เพลิงพ่ายรัก

โดย: อักษรามณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : บทที่ 3 หนี้ที่ต้องชดใช้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แม่ครับ....แม่กลับไปพักผ่อนเถอะครับ แม่เฝ้าเจ้าราชมาทั้งคืนแล้ว”

            เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับที่นิ้วแข็งแรงเอื้อมไปแตะร่างที่หลับอยู่บนโซฟาในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเบา ๆ คุณหญิงปารมีค่อย ๆ ลืมตาที่บวมเป่งขึ้นพบว่ารามในชุดเสื้อคอวีกางเกงเดนิมเข้ามานั่งอยู่ข้าง ๆ ถัดไปเป็นเทวาซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยโดยร่างของบุตรชายคนเล็กนอนทอดยาวอยู่ท่ามกลางสายน้ำเกลือระโยงระยาง คุณหญิงค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นทั้งที่ยังมึนงงโดยมีบุตรชายคนโตคอยช่วยประคอง

            “แม่ยังกลับไม่ได้ราม น้องยังไม่ฟื้นแบบนี้แม่ก็ยังไม่หมดห่วง”

            ใบหน้าที่มีริ้วรอยนั้นซีดหมอง ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความสะท้อนใจ

            “แม่กลับบ้านเถอะนะครับ ผมจะอยู่เฝ้าเจ้าราชเอง คุณแม่จะได้พักผ่อนเต็มที่”

            “ราม....น้องน่ะแม่ดูแลเองได้ แต่แม่มีงานให้รามทำ รามต้องไปกับคุณเทวาที่อชันตารีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่กำลังจะเปิดใหม่ แต่แม่ไม่ได้ใช้ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ แม่ตั้งใจจะให้ตาราชเข้าไปดูแล แต่ตาราชเป็นแบบนี้รามต้องไปดูแลให้น้อง เพราะตอนนี้งานเสร็จไปเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”

            “แม่ครับ ผมยังมีรีสอร์ทที่เชียงใหม่ต้องดูแล แล้วถ้าผมมาอยู่ที่นี่นาน ๆ ลูกน้องผมจะอยู่ยังไง”

            “ไม่รู้ล่ะ....แกต้องมาดูแลที่นี่ ที่เชียงใหม่แม่จะส่งคนไปแทน เวลาแบบนี้แกจะทอดทิ้งแม่กับน้องไปได้ยังไง”

            คุณหญิงตัดพ้อด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดจนคนฟังรู้สึกอ่อนใจ ชายหนุ่มทำท่าคิดหนักหันไปมองเทวาผู้ช่วยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเห็นอีกฝ่ายกรอกตาไปมาเชิงว่าให้ตามน้ำไปก่อนจึงได้ถอนใจยาวก่อนตอบไปว่า

            “คุณแม่อย่าโกรธซีครับ....โอเค...โอเค...แต่จนกว่าเจ้าราชจะหายดีนะ มันลุกขึ้นมาทำงานได้เมื่อไหร่ ผมจะกลับเชียงใหม่ทันที”

            รอยยิ้มน้อย ๆ แต้มอยู่บนริมฝีปากของคุณหญิงก่อนจะเอื้อมมือไปลูบใบหน้าคมสันของบุตรชายอย่างรักใคร่

“วันนี้แม่จะให้แกเริ่มงานเลย ขาดเหลืออะไรให้บอกเทวา เขาเก่งมาก ช่วยแม่ได้ทุกเรื่อง แม่ให้เขาเป็นผู้ช่วยแกก็แล้วกัน”

            รามยิ้มฝืดเฝื่อน แม้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดมารดาอย่างน้องชายแต่เขาก็รู้ว่าคุณหญิงปารมีเป็นคนเช่นไร หลายปีที่ผ่านมาผู้หญิงที่ตนเรียกว่าแม่ไม่เคยคิดจะหาใครมาแทนที่บิดา ทั้งยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่หลายคนมองว่าอาจไม่จำเป็นสำหรับคนที่มีเงินกินใช้ชาตินี้ไม่หมด ความมุ่งมั่น เด็ดขาด และเด็ดเดี่ยวนี่เองที่ถ่ายทอดผ่านทางสายเลือดสู่ผู้เป็นลูก ทว่าส่วนหนึ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตของรามโดยที่ชายหนุ่มมิเคยสำเหนียกเลยคือความอ่อนโยนซึ่งคนอย่างเขามองว่าเป็นความอ่อนแอและเป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจในการทำงานยิ่ง

            ชายหนุ่มหันไปที่เตียงคนไข้ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ ร่างที่นอนหลับใหลอยู่ยังไม่มีทีท่าจะไหวติง รามพินิจดูน้องชายคนเดียวอย่างครุ่นคิด แดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามากระทบร่างที่นอนนิ่ง แสงอ่อนไล้ไปบนใบหน้าคมสัน ดวงตาคู่นั้นยังคงปิดสนิทราวสำนึกทั้งมวลยังทิ้งดิ่งอยู่ในห้วงฝัน จมูกโด่งและริมฝีปากหนาที่เผยอน้อย ๆ ไหวระริกเป็นบางครา ราชมีหลายอย่างที่คล้ายกันกับพี่ชายไม่ว่าจะเป็นรูปร่างสูงใหญ่ เค้าโครงใบหน้าคมเข้ม เรือนผมดำขลับ ผิดกันแต่เรื่องของนิสัยใจคอที่ตรงข้ามกับรามแทบทุกอย่าง

            “ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้น ตาราชคงไม่เสียคนแบบนี้ ที่ตาราชมันจะเป็นจะตายก็เพราะผู้หญิงคนนั้นน่ะเห็นแก่เงิน มีผู้ชายไม่เลือกหน้า แม่ไม่อยากให้ตาราชต้องถูกคนแบบนั้นปอกลอก รู้มั๊ย....แค่แม่ลองใจมัน ให้เงินล่อมันขี้คร้านตีปีกพั่บ ๆ มาบอกเลิกตาราช คนเราชาดมันจะดีสีก็แดงเอง ก้อนกรวดก้อนทรายใครจะโง่เอามาเป็นเครื่องประดับ ผู้หญิงพรรณอย่างนั้นไม่มีวันเป็นแม่ของลูกได้”

            คำพูดของคุณหญิงดั่งน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ไฟพยาบาทคุโชนอยู่ในหัวใจของชายหนุ่ม วันหนึ่งผู้หญิงโสมมคนนั้นต้องชดใช้!

            “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปที่รีสอร์ทเลย จะให้ไปรับแม่ปีบมาอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ”

            “คงไม่ต้อง ที่บ้านไม่มีใคร ให้เขาดูแลบ้านไปเถอะ”

รามก้มลงประทับจุมพิตบนหน้าผากของมารดาแผ่วเบา  “เสร็จแล้วผมจะรีบมา”  กล่าวจบชายหนุ่มก็ก้าวยาว ๆ ออกจากห้องไป คุณหญิงปรายตามองตามเทวาที่ทำท่าจะเดินตามออกไปอย่างมีความหมาย

            “ฉันอาจทำในสิ่งที่ผิดนะเทวา”

เทวามองหน้าหญิงวัยกลางคนและรับฟังด้วยความสงบ เสี้ยวหน้านั้นเจือด้วยรอยยิ้มอำมหิต

            “มันอาจจะผิดแผนไปมาก แต่เชื่อเถอะ ถ้ามันจะคุ้มกับการที่ฉันไม่ต้องสูญเสียลูกชายไป ฉันก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดี”

            แสงแดดยามสายค่อย ๆ แผดแรงขึ้นในขณะที่รถเก๋งสีดำคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวเลียบไปตามถนนที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวไหล่เขา แมกไม้ขึ้นตามข้างทางไหวลู่ไปตามแรงลมพัดมาจากชายหาดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับแนวถนน นานแล้วที่รามไม่ได้เห็นความงดงามของท้องทะเลอันดามัน ผืนน้ำสีเขียวส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดดราวมรกตยามต้องแสงไฟ หาดทรายสีขาวทอดยาวเข้าหาเกลียวคลื่นเล็ก ๆ ที่ม้วนตัวเข้ามาเล่นล้อคราวแล้วคราวเล่ามิรู้จักจบสิ้น

            “เทวา...คุณพอจะรู้เรื่องน้องชายของผมกับผู้หญิงคนนั้นบ้างไหม”

คำถามของชายหนุ่มทำให้อีกฝ่ายที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับชะงักไปชั่วครู่

            “ผมไม่อยากถามคุณแม่ ไม่อยากให้ท่านพูดเรื่องที่ทำให้ท่านไม่สบายใจอีก คุณเป็นคนสนิทของท่าน ผมคิดว่าคงไม่ผิดถ้าจะถามคุณเรื่องนี้”

            “ผู้หญิงคนนั้น.....เท่าที่ผมทราบเธอเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของดิยารีสอร์ท ตอนนั้นผมต้องคอยติดตามช่วยงานคุณหญิงอยู่ข้างนอก ต้องขอประทานโทษคุณรามด้วยครับที่ผมไม่ค่อยทราบรายละเอียดมากนัก ทราบเพียงแต่ว่าเธอคบอยู่กับคุณราชได้ประมาณสามสี่เดือน หลังจากนั้น เธอก็ลาออก แล้วคุณราชก็กินยานอนหลับเกินขนาด”

            สายตาของเทวาหรุบต่ำลง ชายหนุ่มกลืนน้ำลายราวกับจะกลืนเก็บเอาเหตุการณ์บางอย่างกลับเข้าไปด้วย เหตุการณ์ที่คุณหญิงปารมีไปหามารดาของผู้หญิงคนนั้นเพื่อใช้เงินจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนมีเงินแลกกับความพึงพอใจกับการที่ไม่ต้องเสียของรัก เหตุการณ์ที่เขาเดินทางไปพร้อมกับนายของเขาแต่เลือกที่จะคอยฟังอยู่ห่าง ๆ และรับรู้ว่าความยุ่งยากทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากทิฐิและหัวใจที่ไม่เปิดกว้างของคุณหญิงปารมี นายผู้มีพระคุณส่งเสียให้ได้เรียนจนจบกฎหมายเพื่อกลับมารับใช้ท่านอีกด้วยความเต็มใจ และในเวลานี้เช่นกันเทวาเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่จะสร้างความร้าวฉานแก่คนในครอบครัวของผู้มีบุญคุณ เลือกที่จะกตัญญูทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดอย่างมหันต์

            “ถึงแล้วครับ คุณราม..นั่นไงครับ อชันตารีสอร์ท”

            เทวาตัดบทด้วยการชี้ให้รามมองไปยังสิ่งก่อสร้างที่ซ่อนตัวอยู่หลังแมกไม้บนเนินเขาเบื้องหน้า ทางเข้ารีสอร์ทมีป้ายหินแกรนิตขนาดใหญ่ตระหง่านอยู่ พื้นทรายถูกตัดทับด้วยคอนกรีตทอดตัวเป็นทางเข้าไปสู่ที่พักผ่อนแสนหรูหราชื่อว่า อชันตารีสอร์ท ตลอดทางเข้าถูกประดับตกแต่งด้วยต้นปาล์มต้นเตี้ย ๆ ลีลาวดีและไม้หายาก แลไปยังเรือนรับรองแต่ละหลังได้รับการออกแบบสไตล์บาหลี พื้นที่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทั้งบนหาดทรายและบริเวณเนินเขา เรือนไม้สักแต่ละหลังกลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบ ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของแขกทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ดูช่างเป็นรีสอร์ตหรูหราสำหรับแขกกระเป๋าหนัก รถคันใหญ่สีดำเข้าไปจอดเทียบบริเวณหน้าอาคารไม้ที่จัดไว้สำหรับรับรองนักท่องเที่ยว แม้จะยังไม่เปิดให้บริการแต่ก็มีพนักงานบางส่วนมาทำงานกันบ้างแล้ว เมื่อลงจากรถรามสัมผัสได้ถึงสายลมอ่อน ๆ ที่พัดเอากลิ่นทรายและน้ำทะเลมาแตะจมูก ชายหนุ่มหันไปมองรอบ ๆ มีรูปแกะสลักแบบอินเดียเรียงรายอยู่ก็ให้นึกสงสัย

            “ทำไมคุณแม่ตั้งชื่อที่นี่ว่าอชันตารีสอร์ต”

            “เมื่อสามปีที่แล้วคุณหญิงเดินทางไปอินเดีย ท่านไปเที่ยวตามพุทธศาสนสถานโบราณ เห็นว่าท่านประทับใจแคว้นมหาราษฏระ เมืองออรังกบาดมาก ท่านมีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชมถ้ำอชันตาบนที่ราบสูงเดคกัน เป็นถ้ำที่มีสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่มากเลยเก็บความประทับใจกลับมาที่นี่ และตั้งชื่อรีสอร์ทแห่งนี้ตามชื่อถ้ำอชันตา”

เทวาอธิบายให้ฟังอย่างลื่นไหล  “รีสอร์ทแบ่งออกเป็นสองโซนคือริมหาด เป็นโซนสปา มีห้องสปาห้าห้อง และเรือนพักบนเนินเขา ท่านอยากให้ออกแบบบาหลีแต่ตกแต่งด้วยภาพสีน้ำแบบเฟรสโกอย่างที่อชันตา อาจแตกต่างแต่ก็ดูกลมกลืน  อืม....ผมขอเชิญคุณรามไปดูห้องทำงานดีกว่าครับ พอดีจะให้ดูใบสมัครของพนักงาน ผมเปิดรับเลขานุการให้คุณด้วยหนึ่งตำแหน่ง เพราะเดือนหน้าเราจะจัดงานเปิดตัวอชันตาอย่างเป็นทางการ”

            เทวาเดินนำหน้าผู้ที่จะมาบริหารรีสอร์ทไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของอาคารที่ใช้รับรองแขก ทางเดินนั้นตรงไปยังเรือนไม้หลังเล็กหันหน้าออกสู่ชายหาด เป็นเรือนไม้สักกรุด้วยกระจกติดฟิล์มสีดำสนิทโดยรอบ เทวาล้วงกุญแจในกระเป๋ากางเกงเพื่อใช้ไขลูกบิดก่อนจะค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปด้านใน

            “นี่เป็นห้องทำงานของคุณครับคุณราม”

            ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปด้านในตามคำเชื้อเชิญ ภายในเป็นห้องที่ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากห้องทำงานทั่วไป มีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ติดกับกระจกด้านหนึ่ง ตู้เอกสาร ชั้นวางหนังสือ โซฟารับแขกเป็นไม้แกะสลักแบบโบราณ และ...ภาพสีน้ำใส่กรอบไม้วางซ้อนอยู่ที่มุมห้องราวไม่มีใครใส่ใจ รามทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานอย่างเนือย ๆ

            “ใบสมัครอยู่บนโต๊ะครับ ถ้ามีอะไรผมอยู่ที่โอเปอเรเตอร์ด้านนอก เชิญคุณรามตามสบาย”

            ทันทีที่ประตูปิดลงชายหนุ่มถึงกับถอนใจยาว พิงเก้าอี้แหงานหน้ามองเพดาน สักพักจึงหยิบกองกระดาษที่วางซ้อนกันบนโต๊ะมาดูอย่างไม่ตั้งใจนัก เป็นใบสมัครงานติดรูปถ่ายและชื่อผู้สมัครใบแล้วใบเล่าที่ผ่านตาไป จวบจนใบสุดท้าย เป็นใบหน้าที่เขายังจำได้ติดตาเมื่อวานนี้....กลางถนน

            นางสาวลักษมี  เศรษฐกร

            มือของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย ดวงตาที่จ้องมองกระดาษแผ่นนั้นแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่ชิงชังยิ่งนัก คงเป็นเวรกรรมที่ผู้ก่อมิอาจหนีพ้น ผู้หญิงที่ทำร้ายน้องชายปางตายจึงต้องหลุดเข้ามาอยู่ในวังวนของความพยาบาทอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง หากมิใช่ความบังเอิญ ฟ้าคงมีตาไม่เข้าข้างผู้ที่เป็นฝ่ายกระทำข้างเดียว ริมฝีปากนั้นเหยียดออกอย่างเหี้ยมเกรียม ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าใครสมควรได้รับตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่จะมารับผิดชอบงานให้เขาได้ ชายหนุ่มเก็บใบสมัครส่วนที่เหลือไว้ในลิ้นชักชั้นล่างสุด มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะต้องได้รับตำแหน่งนี้ รามเอื้อมมือไปกดปุ่มโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว

            “เทวา.....เข้ามาหาผมหน่อย”

            กริ๊ง.....กริ๊ง.....

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนเช้าที่อากาศมืดครึ้ม ลักษมีจำต้องวางมือจากงานในครัวแล้วรีบวิ่งออกมารับอย่างรีบร้อน

            “สวัสดีค่ะ บ้านแม่มิ่งขวัญค่ะ”

            “สวัสดีครับ ผมเทวาโทรมาจากอชันตารีสอร์ท ขอเรียนสายคุณลักษมี เศรษฐกรครับ”

เสียงตามสายสร้างความประหลาดใจให้หญิงสาวไม่น้อยก่อนจะตอบว่า “ลักษมีรับสายค่ะ ไม่ทราบว่า.....”

            “สวัสดีครับคุณลักษมี ผมโทรมาเพื่อนัดสัมภาษณ์คุณวันนี้สิบโมงเช้า ไม่ทราบว่าคุณลักษมีสะดวกหรือไม่ครับ”

ลักษมีอึ้งไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบตอบรับ “ค่ะ...ค่ะ....ได้ค่ะ”

แม้เสียงสัญญาณของอีกฝ่ายขาดหายไปแล้วแต่หญิงสาวยังคงกำหูโทรศัพท์ไว้แน่น สองสัปดาห์แล้วที่เธอทิ้งใบสมัครไว้ตามที่ต่าง ๆ  อชันตาเป็นที่แรกที่ตอบกลับให้เธอไปสัมภาษณ์ แต่ดูเหมือนเป็นการสัมภาษณ์ที่รีบร้อนเหลือเกิน ในดวงตาเศร้ามีแววแห่งความยินดีวาบขึ้นมาชั่วขณะก่อนที่มันจะถูกกลืนหายไปในความหม่นหมองที่ทับถมหัวใจวยามนี้ แม้จะเฝ้าเพียรกล่อมตัวเองว่าเธอลืม ผู้ชายคนนั้นได้แล้วนับพันหน ทว่าก็อดที่จะคิดมิได้เลยว่าเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นปลายสายอาจจะเป็น ราช ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

            “ใครโทรมาน่ะ มีมี่”

            “อชันตารีสอร์ทค่ะ เขานัดไปสัมภาษณ์วันนี้เลย .....แม่!!!

            หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อหันไปพบกับภาพที่มารดาทรุดฮวบลงที่ประตู ลักษมีรีบถลาเข้าไปประคองหญิงวัยกลางคนด้วยความตกใจสุดขีด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ความผิดหวังรุนแรงจากความรักของน้องชายกลับกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความแค้นที่เขาจะดับมันลงได้ด้วยการชดใช้ของเธอผู้นั้น"

อักษรามณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha