เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน 18+ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก) -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ตอนที่2.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 2.

            หญิงสาวสวยในชุดนอนกางกางขาสั้นกุดเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน มือเรียวเสยผมสั้นบอบของตัวเองแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ว่าง รินรดาเงยหน้าจากกระเช้าของขวัญที่กำลังจัดอยู่มองมาติกาที่เพิ่งตื่นเอาเที่ยงวัน

                “ทำอะไรเหรอ” มาติกาถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

                “เตรียมกระเช้าของขวัญค่ะ” รินรดาตอบทั้งที่มือก็ยังยุ่งอยู่ “รินเอากระเช้าเก่าที่เราเคยได้ตอนปีใหม่มาจัดใหม่ค่ะ จะเอาไปเยี่ยมคุณหญิงเพ็ญแขที่โรงพยาบาลค่ะ”

                “เมื่อกี้รินว่าอะไรนะ”  คราวนี้เป็นเสียงคุณแพรวามารดาของมาติกาที่เดินมาจากมุมหนึ่งของบ้าน เธอแทบไม่เคยแตะงานบ้านเลยตั้งแต่รินรดาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่

                “คุณหญิงเพ็ญแขผ่าตัดไส้ติ่งค่ะ” รินรดาผูกโบว์เสร็จเรียบร้อย จริงๆ เธอก็ไม่ค่อยรู้จักคนในแวดวงไฮโซหรอก แต่ว่าบางคนก็ทำธุรกิจเกี่ยวเดียวกันเธอเลยต้องสานสัมพันธ์เอาไว้  ลูกค้ารายอื่นๆ เธอก็ใส่ใจเช่นกัน  รินรดามีวิธีประหยัดโดยการเอากระเช้าของขวัญปีใหม่ที่ได้มาเก็บรักษาอย่างดี ส่วนของใส่กระเช้านั้นเธอก็เลือกจากที่เคยได้รับมา บางชิ้นเป็นผ้าขาวม้าสีสันสดใส บางชิ้นเป็นเครื่องแก้วลายสวย บางชิ้นก็เป็นตุ๊กตาที่ระลึก เธอจะทำบัญชีไว้ว่าได้รับอะไรจากใครมา และถึงเวลาก็เวียนของแจกจ่ายกันไป              ทำให้เธอประหยัดเงินไปได้เยอะเชียว

                “แล้วทำไมไม่บอกกันล่ะ”  คุณแพรวาทำน้ำเสียงไม่พอใจ “จะไปเอาหน้าคนเดียวหรือไงหึ!

                “เปล่านะคะ” รินรดาส่ายหน้าไปมา “รินบอกคุณแม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้วันเสาร์รินไม่ได้เข้าออฟฟิศก็เลยจะเอากระเช้าไปเยี่ยมคุณหญิงค่ะ”

                “คุณแม่ขา  คุณหญิงเพ็ญแขนี่เป็นแม่ของพี่เจมส์ใช่ไหมคะ”  มาติกาหันไปถามผู้เป็นมารดา

                “ก็ใช่ซิค่ะลูกมาร์กี้” คุณแพรวาตีแขนลูกสาวเบาๆ “รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเลยค่ะ เราต้องรีบไปเยี่ยมคุณหญิง แล้วกระเช้าเสร็จหรือยัง”

                “ยังค่ะ เหลืออีกนิดหน่อยก็เรียบร้อยค่ะ”

                “ดีเลยงั้นรีบเร่งมือให้เสร็จล่ะ”  คุณแพรว่าหันไปทางลูกสาว “มาร์กี้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ นะลูก เราต้องรีบไปทำคะแนนกันจ๊ะ”

                “ค่ะคุณแม่”  มาติกายิ้มหวานให้มารดาแล้วหันมาสั่งน้องสาวร่วมชายคา “เตรียมขนมปังกับกาแฟให้ฉันด้วยนะ ขนมปังทาเนยโรยน้ำตาลเยอะๆ ล่ะ”

                “ได้ค่ะ” รินรดารับคำสั่ง

                “ตอนนี้ไปทำให้ฉันก่อนดีกว่า เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” คุณแพรว่าพูดอย่างเพิ่งนึกได้

                “รินผูกโบว์เสร็จก็จะไปทำให้ค่ะ”

                “แล้วคุณวิทยาไปไหนล่ะ ไม่เห็นแต่เช้าเลย”

                “คุณพ่อไปตีกอล์ฟกับลูกค้าค่ะ  ออกไปตั้งแต่แปดโมงแล้วค่ะ”

            “เหรอ เอ่อ...ช่างเถอะ แล้ววันนี้ยายอิ่มมาช่วยทำงานบ้านหรือเปล่า”

                “ไม่มาค่ะ ยายอิ่มปวดขาเดินไม่ค่อยไหวค่ะ แต่คนทำสวนจะมาตอนบ่ายค่ะ”

                “เหรอ เอ่อ...งั้นดูแลบ้านดีๆ ด้วยละกัน”

                “ค่ะ”

                แค่คิดรินรดาก็เหนื่อยแล้ว ดีที่วันนี้ไม่ต้องยกกระเช้าไปเยี่ยมใครอีก  ภาระงานบ้านก็หนักหนาสาหัสไม่น้อย งานนอกบ้านก็ปวดหัวน่าดูแถมยังจะต้องมาดูแลงานในบ้านอีก หญิงสาวจัดกระเช้าเสร็จก็ไปเตรียมอาหารเช้าที่เกือบจะเที่ยง มาติกาลงจากชั้นบนอีกครั้งด้วยชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีชมพูอมส้มดูอ่อนหวานน่ารัก เธอตัดผมบอบสั้นทันสมัยแต่งหน้าด้วยสีอ่อนสไตล์เกาหลี ผิดกับยามราตรีที่เธอจะแต่งหน้าจัดจ้านและเสื้อผ้าสั้นรัดรูปกว่านี้

                หญิงสาวยกกาแฟสองแถ้วและขนมปังทาเนยมาเสริฟ เธอขอตัวไปทำความสะอาดครัวปล่อยให้สองแม่ลูกสำราญกับมื้อเช้าและบทสนทนาวางแผนจับผู้ชาย  เธอไม่เคยเข้าใจความคิดของคุณแพรวาและพี่มาติกา ทั้งที่เรียนจบปริญญาตรีมาสองสามปีแล้วแต่กลับใช้ชีวิตว่างเปล่า  เธอเสียอีกที่มีอะไรอยากทำแล้วไม่ได้ทำ  ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองแม่ลูกก็หิ้วกระเช้าที่รินรดาออกไป  วินาทีที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านเธอรู้สึกผ่อนคลายและเป็นสุข แม้จะต้องจัดการงานบ้านรวมทั้งซักเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแต่เธอก็ไม่รู้สึกเหนื่อยนัก อาจเพราะไม่ต้องทนฟังคำพูดหรือคำสั่งจากใคร

                รินรดานึกถึงซินเดอเรลล่า นิทานแสนหวานที่แม่อ่านให้ฟังก่อนนอน เธอเคยคิดว่าตัวเองช่างเหมือนนางซินที่ถูกแม่เลี้ยงกับพี่สาวกดขี่ใช้งานสารพัด แต่เธอไม่เคยฝันถึงเจ้าชายไม่เคยคาดหวังว่าผู้ชายจะเข้ามาช่วยอะไรให้ชีวิตเธอดีขึ้นได้ ทุกวันนี้เธออยู่เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น ในใจเธอคิดเสมอว่าต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านหลังนี้ให้ได้ ทว่าเธอกลับห่วงบริษัทของพ่อ มันเป็นสิ่งที่พ่อรักมากที่สุดแม้วันนี้พ่อกับแม่จะจากไปแล้วก็ตาม  แต่หลายคนที่ทำงานตั้งแต่พ่อตั้งบริษัทใหม่ๆ ยังทำงานอยู่ หลายคนมีครอบครัวและลูกเต้าที่ต้องดูแล เธอรู้ดีว่าถ้าเธอไม่ดูแลบริษัทก็จะไม่มีใครทำหน้าที่เธอได้ดีไปกว่านี้ เธอเป็นห่วงพวกเขาไม่อยากให้พวกเขาต้องลำบากตกงานกันตอนนี้

                ร่างเพรียวบางเดินเข้าไปในครัว เตรียมเอาผสมแป้งทำคุ้กกี้เอาไว้ทานเล่น ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เธอจะใส่กล่องน่ารักๆ เอาไว้ให้พนักงานได้กินเป็นของว่าง เมื่อนึกถึงเรื่องบริษัทเธอก็อดกังวลไม่ได้ ระยะนี้ตัวเลขติดลบบ่อย เธอไม่รู้ว่าคุณวิทยาเบิกเงินไปทำอะไรบ้าง  ซ้ำพอคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านก็มากเสียจนชวนปวดหัว แม้ว่าจะพยายามประหยัดมากแค่ไหนรายจ่ายก็แทบจะแซงหน้ารายรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะบิลช้อปปิ้งของมาติกากับคุณแพรวา ทั้งเสื้อผ้า,กระเป๋า,รองเท้า แต่ละเดือนจ่ายเป็นหลักหมื่นทั้งนั้น

                ขณะที่มือกำลังยุ่งกับทำคุ้กกี้ก็อดฝันถึงร้านเล็กๆ ของตัวเองไม่ได้  สิ่งที่ทำให้เธอเข้มแข็งพอจะสู้กับทุกสิ่งก็คือความฝันที่จะมีร้านเล็กๆ ของตัวเอง ร้านกรีนช้อปที่เน้นผลิตภัณฑ์สีเขียว

                “เมื่อเช้าก็ลืมถามว่าคุณพ่อจะกลับมากี่โมงจะได้เตรียมทำกับข้าวไว้รอ”  รินรดาพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงคุณวิทยาที่สะพายถุงกอล์ฟออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ช่วงนี้คุณวิทยาก็มีอะไรแปลกๆ เหมือนกำลังปิดบังอะไรไว้ แม้เธอจะเป็นลูกแต่ก็เป็นเพียงลูกเลี้ยง ไม่กล้าถามอะไรออกไป เอาเถอะ! เสร็จงานครัวแล้วยังต้องจัดการเสื้อผ้าอีกสองตะกร้าอีก แล้วไหนจะรีดให้เรียบร้อยอีก เอาน่า! ชีวิตนางซินที่ไม่หวังรอเจ้าชายเอารองเท้าแก้วมาคืน เธอจะเข้มแข็งเพื่อไปให้ถึงฝันให้จงได้

                ด้านคุณวิทยาที่ออกจากบ้านมาพร้อมถุงกอล์ฟ แต่ความจริงเขากำลังนั่งหน้าซีดเซียวอยู่ในห้องทำงานขนาดเล็ก เบื้องหน้าคือชายอายุประมาณห้าสิบสวมสูทเนื้อดีแม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้อีกฝ่ายหวาดผวา

                “เงินที่คุณกู้จากเราไปไม่น้อยเลยนะครับคุณวิทยา”  ชายสวมสูทประสานมือวางไว้ตรงหน้า “ทั้งต้นทั้งดอกก็ห้าล้านเข้าไปแล้ว คุณยังจะกล้ามาขอกู้เพิ่มอีกหรือครับ”

                “แต่ผมมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ครับ”  คุณวิทยาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อ แม้แอร์จะทำงานเต็มที่แต่เขารู้สึกร้อนและอึดอัด “คุณโกศลกรุณาช่วยผมอีกสักครั้งเถอะครับ”

                “ทำไมคุณไม่กู้ธนาคารล่ะ”  ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีดำยืนอยู่ด้านหลังชายต่างวัยผู้สวมสูทหรู  “คุณมีบ้าน มีบริษัทก็เอาเข้าธนาคารก็สิ้นเรื่องเงินแค่ห้าล้านสิบล้านไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่”

                “เอ่อ...ผมเอาบ้านเข้าธนาคารมาปีกว่าแล้วครับ” คุณวิทยาเช็ดเหงื่ออีกรอบ ไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนสีซีดจาง เขาเดาว่าชายคนนี้เป็นบอร์ดี้การ์ดให้โกศล เพราะเขาจะเห็นทั้งสองปรากฏตัวพร้อมกันเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เขามากู้ยืมเงินนอกระบบอย่างนี้

                “ผมก็ไม่อยากใจร้ายกับคุณนะครับ” โกศลเอ่ยยิ้ม “แต่เราก็ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ถ้าคุณไม่ใช้หนี้เก่าจะมากู้เพิ่มผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”

                “ช่วงนี้ผมหมุนเงินในบริษัทไม่ทันจริงๆ ครับ”

                “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องหาอะไรมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเราซิ”

                “หลักทรัพย์?” วิทยาทำเสียงขึ้นจมูก “ถ้าผมมีหลักทรัพย์อะไรนั้นจะมากู้เงินพวกคุณเหรอ ทั้งบ้าน ทั้งรถ ผมก็เข้าไฟแนลไปหมดแล้ว”

                ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีดำหัวเราะในลำคอ เขาส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบไอแพดที่วางตรงหน้าโกศลขึ้นมาแล้วสไลด์เรียกรูปภาพขึ้นมาปรากฏที่หน้าจอ เขาหันหน้าจอให้วิทยาดู ภาพที่ปรากฏเป็นหญิงสาวสองคนในชุดราตรีแสนสวย สาวคนหนึ่งตัดผมบ็อบสั้นทันสมัยสไตล์เกาหลี ส่วนอีกคนเกล้าผมเป็นมวยเหนือท้ายทอยแซมดอกไม้สีน่ารัก สองสาวยิ้มหวานในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง และถ้าวิทยาจำไม่ผิดภาพนี้คือลูกสาวของเขา มาติกาและรินรดานั้นเอง

                “นี่มัน...หมายความว่ายังไงครับ”

                “หลักทรัพย์ไง” ชายหนุ่มพูดแทนโกศลที่พยักหน้ารับช้าๆ “คุณก็ส่งลูกสาวคนสวยของคุณมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้”

                “คุณจะบ้าเรอะ! ใครเขาทำแบบนี้กัน! นี่ลูกสาวผมทั้งคน คุณจะเอาลูกผมไปทำอะไร”

                “จะเอาลูกสาวคุณมาทำอะไรมันขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณพิชยะ ฉายฉาน เจ้าของเงินกู้ที่คุณกู้ไปนั้นแหละ”  ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยมที่มุมปาก “ถ้าคุณยอมส่งลูกสาวคุณมาขัดดอกกับเราก่อน เราจะยอมให้คุณกู้เงินอีกห้าล้าน รวมเป็นทั้งหมดสิบล้าน”

                “อะไร...อะไรนะ!

                “ลองคิดดูละกัน ถ้าลูกสาวคุณทำตัวดีๆ เราอาจจะยกหนี้ให้ก็ได้”

                “พวกคุณมันบ้า! ผมไม่มีวันขายลูกกินหรอก!

                ชายสวมสูทผายมือไปทางประตู “งั้นก็เชิญคุณออกไปได้เลย และผมให้เวลาคุณห้าวันสำหรับการหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยให้เรา ไม่อย่างนั้นเรื่องของคุณได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ”

                วิทยากัดฟันกรอดๆ แล้วรีบลุกออกมาอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูดังปัง! ไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็แหงนหน้าหัวเราะออกมา

                “เล่นแบบนี้ไม่สนุกเลยนะคุณเพลิง”  โกศลส่ายหน้าไปมาแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ให้ผมออกหน้าแทนแบบนี้ผมก็กลายเป็นตาแก่ตัญหากลับกันพอดี”

                “คนอย่างนายวิทยายังไงก็ต้องคลานกลับมาพึ่งเราอยู่ดี”

 เพลิงหรือพิชญะ ฉายฉาน เศรษฐีหนุ่มอายุน้อยที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่  เขามักหมกตัวทำงานอยู่ที่ไร่ในอำเภอเล็กๆ ในภาคอีสาน หน้าตาหนวดเครารุงรังไม่ชอบเข้าแวดวงไฮโซกับใคร ทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเขาคือพิชญะ ฉายฉาน เศรษฐีอันดับต้นๆ ของเอเชีย และแน่นอนว่าเงินแค่ห้าล้านหรือสิบล้านมันแค่ปลายเล็บเขาเท่านั้น

“อยากได้ลูกสาวเขา ทำไมไม่ไปจีบเขาดีๆ ละครับคุณเพลิง”  โกศลบ่นเพราะเขามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพิชญะ แท้จริงเขาเป็นเพียงหัวหน้าคนงานในไร่เท่านั้น แต่โกศลสนิทสนมกับครอบครัวของพิชญะมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำงานบุกเบิกกันมาจนร่ำรวยถึงทุกวันนี้

“ผมไม่ได้อยากได้นี่”  พิชญะยักไหล่ “แค่อยากได้หลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้”

“เงินสิบล้านนี่ซื้อผู้หญิงบริการได้เป็นร้อยคนเลยนะเนี้ย”

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้อยากได้ผู้หญิง”  พิชญะหัวเราะ “แค่คนบางคนควรถูกสั่งสอนเสียบ้างก็เท่านั้นเอง”

“ใครไปทำอะไรคุณไว้เหรอครับ” โกศลถามอย่างแปลกใจ

พิชญะไม่ตอบแต่เดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตยีนมาสวมแล้วเดินมาหยุดทีประตู “กลับไร่เราดีกว่า ถ้าเขาอยากได้เงินเขาก็ส่งลูกสาวมาให้เราเองนั้นแหละ”

“มันจะดีเหรอครับคุณเพลิง”

“ดีหรือไม่ดีผมตัดสินใจเองได้”

ชายหนุ่มเดินออกมาพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ เขาเดินออกมาไม่กี่นาทีก็ถึงรถกระบะโฟล์วิวสีดำของตนเอง ขณะสตาร์ทรถเตรียมกลับบ้านไร่ เขาก็นึกถึงเรื่องเมื่อสองสามคืนก่อนในผับแห่งหนึ่ง เขาชอบดื่ม ชอบฟังเพลงแต่เขามักจะเป็นแนวเพื่อชีวิต แต่คืนนั้นเป็นวันเกิดรุ่นน้องที่สนิทกันเขาจึงไปร่วมงานปาร์ตี้

หญิงสาวสุดเปรี้ยวในชุดดำเต้นยั่วยวนในกลุ่มเพื่อนของเธอ มีชายหนุ่มล้อมหน้าล้อมหลังอยู่หลายคน ดูเธอเมามายแทบไม่ได้สติและมีผู้ชายพยายามจะลวนลามเธอ เขาเห็นแล้วก็อดไม่ได้เข้าไปขวางตั้งใจจะช่วยเหลือแต่หญิงสาวกลับพูดกับเขาว่า

“อย่ามายุ่งกับฉัน กุ้ยข้างถนนอย่างนายไม่ได้แอ๋มฉันหรอก”

พิชญะหัวเสียที่ถูกมองอย่างนั้น  เขาเดินกลับมานั่งดื่มที่โต๊ะ เพื่อนรุ่นน้องหัวเราะชอบใจ

“พี่เพลิงต้องปรับปรุงการแต่งตัวเสียหน่อย มีเงินอย่างเดียวจีบสาวไม่ติดนะเนี้ย”

“ไม่ได้จะจีบ แต่เห็นท่าไม่ดีก็เลยจะช่วย แต่โดนตอกซะหน้าชาเลย”

“ผู้หญิงสาวเขาเลือกได้ก็ปล่อยเขาเถอะ”

“แล้วรู้ไหมว่าเป็นใคร”

“คนนั้นนะเหรอ น่าจะลูกสาวตระกูลเพชรประกายมั้ง”  คนตอบไม่ค่อยแน่ใจนัก เขาเรียกพนักงานเสิร์ฟมาถามเพื่อความแน่ใจ

“คุณมาร์กี้ครับ เป็นลูกค้าVIPของผับเรา”

พิชญะขมวดคิ้ว “เป็นคนดังเหรอ”

“พวกเนทไอดอลหน่ะ”  รุ่นน้องหัวเราะกับคำถามของรุ่นพี่ “รู้จักไหมครับพี่เพลิง”

“ไม่ล่ะ ของแบบนั้นน่ะ”  พิชญะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เขาไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้หรอก แต่รู้สึกอยากเอาชนะมากกว่า  เขาดื่มฉลองวันเกิดให้รุ่นน้องจนผับปิด พอเดินออกมาก็เจอหญิงสาวอีกครั้ง และเธอก็ปฏิเสธความช่วยเหลือจากเขา จนเมื่อมีคนมารับและจะถูกลวนลามเขาจึงเข้าช่วยอย่างทนไม่ได้

“ไม่เป็นไรค่ะ”  หญิงสาวผมยาวส่ายหน้าไปมา “ขอบคุณที่ช่วยเหลือค่ะ ขอตัวนะคะ” เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อยอยากจะยกมือไหว้ขอบคุณแต่ไม่ถนัดเพราะประคองร่างพี่สาวอยู่               มาร์กี้เงยหน้าขึ้นแล้วส่งจูบให้เขา

พิชญะขับรถตามไปส่งเธอทั้งสองอย่างเงียบๆ พอดูชื่อบ้านก็จำได้ว่าครอบครัวนี้ติดหนี้เขาอยู่หลายล้าน และบังเอิญว่าคุณวิทยาติดต่อขอกู้เงินเพิ่ม เขาจึงอยากลองเล่นอะไรสนุกๆ เพลินๆ ตามประสาคนมีเงินก็เท่านั้น

ใช่! เขาจะทำให้รู้ว่าคนมีเงินอย่างเขาจะทำอะไรก็ได้ แม้ว่าจะซื้อผู้หญิงมาเป็นนางบำเรอก็ตาม!

..................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นี่คือการประกาศศึกของคนทั้งสอง มันเป็นเกมร้อนแรงหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำก็อาจถูกเพลิงพิศวาสเผาไหม้ทุรนทุรายตายทั้งเป็น!"

เพลงมีนา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha