เพลิงอสูรใจทมิฬ

โดย: Janya,ณิชาดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : มาเป็นเมียโจรเถิดทูนหัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

        สิบนาทีต่อมาหลังจากชายหนุ่มใบหน้าหนวดเคราเหยียบคันเร่งมาด้วยความเร็วที่มากพอสมควร ถึงกับต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เมื่อนึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นได้ ชายหนุ่มหมุนพวงมาลัยชิดริมขอบทาง พร้อมกับหันมาจ้องร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เขม็ง เป็นฝ่ายนิศากรที่ต้องหวาดหวั่นพร้อมละล่ำละลักถามเสียงสั่น

“นะ...นาย จะทำอะไร”

        คนฟังยิ้มกริ่มแกมยั่วเย้า หากมือหนานั้นล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีน้ำตาลเข้มในกระเป๋า ดวงตาทั้งสองข้างยังไม่ละไปจากกรอบหน้าสวย จนอีกฝ่ายต้องจ้องตาปริบๆ

“นายจะทำอะไรฉัน นี่อย่านะ”

        รอยยิ้มที่ผ่านหนาดเคราออกมาช่างไม่น่าไว้วางใจสักนิดเดียว เพราะมันชวนขนลุกประหลาด และคำพูดที่หลุดออกมาจากปากหยักก็ยืนกรานได้อย่างดี ว่ามันเป็นเรื่องจริง

“อย่าทำเหมือนผมเป็นฆาตกรข่มขืนสิคุณ ผมแค่ไม่อยากให้คุณจดจำเส้นทางที่ผมจะพาคุณไปได้ก็แค่นั้น!

บอกพร้อมเอื้อมคว้าแขนเล็กให้ขยับกายเข้ามาใกล้

“มานี่ ผมต้องปิดตาคุณ อ้อ! แล้วนั่งนิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้ผมมัดคุณทั้งตัว”

คำขู่นั้นไม่ได้กระโชกโฮกฮากสักนิด แต่มันแฝงความน่าสะพรึงกลัวไว้ไม่น้อย เมื่อดวงตาคู่นั้นจดจ้องเธออย่างไม่วางตา กริยานั้นทำให้ร่างระหงยอมนิ่งแต่โดยดี หากเมื่ออีกฝ่ายออกแรงรัดแน่น เรียวปากสั่นระริกจำต้องทัดทานออกมา

“เบาๆ สิ ฉันเจ็บนะ”

        คนฟังแค่นยิ้มส่งให้ แต่ไร้ซึ่งคำตอบ พยายามผูกผ้าอย่างเบามือ หลังจากนั้นก็จัดการหมุนพวงมาลัยวิ่งไปตามเส้นทางที่คุ้นชิน แม้สายตาจะแน่วแน่อยู่กับท้องถนน หากแต่หางตานั้นปรายมามองร่างเล็กบ่อยครั้ง นาทีนี้เธอเชิดหน้าขึ้น ลำตัวตรง ลำคอขาวๆ นั้นตั้งดิ่งเชียว ดูท่าทางไม่หวั่นกลัวสักนิด อดอยากรู้ไม่ได้ ว่าตุ๊กตาหน้ารถคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ถึงได้กล้าหาญไม่ขลาดเขลาสักนิด เขาคิดว่าหล่อนจะร้องคร่ำครวญแหกปากโวยวายจนน่าสะอิดสะเอียน แต่นี่บางเวลายอมอ่อนแต่ไม่ยอมงอ รู้จักเอาตัวรอดเป็นอย่างดี แตกต่างจากรูปร่างหน้าตาที่เป็นคุณหนูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าซะเหลือเกิน

เรามาดูกันสักตั้งทูนหัว เธอจะแน่สักแค่ไหน

        นั่งมาสักพัก ร่างบางก็เริ่มดิ้นขยุกขยิก นาทีต่อมาก็ร้องถาม

“นายจะพาฉันไปไหน เมื่อไหร่จะถึงสักที ฉันเมื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ”

โอดครวญเล็กน้อย หากคนฟังนั้นยิ้มเอ็นดู หากหญิงสาวไม่มีผ้าปิดตาไว้แล้วล่ะก็ เธอต้องได้เห็นแววตาพึงพอใจที่ฉายเด่นหราแทบปิดไม่มิด เรียวปากหยักสวยยิ่งกว่าอิสตรียิ้มบางๆ

“ทนหน่อยน่า เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

เงียบไปเพียงอึดใจเมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าตอบโต้ราวกับยอมรับชะตากรรม ร้อนจนเสียงห้าวทุ้มต้องเอ่ยเย้าอีกประโยค

“ถ้าเมื่อยมาก ผมให้ซบไหล่ดีไหมคุณ”

        “ไม่ย่ะ เก็บไหล่ของนายไว้ให้คนอื่นซบเถอะ ฉันไม่ต้องการ”

ตะเบ็งเสียงแข็งพร้อมกับสะบัดหน้าพรืดใส่ เพลิงอัคนียิ้มกริ่ม สีหน้าและแววตามีความสุขอย่างประหลาด หากหล่อนไม่ปากเสียแล้วพูดจาเพราะพริ้ง เขาคงไม่ต้องทำท่าทางเย็นชากระด้างและป่าเถื่อนใส่ ลองอ้อนนิดอ้อนหน่อย สาบานได้ว่าจะประเคนให้ทุกอย่างตามแต่ปรารถนา แต่ดูท่าทางเขาต้องฟัดกับเจ้าหล่อนอีกนานทีเดียว กว่าจะมีโอกาสแบบนั้น

        บนรถเงียบไปเมื่อสองคนไม่คิดจะขยับปากถกเถียงปัญหากัน ณ ปัจจุบันอีก ใบหน้าของคนถูกปิดตาบ่ายเบี่ยงคล้ายหันหลังให้ หากโจรหนุ่มผู้คุกคามความอิสรเสรีก็ได้แต่กระตุกยิ้มน้อยๆ เท่านั้น ปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป พร้อมกับมาตรวัดระยะกิโลของรถโฟร์วิลพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ นานทีเดียวกว่านิศากรจะรู้ตัวว่ารถจอดสนิท

        หัวใจดวงเล็กกระตุกด้วยความหวาดหวั่น ถึงแล้วเหรอ สถานที่ที่โจรใจทรามพูดถึง ไม่รู้ว่าวินาทีข้างหน้าเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง เสียงประตูอีกฝั่งเปิดออกไม่นาน ด้านข้างๆ ตัวก็รับรู้ว่ามีใครบางคนเปิดประตูออก พร้อมกับความปลดปล่อยให้ดวงตาเธอได้พบกับแสงสว่าง หากแต่รอบๆ ตัวนั้นทำไมมันถึงได้โพล้เพล้น่ากลัวขนาดนี้ ทั้งที่พระอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้าสักหน่อย

        “เอ้า! นั่งบื้ออยู่ได้ ลงมาสิ หรือจะให้ผมอุ้ม”

เสียงเข้มห้วนที่หลุดออกมาเล่นเอาสาวสวยสะดุ้ง ดวงตากลมๆ นั้นกวาดมองรอบๆ ตัวราวกับประเมินสถานการณ์ หันหน้ามองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้น้อยใหญ่หนาทึบไปหมด หันไปมองด้านหลังเส้นทางที่ผ่านมาก็ดำมืดน่ากลัว นี่เธออยู่กับอันตรายรอบด้าน แค่อยู่ในเมืองเธอก็สู้รบปรบมือกับเขาไม่ได้ แต่นี่ในถิ่นอันคุ้นเคยของเขา เธอจะต้องถูกฆ่าหมกป่าแน่ๆ คุณพ่อขา...ช่วยลูกจันทร์ด้วย ลูกจันทร์กลัว...เสียงวอนขอแผ่วๆ ดังก้องอยู่ในห้วงความคำนึง

        “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ปล่อยสิ!

แต่แล้วเธอก็ต้องร้องครวญออกมาเสียงดัง เมื่ออีตาโจรเถื่อนตะปบเข้าที่เรียวแขน พร้อมรั้งลงจากรถค่อนข้างรุนแรง อีตานี่สะกดคำว่าอ่อนโยนกับสตรีไม่เป็นเลยรึไง เมื่อพ้นลงมาจากตัวรถด้วยความทุลักทุเล สะบัดแขนเรียวหลุดจากพันธนาการของอีกฝ่าย นิศากรก็ร้องถามเสียงดัง

“ที่นี่ที่ไหน”

        รอยยิ้มเยือกเย็นประดับบนเสี้ยวหน้าของโจรเถื่อน พร้อมกับคำตอบน่าตบ

“ป่า รู้จักไหมคุณ ป่าร้อนชื้นน่ะ”

“รู้จักย่ะ แต่ที่ฉันอยากรู้ก็คือที่นี่อยู่ส่วนไหนของจังหวัด”

ถามแล้วก็ต้องทำหน้าหมั่นไส้ เมื่อชายหนุ่มผู้พกพาใบหน้าถมึงทึงนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“ทำไมจะหนีกลับว่างั้น”

เพลิงอัคนีจ้องคนถามตาเขม็ง ก่อนจะชี้นิ้วไปกราดไปทุกๆ ทาง

“เอาสิ รอบๆ สี่ทิศมันมีแต่อันตรายที่คุณต้องขนหัวลุก อ้อ! ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายนะคุณ ไอ้เตียงนุ่มๆ ที่คุณฝันถึงมันไม่มีหรอก”

        “ฉันไม่ได้ฝันถึงเตียงสักหน่อย อย่าทำเป็นรู้ดี”

เถียงออกมาทั้งที่ในใจร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม นอน คำนี้ทำให้ใบหน้าที่ทระนงตัวเมื่อครู่หดเหลือแค่สองนิ้ว เธอต้องอยู่กลางป่า กับผู้ชายมหาโจรคนนี้จริงๆ เหรอ เธอจะอยู่รอดปลอดภัยสักกี่วันกันเชียว

        “อ้าวเหรอ! ผมคิดว่าคุณคงเคยชินกับการห้ำหั่นสวาทบนเตียงนอนนุ่มๆ ซะอีก แต่เสียใจด้วยนะ คราวนี้เผอิญมันไม่ใช่”

เอ่ยออกมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ และนั่นก็ได้ผลเมื่อรัศมีความโกรธพุ่งเข้าร่างเล็ก ดวงตากลมๆ นั้นตวัดมอง ท่าทีราวกับแมวป่าขู่ฟ่อ เป็นไปได้หล่อนคงจะง้างกรงเล็บแล้วฝากเส้นแดงๆ ประดับบนใบหน้าแถมลุกลามลงมายังลำคอของเขา นาทีต่อมาเสียงแว้ดๆ ของหล่อนก็ดังลั่น

“ฉันไม่ใช่อีตัวข้างถนนนะ คุณถึงจะพูดแบบนี้ได้ ฉันไม่ได้ขายตัวด้วย คราวนี้แจ่มชัดแล้วก็ปล่อยฉันไป ฉันจะถือว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้น โจรเถื่อนๆ อย่างนายจะปลอดภัย ไม่ถูกจับเข้าคุก”

        “คุก?

ทวนคำพร้อมกับยกยิ้มน้อยๆ ขายาวๆ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็ก ปลายนิ้วเรียวเชยคางในให้สบมอง

“ผมไม่กลัวหรอกคุณ ไอ้คุกของคุณน่ะ ผมกลัวก็แค่..”

ลากไล้ไปตามกลีบปากนุ่มชื้น หากหญิงสาวก็อุตส่าห์ปัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

“อย่ามาเอามือเน่าๆ ของนายมาแตะต้องตัวฉัน”

แต่ชายหนุ่มกลับไม่ใส่ใจจะฟัง คว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก พร้อมรั้งร่างระหงให้เดินตาม

โอ๊ย! แล้วจะลากฉันไปไหน เบาๆ สิ ฉันเจ็บนะ!

        “ไปหาที่เหมาะๆ สำหรับคุณยังไงล่ะทูนหัว”

        บอกแค่นั้นก็ก้าวเร็วๆ จนร่างเล็กแทบตามไม่ทัน ขาเล็กๆ เดินตุปัดตุเป๋ แต่คนที่รั้งนั้นแทบลากเธอให้ไปตามเส้นทางขรุขระข้างหน้า นิศากรขืนตัวเมื่อสะดุดเข้ากับก้อนหิน รองเท้าส้นสูงเป็นศัตรูชั้นดีในการก้าวเดิน

 “นี่ เดินช้าๆ สิ”

ครวญออกมาแล้วก็ต้องกระแทกกับร่างสูงที่จู่ๆ ก็หยุดเดิน หนำซ้ำยังหมุนกายกลับมา มองเธอด้วยสายตาบางอย่างพร้อมกับสบถอะไรที่ไม่น่าฟังในลำคอ ไม่นานนักนิศากรก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อท่อนแขนกำยำช้อนเข้าให้ที่สะโพกกลมกลึง โอบอุ้มเธอขึ้นแนบอก

        “ไม่นะ! ปล่อยฉัน กรี๊ด! ปล่อยนะ ไอ้บ้า!

แรงพยศยังรัวกระหน่ำ มือน้อยๆ ทุบไปทุกจุดบนร่างกายของอีกฝ่าย หยิกข่วนเต็มที่ หากแต่อีตานี่เป็นหินผารึยังไงถึงไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด แต่แล้วบุตรสาวคนสวยของผู้พันฤทธิ์ก็ต้องหุบปากฉับพัน เมื่อเจอน้ำคำที่ตะคอกก้องหู

“เงียบๆ ไม่อย่างนั้น ผมจะปล้ำคุณตรงนี้แหละ”

        แรงดิ้นรนเมื่อครู่หยุดชะงัก มือน้อยที่ทุบตีไปตามเนื้อหนุ่มทรงพลังค้างอยู่กลางอากาศ เสียงแปดหลอดนั้นเงียบหาย ยอมให้ชายหนุ่มอุ้มไปข้างหน้าแต่โดยดี แต่หัวใจของหญิงสาวก็เต้นถี่รัว เธอไม่เคยตกอยู่ในอ้อมอกของชายแปลกหน้ามาก่อน ยิ่งอยู่ใกล้คนป่าเถื่อนคนนี้ ทำไมหัวใจของเธอถึงได้รู้สึกประหลาด อดไม่ได้ที่จะลอบมองเสี้ยวหน้าคมในระยะประชิด

        คิ้วของเขาดกดำ นัยน์ตาสีดำสนิท ปลายจมูกโด่งคม ปากหยักได้รูปน่ามอง หนวดเคราระไปตามโครงหน้า ผมยาวยุ่งเหยิงระไปตามต้นคอ เธออยากเห็นเขาเวลาที่ไร้หนวดเครา พร้อมกับทรงผมที่ตัดแต่งเรียบร้อย โดยรวมแล้วผู้ชายคนนี้น่ามอง น่ามอง..หรือเธอมีความคิดแบบนี้กับไอ้โจรป่าตั้งแต่เมื่อไรกัน

 

เมื่อมาถึงจุดหมาย เพลิงอัคนีปล่อยร่างบางลงจากอ้อมอก ให้เธอได้จ้องไปยังภาพเบื้องหน้าตาเขม็ง ก่อนจะเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปในถ้ำ พร้อมจุดไฟตะเกียงให้ลุกพึ่บส่องสว่าง เดินเข้าไปหยิบของที่ต้องการเพียงลำพัง

ดวงตาของคุณหนูนิศากรก็เบิกโต ตรงหน้าเธอคือถ้ำ ถ้ำที่ทำให้ขนลุกเกรียวกราวได้ทั้งตัว รอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นแซมกับหินแข็งแกร่ง มันเหมือนกับในละครจักรๆ วงๆ ที่เธอเคยเห็นในบ้างเปิดชม ของเช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์ ไม่คิดฝันว่าชีวิตนี้จะได้มาพบเจอด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่สมัยนี้เทคโนโลยีเข้าถึง ทำไมอีตาโจรบ้าถึงต้องมาขังเธอไว้ในถ้ำ เปลี่ยนเป็นกระต๊อบน้อยเหมือนจำเลยรักไม่ได้รึไง หากอยู่ที่นี่จู่ๆ ถ้ำเกิดถล่มขึ้นมา เธอไม่ต้องตายอย่างอนาถ ศพเละไม่น่ามองรึไง

ไม่นานนักชายหนุ่มก็ก้าวออกมา แต่แล้วเพลิงอัคนีก็อยากจะหัวเราะให้ร่วน เมื่อเห็นใครบางคนยังยืนอยู่ท่าเดิม

“นี่คุณ เกิดสภาวะช๊อกหรือไง”

หล่อนไม่ตอบคำถามนั้น แต่เลือกที่จะเบือนหน้าหนี เห็นดังนั้นอุ้งมือร้อนผ่าวก็คว้าหมับที่ข้อมือเล็ก พร้อมรั้งให้เดินไปในทิศทางที่ต้องการ แต่หญิงสาวก็เหลือเกิน ลายพยศนี่วิ่งพล่านเชียว

“นายจะลากฉันไปไหนอีก”

ฟังดูก็รู้ว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาสั่นกลัวขนาดไหน แต่ยังอุตส่าห์แสดงท่าทีเข้มแข็ง

คนเดินนำหน้าเอี้ยวตัวกลับมามอง กราดสายตาขึ้นๆ ลงๆ จ้องเรือนร่างอรชร ก่อนจะเอ่ยขึ้นลอยๆ

“ไปอาบน้ำ!” ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วถึงกับเบิกกว้าง ความหวาดหวั่นอาบชัดบนดวงหน้า นิศากรสั่นศีรษะแรงๆ ร้องค้านเสียงดัง

“อาบน้ำ! ฉันจะอาบได้ยังไง เสื้อผ้าก็ไม่มี” ใครบางคนหยุดเดิน แล้วโยนเสื้อยืดสีขาวมาให้

“เอ้านี่เสื้อผ้า ใส่ของผมไปก่อน”

        “ยี้...ไม่เอาหรอก ฉันไม่เคยใส่เสื้อผ้าของคนอื่น โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้ชายอย่างนาย”

        ดวงหน้าส่ายไปมาเป็นการปฏิเสธ แถมแววตาเจ้าหล่อนจ้องของในมือราวกับไม่เคยเห็น เสื้อยืดผู้ชายตัวใหญ่โคร่ง หนำซ้ำยังสีขาวอีกต่างหาก บางก็บาง หากเธอสวมใส่ต้องโชว์เครื่องในให้อีตานี้ยลเป็นบุญตาแน่ๆ กำลังจะเอ่ยออกมาสักประโยค หากอีกฝ่ายก็ชิงตัดหน้าเสียก่อน

“เลือกเอา จะใส่เสื้อผมหรือว่าไม่ใส่อะไรเลย”

คำตอบก็คืออาการส่ายหน้าหวือโดยไม่ต้องคิด หากคำพูดที่รวยรินชิดจมูกในระยะห่างเพียงคืบเดียวนี่สิ ทำให้นิศากรต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“อย่าคิดจะใส่ชุดเก่านะ มันเหม็น! ถึงผมจะหน้าตาแบบนี้ แต่ผมก็ชอบผู้หญิงกลิ่นตัวหอมๆ เวลานอดกอดมันได้อารมณ์ดี”

        “ไอ้!..”

ข่มปากกัดฟันไม่ไหว ร้อนจนต้องเต้นเร่าๆ เธออยากตะบันหน้าอีตาปากเสียนี่สักทีสองทีเหลือเกิน แต่ปลายนิ้วเรียวใหญ่ก็ชี้กราดมาตรงหน้า แทบจะทิ่มตาของเธออยู่แล้ว

“หยุดเถียงสักทีเถอะ ใกล้มืดแล้ว เดี๋ยวเสือมันก็ออกมาขย้ำก่อนที่คุณจะอาบน้ำเสร็จหรอก”

เพียงได้ยินชื่อของสัตว์ป่าตัวใหญ่เท่านั้น เรียวปากอิ่มก็ละล่ำละลัก

“ห้องน้ำอยู่ตรงไหน”

หากแต่คำถามนั้นกลับทำให้เพลิงอัคนีหัวเราะออกมาดังลั่น รอยยิ้มจางๆ ประดับบนเสี้ยวหน้าคม เล่นเอาคนมองอยู่อดไม่ได้จะถลึงตาใส่ คนบ้า! ขยันขำเธอซะเหลือเกิน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอนี่ จะได้รู้ไปหมดน่ะ ค่อนขอดอยู่ในใจ หากแต่เสียงห้าวทุ้มที่เปล่งออกมาเล่นเอาคนแอบเหน็บอยากจะปล่อยโฮ

“ห้องน้ำ หึๆ ไม่มีหรอกคุณ มีแต่ลำธาร”

        “ลำธาร”

ทวนคำด้วยสีหน้างงๆ ก่อนจะเบิกตากว้าง

“นายจะให้ฉันอาบน้ำในลำธารเนี่ยนะ ฉันไม่อาบ!

และปากอิ่มก็ยืนกรานเสียงแข็ง เกิดมาเธอไม่เคยอาบน้ำในลำธารเลยสักครั้ง ด้านบนเป็นผืนฟ้า รอบๆ ตัวเป็นผืนป่า ร้อยไม่พันไม่ เธอไม่ยอมอาบท่ามกลางการโจ่งแจ้งแบบนี้หรอก อย่างน้อยก็น่าจะมีห้องน้ำบ้างสิ ต่อให้ล้อมรอบด้วยสังกะสีแผ่นดำๆ ก็เถอะ

        คิ้วเข้มของเพลิงอัคนีย่นเข้าหากัน พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอกกับความเรื่องมากของผู้หญิงตรงหน้า เรียวปากหยักเหยียดออกพร้อมคำเยาะหยัน

“ไม่ยักรู้ว่าคุณมีสิทธิ์เลือกด้วย”

เดินวนรอบร่างเล็กหนึ่งครั้งก่อนจะเสนอตัวด้วยความเจ้าเล่ห์

“ถ้าไม่อาบเองผมจะช่วยสงเคราะห์อาบให้”

ยกปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไปตามลำแขนขาวผ่อง

“คุณอยากให้ผมลูบไล้ผิวนุ่มๆ ของคุณใช่ไหม ถึงได้เรื่องมากขนาดนี้”

        นิศากรปัดมือปลาหมึกที่ยุ่มย่ามอยู่กับเนื้อตัวออก นึกอยากจะกัดลิ้นหนีตายซะให้รู้แล้วรู้รอด อีตาบ้านี่ขยันใช้คำพูดคำจาแสนหน้าตบ ปั่นป่วนอารมณ์โกรธของเธอได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ หลายชั่วโมงมานี้เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เพราะหมดพลังไปกับการร้องด่าต่อว่าคนหนังหน้าหนายิ่งกว่าถนนคอนกรีตเสริมใยเหล็ก

        ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ

“ฉันอาบก็ได้”

มือบางแบยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม “ไหนล่ะครีมอาบน้ำ แชมพูสระผม แปรงพร้อมยาสีฟัน แล้วก็โฟมล้างหน้าด้วย”

        คนถูกขอแค่นยิ้ม “เรื่องมากจริงแม่คุณ ทำยังกับอยู่โรงแรมห้าดาว ที่นี่ในป่านะ ครีมอาบน้ำไม่มี มีแต่สบู่มะขาม แชมพูมะกรูด” หยิบยื่นสิ่งที่เอ่ยออกมาให้

“แล้วนี่แปรงสีฟันอันใหม่ ส่วนโฟมล้างหน้าน่ะ ไม่มี!

ดวงตากลมๆ ของนิศากรจ้องตะกร้าเล็กๆ ในมือที่อีกฝ่ายยัดใส่ให้ตาปริบๆ

        เมื่อเห็นปฏิกิริยาขอคนตรงหน้า ลูกพญาอินทรีย์ก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมตามนิสัย

“ทำไม สมุนไพรไทยรับไม่ได้หรือไง สงสัยเคยใช้แต่ของนอก อย่างนี้แหละคุณหนูผู้ดีตีนแดง ของไทยๆ ใช้กันไม่เป็น”

        คนฟังเบิกตากว้าง เธอผิดหรือที่ไม่เคยใช้สิ่งของพวกนี้ แต่นิศากรก็ไม่ได้บอกนี้ว่ามันไร้ค่าและไม่เหมาะสม เพราะของไทยๆ เธอก็ได้สัมผัสบ่อยครั้ง หากแต่เป็นพวกผ้าไหมและเครื่องใช้เครื่องเรือนของชาววัง แน่ล่ะคุณย่าของเธอเคยทำงานรับใช้เจ้านายใหญ่หลวงมาก่อนนี่ เชิดหน้าขึ้นก่อนจะบอกออกมาอย่างทระนง

“ฉันไม่ได้คุณหนูจ๋าขนาดนั้นหรอก รู้จักและใช้เป็น”

        “ก็ดีเพราะคุณต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตจากผมอีกเยอะ”

        เชอะ!

ขึ้นเสียงสูงพร้อมกับเบะปากใส่ อดไม่ได้ที่จะพึมพำแผ่วๆ ในลำคอ

“ถามฉันสักนิดไหม บังคับอยู่ได้ เป็นพ่อก็ไม่ใช่!

ค่อนขอดคนที่เจ้ากี้เจ้าการออกคำสั่ง ก่อนจะฮึดฮัดจ้ำอ้าวหนีห่าง เธอไม่อยากอยู่ใกล้อีตานี่สักนิด ผู้ชายอะไรขยันอยากให้เธอฟาดฝ่ามือใส่ได้สิบๆ ครั้งภายในไม่กี่วินาที

        แต่การก้าวเดินนั้นต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงห้าวห้วนดังลั่น

“แล้วนั่นจะไปไหน”

อีกฝ่ายหยุดเดินและหันมามอง ใบหน้ามหาโจรสั่นพรืด

“รู้รึไงว่าลำธารอยู่ตรงไหน เดินดุ่มๆ ยังกับบ้านเกิดตัวเองอย่างนั้นแหละ”

        คนฟังถึงกับเกิดอาการควันร้อนๆ พุ่งออกมาจากใบหูทั้งสองข้าง เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพ่นออกมา

“ก็บอกทางสิ ยืนเซ่ออยู่ได้” เพลิงอัคนีชะงักไปนิด

“ปากร้ายชะมัด!

บ่นเบาๆ ในใจก่อนจะก้าวเดินไปยังอีกฝั่งของถ้ำ ไม่หันไปมองสักนิดว่าหญิงสาวจะตามมารึเปล่า และก็เป็นดังคาด เพราะเสียงฝีเท้าแผ่วๆ ดังไล่หลังมา สองหนุ่มสาวเดินมาราวๆ หนึ่งร้อยเมตร ก็ได้ยินเสียงน้ำตกซัดซ่า ภาพที่ค่อยๆ ชัดเจนในม่านตา

        ภาพน้ำตกห้าชั้นเล็กๆ ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน พุ่งตรงกระทบโขดหินน้อยใหญ่ในระยะห่างจากจุดที่เธอยืนราวยี่สิบเมตรสะกดสายตาของนิศากรได้เป็นอย่างดี เธอไล่มองตามเส้นทางของสายน้ำมาเรื่อยๆ ความงามและใส ของธรรมชาติเบื้องหน้า ทำให้ความหมองหม่นจางหาย ตรงหน้าของเธอก็คือแอ่งน้ำขนาดเล็ก ที่รายล้อมด้วยโขดหิน อันที่จริงก็คล้ายน้ำตกเลื่องชื่อของทางจังหวัด แต่ที่ต่างออกไปเพราะดูเหมือนจะไม่เคยมาที่นี่มาก่อน นอกจากมหาโจรหนุ่ม และในเวลานี้คงมีเธออีกคน

        “ไง สวยไหมคุณ”

ใครบางคนกระซิบอยู่ด้านหลัง หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าให้ ทุกอย่างของที่นี่ลงตัวเหลือเกิน ต้นไม้น้อยใหญ่ดูอุดมสมบูรณ์ไปด้วยคำบัดหยัดของคำว่า ธรรมชาติ ดอกไม้ป่าเกาะหนาทึบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ นกนานาชนิดเปล่งเสียงแข่งกันขับขาน บางทีที่นี่ก็น่าอยู่ไม่น้อย แต่แล้วภวังค์ทุกอย่างก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือคนๆ เดียว

        “ยืนจ้องอยู่นั่น เดี๋ยวธรรมชาติตรงหน้าก็สลายหมด ไปอาบน้ำได้แล้ว”

        นิศากรค้อนขวับ หันซ้ายแลขวา เลือกสรรที่ที่เหมาะจะเพื่อชำระร่างกาย หากใครบางคนก็ยืนนิ่งเป็นหินผา ไม่รู้จักกาลเทสะเลยสักนิด

“นี่อีตาบ้า! นายจะยืนจ้องฉันอาบน้ำรึไง”

แว้ดออกไปเต็มเสียง แต่โจรหน้าเถื่อนก็ยังอุตส่าห์ยิ้มระรื่น พร้อมโน้มใบหน้าเข้ามาจนแทบจะชนกับเธอ

“ไม่ดีรึไง ผมหวังดีอยู่เป็นเพื่อน คุณจะได้ไม่เหงา”

        ดวงตากลมๆ ถลึงใส่ “ฉันไม่ต้องการ ไปให้ไกลๆ เลยนะ แล้วอย่าคิดจะแอบดูฉันเป็นอันขาด ถ้าจับได้ฉันจะควักลูกกะตากลมๆ ของนาย แล้วเหยียบให้จมดินไปเลย”

        เพลิงอัคนีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้หวาดหวั่นต่อถ้อยคำแหลมๆ ที่ตะโกนใส่หน้านั้นสักนิด

“โอเค ขู่เก่งจริงๆ”

บอกออกมาพร้อมหมุนกายหันหลังให้ แต่ก็อุตส่าห์ตะโกนดังลั่น

“รีบอาบล่ะ อย่ามัวอ้อยสร้อย แถวนี้อสุรกายยิ่งเยอะๆ อยู่ด้วย”

        หากหมุนกายกลับมาคงจะได้เห็นปากเล็กบ่นขมุบขมิบ

“นายยิ่งกว่าอสุรกายอีกย่ะ ไอ้โจรป่าเถื่อน”

นิศากรได้แต่ต่อว่าคนที่ปลีกตัวให้เธอได้ใช้เวลาส่วนตัว เมื่อพ้นร่างสูงใหญ่ ดวงหน้ากรุ่นโกรธเมื่อครู่ก็จางหาย ร่างระหงย่อกายลงพร้อมยื่นมือเล็กไปแกว่งน้ำเล่น บรรยากาศรอบๆ ตัวเริ่มเย็นฉ่ำ สงสัยกลางคืนที่นี่ต้องหนาวเหน็บมากกว่าในเมืองเป็นสิบๆ เท่า คิดได้แค่นั้น ดวงตากลมๆ ก็มองซ้ายมองขวา เพื่อให้แน่ใจว่ามหาโจรหน้าด้านจะไม่แอบดูเธอ เมื่อคิดว่าปลอดภัย หญิงสาวก็ก้าวลงน้ำด้วยชุดเต็มยศที่สวมติดตัว ลงไปแหวกว่ายอาบน้ำจนชุ่มฉ่ำหัวใจ ไม่หวนคิดสักนิด ว่าอาบน้ำเสร็จ เธอจะไม่เหลือเสื้อผ้าชิ้นใดๆ สวม นอกจากเสื้อยืดสีขาวของมหาโจรที่หยิบยื่นให้

 

        เมื่ออาบน้ำเสร็จ นิศากรก็ได้แต่ก่นด่าตัวเอง จ้องเสื้อผ้าตัวเองที่เปียกชื้นชุ่มฉ่ำ เธอนี่สะเพร่าสิ้นดีแล้วนาทีนี้จะใส่อะไร อยู่กับชุดเปียกชื้นแบบนีน่ะหรือ สงสัยคงได้เป็นปอดบวมตายก่อนวัยอันควร ดวงตากลมๆ หันไปมองเสื้อยืดสีขาวที่คนหน้าเถื่อนหยิบยื่นให้ ถามตัวเองดังๆ ในใจว่าเธอต้องใส่เสื้อตัวนั้นจริงๆ น่ะหรือ หนำซ้ำมันยังบางเบามองเห็นทะลุผิวเนื้อด้านในอีก

        จ้องมองอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะขยับเขยื้อน จนเสียงใครบางคนตะโกนให้ได้ยิน ร่างเล็กรีบหลบเลี่ยง ใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบัง

        “นี่คุณ อาบน้ำเสร็จรึยัง ผมเอาผ้าเช็ดตัวมาให้”

        “ส่งมาสิ”

กระท่อนกระแท่นตอบออกมาทั้งๆ ที่ซ่อนเร้นกายอยู่ ดวงตาของเพลิงอัคนีตวัดมองรอบๆ ก็เจอเข้ากับเสื้อสีขาวของตัวเองที่กองอยู่บนโขดหิน พลางครุ่นคิดว่าแม่คุณต้องเปลือยเปล่าแน่ๆ หากกวาดหาชุดที่เจ้าหล่อนสวมใส่ เรียวปากนั้นกลับยิ้มน้อยๆ ไม่นานก็จัดการส่งผ้าเช็ดตัวผืนโตให้

        “รีบๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะ มันค่ำแล้วนะคุณ”

บอกอย่างรู้ดี ก่อนจะก้าวยาวๆ ถอยห่าง ปล่อยให้หญิงสาวได้ใช้เวลาเป็นส่วนตัวอีกครั้ง แน่ล่ะคนอย่างเพลิงอัคนีไม่ได้บ้ากามขนาดต้องจ้องมองคนอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงแม้ในใจส่วนลึกอยากเห็นอยากสัมผัสใจแทบขาดก็เถอะ แต่จะทำให้กระต่ายตื่นก็ไม่ใช่วิสัย เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะขย้ำเจ้าหล่อนให้แหลกลานคามือ

        เมื่อคล้อยหลังชายหนุ่ม นิศากรก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็ว เธอสวมเสื้อยืดสีขาวที่คนหน้าเถื่อนทิ้งไว้ให้ แล้วเลือกห่มผ้าเช็ดตัวอีกชั้น แต่ท่อนล่างนี่สิ มันวาบหวิวแปลกๆ ดีหน่อยเจ้าเสื้อตัวนี้คลุมเข่ามนพอดิบพอดี ถ้าสั้นกว่านี้เธอต้องกัดลิ้นตัวเองหนีอายแน่ๆ

        ร่างระหงในชุดเกือบเปลือยก้าวเร็วๆ กลับไปที่ถ้ำ พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปเรื่อยๆ เสียงสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นชินดังก้องในโสตประสาท ดวงหน้านั้นอดหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้ เมื่อเห็นถ้ำอยู่ตรงหน้า ขาที่จ้ำอ้าวเมื่อครู่กลับหยุดชะงัก สองจิตสองใจ เธอจะอยู่ข้างนอกหรือว่าจะเข้าไปในนั้นดี แต่แล้วผู้ชายบ้าอำนาจก็ตะโกนสั่งเสียงห้าวอย่างคนเผด็จการ กระทั่งเธอต้องก้าวเร็วๆ เข้าไปข้างในอย่างไม่เต็มใจนัก

        เข้ามาด้านใน นิศากรก็เห็นชายหนุ่มกำลังทำอะไรสักอย่าง คงเป็นมื้อเย็นของวันนี้มั้ง เพราะเธอได้กลิ่นหอมฉุนแบบแปลกๆ แต่เรียวปากอิ่มก็เลือกที่จะเงียบ มากกว่าโพล่งถาม ไม่นานนักคนหน้าโจรก็เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับคำถามที่เธอคาดคิดว่าจะได้ยิน

“หิวไหมคุณ”

        ดวงหน้าเล็กสะบัดใส่ ก่อนจะยืนกรานเสียงแข็ง

“ไม่หิว”

        เพลิงอัคนีได้แต่ไหวไหล่น้อยๆ ให้กับประโยคนั้น แต่เสียงบางอย่างที่ดังออกมาจากคนปฏิเสธเมื่อครู่ ทำให้ต้องกลั้นยิ้มขำ

“ไหนบอกไม่หิว ท้องส่งเสียงประจานปากแข็งๆ ของคุณซะแจ่มชัดขนาดนี้ คุณนี่โกหกแบบหน้ามึนๆ”

        ใบหน้าของนิศากรถึงกับแดงเรื่ออย่างอายๆ ก่นด่าท้องไส้ของตัวเอง ที่บังอาจส่งเสียงร้องจ๊อกๆ เธออายอีตาบ้านี้จนแทบจะมุดแผ่นหินแข็งๆ หนีซะให้รู้แล้วรู้รอด คนบ้านี่ก็เหมือนกันจ้องอยู่ได้ แค่นี้เธอก็รู้สึกแย่เต็มที

        เพลิงอัคนีขยับกายย่อตัวลงนั่งใกล้ๆ พร้อมส่งอาหารมื้อเย็นให้

“นี่ อาหารกระป๋อง กินได้ไหมคุณ”

        ดวงตากลมๆ ชะเง้อมองด้านใน เพราะเขาจัดการเปิดฝาให้ดูเรียบร้อย ใบหน้างดงามไร้ที่ตินั้นส่ายไปมา

“ฉันไม่เคยกิน มันเป็นอาหารคนจริงๆ เหรอคุณ กินแล้วจะท้องเสียรึเปล่า”

        ร่างสูงของคนข้างๆ ถอนหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยหน่าย

“กินได้ มันไม่ตายหรอกน่า”

บอกออกมาพร้อมส่งให้ หญิงสาวจำต้องยืนมือไปรับมา พร้อมกับใช้ช้อนสังกะสีคันเล็กตักขึ้นมามอง จ้องอยู่นานก่อนจะฝืนกินเข้าไป แต่เพียงคำเดียวก็ต้องเบะปาก พร้อมวางเจ้ามื้อเย็นลงข้างๆ

        “ทำไม รสชาติมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

เสียงห้าวแฝงความห่วงใยร้องถาม

“ที่นี่มันก็มีแค่นี้แหละ ทนกินหน่อยได้ไหม พรุ่งนี้ผมจะหาอย่างอื่นมาให้ทาน”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเล่นบทเงียบ ชายหนุ่มจำต้องเอ่ยเย้า

“อย่าทำหน้าเหมือนผมบังคับให้กินยาเบื่อสิคุณ”

        “มีผลไม้ไหม ฉันไดเอทอยู่”

        ครานี้นิศากรเป็นฝ่ายร้องบอกความต้องการบ้าง คิ้วเข้มวิ่งชนกันโครมเบ้อเร่อ

“ไดเอท หรือกินแบบนี้ไม่ได้”

ประชดออกมาอย่างรู้ดี หากเพลิงอัคนีก็อุตส่าห์ไม่บังคับ หนำซ้ำยังยินยอมทำตามความต้องการของอีกฝ่าย

“โอเค รอหน่อยนะ ผมจะไปดูว่าแถวนี้มีผลไม้อะไรให้คุณกินได้บ้าง แต่ขอบอกว่าเลือกไม่ได้มากหรอก”

        ดวงหน้าสะสวยพยักน้อยๆ เป็นการรับรู้ ก่อนจะได้เห็นร่างสูงใหญ่ยืดตัวขึ้นสูง ก้าวเร็วๆ ออกจากถ้ำ เมื่อพ้นแผ่นหลังกระด้างนั้น นิศากรก็ถอนหายใจอย่างปลงๆ มองรอบตัวด้วยความหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าป่านนี้ที่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง จะรู้บ้างไหมว่าเธอถูกคนป่าเถื่อนที่ไหนก็ไม่รู้จับตัวมา หนำซ้ำยังต้องมาอยู่ในที่ที่น่ากลัว และรายล้อมไปด้วยอันตรายรอบด้าน

        ไม่ถึงสิบห้านาทีใครบางคนก็กลับมาพร้อมกับผลไม่สองชนิดในอุ้งมือ ดวงตากลมๆ นั้นฉายแววพอใจไม่น้อยเมื่อชายหนุ่มยื่นให้

“กล้วยน้ำว้าและก็ส้ม มีแค่นี้แหละ จะกินก็กิน ไม่กินเห็นทีต้องอดตาย”

        หญิงสาวแจกค้อนวงเล็กให้ แต่ก็อุตส่าห์พึมพำออกมา

“ขอบคุณค่ะ”

        ประโยคสั้นๆ แต่เล่นเอาเสี้ยวหน้าคมนั้นยิ้มกริ่ม นับห้าวินาทีที่ไม่สามารถละจากความงามของคนตรงหน้าได้ “ยัยนี่ขอบคุณก็เป็นด้วยแฮะ น่ารัก..” ความพอใจบางอย่างแล่นไปยังก้อนเนื้อที่เต้นตุบตับ และเมื่อเจ้าหล่อนเลือกหยิบกล้วยมากลืนกิน คนลอบมองถึงกับเกิดอาการร้อนรุ่ม เวลาปากเล็กๆ อ้าออกกว้างแล้วงับกล้วยกัดพอดีคำ ความร้อนบางอย่างก็วิ่งพล่านไปทั่วเรือนกาย ท่าทีไม่ประสานั้นปั่นป่วนกามารมณ์ให้ปะทุเดือดได้อย่างน่ากลัว เพลิงอัคนีต้องลอบกลืนน้ำลายบ่อยครั้ง เมื่ออีกฝ่ายตวัดสายตามองก็ได้แต่ตีหน้ายักษ์ส่งให้ ทั้งๆ ที่ความจริง อยากให้หญิงสาวได้กลืนกินตัวเอง แทนกล้วยน้ำว้าหวีนั้นซะนาทีนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนผลงานค่ะ"

Janya,ณิชาดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha