เพลิงพ่ายรัก

โดย: อักษรามณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : บทที่ 1 เส้นทางขนาน


ตอนต่อไป

            ท่ามกลางความแออัดจอแจของการจราจรและผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา หญิงสาวในชุดแสกยาวกรอมเท้าผ้าป่านมัสลินสีน้ำเงินเข้มพาร่างบอบบางเดินไปตามทางเท้าอย่างเชื่องช้า ผมยาวดำขลับถูกรวบเป็นหางม้าอวดใบหน้าเนียนทว่าซีดราวกระดาษ ดวงตากลมโตคู่นั้นแลไปเบื้องหน้าแต่เหมือนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของเส้นทาง ริมฝีปากมีร่องรอยของลิปสติกสีอ่อนทอประกายเจือจาง นิ้วเรียวกุมสายสะพายกระเป๋าไว้แน่น

            “มีมี่.....คุณพูดอะไรออกมา......เรา.....เราเป็นแฟนกันนะ”

            เสียงทุ้มต่ำนั้นดังขึ้นในความคิด ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานชัดเจนอยู่ในภวังค์ของลักษมียิ่งนัก

            “แล้วมันจะสำคัญตรงไหนราช มีมี่จะบอกอะไรให้ จริง ๆ แล้วมีมี่ไม่ได้ปลื้มผู้ชายช่างฝันอย่างคุณ เราไม่มีอะไรเหมาะสมกันสักนิด”

            “คุณไม่เคยเป็นแบบนี้นะมีมี่ เกิดอะไรขึ้น คุณกำลังจะบอกอะไรผม”

            “ฉันแค่อยากจะบอกว่า ฉันเบื่อคุณ ฉันไม่ได้รักคุณอีกแล้ว ฟังนะราช ฉันแค่อยากลองคบกับคุณ แล้วฉันก็พบคำตอบว่าคุณไม่ใช่....แบบที่ฉันคาดหวัง”

            “แล้วคุณต้องเจอใครอีกซักกี่คนถึงจะเจออย่างที่คุณต้องการ”

            “ราช การที่เราต้องคบกับคน ๆ เดียวนาน ๆ มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเหน่าย มีมี่แค่อยากพบอะไรใหม่ ๆ ในชีวิต และอยากบอกคุณสั้น ๆ นะว่า...... เราเลิกกันเถอะ”

ประโยคสุดท้ายที่ทำให้คนฟังหน้าซีดเผือดในขณะที่คนพูดรู้สึกราวหัวใจตัวเองถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ หญิงสาวหยุดกึกพร้อม ๆ กับภาพที่อยู่ในหัวสลายไปกลับได้ยินเสียงแตรรถดังลั่นมาแทนที่ สติสัมปชัญญะถูกกระชากคืนมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองยืนจังงังอยู่กลางถนน

            “นี่คุณ!.....เดินแบบนี้โดนรถชนตายจะว่าไง!

            เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อม ๆ กับที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดกางเกงสแล็คเสื้อเชิ้ตสีขาวก้าวลงจากรถเก๋งด้านคนขับอย่างหัวเสีย ทว่าเมื่อร่างบางระหงที่เกือบถูกชนเมื่อครู่หันมาทำให้ชายหนุ่มผงะงันไปชั่วครู่ ใบหน้างดงามแต่ซูบซีดราวกระดาษ ดวงตาคู่นั้นมีน้ำรื้นและดูหม่นหมองยิ่ง

            “ขอโทษค่ะ...ฉันขอโทษ”

            “เดี๋ยวคุณ!!.....

ลักษมีวิ่งข้ามไปอีกฝั่งของถนนก่อนจะเดินลับหายไป

            “อะไรกันยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย”  ชายหนุ่มงงงันแต่ก็ต้องรีบก้าวฉับ ๆ กลับมาที่รถเก๋งคันใหญ่สีดำเป็นมันปลาบก่อนจะรีบสตาร์ทเครื่องอย่างว่องไว

            “แกขับรถเร็วหรือแม่สาวสวยคนนั้นเดินช้าวะ ราม” เสียงคนที่นั่งข้าง ๆ ถามอย่างขำ ๆ

            “ภูเก็ตนี่น้า.......ไม่ใช่เชียงใหม่  ไอ้พี”

รามส่ายหน้าดิกก่อนใช้มือบังคับเกียร์แล้วเหยียบคันเร่ง แม้รถเก๋งคันหรูจะเคลื่อนตัวออกจากที่นั่นนานแล้วแต่ในใจของชายหนุ่มยังคงกระหวัดคิดถึงใบหน้าหมดจดที่ดูหม่นหมองนั้น

            “คุณหญิงปารมีคงดีใจมากที่ลูกชายคนโตของท่าน นายราม  วิเศษณ์ธาดา    กลับมาช่วยดูแลรีสอร์ทหรูของท่านเสียที”  พีรพลเอ่ยขึ้นมากลบความเงียบภายในรถ

            “ฉันกลับมาดูหน้าเจ้าน้องชายของฉันต่างหาก”

            “นายราชน่ะเรอะ จะมาดูมันทำไม นี่ที่แกหายหัวไปอยู่เชียงใหม่หลายปีแล้วเพิ่งกลับมาเพราะคิดถึงน้องชายคนเดียวของแกเนี่ยนะ”

            “ถ้ามันสบายดีฉันคงไม่ห่วง” หยุดพูดสีหน้าครุ่นคิด “คุณแม่โทรไปหาฉันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว บอกว่ามันกินเหล้าทุกวันไม่เป็นอันทำงานทำงานทำการอะไร วัน ๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้อง”

            พีรพลชักสีหน้าสงสัย   “ฉันอยู่ที่นี่แต่ไม่ได้เจอน้องแกนานแล้ว มันมีปัญหาอะไรนักหนา เงินทองรึก็มีใช้สบาย แม่แกรึก็เป็นคนกว้างขวางของที่นี่”

            “เรื่องผู้หญิง” รามถอนหายใจยาวก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

            “มันถูกผู้หญิงบอกเลิก ผู้หญิงอะไรกันร้ายกาจ ใจดำเป็นที่สุด ทำให้ผู้ชายหัวหมุน ถ้าฉันเป็นเจ้าราชฉันต้องเอาคืนจากผู้หญิงคนนั้น”

            “พอดีว่าแกไม่ใช่น้องชายแก มันเลยมานั่งตีอกชกตัวจะเป็นจะตาย เดี๋ยวไปถึงบ้านแกพี่พีคนนี้จะบอกเองว่าน้องราชจะเศร้าโศกาไปใย ผู้หญิงนั้นไซร้ มีมากกว่าฝูงลิง”

            “แกต้องได้บอกแน่......นี่ไง.....ถึงแล้ว”

รามพูดก่อนจะหักพวงมาลัยพารถเข้าไปจอดหน้าประตูรั้วที่กั้นกลางระหว่างถนนภายนอกและตัวบ้านหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นในรูปแบบบาหลี ชายหนุ่มต้องประหลาดใจที่บีบแตรหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เห็นเงาใครสักคน

            “ทำไมบ้านแกเงียบจังวะราม นี่เพิ่งบ่ายสามเอง”

พีรพลพลพลิกข้อมือดูนาฬิกาแล้วหันไปมองเพื่อนเห็นเพียงเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่จ้องตรงไปข้างหน้าอย่างใช้ความคิด สักครู่ก็มีใครคนหนึ่งพาร่างอวบท้วมในชุดเสื้อคอบัวสีอ่อนตัดกับผ้าถุงลายดอกฉูดฉาดพลางเดินพลางวิ่งออกมาชะเง้อที่ร่องลายฉลุประตูรั้วก่อนจะเปิดประตูบานเล็กที่รั้วบ้านออกมา

            “คุณราม!!....

            เจ้าของเสียงแหบโหยวิ่งออกมาในขณะที่ชายหนุ่มผลักประตูรถออก ทันที่ที่ร่างสูงใหญ่ลงมาจากตัวรถร่างอวบของหญิงวัยกลางคนก็รีบโผเข้ากอดทันที

            “คุณราม โอ!......คุณรามของปีบ คุณรามมาเมื่อไหร่ ปีบดีใจที่สุดเลย”

            “แม่ปีบ....ผมเพิ่งกลับมาถึงเมื่อครู่นี้เอง โอย...แม่ปีบอย่ากอดผมแน่น ผมก็ดีใจที่เจอแม่ปีบเป็นคนแรก” รามกอดตอบหญิงวัยกลางคนอย่างรักใคร่พลางชะเง้อหน้ามองเลยเข้าไปหลังรั้วอัลลอย

            “นี่แม่ปีบดีใจมากจนใจคอจะให้คนไกลยืนตากแดดคอยตรงนี้หรือไง แล้วคนอื่นล่ะ คุณแม่....เจ้าราช.....”

            ทันทีที่แม่ปีบเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกของชายหนุ่ม เขาต้องชะงักไปชั่วขณะด้วยใบหน้าอวบอูมนั้นนองไปด้วยน้ำตา

            “แม่ปีบเป็นอะไร.....ร้องไห้ทำไม มีอะไรบอกผมสิครับ”

อีกฝ่ายถอนสะอื้นก่อนจะเอ่ย  “คุณราชค่ะ คุณราชกินยานอนหลับเกินขนาด ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล คุณหญิงท่านเป็นลมไปหลายรอบแล้ว คุณรามรีบตามไปดูก่อนเถิดค่ะ คุณพระคุณเจ้า......ขออย่าให้คุณราชเป็นอะไรไปเลย”

ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันที รามขบกรามแน่นสีหน้าเครียดเข้ม

            “ว่าไงวะราม.....มีอะไรรึเปล่า?”   พีรพลตะโกนถามมาจากในรถ รามละล้าละหลังมองแม่ปีบซึ่งเป็นแม่นมที่เคยเลี้ยงดูมาแต่เล็กอย่างชั่งใจ

            “คุณรามไปโรงพยาบาลนะคะ ไม่ต้องห่วงปีบ รีบไปดูแลคุณหญิง”

แม่ปีบสะอื้นไห้พลางละล่ำละลักให้รามรีบไป ชายหนุ่มผละจากหญิงวัยกลางคนกลับเข้าไปในรถ

            “มีอะไรกัน นั่นแม่นมปีบเขาดีใจที่แกกลับมาถึงกับร่ำไห้ขนาดนั้นเชียวหรือวะ”

            “เจ้าราชกินยานอนหลับเกินขนาด ตอนนี้มันอยู่โรงพยาบาล ฉันต้องรีบไปดูมันก่อน... นี่มันอะไรกันวะ! เมื่อกี๊เกือบจะขับรถชนคน นี่มาถึงบ้านไม่ทันได้เข้าบ้านก็มีเรื่องอีกแล้ว”

รามสบถอย่างหัวเสียรีบถอยรถแล้วบึ่งออกไปทิ้งแม่ปีบยืนร่ำไห้อยู่ข้างหลัง

            “อย่าบอกนะเพื่อน ว่าที่มันกินยาตายเพราะว่า........”

เสียงของพีรพลขาดหายไปในลำคอ ในเวลาเช่นนี้อะไรจะดีไปกว่าความเงียบและได้แต่มองมือหนาใหญ่ของเพื่อนรักที่กุมพวงมาลัยไว้แน่น เส้นทางที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้าราวจะยืดยาวไปไม่สิ้นสุด หัวใจของรามเต้นแรงขึ้น ๆ ทุกขณะ น้องจะเป็นเช่นเช่นไรบ้าง ทำไมถึงได้คิดสั้นแบบนี้ คำถามที่ไม่มีคำตอบวนเวียนไปมาอยู่ในหัวตลอดเวลา ชายหนุ่มเร่งความเร็ว แต่ยิ่งเร็วมากเท่าไดหัวใจก็ยิ่งหวั่นหวาดมากเท่านั้น แสงแดดแผดแรงในยามนี้ก็คงไม่ร้อนเท่าสิ่งที่ปะทุอยู่ภายใน

            “พี่.....ตอนนี้ผมเจอคนที่ใช่แล้วนะ”   แวบหนึ่งในความคิดนั้นได้ยินเสียงของน้องชายทางโทรศัพท์ชัดเจน

            “ผมไม่เคยรักใครเลยนะพี่ นี่เป็นรักแรกของผมจริง ๆ เธอสวย ฉลาด อบอุ่น ผมอยากใช้ชีวิตกับเธอจริง ๆ เสียดายที่ตอนนี้พี่อยู่เชียงใหม่ ถ้าพี่อยู่กับผมที่นี่ผมจะพาเธอมารู้จักกับพี่”

            แม้ไม่เห็นหน้ารามก็ยังนึกออกว่าน้องชายจริงจังมากแค่ไหนกับความรักครั้งนี้ ราชเป็นน้องชายคนเดียวของราม ทั้งคู่เป็นบุตรชายของคุณหญิงปารมี อยู่ในตระกูลวิเศษณ์ธาดาที่ร่ำรวยมหาศาล บิดานั้นจากเขาไปตั้งแต่วัยเยาว์ มารดาของทั้งสองย้ายครอบครัวจากเชียงใหม่มาตั้งรกรากอยู่ที่ภูเก็ต คุณหญิงปารมีใช้เงินส่วนหนึ่งเปิดรีสอร์ตหรูริมทะเลเป็นที่รู้จักกันดีในนาม ดิย่ารีสอร์ท 

รามและราชมีนิสัยแตกต่างกันมากแม้จะมีหน้าตาละม้ายคล้ายกัน พี่ชายเป็นคนแข็งกร้าวไม่ยอมคนในขณะที่น้องชายเยียบเย็นและช่างฝัน รามไม่ปรารถนาให้ใครมองเห็นความสำเร็จของตนภายใต้เงื้อมเงาของมารดาจึงปลีกวิเวกไปบุกเบิกรีสอร์ตของตนเองที่เชียงใหม่เพียงลำพัง เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี อัคนีรีสอร์ตของชายหนุ่มวัยสามสิบก็กลายเป็นรีสอร์ตในหุบเขาที่มีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่ารีสอร์ตริมทะเลของมารดา

หลายปีแล้วที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมสันไม่ได้กลับบ้าน จังหวะชีวิตนั้นไม่หวือหวาอย่างคนเมืองด้วยอยู่กลางป่ากลางเขาแม้สตรีใดไม่เคยข้องแวะ ความแวดล้อมเช่นนี้เองได้หล่อหลอมให้บุตรชายคนหัวปีของคุณหญิงปารมีกลายเป็นคนเย็นชาและดุดันเพราะจุดมุ่งหมายในชีวิตของราม วิเศษณ์ธาดาคืองานและงานเท่านั้น

            “ความรักทำให้คนดีเป็นคนบ้า ตาสว่างก็มืดบอด คนเป็นก็กลายเป็นคนตาย เจ้าราชมันอ่อนแอ มันยอมให้ความหลอกลวงนั่นมามีอำนาจเหนือมัน ฉันคนหนึ่งจะไม่มีวันให้สิ่งบังตามาทำให้ฉันอ่อนแอเช่นนั้น ฉันจะไม่มีวันทุ่มเทความรักให้ใครจนไม่เหลืออะไรไว้ให้ตัวเองเด็ดขาด”

            ไม่นานก็เห็นป้ายโรงพยาบาลอยู่ลิบ ๆ แม้ภายนอกที่ดูเข้มแข็งของรามจะทำให้ดูเหมือนว่าเขาไม่หวาดหวั่นสักแค่ไหน แต่หัวใจนั้นกลับร้อนรนทั้งยังกังวลหนักหนา หากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่เขาต้องเป็นห่วงมากที่สุดคือคุณหญิงปารมีมารดาของเขาเองเพราะหลังจากที่บิดาได้จากไปแล้ว ในชีวิตของคุณหญิงก็เหลือเพียงเขาและน้องชายเท่านั้น

            “ราม.....รามลูกแม่ รามกลับมาแล้วหรือลูก”

            เสียงหอบโหยของคุณหญิงดังขึ้นทันทีที่บุตรชายคนโตมาถึงหน้าห้อง ไอ.ซี.ยู. ที่ตนเองนั่งรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ หญิงวัยกลางคนอยู่ในชุดคาฟทานสีสด แม้อายุจะมากแล้วแต่ผิวพรรณก็ยังผุดผ่องอยู่บนเรือนร่างที่ยังบอบบาง ใบหน้าที่มีริ้วรอยแต่ยังคงมีเค้าความงามหลงเหลืออยู่ ผมดำขลับถูกรวบเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นเพชรอันน้อย คุณหญิงรีบถลาเข้าสู่อ้อมแขนของบุตรชายราวกับว่านี่เป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย

            “รามลูกแม่....ตาราช...ตาราช....”                                                                  

            หญิงวัยกลางคนสะอื้นไห้ตัวโยนพูดพลางสะอื้นฮักก่อนจะใช้นิ้วเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดใหญ่หลายวงประคองใบหน้าบุตรชายไว้คล้ายกลัวว่าสิ่งมีค่านี้จะหลุดหายไป

            “รามกลับมาอยู่กับแม่นะลูก รามไม่ต้องกลับเชียงใหม่แล้ว ถ้าตาราชเป็นอะไรไปแม่จะอยู่กับใคร”

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณแม่อย่ากังวล ราชจะปลอดภัย ผมอยู่ที่นี่แล้ว ผมจะอยู่กับคุณแม่” ชายหนุ่มปลอบประโลมมารดา สักครู่จึงเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ด้านหลังคุณหญิงปารมี

            “สวัสดีครับ.......คุณราม”   เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดสูทผ้าไหมสีเทาเอ่ยทักทายอย่างอ่อนน้อม ใบหน้าเรียวและดูสะอาดสะอ้านเจือรอยยิ้มละมัย

            “ผมเทวาครับ เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคุณหญิงปารมี”

รามก้มศีรษะลงพร้อมยิ้มให้เป็นการตอบรับก่อนจะหันกลับมาทางมารดา

            “เทวาเป็นหลานแม่ปีบ แม่ส่งให้เขาเรียนจนจบกฎหมาย ตอนนี้เขาเลยกลับมาช่วยงานแม่ ตอนพาตาราชมาส่งโรงพยาบาลเขาก็เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง”

            “เกิดอะไรขึ้นครับแม่ ทำไมราชมันทำอย่างนี้”

สิ้นคำถามคุณหญิงจึงเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย ในแววตานั้นมีแววขึ้งเคียดและเจ็บปวด

            “ผู้หญิงคนนั้น.......ราม........ผู้หญิงคนนั้นทำให้น้องคิดค่าตัวตาย ผู้หญิงที่ชื่อลักษมี......ลักษมี เศรษฐกร  เขาทำร้ายตาราช ผู้หญิงที่ร้ายกาจ เห็นแก่ตัว แม่เกลียดเขาลูก!.......แม่เกลียดเขา!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ความผิดหวังรุนแรงจากความรักของน้องชายกลับกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความแค้นที่เขาจะดับมันลงได้ด้วยการชดใช้ของเธอผู้นั้น"

อักษรามณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha