เพียงเงาปรารถนา

โดย: กัลวาร์/คีรีรมย์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 15 : รอยแค้นแสนรัก (๒)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ปรารถนาเดินกลับเข้ามาในบริษัทด้วยอาการเหม่อลอยแข้งขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแทบก้าวต่อไปไม่ไหว หลังจากรับรู้ด้วยความบังเอิญว่า สดายุ ธนากร อสูรร้ายที่คิดทำลายครอบครัวของเธอ เขาเป็นคนเดียวกันกับแดเนียล อันเวส เด็กหนุ่มที่อยู่ในความทรงจำในวัยเด็ก เธออยากรู้เหลือเกินว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ทำเพื่ออะไรกันแน่ และคนที่สามารถให้คำตอบเธอได้ก็คงมีเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบก้าวไปยังรถยนต์ขับออกไปคอนโดมิเนียมของ  สดายุทันที ระหว่างนั้นเรื่องราวในอดีตก็ผ่านเข้ามาในห้วงความคำนึงอีกครั้ง

ในอดีตปรารถนาอาศัยอยู่กับยายที่บ้านสวนสมุทรสงคราม เพราะท่านไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย ทุกวันหยุดบิดามารดาก็มักพาพี่ชายพี่สาวมาเยี่ยมเธอกับยายเสมอ กระทั่งเธออายุย่างเข้าหกขวบท่านก็เสียชีวิตด้วยโรคคนแก่ บิดาจึงกลับไปรับเธอมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน เย็นวันหนึ่งเธอเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาคมเข้มกำลังถูกพี่ๆ ของเธอรุมทำร้ายอยู่บริเวณหน้าบ้าน เธอก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยเขาให้พ้นจากเงื้อมมือสองพี่น้องจอมแสบทั้งสองคน

‘หยุดเดี๋ยวนี้นะ พี่นพ พี่นานา ไปแกล้งเขาทำไมคะ ป่านจะฟ้องพ่อว่าพี่สองคนทำตัวไม่น่ารัก’ เด็กหญิงร่างเล็กวิ่งเข้ามาเอาร่างน้อยๆ ของตัวเองเป็นเกราะป้องกันให้กับเขา

‘แต่มันชกหน้าพี่ก่อนนะป่าน พี่ต้องป้องกันตัวเองสิ’

ใช่! ไอ้หน้าผีมันชกหน้าพี่นพก่อน ฉันเป็นพยานได้มัทนาวีเอ่ยเข้าข้างพี่ชายอย่างหน้าตาเฉย

แต่พี่สองคนเล่นเอาเปรียบเขา ถ้าแน่จริงก็สู้กันตัวต่อตัวสิคะ รับรองว่าพี่นพสู้เขาไม่ได้แน่

ตกลงแกเป็นน้องฉันหรือน้องของมันกันแน่ ถึงได้ไปเข้าข้างมันอย่างนั้นมานพโมโหจนเลือดขึ้นหน้าที่น้องสาวไปเข้าข้างศัตรู แถมยังออกโรงปกป้องมันอีกต่างหาก

ป่านเป็นน้องพี่นพค่ะ แต่ก็ไม่ชอบให้พี่รังแกคนอื่นแบบนี้

ป่านว่าพี่เหรอ

‘อย่าไปสนใจเลยพี่นพ เราไปเล่นเกมในบ้านกันเถอะ ปล่อยให้ยายเด็กกะโปโลอยู่กับไอ้หน้าผีนี่แหละ ท่าทางเขาสองคนเหมาะสมกันดีจะตาย’

กล่าวจบมัทนาวีก็แบะปากอย่างนึกรังเกียจ ก่อนจะลากแขนพี่ชายเดินเข้าไปในบ้านไม่สนใจอาการฮึดฮัดของคู่กรณีสักนิด

พี่ชายเจ็บตรงไหนบ้าง หันหน้ามาให้น้องป่านดูหน่อยสิคะ อุ๊ย! มีเลือดไหลด้วยค่ะนางฟ้าตัวน้อยอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นเลือดสีแดงไหลซึมออกจากหน้าผากของอีกฝ่าย

‘เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก แค่หัวแตกนิดหน่อยเท่านั้นเอง’ คนตอบเสียงห้วนอย่างไม่พอใจ

ถ้างั้นน้องป่านจะห้ามเลือดให้ก่อนนะคะ แล้วค่อยไปให้คุณหมอทำแผลให้’ กล่าวจบเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าขลิบลูกไม้ออกมาซับเลือดจากหน้าผากของเขาอย่างเบามือ แดเนียลอยากขัดขืนแต่พอเห็นดวงตากลมโตฉายแววแน่วแน่ของเธอเขาก็ปล่อยให้เธอห้ามเลือดให้ตามใจชอบ

พี่ชายเอามือกดผ้าไว้ก่อน พอเลือดหยุดไหลค่อยเอาออกนะคะ

‘ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์ห้ามเลือดให้ฉัน ฉันชื่อดอม แล้วเธอเป็นใครเหรอ ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลยล่ะ’

‘ป่านเป็นน้องสาวของพี่นพกับพี่นานาค่ะ เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัดอาทิตย์ที่แล้ว ถ้าอย่างนั้นป่านเรียกพี่ชายว่าพี่ดอมได้ไหมคะ’

‘อยากเรียกอะไรก็ตามใจเธอแล้วกัน แค่อย่าเรียก ไอ้เหมือนสองคนนั่นก็พอ ฉันไม่ชอบ’

‘ได้ค่ะพี่ดอม แล้วหน้าของพี่ดอมเลอะอะไรเหรอคะ’

‘ไม่มีอะไรหรอก เธออย่าไปสนใจมันเลย อ้อ! ผ้าเช็ดหน้าของเธอฉันจะรีบซักมาคืนให้ก็แล้วกัน บ้านของฉันอยู่ท้ายซอยนี่เอง’ เขาลุกขึ้นเต็มความสูง มือเรียวยาวยังกดผ้าเช็ดหน้าบนหน้าผากเอาไว้แน่น

‘ป่านให้พี่ดอมเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็แล้วกันค่ะ แต่พี่ดอมต้องสัญญาว่าจะไม่ลืมน้องสาวคนนี้นะคะ’ เด็กหญิงยิ้มกว้างด้วยความยินดี เผยให้เห็นฟันหรอสองซี่ ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใสเมื่อเห็นเขาอมยิ้มตอบกลับมา

‘ก็ได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่ลืมเธอ นางฟ้าตัวน้อยของฉัน’ จากนั้นเด็กชายแดเนียลยื่นนิ้วก้อยออกมาเกี่ยวกับนิ้วเธอ เพื่อเป็นการยืนยันคำมั่นสัญญาที่มีให้กันและกัน

หลังจากวันนั้นเขาและเธอก็มีโอกาสได้พบกันบ่อยๆ เวลาเขาพาน้องสาวอีกคนมานั่งเล่นภายในลานสาธารณะกลางซอย เขากับเธอสานสายสัมพันธ์กันได้ไม่นาน ก่อนเขาจะหายไปจากชีวิตของเธอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านไปยี่สิบปีเขาจะหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับประทับรอยราคีบนร่างกายเธอ จนกลายเป็นรอยรักฝังลึกในหัวใจที่ไม่มีสิ่งใดในโลกสามารถลบล้างมันได้

 

ขณะเดียวกันที่สราญรมย์กรุ๊ป เกสรช้อนตามองก็เห็นช่วงลำตัวผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงาน หล่อนรีบปิดหน้าต่างโปรแกรมแชตมือไม้สั่นเทา แล้วรีบเงยหน้าเผยยิ้มหวานกลบเกลื่อนความผิดที่เอาเวลาทำงานมาคุยเรื่องส่วนตัวกับเพื่อน แต่พอรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้บริหารหรือพนักงานบริษัทก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยครับ ผมไม่ใช่ผีสักหน่อย” หนุ่มใหญ่สัพยอกอย่างไม่จริงจังนัก ทำให้เลขาฯ สาวค้อนให้เสียวงใหญ่

“พวกผีสางนางไม้ที่ไม่มีตัวตนในโลกมันไม่น่ากลัวเท่ามนุษย์เดินดินด้วยกันหรอกค่ะ ขนาดเพื่อนรักกันยังแทงข้างหลังเพื่อนได้”

“คุณเกสรพูดยังกับว่าเคยถูกแทงข้างหลัง...” เขาเลิกคิ้ว

“แค่เรื่องเปรียบเทียบเท่านั้น คุณอย่าทำเป็นจริงจังนักเลยค่ะ เชิญนั่งก่อนสิคะ” เลขาฯ สาวขยับออกมาเลื่อนเก้าอี้ให้อีกฝ่าย เมื่อรู้สึกถูกชะตากว่าครั้งแรกที่เจอกันแล้วปล่อยให้เขายืนคุยจนเมื่อยขา

“ขอบคุณครับ” ชยศกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลงเก้าอี้ ดวงตาจ้องประตูห้องผู้บริหาร รู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนที่จะได้เจอหลานชายอีกครั้ง

“ไม่ทราบว่าคราวนี้คุณมาหาใครคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวเริ่มเป็นกันเองมากขึ้น

“ผมมาหาผู้ชายคนนี้ครับ” กล่าวจบชยศก็วางถุงกระดาษที่ใส่ขนม ไข่หงส์ลงตรงหน้าเธอ

“คุณสดายุ ธนากรนี่คะ” เกสรเห็นหน้าผู้ชายในภาพก็ประหลาดใจมาก หล่อนมองหน้าเจ้านายหนุ่มสลับกับชายพิการไปมาหลายรอบทีเดียว

 “ครับ ไม่ทราบว่าคุณมีปัญหาหรือเปล่ากับการที่คนพิการอย่างผมขอพบท่านประธานบริหารสราญรมย์กรุ๊ป”

“ไม่มีหรอกค่ะ ดิฉันแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้นเอง”

“งั้นก็ให้ผมเข้าไปพบเขานะครับ ผมมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับเขา”

“เสียใจด้วยค่ะ ท่านไปพักร้อนที่ภูเก็ตกับแฟนหนึ่งสัปดาห์ ครบกำหนดกลับมาเมื่อไร คุณค่อยมาหาท่านอีกทีก็แล้วกันค่ะ”

“พักร้อนเหรอครับ แล้วคุณเกสรมีเบอร์ส่วนตัวของคุณสดายุหรือเปล่าครับ เพราะเรื่องที่ผมจะคุยกับเขาสำคัญมาก คุณเกสรช่วยผมหน่อยเถอะครับ” หนุ่มใหญ่อ้อนวอน

“ถึงสำคัญแค่ไหนดิฉันก็ช่วยคุณไม่ได้หรอกค่ะ ท่านไม่เคยให้เบอร์ส่วนตัวกับใคร ส่วนเลขาฯ ส่วนตัวของท่านก็ยังไม่เข้ามาทำงานเลย ดิฉันว่าคุณฝากชื่อกับเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ดีกว่าไหม ถ้าท่านกลับมาถึงบริษัท ดิฉันจะรีบโทร. ไปแจ้งคุณทันทีเลยค่ะ”

หล่อนหยิบกระดาษกับปากกาส่งให้อีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้มหวานบนใบหน้า หนุ่มใหญ่นิ่งเงียบไปพักใหญ่อย่างชั่งใจ ก่อนตวัดปากกาเขียนชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ลงบนกระดาษแผ่นนั้นส่งคืนให้เธอ

“ถ้าคุณสดายุกลับมา รบกวนคุณเกสรรีบโทร. ไปบอกผมด่วนเลยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างมาก”

“ได้ค่ะ แต่คราวหน้าคราวหลัง ถ้าอยากพบท่านก็ต้องแจ้งวันเวลาล่วงหน้า ไม่ใช่แอบขึ้นมาแบบนี้ มันผิดกฎของบริษัทค่ะ”

“ครับผม” ชยศกล่าวขอบคุณพร้อมก้มศีรษะให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ แล้วลุกเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที เกสรมองตามร่างผอมจนลับตา ก่อนก้มหน้ามองกระดาษในมือของตัวเอง เพียงแค่เห็นชื่อสกุลของชายพิการ หล่อนก็ถึงกับอ้าปากค้างอย่างตะลึง!

“ชยศ ธนากร!”   

 

เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมของชายหนุ่ม ปรารถนาก็รีบขึ้นไปยังชั้นยี่สิบทันที ความเร่งรีบทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นดวงตาของใครคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองด้วยความสงสัย ร่างบางเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องชุดสุดหรู แล้วรวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่ ก่อนหยิบคีย์การ์ดส่วนตัวที่เขาให้ไว้เปิดเข้าไป

“ยินดีต้อนรับปรารถนา เชิญนั่งก่อนสิ” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น ใบหน้าคมเกลื่อนรอยยิ้มบางๆ ก่อนวางแก้วไวน์ในมือลง นัยน์ตาคมเปล่งประกายวับวาวด้วยไฟปรารถนาที่ทำให้คนมาเยือนถึงกับหนาวสะท้านถึงทรวงใน

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันแค่มีเรื่องข้องใจอยากถามคุณสักสองสามข้อ พอได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้วก็จะไปทันที” ปรารถนาบอกถึงความต้องการ อยากรู้แค่ว่าเขาทำอย่างนี้กับเธอเพราะอะไร

“เธอจะรีบไปไหนล่ะ ในเมื่อวันนี้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน ถ้าเธอปรนเปรอความสุขให้ฉันจนอิ่ม บางทีหนึ่งสัปดาห์ที่ภูเก็ตฉันอาจไม่แตะต้องตัวมัทนาวีก็ได้ เธอคงไม่อยากให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์หรอกใช่ไหม”

“คุณทำแบบนี้ทำไม! คุณกลับมาทำร้ายครอบครัวของฉันทำไมกัน” ปรารถนาไม่สนใจคำพูดของเขารีบเปิดฉากเรื่องที่มาหาเขาวันนี้ทันที

“เธอพูดเรื่องอะไรปรารถนา ฉันไม่เข้าใจ” สดายุเลิกคิ้วสูง นัยน์ตาคมดุประสานดวงตาหวานปนเศร้าของผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่หัวใจพร่ำเพ้อหาทุกนาที ทุกชั่วโมง ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา

“เลิกเล่นละครสักทีได้แล้วคุณสดายุ ฉันรู้ความจริงหมดแล้วว่าคุณเป็นใคร!” ปรารถนาตะคอกกลับ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนปากสั่นเทา เมื่อต้องกักเก็บอารมณ์โกรธแค้นผู้ชายตรงหน้าเอาไว้

“งั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าฉันเป็นใคร” สดายุเอ่ยเสียงเรียบ

“คุณไม่ได้ชื่อสดายุ ธนากร แต่คุณคือแดเนียล อันเวส ลูกชายคนเดียวของคุณลุงลูซิโอ อันเวส ฉันพูดถูกใช่ไหม!” ปรารถนาตอบเสียงดังฟังชัด ดวงตาหวานจ้องเขานิ่งว่าเขาจะมีอาการตอบสนองกลับมาอย่างไร แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับมีเพียงความเฉยชาไร้ความรู้สึกเท่านั้น

“เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมากปรารถนา ฉลาดกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากทีเดียว” ร่างสูงใหญ่ลุกยืนเต็มความสูง แล้วประสานสายตากับเธอนิ่ง

ดวงตาหวานกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาไร้ตำหนิอย่างไม่เชื่อสายตา เธอยอมรับว่าดีใจมากที่ได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง หลังจากเขาหายไปจากชีวิตเธอนานแสนนาน แต่พอนึกถึงความอัปยศที่เขาพยายามยัดเยียดให้กับเธอไม่ต่างจากโสเภณี หยาดน้ำตาก็ไหลคลอเต็มหน่วย

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น เธอไม่ดีใจหรอกเหรอที่ได้เจอหน้าฉันอีกครั้ง” สดายุไล้ปลายนิ้วลงบนแก้มนวลแผ่วเบา แต่อีกฝ่ายก็ปัดออกอย่างไม่ไยดี

“ถ้าคุณคือแดเนียล อันเวส แล้วทำไมคุณต้องคิดร้ายกับครอบครัวของฉันด้วย ทั้งที่คุณพ่อกับคุณลุงลูซเป็นเพื่อนรักกัน คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมานาน” ปรารถนายังไม่คลายความสงสัยในตัวของเขา

“เพื่อนรักอย่างนั้นเหรอ! ผู้ชายสารเลวอย่างนายโปดกไม่สมควรจะเป็นเพื่อนกับใคร!” ชายหนุ่มคำรามลั่น กรามใหญ่บดเข้าหากันแน่นเป็นสันนูนที่ได้ยินใครต่อใครบอกว่านายโปดกเป็นคนดี

“คุณไม่มีสิทธิ์ด่าพ่อของฉันว่าเลว ถอนคำพูดของคุณเดี๋ยวนี้นะ”

“ทำไมฉันจะด่าไม่ได้ ในเมื่อพ่อของเธอทั้งชั่ว ทั้งเลวยิ่งกว่าสัตว์นรกเสียอีก” สิ้นคำนั้นฝ่ามือเล็กๆ ก็ตวัดลงบนหน้าคมเต็มแรงจนหน้าหัน สดายุตวัดสายตาวาวโรจน์จ้องหน้าเธอ มือใหญ่ตะปบลงบนไหล่บอบบางแล้วบีบแน่น ก่อนกระชากร่างเล็กเข้ามากระแทกอกแกร่งของตน

“ปล่อยฉันคุณสดายุ ฉันเจ็บ!” ปรารถนาพยายามแกะมือใหญ่ออก แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จดังใจคิด เขายิ่งเพิ่มแรงบีบแน่นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

“เจ็บแค่นี้มันไม่ถึงตายหรอก อย่าทำเป็นสำออยไปหน่อยเลย เพราะสิ่งที่พ่อของเธอทำกับครอบครัวของฉันมันโหดร้ายเกินกว่าจะมีสิ่งไหนมาชดใช้ได้อีก นอกจากชีวิตเท่านั้นที่จะชดเชยกันได้!

ยิ่งพูดอารมณ์ของชายหนุ่มผู้เก็บงำความคลั่งแค้นมานานก็ยิ่งเดือดพล่าน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีก เทพบุตรหนุ่มผู้หล่อเหลากลับกลายเป็นอสูรร้ายอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

 “ไม่ทราบว่าพ่อของฉันทำอะไรให้คุณเจ็บแค้นนักหนา คุณถึงอยากทำลายชีวิตของท่านนัก ทั้งที่พ่อก็พยายามตามหาคุณกับน้องสาว เพราะต้องการให้คุณกลับมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสราญรมย์กรุ๊ปอย่างถูกต้อง” ปรารถนาพยายามอธิบายความจริงให้เขาเข้าใจ

“น้ำหน้าอย่างนายโปดกน่ะเหรอ อยากให้ฉันกลับมาบริหารงาน มันอยากฆ่าฉันกับหนูเล็กทิ้งต่างหาก ถึงได้พยายามตามหาตัวให้เจอ แต่เสียใจด้วยนะ เพราะฉันมันดวงแข็งเกินกว่าจะตกเป็นเหยื่อของคนเลวอย่างนายโปดก”

“ไม่จริง! คุณพ่อไม่มีทางทำอย่างนั้นเด็ดขาด ท่านรักคุณ ท่านรอให้คุณกลับมาทุกลมหายใจของท่าน” ปรารถนาถียงกลับไปเสียงหนักแน่น

“เธอช่างเป็นลูกสาวที่ไร้เดียงสาเหลือเกินปรารถนา ถึงไม่รู้ว่าพ่อบังเกิดเกล้าทำเลวทรามอะไรไว้กับครอบครัวของฉันบ้าง ฉันจะบอกความจริงให้เธอฟังก็แล้วกัน เธอจะได้หายโง่หลงเทิดทูนว่าฆาตกรอย่างนายโปดกเป็นพ่อที่แสนดีเสียที นายโปดกบังคับให้คุณพ่อโอนหุ้นสราญรมย์ทั้งหมดให้มัน ท่านไม่ยอมเซ็นนายโปดกก็ฆ่าท่านอย่างเลือดเย็น หนำซ้ำยังสั่งให้มือปืนตามล่าฉันกับหนูเล็กเพื่อปิดปาก แค่นั้นไม่พอนายโปดกยังขืนใจแม่ของฉันจนท่านต้องฆ่าตัวตายหนีความอับอาย ได้ยินหรือยังว่าพ่อเธอมันเลวแค่ไหน ฉันเกลียดมัน ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดมัน!” มือใหญ่จับร่างบางเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

“นายโปดกจะต้องชดใช้ให้ครอบครัวของฉันด้วยชีวิตเท่านั้น จำเอาไว้!” กล่าวจบขวดไวน์ก็ถูกเหวี่ยงออกไปกระแทกผนัง เศษแก้วแตกกระจุยกระจายเกลื่อนเต็มห้อง

“ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อ...ฉันไม่เชื่อ...” ปรารถนาทรุดกายลงร้องไห้คร่ำครวญน้ำตานองหน้า เธอไม่มีวันเชื่อเขาอย่างเด็ดขาดว่าบิดาผู้แสนดีของเธอจะกล้าทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าถึงขนาดนั้น ในเมื่อคุณลุงลูซิโอเป็นเพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท

“ถ้าไม่เชื่อก็รีบกลับไปฟังจากปากของพ่อเธอสิ แล้วเธอจะได้รู้สักทีว่าพ่อที่แสนดีอย่างนายโปดกทำความเลวไว้กับครอบครัวของฉันมากแค่ไหน ฉันกลับมาวันนี้ก็เพื่อคิดบัญชีกับปราณต์หิรัญน์ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่นายมานพกับมัทนาวี! สดายุประกาศก้อง

“แล้วฉันทำอะไรให้คุณเจ็บช้ำนักหนา คุณถึงได้ทำร้ายจิตใจกับฉันถึงเพียงนี้” ปรารถนาเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาหวานเปียกชุ่มหยาดน้ำตาจ้องหน้าเขาอย่างรอคอยคำตอบ

“เธอไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกปรารถนา แต่เธอผิดที่เกิดเป็นปราณต์หิรัญน์ไง” พูดจบสดายุก็เบือนหน้าหนีทันที เพราะไม่อาจทนเห็นความเจ็บปวดที่เปล่งออกจากดวงตาคู่นั้นได้อีก

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอเป็นคนรับเอาความแค้นทั้งหมดไว้เองได้ไหม คุณอยากจะฆ่า อยากจะทรมาน อยากทำอะไรกับฉันก็ได้ทุกอย่าง จนกว่าจะสาแก่ใจของคุณ และถ้าคุณอยากให้ฉันเป็นทาสของคุณตลอดชีวิตฉันก็ยินดี แต่คุณอย่าทำร้ายครอบครัวของฉันเลย ฉันขอร้อง...”

ปรารถนาพร่ำวอนขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร ก่อนจะคลานเข้ามาหาร่างใหญ่กอดขาของเขาเอาไว้แน่น

สดายุหลุบตามองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก เขาอยากกอดเธอ อยากจูบเธอให้สมกับความรักที่อัดแน่นในหัวใจก็ไม่อาจทำอย่างที่ต้องการได้ เมื่อเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้แล้วเขาไม่วันยอมใจอ่อนให้ลูกสาวศัตรูอย่างเด็ดขาด จนกว่าจะได้สะสางบัญชีแค้นของครอบครัวเสียก่อน

“เสียใจปรารถนา เมื่อใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษ คืนนี้ฉันจะส่งมานพไปทำงานใช้หนี้ที่เกาะฮ่องกงหนึ่งปี จากนั้นก็ถึงคิวของมัทนาวี ผู้หญิงใจร้ายใจดำที่ชอบดูถูกคนสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง สุดท้ายก็คงเป็นนายโปดกที่ต้องชดใช้ให้กับฉันด้วยชีวิต!

“ไม่นะ! คุณสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำร้ายคนในครอบครัวของฉัน ถ้าฉันยอมเป็นนางบำเรอของคุณ ยอมทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง”

ปรารถนาทวงคำสัญญาจากเขา แล้วค่อยๆ คลายวงแขนออกจากท่อนขาแข็งแรง ดวงตาบวมจ้องแผ่นหลังกว้างสะท้อนขึ้นลงด้วยความหวัง แต่เขาก็ยังปิดปากเงียบ เมื่อไม่ได้รับคำตอบหลุดจากปากชายหนุ่ม เธอก็ลุกไปสวมกอดร่างหนาเอาไว้พร้อมซบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง

“ถ้าคุณไม่ชอบใจ ฉันก็จะไม่พูด ไม่คุย ไม่ติดต่อกับพี่อาร์ตอีกตลอดชีวิต คุณต้องการใหฌฉันทำอะไร ฉันเต็มใจทำให้คุณทุกอย่าง รวมถึงเรื่องบนเตียงด้วย” ปากอิ่มพรมจูบไปตามแผ่นหลังอย่างเอาใจ สองมือเรียวสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาว นวดเฟ้นเคล้นคลึงกล้ามเนื้อแน่นบริเวณหน้าอกกำยำ เพื่อปลุกเร้าแรงปรารถนาในร่างกายหนุ่มให้ตื่นตัว

สดายุไม่มีปฏิกิริยาตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ เขายังยืนนิ่งปล่อยให้เธอทำตามความต้องการ ทั้งที่กระทำของเธอนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หัวใจของเขาเป็นอย่างมาก หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลคลอเต็มเบ้า ทั้งรัก ทั้งสงสาร และเห็นใจเธอเหลือเกิน เมื่อเห็นเธอต้องร้องไห้เสียน้ำตาเพราะการกระทำของเขา ความรักต่อเธอมีมากล้น แต่ความแค้นก็ต้องชำระเช่นกัน

“อย่าทำอย่างนี้ปรารถนา ถึงยังไงฉันก็ไม่ปล่อยพ่อของเธอเอาไว้หรอก” สดายุเค้นเสียงลอดไรฟัน รู้สึกซึ้งใจในความรักภักดีของเธอ ถึงขนาดยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องฆาตกรอย่างนายโปดก และพี่ชายพี่สาวนิสัยแย่ๆ อย่างมานพและมัทนาวี

“ไปที่เตียงกันดีกว่าค่ะ ฉันอยากมอบความสุขให้คุณบ้าง” ปรารถนาขยับมายืนเผชิญหน้า ก้มลงไปกระซิบแนบคางสากระคาย ก่อนจะกดจูบริมฝีปากเข้มอย่างเว้าวอนอ่อนหวาน กระตุ้นให้เขาตอบสนองด้วยการสอดปลายลิ้นนุ่มเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากเขา แต่ก็ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาไม่ยอมทำตามเกมที่เธอเป็นคนเริ่ม หญิงสาวเสียหน้าเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอถอนจูบออกห่างแล้วลากไล้ริมฝีปากอิ่มลงไปตามลำคอแกร่ง หยอกเย้าแอ่งชีพจรด้วยชิวหานุ่มนวลของเธอ

“ปล่อยฉันปรารถนา” สดายุเอ่ยสั่งเสียงเข้ม แล้วหลับตาลงอย่างข่มใจกับอาการปั่นป่วนที่กำลังเดือดพล่านภายในร่างกาย เมื่อเธอไม่ยอมหยุดปลุกเร้าเขา ยิ่งเขาเอาแต่ยืนนิ่งเฉยเธอก็รุกหนักอย่างต่อเนื่อง ฝ่ามือเรียวเลื่อนต่ำลงไปหากล้ามท้องแน่นตึง เป้าหมายอยู่ที่การได้สัมผัสส่วนกลางของกายแกร่งที่กำลังขยายตัวอยู่ใต้ผ้าเนื้อดี

“ฉันบอกให้ปล่อย!” สดายุตะคอกเสียงดังลั่น อาศัยพละกำลังเหนือกว่ากระชากแขนอีกฝ่ายออกสุดแรง ทำให้ร่างบางเกิดเสียหลักหงายหลังเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่ก่อนร่างบางจะล้มลงบนพื้น มือใหญ่ก็ยื่นออกไปฉุดเธอมากอดเอาไว้ แล้วใช้เรือนกายหนาเป็นเบาะรองรับอยู่ด้านล่าง

“โอ๊ย!” ปรารถนาร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บแปลบ เมื่อแขนของเธอข้างหนึ่งกระแทกเข้าวัตถุบางอย่างเข้าเต็มแรง

“เจ็บตรงไหนป่าน” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ร่างสูงใหญ่พลิกกายให้คนตัวเล็กนอนราบกับพื้น

“ฉันเจ็บแขน...” ปรารถนายกแขนขึ้นมาจึงเห็นเศษแก้วอันใหญ่ฝังเข้ากับเนื้อลำแขนข้างซ้ายของเธอ สดายุรีบดึงเศษแก้วออกทันที ทำให้เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุด ความตกใจทำให้เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาใช้ห้ามเลือดให้เธอ เป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวที่เขาติดตัวตลอดเวลา

“กดห้ามเลือดก่อน แล้วค่อยทำแผลก็แล้วกัน” เขากดผ้าผืนเล็กปิดปากแผลอย่างเบามือ แต่พอขยับกายลุกขึ้นมือบางอีกข้างก็รั้งแขนเขาเอาไว้

“คุณยังเก็บมันไว้อีกเหรอคะ” เธอมองหน้าเขาผ่านม่านน้ำตาพลางมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นสลับกันไปมา สดายุไม่มีคำตอบให้เธอนอกจากความเงียบ เขาก้มลงช้อนอุ้มร่างบางลอยจากพื้น แล้วมุ่งหน้าเข้าไปข้างในห้องนอนวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม

“ฉันจะไปเอายามาทำแผลให้เธอ” เขาลุกไปหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลแล้วเดินกลับมานั่งบนเตียง นัยน์ตาคมมองสำรวจลำแขนทั้งสองข้างอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีบริเวณอื่นได้รับบาดเจ็บ เขาก็แกะผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออก ลงมือล้างแผลให้เธออย่างเบามือที่สุด เกรงว่าจะทำให้เธอเจ็บมากกว่าเดิม

ปรารถนามองเสี้ยวหน้าคมสันด้วยแววตาเปี่ยมรัก กริยานุ่มนวลอ่อนโยนทำให้หัวใจเธออิ่มเอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเองก็มองสำรวจใบหน้าอีกฝ่ายอย่างพินิจ ถึงได้รู้ว่าหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย นอกจากปานแดงดวงใหญ่บนแก้มซ้ายที่ลามไปถึงลำคอที่หายไป

“ขอบคุณมากค่ะพี่ดอม” หญิงสาวกล่าวพร้อมเรียกชื่อจริงของเขา

“อย่าเรียกฉันแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ! สดายุบอกเสียงห้วนอย่างไม่ชอบใจ ขณะเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ลงในกล่องปฐมพยาบาล พอเขาขยับตัวลุกเอาของไปเก็บฝ่ามือเล็กก็วางลงไหล่กว้าง

“คุณสดายุ...”

“พักผ่อนเถอะ ฉันอนุญาตให้เธอหยุดงานได้ตามต้องการ” เขาบอกเสียงเรียบ ประสานสายตากับเธอนิ่ง ไม่นานก็เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเสียเอง

“คุณคงเกลียดฉันมากใช่ไหมคะ ถึงได้ทำเหมือนกับฉันไม่มีชีวิต ไม่มีหัวใจ คุณอาจเห็นฉันเป็นเพียงที่รองรับตัณหาราคะของคุณ แต่ฉันกลับรู้สึกตรงกันข้ามกับคุณทุกอย่าง ทุกครั้งที่ฉันนอนกับคุณ กอดคุณ จูบคุณ ได้อยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของคุณ ฉันยอมรับว่ามีความสุขมาก”

“เลิกพูดได้แล้วปรารถนา ฉันไม่อยากฟัง!” สดายุตะคอกกลับ เกรงว่าตนจะใจอ่อนให้กับลูกสาวฆาตกร จนทำให้เสียงานใหญ่ที่อุตส่าห์วางแผนการเอาไว้มานานหลายปี

“ถึงแม้ว่าคุณจะเกลียดฉันมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่เคยเกลียดคุณเลย เพราะว่าฉัน...” ปรารถนาขยับกายเข้ามาใกล้ร่างใหญ่ ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ “ฉันรักคุณค่ะ”

คำบอกรักของปรารถนาทำเอาร่างใหญ่ถึงกับนิ่งงันราวถูกมนต์สะกด หัวใจเหมือนถูกกระชากออกจากร่าง ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเขากับเธอ เขาคิดว่าเธอคงทำไปเพราะความจำเป็นและฝืนใจตนเองมาตลอด ต่างกับเขาที่รักเธอมากขึ้นทุกวัน รักมากจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้น และกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ถ้าหากชีวิตของเขาขาดเธอไป เขาคงทนอยู่คนเดียวดายบนโลกนี้ไม่ได้

“ฉันรักคุณค่ะ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรกับฉัน แต่ฉันก็รักคุณ...” ใบหน้างามแนบกับแผ่นหลังกว้าง ทำให้เสื้อบริเวณนั้นเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ

ป่าน... คนใจร้ายครางเรียกเสียงแผ่ว ก่อนหันกลับมากอดกระชับร่างบางอย่างรักใคร่สุดหัวใจ กำแพงน้ำแข็งที่เขาพยายามก่อขึ้นกั้นกลางระหว่างสองหัวใจพังทลายลงทันที เขาอยากลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมผู้คนรอบกาย ลืมความแค้น ลืมอดีตที่แสนปวดร้าว อยากให้มีเพียงแค่เขากับเธอสองคนและรักอันบริสุทธิ์จากหัวใจสองดวงเท่านั้น

สดายุประคองใบหน้างามเปื้อนคราบน้ำตาเอาไว้ ก่อนก้มลงจูบซับน้ำตาบนพวงแก้มอย่างนุ่มนวลแล้วเลื่อนมาหาริมปากอิ่มที่กำลังเผยอน้อยๆ ราวกับว่ากำลังเชิญชวนให้เขาลิ้มลองความหวาน ดวงตาหวานหลับพริ้ม ตอบรับสัมผัสจากปากอุ่นด้วยความเต็มใจ เมื่อปลายลิ้นผ่านเข้ามาดื่มด่ำน้ำผึ้งหวานภายในอย่างอ่อนโยน ลิ้นเล็กตวัดหยอกเย้าตอบสนอง เรียกเสียงครางลึกในลำคอหนาด้วยความพึงพอใจ กระแสสวาทหวามไหวไหลกลบความเจ็บปวดของหัวใจสองดวงไปหมดสิ้นเหลือเพียงความปรารถนาแรงกล้าที่ปะทุขึ้นภายในกายของกันและกันเท่านั้น

เมื่อดื่มด่ำความหวานจากริมฝีปากอิ่มจนหนำใจ ปากของเขาก็เลื่อนลงไปตามแนวคาง เลาะเล็มผ่านลำคอระหงลงมาหาทรวงอกอวบงาม เพียงแค่อึดใจอาภรณ์ชั้นนอกก็หลุดร่วงไปกองข้างเตียงตามด้วยสองชิ้นสุดท้าย ปรารถนาปิดเปลือกตาลงด้วยความกระดาก เมื่อเรือนร่างเย้ายวนปรากฏอยู่ท่ามกลางแสงสว่างยามสายที่ลอดผ่านเข้ามาในห้อง สดายุมองเรือนร่างงดงามอย่างกระหายรัก แล้วปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออกด้วยมือไม้สั่นเทา ใบหน้างามแดงซ่านเมื่อสายตาประสานเข้ากับกล้ามเนื้อความเป็นชายชาตรี แต่เธอก็ไม่คิดจะเบือนหน้าหนี เธออยากใช้ร่างกาย หัวใจ และความรักปรนเปรอความสุขให้เขาอย่างเต็มที่ เผื่อความรักบริสุทธิ์จะทำให้เขาละเว้นโทษให้กับทุกคนได้

“สวยเหลือเกินป่าน เธอสวยทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจิตใจหรือร่างกายของเธอก็งดงามไม่แพ้กัน” ชายหนุ่มพร่ำชมเสียงออดอ้อนไม่ขาดปาก ก่อนประทับริมฝีปากอุ่นซ่านลงบนกลีบปากนุ่มอย่างกระหาย ฝ่ามือก็ฟอนเฟ้นทรวงอกงามสองข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้ากัน

ปรารถนายกแขนโอบรอบลำคอหนา จูบตอบจุมพิตของเขาอย่างเร่าร้อนหนักหน่วงไม่แพ้กัน ทรวงอกนุ่มเบียดเข้าหาแผงอกกว้าง รับรู้ได้ถึงเสียงเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจสองดวง ใบหน้างามแดงก่ำด้วยไฟพิศวาสแหงนหงายไปด้านหลัง ปลดปล่อยเสียงครางผะแผ่วกับความซ่านสยิว เธอสอดปลายนิ้วขยุ้มศีรษะได้รูปเอาไว้แน่น เมื่อเขาเคลื่อนใบหน้าลงไปหาทรวงอกอวบอิ่ม ครอบครองยอดอกสีหวานเข้าสู่อุ้งปากร้อนระอุ ดูดดึงหยอกเย้าสลับวนไปมาราวกับว่าอดอยากมานานแสนนาน

“ป่าน...” ชายหนุ่มครางเสียงแหบพร่า เรือนร่างบิดเกร็งอย่างทรมาน เมื่อความตึงเครียดอัดแน่นอยู่ในร่างกายจวนเจียนระเบิด ใบหน้าคมขมวดมุ่นเล็กน้อยเมื่อเธอขยับตัวเบี่ยงกายถอยห่าง ในขณะที่เขากำลังจะยกกายขึ้นประสานเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ

“ป่านอยากทำให้คุณมีความสุขบ้างค่ะ” ปรารถนากระซิบบอกเสียงกระเส่า แล้วผลักร่างใหญ่ให้นอนราบกับเตียง พลิกกายขึ้นมาเป็นฝ่ายทาบทับอยู่ด้านบนอย่างอาจหาญ

ปรารถนาสบนัยน์ตาคมอย่างมีความหมาย ก่อนจะเริ่มร่ายมนต์สวาทบนเรือนร่างกำยำ ริมฝีปากทำการสำรวจกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของชายชาตรี เรียกเสียงครางกระเส่าจากสดายุดังระงมไม่หยุด เลือดในกายหนุ่มเดือดพล่านแทบระเบิด เมื่อริมฝีปากอิ่มพาดผ่านหน้าท้องแน่นตึงต่ำลงไปสัมผัสแผ่วเบา ร่างใหญ่แทบดิ้นตายกับความซ่านสยิว แผ่นหลังเหยียดเกร็งกับความหฤหรรษ์จากปากน้อยๆ ที่กำลังปรนเปรอให้ไม่หยุด

เมื่อไม่สามารถต้านทานกระแสพิศวาสที่กำลังแตกซ่านอย่างรุนแรงอยู่ภายในได้ สดายุรีบพลิกกายมาทาบทับร่างงามเอาไว้ตลอดทั้งร่าง แทบไม่มีส่วนไหนที่ไม่สัมผัสถึงไอร้อนของกันและกัน ฝ่ามือหนาเลื่อนลงไปสำรวจกุหลาบเบ่งบานอีกครั้ง เมื่อเธอพร้อมยิ่งกว่าพร้อมสำหรับการเติมเต็ม เขาก็หยิบยื่นแรงปรารถนาส่งมอบให้ร่างงามที่กำลังเรียกร้องและรอคอย หล่อหลอมสองกายประสานเป็นเนื้อเดียวกันด้วยไฟพิศวาสอันเร่าร้อน ขับกล่อมเพลงรักด้วยท่วงทำนองหวานซึ้งตรึงอารมณ์ เพียงไม่นานเขาก็จับมือกันและกันทะยานสู่ดินแดนแห่งรักที่มีเพียงหัวใจรักกันเท่านั้นจะเดินทางมาถึงได้

พิศวาสแสนหวานผสานอ้อมกอดอบอุ่นสร้างความสุขล้ำให้หัวใจสองดวง จนไม่มีใครอยากถอยห่างออกจากกันแม้แต่วินาทีเดียว ใบหน้าคมสันกระตุกยิ้มก่อนก้มลงมาครอบครองทรวงอกอวบ ผ่อนคลายความตึงเครียดและอาการป่วนปั่นซ่านสยิวภายในร่างกาย ทำให้ปรารถนาร่ำร้องด้วยความต้องการเช่นกัน สดายุขยับกายที่ยังโอบกอดด้วยความนุ่มละมุนหยั่งเชิงเล็กน้อย เมื่อคนใต้ร่างขยับตามเขาก็ปล่อยเกลียวคลื่นแห่งรักสาดซัดสองร่างให้ดำดิ่งลงในกระแสธารแห่งพิศวาสอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...

“ป่านจ๋า...” เขาจูบซับเหงื่อเม็ดเล็กบนหน้าผากนูนสวย ก่อนเลื่อนลงมาจุมพิตเสียงหอบหายใจเนิ่นนาน กว่าจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระปรารถนาก็แทบขาดใจ ร่างกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น เมื่อลำแขนแข็งแรงโอบกอดร่างน้อยเอาไว้อย่างหวงแหน

“ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าคุณคิดยังไงกับฉัน คุณรักฉันเหมือนที่ฉันรักคุณหรือเปล่าคะ” ปรารถนาถามเสียงสั่นเครือ หวังในใจว่าคำตอบของเขาจะช่วยปลอบประโลมหัวใจดวงน้อยให้คลายความเจ็บปวด ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงความเงียบ

“ถ้ามันตอบยากคุณไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ แต่คุณสัญญาได้ไหมว่าจะเลิกทำร้ายคุณพ่อและพี่ๆ ของฉัน” ปรารถนาประทับจุมพิตหวานบนปากเข้มได้รูป ขณะที่สบตาเขาอย่างเว้าวอนและรอคอยคำตอบ

“ฉันเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า สิ่งที่เธอปรนเปรอให้กับฉันอย่างถึงอกถึงใจเมื่อครู่ เธอทำเพื่อครอบครัว แต่ไม่ได้ทำเพราะเธอรักฉันอย่างที่บอก”

“ไม่นะคะคุณสดายุ ฉันทำเพราะฉันรักคุณค่ะ แต่ฉันก็รักครอบครัวเหมือนกัน” ปรารถนาตอบตามความรู้สึก เธอรักเขาและรักมากที่สุดในชีวิต

“ฉันสัญญาอะไรกับเธอไม่ได้หรอกปรารถนา เธอรักครอบครัวของเธอ ฉันก็รักครอบครัวของฉันเหมือนกัน เธออย่าพยายามอีกเลยปรารถนา เพราะสิ่งที่นายโปดกทำกับครอบครัวของฉันมันยากเกินจะให้อภัย ฉันไม่มีวันปล่อยไว้แน่”

“ถึงจะชั่วจะเลวยังไง แต่เขาก็เป็นพ่อของฉัน คนใจร้าย คนผิดสัญญา ฉันเกลียดผู้ชายไม่มีหัวใจอย่างคุณ!” ปรารถนาประณามเขาทั้งน้ำตา ก่อนพลิกกายนอนหันหลังให้คนใจร้ายทันที เธอตัดสินใจบอกรักเขาและคิดว่าจะบอกเรื่องลูกในท้องด้วย เผื่อความรักมันจะช่วยลดไฟแค้นของเขาลงบ้าง แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะแก้แค้นพ่อและครอบครัวของเธอจนถึงที่สุด

สดายุขบกรามแน่นอย่างข่มใจ นัยน์ตาคมฉาบไปด้วยแววปวดร้าวมองแผ่นหลังขาวเนียนสะท้านไหวตามแรงสะอื้น เมื่อเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจต้องร้องไห้เสียน้ำตา เขาขยับเข้ามาโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ ริมฝีปากอุ่นพรมจูบเส้นผมนุ่มอย่างรักใคร่สุดหัวใจ ก่อนเรื่องราวในอดีตจะผ่านเข้ามาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง

พ่อ...พ่อครับ...’ เด็กชายวัยสิบสามร้องเสียงหลง เมื่อเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาเห็นน้องสาววัยหกขวบโอบกอดร่างไร้วิญญาณของบิดาที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางห้อง

‘เกิดอะไรขึ้นหนูเล็ก ทำไมพ่อ...’ เอ่ยถามได้แค่นั้นน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลรินอาบแก้ม ก่อนร่างเล็กจะถลาเข้าสู่อ้อมกอดของเขาพร้อมพร่ำรำพันเสียงสั่นเครือปริ่มขาดใจ

พี่ดอมขา...พ่อตายแล้ว...เขาฆ่าพ่อของเรา และจะฆ่าเราสองคนด้วย ฮือๆเด็กหญิงตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว เมื่อวินาทีที่เห็นกระสุนเจาะเข้ากะโหลกศีรษะของบิดานั้นยังติดตาของเธอแน่น

‘เราต้องหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!’ สิ้นคำนั้น แดเนียล อันเวส ก็ยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ศพของบิดาเพื่อให้น้องสาวได้มีลมหายใจต่อไป

ทุกคำพูด ทุกถ้อยคำ ทุกการกระทำของคนชั่วฝังลึกลงในหัวใจ และคอยตอกย้ำว่าวันหนึ่งเขาต้องกลับมาเอาคืนอย่างสาสม ใครที่เคยทำอะไรไว้มันต้องพินาศย่อยยับมอดไหม้เป็นจุณ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงเงาปรารถนามีครบทุกรส โหด หื่น ความรัก ความแค้น ดราม่า ซึ้งกินใจ ฝากเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ"

กัลวาร์/คีรีรมย์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha