เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน 18+ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก) -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่4.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 4.

            รินรดาละล้าละลังอยู่บริเวณบขส.ขนาดเล็กของอำเภอหนึ่ง เธอดูนาฬิกาที่ข้อมือหลายครั้งสลับกับหยิบโทรศัพท์มือถือมาคอยเช็คดูว่าเครื่องดับหรือเปล่า เธอลงรถทัวร์ตั้งแต่เช้ามืดจนตอนนี้จะแปดโมงเข้าไปแล้วก็ยังไม่เห็นมีใครมารับเธอตามที่นัดหมายไว้  ถึงจะชอบบรรยากาศชนบทแต่การนั่งรออยู่เกือบสองชั่วโมงแบบนี้ไม่ได้ทำให้เธอซาบซึ้งกับความสดใสตรงหน้า

                กระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับสามวัน โน้ตบุ๊กที่เซฟงานสำหรับติดต่อลูกค้า หญิงสาวถอนหายใจเมื่อมองไปที่ข้าวของที่ตัวเองหอบมาจากกรุงเทพฯ นั่งรถทัวร์มาสิบชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย  เมื่อสี่หรือห้าวันก่อนเธอได้รับมอบหมายจากคุณวิทยาให้มาเสนองานให้ลูกค้าที่จ.ศรีสะเกษ

                “ลูกค้าสนใจส่งสินค้าออกต่างประเทศพร้อมทำสัญญากับสามปี แต่มีคนมาเสนอหลายเจ้าอยู่เหมือนกัน  รินไปคุยกับลูกค้าให้เขาเซ็นสัญญากับเราให้ได้นะ บริษัทเราจะได้มีเงินมาหมุนจ่ายให้พนักงาน รินก็รู้ว่าช่วงนี้เราขาดสภาพคล่องอยู่มากทีเดียว”

                เหตุผลของคุณวิทยาเป็นเรื่องที่เธอรับได้และเคยทำมาก่อน แต่เธอไม่เคยเดินทางมาไกลขนาดนี้และ...จะเรียกให้ถูกคือกันดารเสียจนเธอคิดว่า ตัวเองอาจจะขึ้นรถผิดก็ได้  คุณวิทยาไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนักบอกแค่ให้เธอมาพบลูกค้าที่นี่ เมื่อมาถึงจะมีคนมารับเอง แต่นี่...เงียบจนเธอกังวล พยายามโทรหาคนที่จะมารับหลายครั้งที่ไม่มีคนรับสาย

                “เอาไงดีหนอรินรดา ไม่มีที่อยู่ลูกค้าเสียด้วยซิ หรือต้องรอให้สักเก้าโมงครึ่งโทรหาพี่ปานชีวาค้นที่อยู่หรือเบอร์ติดต่อให้ใหม่”

                หญิงสาวรำพึงกับตัวเอง เริ่มจะรู้สึกหิวแล้วไง กลิ่นข้าวเหนียวหมูปิ้งลอยมาเตะจมูกนานแล้ว เธอไม่เห็นวี่แววคนจะมารับเสียที  ไม่อยากทนรอหิ้วท้องหิวๆ แบบนี้ ร่างเล็กเดินไปที่รถเข็นไม่ไกลนักแล้วโดยทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ที่เก้าอี้นั่งรอรถ

                “หมูปิ้งสี่ไม้ ข้าวเหนียวห่อนึงค่ะ”

                “มาจากกรุงเทพเหรอแม่หนู”  คนขายหมูปิ้งถามด้วยรอยยิ้ม

                “ค่ะ” ไม่อยากจะพูดอะไรมาก กลัวน้ำลายในปากจะไหลย้อยออกมาเพราะความหิว

            “รอคนมารับอยู่เหรอ”

                “ค่ะ”  เธอรับถุงหมูปิ้งแล้วยื่นธนบัตรสีแดงส่งให้

                “แล้วจะไปที่ไหนละหนู” คนขายส่งเงินทอนให้

                “ไร่ฉายฉานค่ะ”

                “อ้อ!ไร่ฉายฉานของคุณเพลิง”

                “คุณเพลิง?”  รินรดาขมวดคิ้วด้วยสงสัย

                “ใช่ๆ คุณเพลิงเป็นเจ้าของไร่ฉายฉาน มีที่ดินเป็นร้อยๆ ไร่เลยล่ะ”

                “มีโรงงานน้ำตาลด้วย”  เสียงลุงขับสามล้อผสมโรงขึ้นมาด้วย

                “แกมีโรงแรมด้วยนะ โรงแรมแม่น้ำโขงด้วย”

                “ใช่เหรอ เขาว่าแกมีรีสอร์ทที่ลาวด้วยนะ”

                รินรดาอ้าปากค้าง เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมาพบคนดังในอำเภอเข้าให้แล้ว  หญิงสาวหมุนตัวเดินออกมาทิ้งเสียงสนทนาถึงคุณเพลิงไว้ด้านหลัง  ด้วยความหิวจึงหยิบหมูปิ้งขึ้นมากัดกินตามด้วยข้าวเหนียว แล้วสายตาเธอก็มองเห็นรถกระบะสีน้ำเงินเข้มปาดเข้ามาจอดใกล้ๆ ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ก้าวลงมายืนเหลียวซ้ายแลขวา เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีน้ำตาลเข้มกับกางเกงยีนเข่าขาด ผมยาวมัดเป็นหางเล็กๆ ที่ท้ายทอยและหนวดเคราที่รุงรังเหมือนลิงตัวใหญ่  รินรดากลั้นเสียงหัวเราะกับความคิดตัวเองแล้วเดินเร็วๆ ไปที่กระเป๋าตัวเอง

                “คุณมาจากไร่ฉายฉานหรือเปล่าคะ” 

                ชายหนุ่มสวมแว่นตากันแดดสีดำอันใหญ่มองตามเสียงหวานที่ทักจากด้านหลัง  เขาพยักหน้าและขมวดคิ้วราวกับไม่แน่ใจว่าคนๆ นี้คือคนที่เขาต้องมารับ หรือจะเรียกให้ถูกต้องให้ลูกน้องมารับแต่เมื่อคืนพวกมันจัดหนักเพราะถูกหวยสองตัวเข้าไป ไม่มีใครลุกขึ้นไหวเพราะฤทธิ์เหล้าต้มดีกรีแรงได้ เขาเองก็ยังไม่ได้นอนเต็มตื่นด้วยซ้ำแต่เมื่อนึกได้ก็รีบขับรถออกมาทันที  เขาจ้องมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หญิงสาวร่างเล็กกะทัดรัด สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทแบบผู้หญิงสีดำและกางเกงผ้าสีเดียวกับสูทตัวนอก เค้าโครงหน้าดูสวยแต่ไม่แต่งหน้าเลยดูซีดเซียวหรือไม่ก็เพราะเพิ่งลงมาจากรถทัวร์ 

                “เอ่อ...ฉันชื่อรินรดาตัวแทนบริษัทเพชรประกายค่ะ”  รินรดายิ้มเขินที่ตัวเองกำลังยืนกินหมูปิ้งอยู่

                “รินรดา?” ชายหนุ่มทวนชื่อที่ได้ยิน จริงๆ เขาแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนที่มาชื่ออะไร “ลูกสาวคุณวิทยานะเหรอ”

                “ใช่ค่ะ” รินรดาตอบอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงถือกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง ส่วนกระเป๋าโน้ตบุ๊กนั้นเธอคล้องมันที่ไหล่ซ้ายอยู่นานจนตัวแทบจะเอียงอยู่แล้ว

                “ขึ้นรถ” 

                ชายหนุ่มพยักเพยิดให้หญิงสาวเดินตามมาที่รถโดยไม่น้ำใจจะช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทาง  รินรดาทำได้แต่วิ่งตามเขา  ที่ข้างรถมีสติกเกอร์ขนาดใหญ่ติดโลโก้ไร่ฉายฉานทำให้เธอมั่นใจว่าเขาคือคนที่จะมารับเธอ เธอเหวี่ยงกระเป๋าขึ้นท้ายรถอย่างลำบาก มีกระสอบปุ๋ยอยู่หลายกระสอบด้านหลัง หญิงสาวไม่มีเวลาจัดให้กระเป๋าตัวเองเข้าทีก็ต้องรีบปีนขึ้นรถนั่งด้านหน้าข้างคนขับที่สตาร์ทรถเหมือนพร้อมจะไปเต็มที่

เพียงเธอปิดประตูรถ ชายหนุ่มก็พารถพุ่งออกไปทันที รินรดาแทบจะหน้าทิ่มแต่ยังพอจะใช้มือยันหน้ารถได้ทัน  เธอหันไปอยากจะต่อว่าแต่พอเห็นเสี้ยวหน้าดุดันของคนขับรถก็ทำให้เธอหุบปากลงทันทีตามประสาคนไม่ค่อยมีปากมีเสียง  เขาไม่ถามอะไรเธออีก รินรดาเลยนั่งกินหมูปิ้งในรถต่อไปเงียบๆ 

            ไปอดยากมาจากไหน

                เพราะสวมแว่นตากันแดดอันใหญ่ทำให้อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาชำเลืองมองอยู่ ชายหนุ่มกว่าจะได้เจอหน้าสวยๆ หุ่นดินระเบิดแบบที่เคยเห็นในเฟซบุ๊คเสียอีก นี่อะไรกัน? เด็กกะโปโลคนนี้เป็นใครกัน คุณวิทยาต้องเล่นตลกอะไรแน่ๆ เขาบอกให้ส่ง ลูกสาว ไม่ใช่ คนรับใช้ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบนี้  แล้วเขาก็หัวเราะในลำคอขึ้นมา  เธอก็ตอบได้รวดเร็วแบบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำแต่พ่อแบบไหนกันเล่าที่ยอมขายลูกกินล่ะ?  นี่ต้องมีแผนการอะไรแน่ๆ แต่ตอนที่เขาถามว่าเธอเป็นลูกสาวคุณวิทยาหรือเปล่า ลองดูก่อนละกันว่าจะมาไม้ไหน

            รถกระบะขับกระชากตามอารมณ์ของคนขับโดยไม่สนใจว่าอีกคนกำลังกินข้าวเช้าอยู่ด้วย  รินรดาสะอึกทันทีที่ข้าวเหนียวคำสุดท้ายลงคอ เธอมองซ้ายมองขวาหาน้ำดื่ม เธอเหลียวมองไปด้านหลังเพราะน้ำขวดเล็กของเธออยู่ในกระเป๋าเดินทาง  อาการสะอึกของเธอเรียกสายตาของคนขับรถหน้าโหด

                “มีน้ำอยู่เบาะหลัง เอื้อมไปหยิบซิ”

                “ค่ะ” 

รินรดาเอี้ยวตัวไปที่เบาะด้านหลังแต่ขยับตัวไม่ถนัดเพราะติดเข็มขัดนิรภัย เธอจึงปลดมันออกแล้วขยับตัวข้ามเกียร์ไปหยิบขวดน้ำดื่ม  เป็นจังหวะเดียวกับมีมอเตอร์ไซค์ออกมากจากซอยแล้วปาดหน้ารถกระบะกะทันหันทำให้ชายหนุ่มต้องหักพวกมาลัยรถหลบ  ร่างเล็กที่กำลังเอื้อมไปหยิบขวดน้ำถึงกับเสียหลักกลิ้งไปอยู่ที่เบาะด้านหลังรถ โชคดีที่เป็นรถกระบะสองตอนที่ตอนหลังค่อนข้างกว้างทำให้เธอไม่ไปกระแทกกับกระจกรถ

“ขับรถดีๆ หน่อยซิคุณ”

“บอกผมทำไม บอกไอ้มอไซค์คันนั้นซิ”  เขาบุ้ยปากเมื่อแซงมอเตอร์ไซค์เจ้าปัญหาที่มีหนุ่มวัยรุ่นเป็นคนขับ “ขับรถเหมือนเมายาดอง”

“เช้าแบบนี้ใครจะเมายาดองเหล้าได้”  รินรดาบ่นอุบอิบแล้วเปิดขวดน้ำและเพราะไม่มีหลอดสำหรับดูดน้ำเธอเลยต้องยกดื่ม ชายหนุ่มมองจากกระจกส่องหลังแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก แสร้งทำเป็นเบรกรถกะทันหันทำให้หญิงสาวสำลักน้ำจนเสื้อของเธอเปียก

“นี่คุณ! คราวนี้อะไรอีกละ”

“ตัวแลนมันวิ่งตัดหน้ารถนะ คุณจะให้ขับรถทับมันเลยหรือไง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ นี่ไงละนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจตัวเอง “รู้จักไหมตัวแลน”

รินรดาได้แต่ถอนหายใจหนักๆ เธอเตรียมตัวและข้อมูลมารับศึกหนักทางการค้าแต่เจอคนขับรถกวนประสาทก็หัวเสียเหมือนกัน

“เอ้า! เสร็จแล้วก็กลับมานั่งที่เดิมซิคุณ ผมไม่ใช่คนขับรถให้คุณนะ”

หญิงสาวเม้มปากอยากจะต่อปากต่อคำด้วยแต่นึกถึงเรื่องงานที่รออยู่ เก็บแรงไว้เจรจากับลูกค้าจะดีกว่า ไม่น่าจะใช้เวลานานเกินหนึ่งวันด้วยซ้ำ ถ้าวันนี้ตกลงคุยงานกันรู้ผล เธออาจจะได้กลับกรุงเทพฯ ด้วยรถเที่ยวสุดท้าย เสื้อผ้าที่เตรียมมาเผื่อจำเป็นแค่สองสามชุด  รถกระบะขับออกห่างจากบขส.ราวๆ ยี่สิบกิโลเมตรก็เข้าสู่ถนนขรุขระ รถผ่านหมู่บ้านเล็กๆ สามหรือสี่หมู่บ้านแต่อยู่รอบภูเขาที่เต็มไปด้วยไร่อ้อยและมันสำปะหลัง  ทางเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ และยอดไม้ก็สูงท่วมศีรษะ หญิงสาวนึกถึงข่าวอาชญากรรมที่เคยได้ยิน ฆ่าหมกไร่อ้อยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ป้ายไม้สลักชื่อไร่ฉายฉานเด่นเป็นสง่าทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้น  คนหนุ่มขับรถเลี้ยวเข้าไปตามทางเส้นเล็กๆ ไม่นานนักก็มองเห็นบ้านหลังย่อมบนเนินดิน  รินรดาเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัวช่างเป็นไม้สองชั้นที่ปลูกได้สวยงามเข้ากับพื้นที่เหลือเกิน  ถัดจากโรงรถมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นและมีซุ้มน่านั่งจิบกาแฟ  ถ้าเธอมีบ้านแบบนี้คงไม่อยากออกไปไหน แม้จะอยู่ห่างไกลความเจริญแต่เธอคงสุขใจในบ้านหลังเล็กน่ารักมากกว่าหลังใหญ่ที่ขาดแคลนคนห่วงใย

รถกระบะจอดนิ่งสนิทแล้ว รินรดาจึงก้าวลงมายืนมองบ้านหลังน้อยเต็มตา แต่เสียงเข้มๆ ของชายหนุ่มตะโกนสั่งลูกน้องให้มาหิ้วกระเป๋าเดินทางของเธอเข้าไปไว้ในบ้าน

“เดี๋ยวเรารถแล้วยกปุ๋ยลงให้หมดด้วย”

“ครับนาย”

รินรดาเหลือบมองชายหนุ่มที่ออกคำสั่งกับลูกจ้างคนอื่นๆ ท่าทางเหมือนหัวหน้าคนงานเธอบอกกับตัวเองแล้วเดินตามแผ่นหลังของเขาเข้ามาในบ้านหลังเล็กที่ใช้เป็นบ้านพักและออฟฟิศไปในตัว 

“ห้องน้ำอยู่ทางโน้น ทำธุระเสร็จแล้วค่อยมาคุยกัน”

“ค่ะ” รินรดารับคำทั้งที่หน้าตึง ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนี่ไม่ใช่บ้านเธอ

พิชญะ ฉายฉานเดินเข้ามาในห้องทำงานของตน ชายวัยห้าสิบเศษเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้วส่งยิ้มให้

“ไปรับหลักทรัพย์ค้ำประกันมาแล้วเหรอครับคุณเพลิง”

“เออ เสียเวลาไปรับจริงๆ “  พิชญะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้บุนวมอย่างดี

“อ้าว! เกิดอะไรขึ้น”  โกศลถามอย่างแปลกใจ เขานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานของพิชญะ ติดพันการซื้อขายหุ้นอยู่ซึ่งเรื่องนี้พิชญะเข้าใจดี

“โดยหลอกแล้วละมั้ง? บอกให้ส่งลูกสาวมาให้แต่ดันส่งเด็กรับใช้มาแทน”

“ห๋า!คนอย่างวิทยาจะกล้าทำหรือครับ รายนั้นดูหน้าตานิ่งๆ ขี้กลัวจะตาย จะกล้าแหย่หนวดเสืออย่างคุณเพลิงเรอะ!

“กล้าไม่กล้ามันก็แหย่มาแล้วล่ะ”

เสียงเคาะประตูขออนุญาตดังขึ้นสองสามครั้ง โกศลมองหน้าเจ้านายที่อายุน้อยกว่าเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเขาก็ส่งเสียงขานรับออกไป                ร่างเล็กจึงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส รินรดายกมือไหว้โกศลแต่มองพ่อคนขับรถเร็วด้วยหางตา

“ผมคิดว่าคุณวิทยาคงแจ้งแล้วว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง”  โกศลเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ จัดการส่งคำสั่งซื้อหุ้นไปแล้วก็เงยหน้ามองหญิงสาวเต็มตาอีกครั้ง  โกศลเคยเจอวิทยาสามหรือสี่ครั้งจำหน้าได้ แต่หญิงสาวตรงหน้าไม่ค่อยมีเค้าโครงหน้าวิทยาสักเท่าไหร่  หรือเธอจะเหมือนแม่ดูใบหน้าไร้เครื่องสำอางอ่อนหวาน รูปร่างเล็กบอบบางน่าเอ็นดู ถ้าเขามีลูกสาวและก็อยากให้น่ารักๆ ใสๆ แบบนี้เหมือนกัน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อรินรดา เพชรประกายค่ะ”  รินรดาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“เป็นลูกสาวของคุณวิทยาจริงๆ เหรอ”  เสียงชายหนุ่มที่ไม่ยอมถอนแว่นกันแดดออกแม้จะอยู่ในห้องแล้วก็ตามเอ่ยถามอย่างไร้มารยาท

“ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นลูกสาวคนเล็กค่ะ พี่สาวชื่อมาติกาค่ะ”

ได้ยินเพียงเท่านั้นพิชญะถึงกับแหงนหน้าหัวเราะ  เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินวนรอบตัวหญิงสาวราวกับจะพิจารณาดูสินค้าที่ตนเองจ่ายเงินไป แล้วจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าหวาน เพ่งพินิจว่าเธอเคยถ่ายรูปคู่กับมาติกาในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งและได้ลงข่าวหน้าสังคมอยู่บ้าง แน่นอนว่าความสวยต้องยกให้มาติกาแต่ความกะโปโลเหมือนเด็กประถมต้องยกให้เธอรินรดา 

“เพราะขี้เหร่แบบนี้ก็เลยยกให้มาใช้หนี้ละซินะ”

“คุณพูดเรื่องอะไร?”  รินรดาขมวดคิ้วด้วยความฉงน “หนี้อะไรคะ”

โกศลลุกจากเก้าอี้แล้วหยิบเอกสารยื่นให้รินรดาอ่าน “เอกสารการกู้ยืมเงินของคุณวิทยา โดยใช้ลูกสาวมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อครอบครัวของคุณใช้หนี้สิบล้านหมด คุณก็จะเป็นอิสระ”

รินรดารับกระดาษแผ่นนั้นมาดูด้วยความงุนงงและสับสน ไม่จริงใช่ไหม คนพวกนี้เล่นตลกโกหกให้เธอตกใจเล่น แต่มือเรียวก็สั่นระริกเมื่อเห็นเอกสารที่มีการลงนามและพยานเป็นที่เรียบร้อย นี่...คนที่บ้านนั้นเห็นเธอเป็นลูกเพราะว่าเธอมีค่าใช้หนี้แทนได้แค่นั้นเองหรือ?

“รู้สึกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าเธอจะใบเล็กไปหน่อยนะ คงไม่คิดว่าจะอยู่แค่ไม่กี่วันก็ได้กลับหรอกใช่ไหม เงินสิบล้านนะ ไม่ใช่สิบบาท คงไม่มีปัญญาใช้หนี้หมดในสามวันเจ็ดวันหรอก”

“มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ “  รินรดาเข่าอ่อนแต่ยังทรงตัวไหว “คุณพ่อส่งฉันมาเพื่อเจรจาธุรกิจ คุณสนใจทำธุรกิจส่งออกใช่ไหม คุณต้องเข้าใจผิดแน่ๆ ค่ะ” 

รินรดาหันไปถามโกศลแต่เขาส่ายหน้า

“เรื่องจริงครับ คุณวิทยาได้ทำการกู้ยืมเงินนอกระบบกับทางเรามาเป็นเวลาปีเศษแล้ว เงินกู้ของเก่ารวมดอกเบี้ยก็ห้าล้านแล้วครับ แล้วคุณวิทยายังมาขอกู้เพิ่มแต่คุณพ่อคุณไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันซ้ำเงินเก่าก็ยังไม่ได้คืน เราจึงต้องขอตัวลูกสาวของคุณวิทยามาเป็นหลักทรัพย์แทน”

“เอาล่ะ ดีใจได้เลยนะว่าระหว่างที่พ่อของคุณยังหาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ คุณก็ต้องอยู่ที่นี่ทำงาธนในไร่ของผมเหมือนคนงานอื่นๆ”

รินรดาหันมามองชายหนุ่มที่ออกคำสั่งเธอ

“คุณเป็นใครกัน ถึงมาสั่งฉันให้ทำโน้นทำนี่!

“เอ่อ...ท่านผู้นี้คือคุณเพลิง หรือคุณพิชญะ ฉายฉานเจ้าของไร่ฉายฉานและโรงงานน้ำตาลพิชญะที่อยู่ห่างจากนี้ไปอีกตำบลหนึ่งครับ” โกศลแนะนำตัวเจ้านาย “ส่วนผมชื่อโกศลครับเป็นหัวหน้าคนงานและเลขาของคุณเพลิง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามผมได้ครับ  บ้านพักของผมกับเมียอยู่ในหมู่บ้านที่คุณผ่านมานั้นแหละ เมียผมก็เป็นแม่ครัวทำงานให้คุณเพลิงเหมือนกัน”

“ลุงออกไปดูไร่เถอะ คุมคนงานใส่ปุ๋ยให้เสร็จในวันนี้ด้วย” พิชญะสั่งงานโกศลแล้วหันมายิ้มเหี้ยมให้หญิงสาว “เดี๋ยวผมจะสอนงานคุณหนูคนนี้เอง”

“เอ่อ...ครับผม”  โกศลรับคำสั่งแล้วยิ้มให้กำลังใจรินรดาก่อนจะผลักบานประตูออกไป ทิ้งความเงียบและความสับสนให้รินรดาอยู่กับพิชญะสองคน และเมื่อเขาต้องเข้าไปในไร่นั้นหมายความว่ากว่าจะกลับมาอีกทีก็เย็นย่ำเลยทีเดียว

พิชญะถอดแว่นตาออกวางบนโต๊ะทำงานแล้วหันมาเผชิญหน้ากับรินรดาที่ยังมีสีหน้างุนงงอยู่ เขากระตุกยิ้มและคิดดูแคลนเธออยู่ในใจ แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา พ่อของเธอส่งลูกสาวมาผิดคน คนที่เขาต้องการคือมาติกา ผู้หญิงหุ่นเร้าใจน่าขยำคนนั้นต่างหากไม่ใช่ผอมๆ บางๆ เป็นไม้เสียบลูกชิ้นแบบนี้ แต่เอาเถอะ ถ้าคุณวิทยาอยากลองดีแบบนี้เขาก็จะสนองให้สาแก่ใจ

“คุณนี่สวยสู้พี่สาวไม่ได้เลยนะ”  เขาพูดตรงไปตรงมาแล้วยืนหน้ามองใบหน้าหวานใกล้ๆ แอบยอมรับว่าหน้าใสดูเนียนนุ่มน่าสัมผัส แถมยังมีกลิ่นแชมพูอ่อนจางๆ จากเรือนผมของเธออีกด้วย

 “คุณคิดจะทำอะไร!

“นี่แม่หนูน้อย” เขาทำเสียงรำคาญในลำคอ “ผู้หญิงที่ถูกส่งมาขัดดอกเขาทำอะไรกันละจ๊ะ”

“คุณอย่าทำอะไรบ้าๆนะ” รินรดาทำเสียงดุใส่ทั้งที่ตัวเองกลัวจนตัวแทบสั่น

“ผมจะทำอะไรก็ได้ คุณเป็นของผมนับตั้งแต่นี้จนกว่าพ่อคุณจะหาเงินมาใช้หนี้ให้ผมจนครบทุกบาททุกสตางค์”

ท่าทางคุกคามของเขาทำให้รินรดาขยับตัวถอยห่างจนหลังชิดประตูห้องอย่างไม่รู้ตัว  ชายหนุ่มยกมือยันด้านหลังไม่ให้หญิงสาวหลบหนีการรับรู้ความจริงนี้ได้อีกแล้ว

“ถ้าอยากช่วยพ่อใช้หนี้ก็ทำตัวเชื่องๆ เป็นเด็กดีและทำตามคำสั่งของผม ถ้าทำให้ผมพอใจผมอาจจะตบรางวัลให้คุณเป็นการตอบแทนก็ได้”

ดวงตาดุดันของเขาฉายแววเอาจริง รินรดาได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อยากบอกตัวเองว่านี่คือฝัน มันเป็นฝันร้ายเท่านั้นแค่เพียงลืมตาเธอจะพบมันว่าไม่ใช่เรื่องจริง

แต่...มันคงไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อมือใหญ่บีบคางเธอให้เชิดหน้าขึ้นและริมฝีปากของเธอก็ถูกจกจูบอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจและไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็ยกมือขวาตบซีกหน้าเขาเต็มแรงจนใบหน้าเขาสะบัดไป

“รินดรา! มากไปแล้วนะรินรดา”  เขาตะคอกแล้วกระชากไหล่สองข้างเธอเขย่าอย่างแรง ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้มาก่อน ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยสยบแทบเท้าเขาทั้งนั้น

“ฉันจะอยู่ที่นี่ทำงานใช้หนี้ให้คุณ” รินรดาเชิดหน้าอย่างท้าทาย “แต่ไม่มีวันที่ฉันจะยอมเสียศักดิ์ศรีของฉันให้คุณเด็ดขาด!

พิชญะมองสีหน้าจริงจังของหญิงสาวแล้วเขาก็แหงนหน้าหัวเราะ เพิ่งเจอกันแท้ๆ แต่ช่างกล้าและปากดีจริงๆ

“ก็ได้รินรดา คนอย่างผมก็ไม่เคยต้องใช้กำลังกับผู้หญิงคนไหน ร้อยทั้งร้อยมีแต่อ้อนวอนผมทั้งนั้น คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ”  พิชญะจับคางมนแล้วจ้องมองในแววตาคู่สวยของเธอ

“ผมจะทำให้คุณต้องอ้อนวอนขอร้องผม และถึงเวลานั้นผมจะบงการคุณอย่างที่ผมต้องการ”

“ฝันไปเถอะว่าจะมีวันนั้น!

ดวงตาทั้งสองท้าทายซึ่งกันและกัน พิชญะกับรินรดารู้ดีว่านี่คือการประกาศศึกของคนทั้งสอง มันเป็นเกมร้อนแรงหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำก็อาจถูกเพลิงพิศวาสเผาไหม้ทุรนทุรายตายทั้งเป็น!

..........................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นี่คือการประกาศศึกของคนทั้งสอง มันเป็นเกมร้อนแรงหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำก็อาจถูกเพลิงพิศวาสเผาไหม้ทุรนทุรายตายทั้งเป็น!"

เพลงมีนา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha