผูกพันทางจิตใจ แต่ทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อผลพวงในอนาคตอันใกล้เท่านั้น

“คุณคงไม่ทราบว่าผมเสียใจมากแค่ไหนที่ทำผิดต่อคุณ แต่งานที่ฮ่องกงก็ด่วนมากเหลือเกิน ผมรีบมาก ขนาดมือถือยังลืมเอาไว้ในรถเลย ถ้าคุณให้โอกาส ผมขอไถ่โทษด้วยการพาคุณไปเที่ยวทะเลแทนก็แล้วกัน นะครับที่รัก”

 “คุณสดายุ...” มัทนาวีครางเสียงแผ่วราวกับคนละเมอไข้ เมื่อวินาทีนั้นหัวใจของเธอถูกสะกดด้วยคำว่า ที่รัก และได้สัมผัสถึงกระแสบางอย่างเปล่งประกายออกมาจากดวงตาคม เพียงเสี้ยววินาทีร่างเพรียวระหงของเธอก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาชนิดไม่ทันตั้งตัว ลำแขนแกร่งโอบกอดร่างสาวแน่น แล้วซบหน้าลงบนบ่าบอบบางอย่างออดอ้อนเอาใจ

“นานายอมให้อภัยผู้ชายโง่เง่าคนนี้หรือยังครับ” คำถามของเขาคลอเคลียกับใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นที่รินรดแก้มเนียนลออ ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงแทบทะลุอกออกมา

“นานายอมให้อภัยคุณก็ได้ค่ะ แต่มันจะมีแค่ครั้งเดียวนะคะ” มัทนาวีตอบเสียงหวานพลางเงยหน้าสบตากับเขาอย่างมีความหมาย

“ครับผม” เขามองหน้างามด้วยแววตาหวานซึ้ง ก่อนโน้มใบหน้าเข้าหาเรียวปากงาม หญิงสาวหลับพริ้มรอคอยจุมพิตแรกจากชายหนุ่มที่เธอกำลังคิดว่ารักเขาสุดหัวใจ

ทันใดนั้นสดายุก็เหลือบเห็นใครคนหนึ่งกำลังยืนมองอยู่ไม่ห่างมากนัก เขากระตุกยิ้มก่อนนาบริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนเรียวปากอิ่ม ถึงเป็นแค่การสัมผัสแผ่วเบา ไม่มีอาการคลึงเคล้าให้รู้สึกถึงความวาบหวามรัญจวน แต่ก็สามารถทำให้มัทนาวีลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายอย่างสิ้นเชิง

 

ปรารถนาโถมกายลงบนเตียงนุ่มทันทีที่เข้ามาถึงห้องนอน ใบหน้าหวานซบอยู่บนหมอนใบใหญ่ แล้วปล่อยน้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อไม่อาจเก็บกักเอาไว้คนเดียวได้อีกต่อไป เธอรักเขา รักผู้ชายใจร้ายที่ย่ำยีร่างกายและจิตใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาทำกับเธอไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่า แต่หัวใจก็ไม่เคยหลาบจำ ยิ่งมีเลือดเนื้อของเขากำลังก่อเกิดอยู่ในร่างกายของเธอ ความผูกพันก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นทุกวัน

หญิงสาวเข้าตรวจร่างกายที่คลินิกแห่งหนึ่งให้คลายข้อสงสัย หลังจากตอนเช้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย เธอพยายามคิดในแง่ดี บอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่อาการป่วยธรรมดา แต่ก็เหมือนฟ้าก็ผ่าลงกลางหัวใจ เมื่อผลการตรวจออกมาเป็นบวก คำพูดของคุณหมอยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท คอยตอกย้ำว่าเธอกำลังจะเป็นแม่คน

ร่างบางเดินไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย เธอไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน แต่อยากไปให้ห่างไกลจากสังคมรอบข้าง ไม่อยากให้ครอบครัวต้องอับอายกับคำว่าท้องไม่มีพ่อ ร่างบางทรุดกายลงข้างถนนซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองอย่างเจ็บปวด หากท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น กระแสบางอย่างก็แผ่ซ่านทั่วกาย เกิดความอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเธอกำลังจะได้เรียกตัวเองว่าแม่

“ทำไมฉันต้องรักคุณด้วย ทั้งที่คุณก็เห็นฉันเป็นเพียงที่ระบาย ความใคร่เท่านั้น ทำไม...” เสียงหวานคร่ำครวญกับหมอน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรักผู้ชายใจร้ายอย่างเขาด้วย

เธอผิดเองที่ปล่อยให้ความสัมพันธ์จอมปลอมมีอิทธิพลกับหัวใจมากเกินไป จนกลายเป็นความรักจนยากถอนใจ วันนี้เธออาจโกหกทุกคนได้ แต่ไม่นานท้องของเธอก็ต้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปิดไม่มิด และคนที่ต้องเสียใจและอับอายก็คงไม่พ้นคนในครอบครัว ปรารถนาปล่อยน้ำตาไหลรินเปียกหมอนอยู่พักใหญ่ ก่อนความอ่อนเพลียจะพาเธอเข้าสู่นิทรารมย์ในที่สุด

 

เช้าวันใหม่ปรารถนาแต่งตัวนานผิดปกติ หลังจากเกิดอาการแพ้ท้องอย่างหนัก หนำซ้ำยังต้องปกปิดรอยหมองคล้ำและอาการบวมของดวงตา สาเหตุมาจากการร้องไห้เกือบทั้งคืน แต่ไม่ว่าจะแต่งแต้มเครื่องสำอางลงไปสักเท่าไร มันก็ไม่สามารถปกปิดดวงตาบวมของเธอได้ เธอไม่อยากตอบคำถามของใครจึงหยิบแว่นตาสีชามาสวมอำพราง ร่างบางเดินโผเผออกจากห้องเมื่อไม่เห็นใครก็รีบตรงไปยังรถยนต์แล้วขับออกไปบริษัทโดยไม่บอกกล่าวใคร เธอเอ่ยทักทายเกสรตามปกติ แต่พอถูกถามเรื่องแว่นตาอันใหญ่บนใบหน้าก็เดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานทันที

ทางด้านสดายุเดินทางมาถึงบริษัทในช่วงสายของวัน ยามรักษาการณ์และพนักงานหลายคนต่างโค้งกายทำความเคารพผู้บริหารหนุ่ม ก่อนจะเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าทำไมคนระดับผู้บริหารไม่มีบอดี้การ์ดคอยติดตาม ไม่มีคนขับรถให้นั่งสบายเหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย แต่พวกเขาก็ไม่เคยได้คำตอบให้คลายสงสัย เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวมาหยุดหน้าห้องทำงาน เกสรก็บอกว่าปรารถนามีอาการเหมือนคนไม่สบาย ประตูห้องถูกผลักเข้าไปอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมดุกวาดมองรอบห้องด้วยความเป็นห่วง ก่อนเห็นร่างบางนั่งพิงผนังอยู่หน้าห้องน้ำ

“ป่าน!” สดายุถลาเข้าไปหาอย่างตกใจ ฝ่ามือใหญ่ตบแก้มเนียนเบาๆ พลางเขย่าตัวเธอสองสามครั้งให้เธอรู้สึกตัว และทันทีที่เปลือกตาปิดสนิทเริ่มขยับไปมากลายเป็นกะพริบถี่ มือใหญ่ก็ดึงร่างบางเข้ามากอดแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปจากชีวิต

“คุณสดายุ...” ปรารถนาเรียกเสียงแผ่ว เธออยากกอดเขาให้สมกับความรักความคิดถึง แล้วบอกว่าเธอมีลูกกับเขา แต่สมองซีกหนึ่งกลับสั่งห้ามไม่ให้เธอเอ่ยออกมา นั่นเพราะเธอเป็นแค่นางบำเรอของเขา หากเขาไม่ยอมรับแล้วบอกให้เอาลูกออก เธอคงทำใจยอมรับไม่ได้อย่างแน่นอน

“คุณเกสรบอกว่าเธอไม่ค่อยสบาย ทำไมไม่ยอมไปหาหมอ” เอ่ยถามอย่างนุ่มนวลพลางแตะหลังมือบนหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์เป็นห่วง” ปรารถนาขยับกายออกจากอ้อมกอดของเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยเหมือนกัน เขาเห็นใบหน้าเนียนซีดเซียว ดวงตาบวมเป่งหมองคล้ำของเธอ ก็รู้สึกเป็นห่วงมาก

“ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่หมดสติอยู่หน้าห้องน้ำ?”

“เอ่อ...” ปรารถนาสบตาเขาอย่างชั่งใจว่าจะบอกเขาเรื่องเด็กในท้องดีไหม แต่ก็เปลี่ยนใจกะทันหัน “ฉันแค่นั่งพักสายตาค่ะ”

“พักสายตาบ้าบออะไรของเธอ ถ้าไม่สบายฉันอนุญาตให้หยุดงานหรือนอนพักผ่อนได้ เธอไม่ต้องฝืนร่างกายตัวเองหรอก เดี๋ยวไม่สบายหนักขึ้นมามันจะลำบาก ฉันเป็นห่วงเธอมากรู้ไหม...”

สดายุอุ้มร่างเล็กวางบนโซฟาตัวใหญ่ ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแสนรัก ลืมไปว่าไม่ควรแสดงความรักที่มีต่อเธอมากเกินไป

ปรารถนาจ้องหน้าเขาเหมือนเป็นสิ่งประหลาด คิดว่าคงหูฝาดที่ได้ยินคำห่วงใย เธออยากเอ่ยถามบางอย่างให้หายข้องใจ ปากอุ่นก็ประกบลงบนกลีบปากอิ่มเสียก่อน บดเคล้าเข้าหาอย่างหิวโหย ชิวหาซอกซอนเข้ามาดูดดื่มความหวานภายในโพรงปากเล็ก ปลุกกระสันสวาทให้ปั่นป่วนจนเธอไม่เป็นตัวของตัวเอง สมองสั่งให้ปรารถนาต่อต้าน หากร่างกายกลับโอนอ่อนผ่อนตามสัมผัสหวามไหว ตอบสนองจุมพิตหวานด้วยความรักจากก้นบึ้งหัวใจ

สดายุครางลึกอย่างพึงพอใจ อ้อมแขนแกร่งกอดรัดร่างน้อยแน่น ทรวงอกนุ่มเบียดเสียดกับอกกว้างจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแข่งกัน มือใหญ่ซุกซนอยู่กับทรวงอกเต่งตึงเคล้นคลึงเบาๆ ทำให้สติสัมปชัญญะที่กำลังกระเจิดกระเจิงของเธอถูกเรียกกลับคืนอีกครั้ง ปรารถนาผลักใบหน้าคมออกห่าง แล้วเบือนหน้าหนีพร้อมหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มือใหญ่รั้งดวงหน้าหวานหันมา แล้วก้มลงจูบซับน้ำตาบนแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน

“ร้องไห้ทำไม หรือว่าเธอหึงที่ฉันจูบมัทนาวีเมื่อคืน”

“ทำไมต้องหึงด้วยคะ ฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ปรารถนารีบปฏิเสธทันควัน

“ไม่ได้หึงแล้วทำไมต้องร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ ถ้าเดาไม่ผิดเธอคงนอนร้องไห้ทั้งคืนใช่ไหม?”

ชายหนุ่มย้อนถามเสียงนุ่ม แต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ตอบหรือพูดอะไรอีก เขาก้มลงปิดปากอิ่มด้วยจุมพิตเว้าวอนเรียกร้อง สัมผัสล้ำลึกแทบสูบวิญญาณของเธอหลุดจากร่าง เมื่อไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาในกายได้ เธอก็ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจุมพิตแสนหวานเนิ่นนาน

“น่ารักมากปรารถนา เวลาเธอไม่ดื้อกับฉันแบบนี้” เขาถอนริมฝีปากออกมากระซิบเสียงพร่า อยากจูบปากอิ่มอีกหลายต่อหลายครั้งให้หนำใจ อยากร่ายเพลงสวาทบนเรือนกายของเธอให้สมกับความคิดถึง แต่ก็ยังไม่กล้าเสี่ยงกับสภาพร่างกายอ่อนแอของเธอ

“คุณสดายุคิดยังไงคะ ความสัมพันธ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันทำให้คุณรู้สึกอะไรกับฉันบ้างหรือเปล่า” ปรารถนาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ และถามให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายลูกในท้องของเธอด้วย

สดายุเจอคำถามตรงไปตรงมา ก็ปรับสีหน้าไม่ค่อยถูก เขานึกโมโหตัวเองที่เผลอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยเธอมากเกินความจำเป็น

“เธอก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“แต่ฉันอยากได้ยินจากปากคุณอีกสักครั้ง คุณช่วยบอกได้ไหมว่ารู้สึกยังไงกับนางบำเรออย่างฉันบ้าง”

“เรื่องมาก ถ้ายังไม่อยากให้ฉันทำอะไรมากกว่าจูบในห้องนี้ก็สงบปากสงบคำเอาไว้ เข้าใจใช่ไหม!” เขาแสร้งขู่เสียงเข้ม

“คุณก็ตอบฉันมาก่อนสิคะ” ปรารถนาคาดคั้นไม่หยุด สดายุถอนใจแล้วเอ่ยในสิ่งตรงข้ามกับหัวใจออกมา

“ฉันไม่เคยคิดอะไรเลย ฉันนอนกับเธอก็แค่ต้องการระบายความใคร่เท่านั้น พอใจหรือยัง!” คำตอบอย่างอารมณ์เสียที่สดายุใช้ตัดความรำคาญ ไม่ต่างจากคมดาบกรีดลึกลงบนหัวใจ เธอเม้มปากแน่น ดวงตาหวานจ้องหน้าเขานิ่ง หัวใจปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรด

“ทำไมเงียบไปหรือว่ายังไม่พอใจกับคำตอบ ฉันจะได้อธิบายให้ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง”

ปรารถนาพยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอด หากร่างหนากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน เขายังกอดเธอแน่น ก่อนปากร้อนรุ่มจะนาบลงมาอีกครั้ง บดเบียดหนักหน่วงให้เธอเผยอปากรับจุมพิตเร่าร้อนเต็มอารมณ์ คนตัวเล็กส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ กำปั้นเล็กทุบตีไปตามเรือนกายใหญ่โตไม่หยุด หวังหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่เพียงไม่นานร่างของเธอก็อ่อนระทวย เพราะจุมพิตวาบหวามที่ถาโถมเข้าใส่ ผ่านไปสักพักเธอเริ่มหายใจติดขัด พยายามส่งเสียงในลำคอประท้วงพร้อมใช้มือดันหน้าคมออกห่าง

สดายุครางอย่างขัดใจกับกริยาต่อต้าน ขณะทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี ริมฝีปากอุ่นไล้ลงไปตามคางถึงซอกคอขาวเนียนปลุกปั่นอารมณ์สวาทแผ่ซ่านทั่วกายสาว แต่อาการของเธอทำให้เขาผงกศีรษะขึ้นมองอย่างงุนงง เขายังไม่ทันเอ่ยถามว่าเป็นอะไร สองมือเรียวก็ผลักอกของเขาออกสุดแรง จนแทบร่วงไปกองบนพื้น จากนั้นก็ลุกพรวดเข้าไปโก่งคออาเจียนกับอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ





 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha