เสน่หาจอมบงการ (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1_100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    เภรินแวะเข้าห้างไปเดินสำรวจหนังสือแล้วก็ซื้อหนังสือนิตยสารมา 2 เล่ม เล่มหนึ่งเพื่อนสัตว์เลี้ยง ส่วนเล่มหนาๆ นั่นบ้านและสวน เพราะชอบอ่านหนังสือแนวนี้ สบายใจดี เธอเดินแกร่วไปแถวๆ ซูเปอร์ฯ ซื้อน้ำมันพืชให้แม่และอาหารเพิ่มพลังชีวิตให้ลูกๆ

               อย่าคิดว่าไม่สำคัญเชียว ไม่มีเมื่อไหร่ล่ะเจ้าหมูแดงหงอยจนเหมือนหมาป่วย ส่วนเจ้าแมวสองตัวก็ดูไร้วิญญาณ ตาโศกอย่างกับถูกทำร้ายจิตใจเชียวล่ะ

               ตอนแรกเภรินว่าจะกลับบ้านเลย แต่เป็นเอกโทรมาบอกว่าให้ไปหาที่สำนักพิมพ์ เธอเลยต้องเปลี่ยนเส้นทางนิดหน่อย คิดๆ แล้วก็ตลกดี จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนของเธอเริ่มต้นจากมีเพื่อนบ้านอย่างพี่จิลลาที่มองเห็นบางอย่างในตัวเธอ และขอให้ลองเขียนเรื่องสั้นให้สามีก็คือพี่เป็นเอกอ่านดู เรื่องสั้นถูกตีพิมพ์และนั่นก็ท้าทายให้เธอลองเขียนนิยายเรื่องยาวดู จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 4 ปีแล้ว

               การจราจรคล่องตัวมาก ทำให้สามารถขับรถได้เร็วกว่าปกติที่เคยขับรถผ่านถนนเส้นนี้ เธอฮัมเพลงมองทางไปพลางมองข้างทางไปด้วย รถคันหน้าขับเร็วเธอก็ขับเร็วตาม ถ้าช้าก็ช้าตาม ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มองทางเธอเห็นบางอย่างวิ่งผ่าน เธอรีบเหยียบเบรกพร้อมๆ กับที่รถคันนั้นเหยียบตาม ทั้งที่น่าจะเบรกได้เร็วกว่าเธอด้วยซ้ำ

               “ไอ้บ้า ขับรถยังไง ไม่เห็นหรือไงว่ามีหมา”

               เภรินใจหายแวบ ไม่ใช่เพราะรถของเธอเกือบไปชนท้ายรถคันหน้า แต่เพราะบางอย่างที่เธอเห็นเมื่อครู่ต่างหาก หญิงสาวรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปหน้ารถคันหน้า ซึ่งเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมาเหมือนกัน

               หมาพันทางดูหย๋องกรอดนอนฟุบอยู่กับพื้นถนน เลือดสีแดงฉานกำลังไหลออกจากบาดแผลที่ขา มันร้องเสียงงี้ดๆ ด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ส่งเสียงคำรามเมื่อเห็นคนแปลกหน้า

               เภรินนั่งลงใกล้ๆ พลางส่งเสียงเรียกมันเบาๆ ให้หายตกใจ มือบางยื่นออกไปอย่างระวังให้มันดม เมื่อเห็นท่าทีมันอ่อนลงก็ลูบหัวทำความรู้จัก หางที่ตั้งชันเริ่มส่ายไปมาราวกับรู้ว่าเธอมาอย่างเป็นมิตร

               “เป็นยังไงบ้างหนุ่มน้อย”

               ฆโณทัยนั่งลง พอมีรถบีบแตรไล่หลังก็ต้องไปช่วยโบกให้เดี๋ยวจะกลายเป็น เรื่องขึ้นมา ก่อนจะกลับมาหาสาวมาดทอมบอยที่เดินกลับไปหยิบเสื่อมาจากรถ ป้างเดินมานั่งชันเข่าใกล้ๆ หมาตัวนั้น รู้สึกเสียใจที่ไม่ทันเห็นมันจนชนเข้าไป แต่ก็ไม่แรงนักเพราะไม่ได้ขับรถมาเร็วเท่าไหร่

               “ขอโทษนะเอ็ง ฉันไม่ทันเห็นแกจริงๆ” เขาบอกเจ้าหมาตัวนั้นพลางยื่นมือให้มันดมบ้าง แต่มันคำรามใส่ราวกับรู้ว่าใครที่ทำร้ายมัน

               เภรินค้อนใส่ผู้ชายร่างยักษ์ตาคว่ำ สมควรอยู่หรอกที่หมามันจะโกรธเอา เธอวางเสื่อกำลังจะอุ้มเจ้าหมาโชคร้ายไปวางไว้บนนั้น เพื่อที่เวลาเคลื่อนย้ายจะได้ไม่ทำให้เจ็บมากขึ้น

               “นั่นคุณจะทำอะไร?” ป้างถาม

               “ถ้ามือยังว่างคุณก็ช่วยไปเปิดประตูรถให้ฉันที” เธอบอกแถมทำเสียงดุใส่แบบโกรธแทนหมา

               ป้างเองก็งงๆ ว่าทำไมถูกมองตาขวาง แล้วตัวเท่าเมี่ยงอุ้มไหวหรือนั่น เขายื่นมือไปช่วยจับเสื่อไว้แล้วจัดการอุ้มเจ้าหมาตัวนั้นพร้อมเสื่อที่รองแล้วเป็นฝ่ายสั่งแทน

               “ผมอุ้มมันเอง คุณนั่นแหละเปิดประตูรถผมที”

               “คุณจะพามันไปไหน” เภรินมองผู้ชายแปลกหน้าที่ดูหล่ออย่างกับ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ชิ หล่อแล้วไง ทำให้ท้องอิ่มได้เสียที่ไหน

               เออแน่ะ! ยัยเด็กบ้านี่ คิดว่าเขาจะพาเจ้าหมานี่ไปทำลูกชิ้นหรือไง ก็เห็นอยู่ว่าเจ็บขนาดนี้ เขาคงพาไปเดินห้างละมั้ง

               “ก็พามันไปหาหมอไงคุณ ผมเป็นคนชนมัน ผมก็ต้องรับผิดชอบสิ เร็วสิคุณรีบไปเปิดประตูรถ”

               เภรินอึ้งไป นานๆ จะเจอคนมีความรับผิดชอบแฮะ ชนแล้วไม่ไปไหนแถมยังจะพาไปหาหมอ เธอรีบวิ่งไปที่รถของเขาซึ่งกดเปิดล็อกแล้ว เจ้าหนุ่มน้อยตัวนั้นถูกอุ้มไปวางที่เบาะข้างคนขับ ตอนแรกเธอนึกว่าเขาจะวางมันไปตรงที่พักเท้า เสียอีก

               “ขับตามฉันมานะ แถวๆ นี้มีคลินิกที่ฉันรู้จัก” เธอบอกก่อนวิ่งกลับไปที่รถ

               ป้างสตาร์ตรถยนต์ รอให้รถของยัยทอมบอยเบี่ยงแซงไปก่อนจะขับตามไปเรื่อยๆ มือข้างที่ว่างยื่นไปให้เพื่อนใหม่ดม มันเริ่มไว้ใจเขาและยอมให้ลูบหัว ตอนนี้มันคงรู้แล้วล่ะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจขับรถชนมันจริงๆ

               เภรินขับรถมาที่คลินิก ‘เพื่อนยาก’ ซึ่งเป็นคลินิกรักษาสัตว์ของวินิตหรือ ‘ไอ้หมา’ ของเพื่อนๆ ทั้งที่มันชื่อเล่นว่าเผือก ฆโณทัยอุ้มหมาตามสาวมาดทอมเข้าไปในคลินิก และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังไปในระหว่างที่หมอกำลังทำการรักษา มันถูกเอกซเรย์ ทำแผล คนพลาดไม่ทันระวังเลยใจแป้วๆ สงสารหมาตาดำๆ ไปด้วย

               ป้างนั่งรอ โดยที่คนขับรถนำเป็นคนคุยกับหมอที่ดูก็รู้ว่าน่าจะรู้จักกันดี

               “ขาหักต้องเข้าเฝือก ส่วนรอยช้ำที่สะโพกเอกซเรย์แล้วนะว่าไม่มีอะไรหัก อาการโอเค กินยาหรือฉีดยาไม่กี่เข็มก็หาย ส่วนขาที่เข้าเฝือกก็เดือนหรือเดือนครึ่งต้องมาเอกซเรย์ดูอีกที ต้องดูพฤติกรรมของสุนัขด้วย ถ้าซนมากหน่อยก็อาจจะลากยาวไปถึง 2 เดือน” วินิตร่ายยาวให้เพื่อนฟัง

               “ขอบใจนะไอ้หมา”

               “บอกเท่าไหร่ไม่จำ ไอ้หมาน่ะไว้ให้แฟนเรียกคนเดียวพอ ฉันชื่อเผือกโว้ย”

               “ก็มันติดปาก” จริงๆ นะ เรียกจนชินปาก ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนมาถึงมหา’ลัยด้วยกัน ตอนนี้มาสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะแฟน มันเลือกปฏิบัติจริงๆ

               “แล้วนั่นใคร แฟนใหม่แกเหรอ” เผือกมองไปยังผู้ชายร่างยักษ์ที่นั่งมองตากับหมารูปร่างหย๋องกรอด ดูน่ารักดี หมาตัวนั้นก็กระดิกหางใส่ เออ มันช่างเป็นมิตรดีแท้

               “ไอ้บ้า แกก็รู้ว่าฉันเกลียดผู้ชายเข้าไส้” เภรินว้ากใส่ พอเห็นเพื่อนค้อนกลับก็นึกได้ “เออ เว้นนายไว้คน อ้อ พี่เอกก็ด้วย”

               “แล้วไง ใครล่ะ” ถามนิดเดียวตอบไปไหนก็ไม่รู้

               “ก็คนชนหมาตัวนี้ไง” เภรินตอบ พอเห็นว่าอีตายักษ์กำลังจะเดินมาหาก็เลยขยิบตาให้เพื่อนเลิกถาม

               “ว่าไงคุณ คุณหมอ มันจะหายไหมครับ” ป้างถามทั้งหมอและเพื่อนหมอ

               “หายครับ แต่ต้องกินยา แล้วก็รอให้กระดูกประสานกันดีก็โน่นเลยครับเดือนหรือ 2 เดือน” เผือกรับหน้าที่ตอบ

               “ถ้าผมจะพามันไปด้วยได้ไหมครับหมอ ต้องให้น้ำเกลือหรือเปล่า”

               “ควรจะให้ครับ พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้าน” เผือกรับหน้าที่ตอบอีกตามเคย

               เภรินยืนฟังเฉย สงสารเพื่อนหน่อยที่เรื่องเดียวกันต้องมาพูดสองรอบ

               “ถ้างั้นผมฝากหมอไว้ได้ไหมครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะมารับมันกลับบ้านพร้อมกัน” ดูยังไงก็หมาจรจัดคงไม่มีเจ้าของ แต่เขานี่แหละจะเป็นเจ้าของให้มันเอง

               “อ้าว! แล้วคุณจะพามันไปไหน” เภรินอดถามไม่ได้ ตาที่มองป้างก็ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่

               คนถูกถามตวัดตามองพลางยกแขนมากอดอก หน้าของเขาเหมือนผู้ร้ายมากหรือไงจ้องอยู่ได้ยัยทอมนี่

               “ในเมื่อผมเป็นคนทำให้มันบาดเจ็บ ผมก็จะดูแลมันน่ะสิ ไหนๆ มันคงเป็นหมาไม่มีเจ้าของ ผมก็จะเป็นเจ้าของให้มันเอง” ป้างบอก ขี้เกียจถือสา ‘เด็ก’

               เภรินเลยพูดไม่ออกไป เธอกลายเป็นคนมองคนในแง่ร้ายไปเมื่อไหร่กันนี่ เฮ้อ เผือกหัวเราะเพื่อนเบาๆ สงสัยว่าอาการอาฟเตอร์ช็อกจะยังไม่หาย เรื่องแบบนี้คงต้องใช้เวลา

               “นี่นามบัตรผมนะครับ” ป้างยื่นนามบัตรให้เผือก “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมรับผิดชอบเอง ถ้ามีเรื่องด่วนของเจ้านี่โทรหาผมได้ทุกเวลานะครับ พรุ่งนี้ผมคงมาที่นี่ตอน 9 โมงเช้า”

               เผือกรับนามบัตรไปอ่านยิ้มๆ หน้าฝรั่ง แต่ชื่อไทยดีแท้ ฆโณทัย แปลว่าอะไรหว่า

               เพลินมองแบบเมินๆ เจอกันครั้งนี้ครั้งเดียวไม่รู้จะอยากรู้ชื่อไปทำไม ป้างเดินไปลูบหัวเจ้า ‘นำโชค’ ชื่อของมันที่เขาเพิ่งตั้งให้ กำลังจะออกจากคลินิกไปอยู่แล้วถ้าไม่นึกบางอย่างได้แล้วเปลี่ยนใจเดินกลับมาหาสาวผมสั้นกุด

               “ถ้าคุณไม่เชื่อว่าผมจะดูแลเจ้านี่จริงๆ ก็มารอส่งมันได้นะครับ”

               เภรินอ้าปากค้าง ไม่นึกว่าจะถูกย้อนเข้าให้ เธอยอมรับผิดที่คิดในแง่ร้ายไว้ก่อน แต่ก็ทำดีไถ่โทษด้วยการยืนเงียบๆ ไปแล้วไง แต่ไหงถูกโดนพูดใส่เหมือนดุหว่า

               “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” เผือกถามเพื่อนที่หน้าจ๋อยๆ

               “ไม่รู้เลยหรือไงว่าฉันถูกหลอกด่านิ่มๆ อยู่น่ะ ผู้ชายบ้าอะไรวะปากคมอย่างกับมีดโกน”

               คนถูกว่า (ลับหลัง) เดินสบายใจเฉิบไม่รู้เรื่อง ไม่นานก็ขับรถออกไปจากคลินิกแห่งนั้น นานๆ เขาจะเดินทางมากรุงเทพฯ เสียที รถราก็ดูขับกันวุ่นวาย จนคนนานๆ จะเข้าเมืองทีก็เสียอารมณ์อยู่บ่อยๆ ถึงวินัยจราจรที่กะพร่องกะแพร่งของรถที่ขับแซงแบบไม่เปิดไฟบ้าง ถูกขับปาดหน้าเกือบชนกับรถที่ขับย้อนศรบ้าง คราวหน้าเขาคงต้องใช้บริการแท็กซี่แทนการขับรถเองเสียละกระมัง

               

               เภรินขับรถออกจากคลินิกหลังจากป้างขับรถออกไปไม่นานนัก ใช้เวลาอีกไม่ถึง 15 นาทีก็มาถึงสำนักพิมพ์เพลินอ่านของพี่เป็นเอก เธอทักทายกองบรรณาธิการ แม่บ้านและวางของฝากเล็กๆ น้อยๆ ไว้ที่เคาน์เตอร์ให้พี่ๆ น้องๆ มากินกันก่อนจะเคาะประตูเข้าห้องทำงานของบ.ก.ใหญ่

               “พี่เอกเรียกเพลินมาพบทำไมหรือคะ”

               “พี่อ่านต้นฉบับของเพลินจบแล้ว ก็เลยอยากคุยด้วย” เป็นเอกบอกพลางขยับแว่นที่ทำให้หน้าตี๋ๆ เกาหลีหน่อยๆ ดูน่ากรี๊ดสำหรับสาวๆ แต่กรี๊ดไปก็เสียแรงเปล่า รายนี้รักเดียวใจเดียว แฟมิลี่แมนสุดๆ

               “มาแปลกจังพี่เอก ต้นฉบับไม่โอเคต้องแก้ใช่ไหมคะ” เพลินถามไม่ได้เครียดอะไร

               ไม่มีอะไรดีที่สุดอยู่แล้ว และเธอก็ไม่ได้อีโก้สูงถึงขนาดไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของใคร คิดเสียว่าผิดก็แก้ให้ถูก ผิดตอนนี้ยังมีเวลาแก้ไข ดีกว่าตอนที่ นิยายออกมาเป็นรูปเล่มแล้ว

               “ใช่ ต้องแก้เยอะ พี่อยากให้เพลินมีข้อมูลมากกว่านี้ เรื่องนี้ดูต่ำกว่ามาตรฐานของเพลินไปหน่อยนะ พี่ขอวิจารณ์ตรงๆ” เป็นเอกพูดเสียงเบาๆ ตามสไตล์ ไม่ฟังดูกดดันแต่ก็รู้สึกได้ว่าจริงจัง

               “แล้วต้องแก้ตรงไหนบ้างคะ”

               “ตอนนี้ยังไม่ต้องแก้ สิ่งแรกที่เพลินต้องทำก็คือไปหาข้อมูลให้แน่นกว่านี้”

               อืม...

               เธอคงต้องไปยืมหนังสือในห้องสมุดมาอ่านเสียหน่อยแล้ว หรือไม่ก็หาข้อมูลเพิ่มขึ้น ตอนตรวจต้นฉบับก็ตงิดๆ เหมือนกัน แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร พี่เอกนี่มองอะไรทะลุปรุโปร่งดีจริงๆ สมแล้วที่เป็นบ.ก.ที่เธอทั้งรักและนับถือมานาน

               “ถ้างั้นเพลินจะไปหาหนังสือมาอ่าน ขอเวลาเพลินสักอาทิตย์ได้ไหมพี่เอก”

               เป็นเอกยิ้มชอบใจ เขาทำงานกับเพลินแล้วสบายใจก็ตรงนี้ เธอไม่งอแง ไม่เรื่องมาก ไม่เถียงแบบเอาสีข้างเข้าแถแบบฉันถูก ใครต่อใครผิดไปหมด

               “ไม่ต้องไปหาหนังสือที่ไหนหรอก ไปดูของจริง ฟังจากคนที่ทำอาชีพนี้เลยดีกว่า พรุ่งนี้พี่จะให้เลขาจัดการตั๋วเครื่องบินให้ มะรืนก็เดินทางได้เลย”

               “ลงทุนแฮะ แล้วจะให้เพลินไปที่ไหนล่ะคะ” เพลินถามเสียงตื่นเต้น

               เป็นเอกเปิดลิ้นชักหยิบนามบัตรของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาหลายปีออกมาส่งให้รุ่นน้อง “นี่นามบัตรเพื่อนพี่เอง แล้วนั่นเป็นที่อยู่ เดี๋ยวพี่ติดต่อให้ ลงจากเครื่องก็โทรหาเจ้าของเบอร์แล้วกัน พี่จะขอให้เพื่อนไปรับแล้วพาไปฟาร์ม”

               “เข้าทางเพลินนะเนี่ย คุ้มสุดๆ ได้งานด้วย ได้เที่ยวด้วย”

               “เที่ยวให้สนุก แล้วอย่าลืมหอบข้อมูลกลับมาด้วยล่ะ” เป็นเอกบอกแบบ เนียนๆ ไป

               “ได้เลยค่ะ มีบ.ก.แบบนี้นักเขียนยอมเขียนนิยายจนมือหัก”

               เป็นเอกหัวเราะชอบใจ พอเพลินขอตัวกลับเขาก็ถอนใจโล่งอก จริงๆ แล้วงานเขียนของเภรินไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แต่คุณวรดากับเมียเขาต่างเห็นตรงกันว่าเภรินควรพักสมอง ท่าทางที่เหมือน ‘สบาย’ ดีแล้วจริงๆ แล้วก็แค่กดทับความเสียใจและต่อต้านบางอย่างเอาไว้เท่านั้นเอง

               เภรินยังไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันแต่งงาน เรา 3 คนจึงวางแผนว่าควรให้คนอกหักไปพักหัวใจบ้าง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha