เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : รักลวงบ่วงปรารถนา (๑)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ดินเนอร์สุดโรแมนติกบนเรือหรูผ่านไปอย่างอิ่มเอมใจของฝ่ายหญิง สดายุก็ขับรถยนต์มาส่งมัทนาวีที่บ้าน ตลอดเส้นทางที่นั่งมาด้วยกัน เขาก็ชวนคุยโน่นคุยนี่ตามประสาคู่รัก แต่ก็ไม่เคยคิดล่วงเกินเธอมากกว่าการจับมือ ความเป็นสุภาพบุรุษอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ฉวยโอกาสทั้งที่โอกาสมาถึงหลายครั้ง สร้างความประทับใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก ยิ่งทำให้เธอหลงรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้น

“คืนนี้นานามีความสุขมากเลยค่ะ” มัทนาวีหันมาเอ่ยพร้อมกับ เผยยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

“ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าการได้อยู่กับคนพิเศษอย่างคุณ มันช่างมีความสุขเกินคำบรรยายจริงๆ หากไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ผมอยากมารับนานาออกไปทานข้าวทุกวันได้ไหมครับ ผมมีร้านอาหารอยากแนะนำอยู่หลายร้านเหมือนกัน”

“ตามใจคุณสดายุสิคะ แต่นานากลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนของคุณ” เธอเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่รบกวนเลยครับ เราสองคนจะได้ทำความคุ้นเคยกันให้มากยิ่งขึ้นอีก แล้วอย่าลืมว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้นะครับ บ้านพักของเราผมจองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”

“นานาไม่ลืมหรอกค่ะ กลัวแต่คุณนั่นแหละจะมีงานด่วนเข้ามาอีก แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงยังไงก็อย่าลืมโทร. มาบอกด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้นานารอเก้อเหมือนคราวก่อนอีกล่ะ”

“ครับผม ถ้านั้นเย็นพรุ่งนี้เราไปดินเนอร์กันอีกนะครับ อ้อ! รถของคุณผมจะให้พนักงานขับมาส่งที่บ้านตอนเช้าก็แล้วกัน ผมขอกุญแจรถด้วยครับ”

สดายุยื่นมือออกไปรับกุญแจรถจากหญิงสาว แล้วก้าวลงไปเปิดประตูให้กับเจ้าหญิงแสนสวยของเขาทันที

“สวัสดีครับป้าวิภา” เขาเห็นหญิงสูงวัยกำลังเดินตรงเข้ามาก็เอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณสดายุ คุณท่านเป็นห่วงแทบแย่นึกว่าคุณนานาหายไปไหน ถ้ารู้ว่าไปกับคุณ ท่านก็คงไม่เป็นห่วงถึงขนาดไม่ยอมหลับยอมนอน”

“นานาขอโทษที่ไม่ได้โทร. มาบอกทุกคน แล้วยายป่านยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ” มัทนาวีเอ่ยถามผู้สูงวัย เพราะเธอมองไม่เห็นรถยนต์คันเล็กของน้องสาวจอดอยู่ในบ้าน

“คุณป่านออกไปทานข้าวกับคุณหมอยังไม่กลับค่ะ” ป้าวิบอกอย่างไม่คิดอะไร ต่างกับชายหนุ่มที่หัวคิ้วกระตุกเล็กน้อย ใจร้อนรุ่มที่ได้ยินเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้เผลอแสดงอาการอะไรออกมาให้ใครสงสัย

“หมออาร์ตเป็นคนรักของเลขาฯ ส่วนตัวคุณสดายุค่ะ” มัทนาวีหันมาเอ่ยกับชายคนรัก

“อ้าว! คุณป่านมีคนรักแล้วเหรอครับ” สดายุแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ยังไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก เมอร์เซเดสเบนซ์คันงามก็แล่นผ่านประตูรั้วสูงเข้ามาจอดด้านใน

สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังหนุ่มสาวที่ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกแตกต่างกันไป สดายุวางสีหน้าปกติเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ปรารถนาเกิดอาการเกร็งเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่ยืนเคียงคู่กับพี่สาว นิ้วมือเรียวยาวของคนข้างกายสอดประสานเข้าระหว่างนิ้วมือของเธอ แล้วพาเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับทุกคนด้วยก้าวย่างที่มั่นคง

“คุณสดายุคะ ชายหนุ่มรูปงามข้างกายยายป่านก็คือคุณหมออิสรุตน์ หมอศัลยกรรมฝีมือดี ทายาทเพียงคนเดียวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของเมืองไทย ส่วนคนนี้คุณสดายุ ธนากร ประธานบริหารคนใหม่ของสราญรมย์ค่ะคุณหมอ” มัทนาวีทำหน้าที่แนะนำบุรุษหนุ่มสองคนให้รู้จักกัน

“สวัสดีครับคุณหมอ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” มังกรแห่งเฉินยื่นมือออกไปสัมผัสมือนายแพทย์หนุ่ม นัยน์ตาคมดุจ้องมืออีกข้างที่กุมมือหญิงสาวอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“ยินดีเช่นกันครับคุณสดายุ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เจอตัวจริงของคุณสดายุ เพราะปกติเคยติดตามข่าวของคุณตามหน้าหนังสือธุรกิจเท่านั้น”

“เป็นเกียรติมากเหมือนกันครับที่คุณหมอติดตามข่าวของผม...ผมเองก็มีโอกาสรู้จักคุณหมอตามงานการกุศลที่อัพเดทในหนังสือแวดวงไฮโซบ่อยครั้ง จะว่าไปแล้วผู้ชายจิตใจงดงามและเป็นสุภาพบุรุษสมัยนี้หายากมากเลยนะครับ จริงไหมครับคุณป่าน” ช่วงท้ายประโยคสดายุจงใจถามเลขาฯ ส่วนตัวของเขา

“ค่ะ” ปรารถนาตอบเพียงเท่านั้นก็รีบทำเป็นเฉไฉหลบสายตาคมดุคู่นั้นเสมองไปทางอื่น

“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดผมกับป่านก็คงลั่นระฆังวิวาห์ในไม่ช้านี้ครับ ยังไงก็ขอเรียนเชิญคุณสดายุช่วยมาเป็นสักขีพยานให้เราสองคนด้วยนะครับ อีกไม่นานนี้แน่นอน” อิสรุตน์บอกอย่างอารมณ์ดี แล้วยกแขนโอบไหล่บอบบางของหญิงคนรักอย่างหวงแหน

“ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเลยครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็คงต้องรีบหาเลขาฯ ใหม่แล้วล่ะ เพราะคิดว่าคุณหมอคงไม่ปล่อยให้ภรรยาออกมาทำงานนอกบ้านใช่ไหมครับ”

“เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้วครับ เมียคนเดียวผมเลี้ยงได้อย่างสบายมาก ไม่จำเป็นต้องทำงานให้เหนื่อยหรอกครับ” อิสรุตน์กล่าวน้ำเสียงหนักแน่น

“เอ่อ...นานาว่าคุณสดายุรีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ รบกวนเวลาคุณมาทั้งวันแล้ว” มัทนาวีเอ่ยอย่างเกรงใจ เพราะอยากเล่าเรื่องที่สดายุเอ่ยปากขอเธอแต่งงานให้น้องสาวฟังจนตัวสั่น

“โอเคครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า เอาไว้โอกาสหน้าค่อยเจอกันครับ” สดายุกล่าวกับหมอหนุ่ม หากสายตากลับเหลือบมองเลขาฯ สาวของตนเล็กน้อย ก่อนก้มหน้ากระซิบบอกหญิงสาวข้างกาย “ฝันดีนะครับนานา”

“ฝันดีเช่นกันค่ะคุณสดายุ แล้วเจอกันค่ะ” มัทนาวีมองตามร่างสูงใหญ่ของชายคนรักด้วยแววตาเปี่ยมสุข กระทั่งเฟอร์รารี่สีดำคันหรูเคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่จนลับตา

“พี่เองก็คงต้องกลับเหมือนกัน เอาเป็นว่าพรุ่งนี้พี่จะมารับป่านแต่เช้านะครับ” อิสรุตน์บอกกับหญิงคนรัก

“พี่อาร์ตขับรถดีๆ นะคะ ถึงบ้านแล้วอย่าลืมโทร. มาบอกป่านด้วย”

“ครับ” เอ่ยล่ำลากันเรียบร้อยอิสรุตน์ก็เดินไปขึ้นรถยนต์ แล้วขับตามสดายุออกไป ทันทีที่ลับร่างสองหนุ่มมัทนาวีก็รีบลากแขนน้องสาวขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัวอย่างรวดเร็ว

“ป่านรู้ไหมว่าคุณสดายุอบอุ่นและเป็นสุภาพบุรุษมาก เขาพาพี่ไปดูหนังรักสุดโรแมนติก แล้วต่อด้วยดินเนอร์หรูบนเรือลำใหญ่ แถมยังคอยเอาอกเอาใจพี่ทุกอย่างราวกับเจ้าหญิง แล้วพี่หมอของป่านพาไปดินเนอร์ที่ไหนเหรอ”

มัทนาวีรีบเล่าให้น้องสาวฟังด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเรียวงามเคลิบเคลิ้มอย่างคนกำลังเพ้อฝันที่ได้มีเวลาส่วนตัวกับชายหนุ่ม

“ป่านกับพี่หมอไม่ค่อยชอบความหรูหรา เราสองคนเลยนั่งทานเนื้อย่างร้านริมทางค่ะ” ปรารถนาบอกเสียงเรียบ ไม่ได้ตื่นเต้นกับดินเนอร์ของพี่สาวมากนัก เธอกับอิสรุตน์ก็ไปทานข้าวบนเรือมาเหมือนกัน

“พี่นึกว่าระดับหมออิสรุตน์จะกินอาหารข้างถนนไม่เป็นเสียอีก”

“อาจจะเป็นแค่ร้านข้างทาง แต่อาหารก็อร่อยไม่แพ้ร้านหรูบนเรือที่พี่นานาไปทานมาหรอกค่ะ”

“แหม! พี่ก็พูดไปอย่างนั้นแหละ อย่าทำเป็นจริงจังหน่อยเลยป่าน”

มัทนาวียื่นมือออกไปหยิกแก้มน้องสาวอย่างอารมณ์ดี

“พี่นานาก็รู้ว่าป่านกับพี่หมอไม่ค่อยชอบความหรูหราสักเท่าไร”

“จ้าน้องรัก อ้อ! พี่มีเรื่องมาบอกป่านด้วย ผู้หญิงที่อยู่ในภาพถ่ายกับคุณสดายุที่เราเห็นในห้องทำงานวันนั้น เธอเป็นน้องสาวของเขา ไม่ใช่เมียอย่างที่เข้าใจหรอกจ้ะ”

“น้องสาว?” ปรารถนาเลิกคิ้วทวนคำเสียงสูง

“คุณสดายุบอกว่ามีน้องสาวคนหนึ่งและไม่ค่อยสบายสักเท่าไร และหลังจากแต่งงานเขาก็จะไปรับเธอมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน เขายังเล่าเรื่องครอบครัวที่ฮ่องกงให้พี่ฟังด้วย แต่นั่นไม่ใช่ไฮไลต์สำคัญของวันนี้หรอกนะ เพราะเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการขอพี่แต่งงาน”

คำบอกเล่าของพี่สาวกระแทกหัวใจปรารถนาเข้าอย่างจัง มันเจ็บจุกจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว สดายุใช้วิธีสกปรกบังคับเธอให้ยอมเป็นนางบำเรอของเขาไม่พอ เขายังหวานเสน่ห์ใส่พี่สาวของเธอให้หลงรักหลงเทิดทูนอีก

คนเลว...ฉันอยากเอามีดกรีดดูหัวใจของคุณนักว่ามันทำด้วยอะไร ถึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้ ปรารถนาคิดในใจอย่างเคียดแค้นจนเผลอแสดงออกทางสีหน้าอย่างไม่รู้ตัว

“ทำไมทำหน้าเคร่งเครียดอย่างนั้นล่ะ ป่านไม่ดีใจเหรอที่พี่กำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างคุณสดายุ” มัทนาวีวาดฝันเอาไว้อย่างสูงส่ง ลืมเผื่อใจเอาไว้กับความผิดหวัง เมื่อความรักความหลงครอบงำจิตใจจนหมดสิ้น

“ดีใจค่ะ แต่ป่านกำลัง...”

“ป่านอึ้งใช่ไหม พี่เองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่ามันคือความจริง พรุ่งนี้พี่จะบอกข่าวดีกับทุกคนในบ้าน พี่นพจะได้เลิกยัดเยียดเจ้าสัวให้พี่เสียที”

ปรารถนาเห็นพี่สาวยิ้มแย้มอย่างมีความสุขก็ไม่อยากขัดใจให้เสียบรรยากาศ จำใจฝืนยิ้มอย่างคนหน้าชื่นอกตรม ถ้าหากสดายุมีความจริงใจอยากแต่งงานกับมัทนาวีจริง เธอก็พร้อมแสดงความยินดีกับสองคน แต่คำพูดบวกกับการกระทำของเขาทำให้เธอคิดหนัก ไม่สามารถเดาได้เลยว่า สดายุกำลังต้องการอะไรจากครอบครัวของเธอกันแน่ถึงได้ทำแบบนี้

“ป่าน! ป่าน!

“คะ! พี่นานาเรียกป่านทำไมคะ” ปรารถนาละล่ำละลักตอบ เพราะเธอมัวแต่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดจึงทำให้ลืมสนใจฟังถ้อยคำสนทนาของพี่สาว

“ใจลอยอีกแล้วนะเรา พี่คุยด้วยก็ไม่ยอมคุยด้วย ถ้าง่วงก็รีบไปนอนเถอะ ราตรีสวัสดิ์น้องรัก” มัทนาวีรวบรัดตัดความ แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวหายเข้าไปในห้องน้ำ

ปรารถนาล้วงโทรศัพท์ออกมาเมื่อสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้า เพียงแค่เห็นชื่อที่บันทึกเอาไว้ก็รีบเปิดอ่านมือไม้สั่น ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่าง ข่มใจกับข้อความข่มขู่ที่แนบมาพร้อมคำว่า คลิปเด็ดเธอรีบกดปุ่มลบทิ้งอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดให้อับอายตัวเอง

ปรารถนาวิ่งลงไปห้องนอนตัวเองอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ประตูห้องปิดลงร่างบางก็ทรุดกายลงบนเตียงอย่างหมดแรง ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจที่พลาดท่าให้กับอสูรร้ายไร้หัวใจอย่างสดายุ สิ่งที่เธอพร่ำบอกกับตัวเองว่าทำเพื่อครอบครัวก็เท่ากับศูนย์ เขาเหยียบย่ำร่างกายและหัวใจของเธอไม่พอ เขายังคิดทำร้ายหัวใจพี่สาวของเธอให้เจ็บช้ำอีก

“คนเลว! ไม่ว่าฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อฟังคำสั่งของคุณ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าคุณไม่คิดรักษาคำพูด”

ปรารถนาพึมพำอย่างเจ็บปวด เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากพูดกับใครก็ไม่ได้มันเหมือนน้ำท่วมปาก สุดท้ายผู้หญิงโง่อย่างเธอก็ทำได้เพียงปล่อยน้ำตาให้ไหลรินอาบแก้มอย่างหมดทางสู้

ถ้าเธอไม่อยากให้นายมานพเดือดร้อนก็รีบเซ็นชื่อลงในสัญญาฉบับนี้ ประโยคกึ่งคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ทำให้เลขาฯ ส่วนตัวสาวสวยที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งไม่นานถึงกับเงยหน้าจากกระดาษแผ่นนั้นมองเขาอย่างตกใจ

พี่นพยักยอกเงินบริษัทสามล้านบาท เป็นไปได้ยังไงกัน ฉันไม่เชื่อ และฉันก็จะไม่เซ็นเด็ดขาด!’ ปรารถนายื่นสัญญาฉบับนั้นคืนให้

ไม่เซ็นก็ได้ แต่ฉันจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นพี่สาวของเธอแทน โอเคไหม?เพียงเท่านั้นโลกทั้งใบก็เหมือนถล่มลงมาทับร่างกายของเธอจมลงธรณี

อย่าแตะต้องพี่นานาของฉัน!’ ว่าที่นางบำเรอตอบกลับอย่างเร็ว เพราะเขารู้ว่าเธอรักพี่ชายกับพี่สาวมาก ร่างกายของเธอจึงกลายเป็นข้อต่อรองของชายหนุ่มจากเกาะฮ่องกง

งั้นก็เซ็นเสียสิ ถ้าไม่เซ็นฉันก็ไม่รับรองถึงความปลอดภัยของนายมานพ โดยเฉพาะพี่สาวของเธอ เรือนร่างเย้ายวนของมัทนาวี มันช่างกระตุ้นความอยากของฉันเหลือเกิน

อย่ามาขู่ให้ยากเลย ฉันไม่กลัวคุณหรอก ฉันจะแฉความเลวของคุณให้ทั่วบริษัทเลย ถ้าคุณยังคิดร้ายกับพี่นานาและคนในครอบครัวของฉัน

เอาเลย อยากประกาศให้โลกรู้ก็เชิญ แต่นายมานพคงได้เข้าไปนอนในคุกเป็นคนแรก ตามด้วยพี่สาวของเธอที่ต้องกลายเป็นนางบำเรอของฉัน ไม่ได้ขู่ แต่ลงมือทำจริง!’

คุณสดายุ! คุณทำอย่างนี้ทำไม คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้จ้องทำลายครอบครัวของฉันแบบนี้

ฉันเป็นใครไม่สำคัญ ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอของฉัน ทุกคนในครอบครัวเธอก็จะปลอดภัย รวมถึงพรหมจรรย์ของมัทนาวีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายที่ชื่อนายโปดก ปราณต์หิรัญน์!’

คุณพ่อเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย

อย่าถามมาก เธอเสียสละแค่คนเดียว เพื่อแลกกับอีกสามชีวิต มันคุ้มค่ามากเหลือเกินปรารถนาใบหน้าคมกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นเธอหน้าเคร่งเครียดอย่างคิดหนักอยู่นาน

ปรารถนามองหน้าเขาอย่างชั่งใจอีกครั้ง ก่อนคว้าปากกาไปเซ็นชื่อ ลงไปในสัญญาพิศวาสสองฉบับทั้งน้ำตานองอาบแก้มอย่างไม่มีทางเลือกได้อีก

 

หลังจากได้รับโทรศัพท์จากทนายหนุ่มคู่ใจ สดายุก็รีบเดินทางมายังบริษัท เพื่อจัดการกับจำเลยตัวร้ายอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันบนดาดฟ้าตึกสูงใหญ่กลางเมืองกรุง เสียงโวยวายของมานพก็ดังลั่นอย่างไม่พอใจ เนื่องจากร่างของเขาถูกมัดติดกับเก้าอี้ตัวเล็กนานเกือบชั่วโมงแล้ว โดยมีชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนยืนคุมซ้ายขวา

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ปล่อย!

“นายจะแหกปากหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนา หนวกหูโว้ย!” จางหลงหันมาตวาดอย่างรำคาญ “ถ้าไม่หยุดจะเอาลูกตะกั่วยัดปากเดี๋ยวนี้เลย”

“หนวกหูก็ปล่อยฉันไปสิวะ พวกแกจับฉันมัดไว้ทำไม” เชลยหนุ่มยังโวยวายไม่เลิก แต่พอเหลือบตามองลงไปเบื้องล่างหัวใจของเขาก็หล่นวูบ

“คุณทำผิดก็ต้องได้รับโทษ ขืนปล่อยเอาไว้คงเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีให้พนักงานคนอื่นเลียนแบบ รบกวนคุณมานพรออีกสักนิด ท่านประธานกำลังเดินทางมาตัดสินโทษของคุณ”

“ลงโทษเรื่องอะไรไม่ทราบ ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันเข้าไปห้องการเงิน ฉันบอกแล้วไงว่าจะเอางานกลับไปทำที่บ้าน”

“อย่าพยายามอธิบายเลยครับ มันไม่มีประโยชน์หรอก เพราะผมไม่สามารถตัดสินใจแทนคุณสดายุได้”

“ไอ้สดายุมันเกลียดฉันจะตาย ต่อให้พูดจนปากเปียกมันก็ไม่ฟังฉันหรอก มีแต่มันจะเพิ่มข้อหาให้ฉันละไม่ว่า มันอยากให้ฉันเข้าไปนอนคุก จนตัวสั่นอยู่แล้ว”

“ถ้าคุณบริสุทธิ์จริง คงไม่มีใครกล้ายัดเยียดความผิดให้หรอกครับ” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามายืนเผชิญหน้า จางหลงกับถังเหว่ยค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม ก่อนถอยออกห่างจากจำเลยเพียงเล็กน้อย

“ไอ้สดายุ!

“สวัสดีครับคุณมานพ”

“แกมันไอ้งูพิษ แกใส่ร้ายฉัน”

“ใครกันแน่ที่เป็นงูพิษ ผมว่าคุณยอมรับอย่างลูกผู้ชายดีกว่า เผื่อโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” สดายุกล่าวเสียงเรียบ

“ฉันไม่ยอมรับหรอก เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด บอกลูกน้องของแกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกนายเจอดีแน่!

มานพขู่ฟ่อทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองทำผิด คนอย่างสดายุถ้าไม่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเขาคงไม่กล้าทำถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน

“สงสัยว่าคุณมานพยังไม่ทราบข้อหา จื้อปิง นายช่วยแจกแจงให้เขาฟังหน่อยสิ” สดายุวางมือบนราวกั้นดาดฟ้า นัยน์ตาเหม่อมองท้องฟ้ามืดดำไร้แสงดวงจันทร์อย่างไม่มีจุดหมาย

“ครับเฮีย จากหลักฐานทั้งหมดที่ได้ทำการรวบรวมตลอดระยะเวลาหกเดือนเต็ม คุณมานพได้ปลอมแปลงเอกสารยักยอกเงินของบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยมีพนักงานการเงินคนหนึ่งให้ความร่วมมือ พนักงานคนนั้นรับสารภาพเรียบร้อยแล้ว รวมเงินทั้งหมดสามล้านบาทครับ” ทันทีที่ชายหนุ่มรายงานจบ มานพก็ถึงกับเบิกตาค้างอย่างตกใจ

“ฉันถูกใส่ร้าย แกเกลียดฉันก็เลยหาเรื่องจับฉันเข้าคุกใช่ไหม!” เชลยหนุ่มโวยวายเสียงดังลั่นพยายามดิ้นรนให้ตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

“ใจเย็นๆ ครับคุณมานพ เพราะข้อหาของคุณยังมีอีกเพียบ สมัยที่คุณโปดกยังดำรงตำแหน่งประธานบริหาร คุณก็แอบยักยอกเงินไปทลายในบ่อนการพนันกว่าสิบล้านบาท ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมสราญรมย์ถึงได้เกิดสภาวะขาดทุนสะสมหลายปี ถ้าหากคุณโปดกรู้ว่ามีลูกชายไม่เอาไหนอย่างคุณ เขาคงเสียใจมากนะครับ” ถ้อยคำตำหนินั้นทำเอามานพโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“บริษัทเป็นของพ่อฉัน แล้วจะเรียกว่ายักยอกเงินได้ยังไง!

“เรื่องเงินของคุณผมไม่สนใจหรอกครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการคือเงินสามล้านที่คุณยักยอกไปเท่านั้น ผมให้เวลาคุณหนึ่งเดือนกับการหาเงินมาคืนให้ผม แต่ถ้าคุณไม่ยอมรับผิดชอบ ผมคงต้องเอาหลักฐานทั้งหมดไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ”

“เอาเลย อยากทำอะไรก็เชิญเลย!

“แต่จะว่าไปแล้วน้องสาวของคุณก็สวยไม่เบาเลยนะครับ มัทนาวีสวยเซ็กซี่ ผิวขาวเนียนน่าสัมผัส ส่วนปรารถนาก็สวยไม่แพ้พี่สาวเหมือนกัน แถมยังอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเหลือเกิน ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าลีลาบนเตียงของเธอสองคนจะเร่าร้อนสักแค่ไหน”

“ไอ้สารเลว! แกจะทำอะไรน้องสาวฉัน”

“ผมยังไม่ทำอะไรหรอกครับ แต่ถ้าคุณไม่ยอมหาเงินสามล้านมาคืนให้ผม มัทนาวีกับปรารถนาอาจมีสามีคนเดียวกันก็ได้”

“ถ้าแกบังอาจแตะต้องน้องสาวของฉันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันเอาแกตายแน่ไอ้สดายุ!” มานพคำรามลอดไรฟัน

“ผมว่าก่อนที่จะคิดปกป้องคนอื่น คุณเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าไหม วิวข้างล่างสวยดีเหมือนกันกันนะครับ” กล่าวจบสดายุก็มองลงไปเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยตึกรางบ้านช่อง

“นี่แกคิดจะฆ่าฉันเหรอ”

“ผมไม่ใจร้ายกับพี่ชายของว่าที่นางบำเรอของผมหรอกครับ” คำตอบของสดายุทำเอาอีกฝ่ายเดือดดาลแทบคลั่ง

“ไอ้สดายุ! แกจะเอายังไงก็ว่ามาเลย ขอแค่อย่างเดียวอย่าทำอะไรน้องสาวฉัน”

“ถ้าปรารถนากับมัทนาวีได้ยินคงดีใจจนน้ำตาไหลที่เห็นพี่ชายไม่เอาไหนอย่างคุณยังพอมีหัวใจอยู่บ้าง เอาล่ะ ผมมีข้อเสนอให้คุณพิจารณาสองข้อ คุณชอบข้อไหนก็เลือกได้ตามใจชอบไม่ต้องเกรงใจผม”

“ข้อเสนอ?”

“ข้อแรก คุณต้องทำงานเป็นคนสวน คนทำความสะอาด คนขับรถ และทุกอย่างตามคำสั่งของผมหนึ่งปี เพื่อใช้หนี้จำนวนสามล้านบาท”

“ไม่มีทาง!

“ใจเย็นๆ สิครับ ถ้าข้อแรกทำให้คุณรู้สึกอับอาย ผมก็ยินดีส่งคุณไปทำงานที่กาสิโนบนเกาะฮ่องกงหนึ่งปี คราวนี้คงไม่ได้เจอหน้าใครให้อับอายอีก”

“ฉันไม่ทำเด็ดขาดไม่ว่าข้อแรกหรือข้อสอง แกอยากฆ่าฉันก็เชิญตามสบายเลย” คนไม่รู้ชะตากรรมเอ่ยท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว

“การฆ่าใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับผม แค่กระดิกนิ้วร่างกายของคุณก็จะร่วงลงไปกองอยู่ข้างล่างอย่างไม่มีสาเหตุ คุณลองคิดดูสิครับ ขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสราญรมย์กรุ๊ป ผมยังทำให้มันกลายเป็นของผมได้เลย” ประโยคนั้นของสดายุทำเอามานพดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจสุดขีด

“อะไรนะ! แกพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ตกลงแกเป็นใครกันแน่ ถึงอยากได้สราญรมย์กรุ๊ป”

”ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอกครับ แต่ถ้าคุณไม่อยากติดคุก ไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวกลายเป็นนางบำเรอของผมพร้อมกันทีเดียวสองคน คุณจำเป็นต้องเลือกข้อเสนอของผม หรือไม่ก็หาเงินสดสามล้านบาทมาคืนให้ผมตามเวลาที่กำหนด”

“ไอ้คนชั่ว ไอ้คนสารเลว โอ๊ย!” มานพประณามถ้อยคำหยาบคาย ทั้งถีบ ทั้งเตะอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เก้าอี้ที่ถูกมัดติดกับร่างของเขาหงายหลังลงไปกองกับพื้นแข็งๆ อย่างหมดท่า

 “ผมให้เวลาคุณตัดสินใจสามวันก็แล้วกันว่า แต่อย่าคิดหนีเป็นอันขาด ไม่งั้นผมไม่รับรองความปลอดภัยของน้องสาวคุณ อาหลง อาเหว่ย ช่วยขับรถไปส่งคุณมานพที่คอนโดฯ ด้วย แล้วคอยจับตามองเขาให้ดี อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด ถ้าปล่อยให้นักโทษหนีไปได้นายสองคนรู้ใช่ไหมว่าโทษของการทำงานพลาดคืออะไร”

“ครับเฮีย” บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำสั่งเสียงหนักแน่น สดายุพยักหน้าเรียกจื้อปิง ก่อนเดินนำหน้าลงไปยังห้องทำงาน โดยไม่คิดสนใจเสียงตะโกนด่าที่ดังไล่หลังมาสักนิด

“ไอ้สดายุ! ไอ้คนสารเลว ไอ้คนใจชั่ว ฉันจะเปิดโปงความชั่วของแกให้หมด ทุกคนจะได้รู้ว่าแกมันเลวทรามแค่ไหน”

“ถ้าไม่อยากกินลูกปืนก็หยุดแหกปากได้แล้วคุณมานพ!” จางหลงชักปืนออกมาขู่ แล้วควบคุมตัวของเชลยลงไปยังลานจอดรถ

มานพทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจทั้งโกรธทั้งเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ กลัวว่าน้องสาวสองคนจะถูกนายสดายุทำมิดีมิร้าย เพราะไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าจำนวนเงินที่ยักยอกไปทั้งหมด น้องสาวคนเล็กนำเอาพรหมจรรย์ของเธอชดใช้ให้เขาไปหมดแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha