เสน่หาจอมบงการ (ลงจบแล้ว)

โดย: อัมราน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ตอนที่ 6_100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    ป้างพาปาลิกาไปหาปานชีวาที่โรงพยาบาลตอนเกือบ 7 โมงเช้าแล้ว แฟนของโป้งยังหลับอยู่โดยมีไลลาคอยดูแล เขาก็เลยเบาใจบอกขอตัวไปทำธุระที่สนามบินเพื่อส่งเด็กกลับบ้าน แต่คลาดกัน ให้มันได้อย่างนี้สิ บอกแล้วว่าจะมาส่งให้รอก่อน ขากลับก็เลยแวะซื้อของมาเยี่ยมว่าที่น้องสะใภ้ที่ป่านนี้คงได้เจอเจ้าตัวดีแล้ว แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น

               “เอ มันยังไม่มาโรงพยาบาลอีกหรือครับ ก็มาถึงสงขลาแล้วนี่นา” ป้างบ่นกับตัวเอง พอสามสาวต่างวัยพากันมองเขาอยู่คนเดียวก็เลยรีบบอก “เดี๋ยวก็คงมาครับ ตอนนี้อาจจะไปพักเพราะขับรถมาทั้งคืน” แล้วมันหายไปไหน ทำไมไม่มาดูแลแฟนวะ

               ป้างวางของเยี่ยมไข้ไว้ที่โต๊ะ คุยกับสาวน้อยและสาวเหลือน้อยอีกสักพักปานชีวาก็เริ่มง่วง เขาเลยเห็นสมควรแก่เวลา

               “ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

               “ขอบใจนะคุณป้าง” ปาลิกายิ้มให้พลางจับมือลูกสาวที่ยิ้มให้ป้างเหมือนกัน

               “ไม่เป็นครับคุณน้า ผมเต็มใจ”

               ป้างเดินออกไปจากห้อง เรียวปากหนายิ้มกว้าง ที่ตอบเมื่อครู่ว่าเต็มใจน่ะเขาเต็มใจจริงๆ นะ เต็มใจช่วยน้อง แล้วก็เต็มใจมีว่าที่น้องสะใภ้อีกด้วย ว่าแต่ป่านนี้ไอ้โป้งทำไมยังไม่โผล่หน้ามาให้แฟนเห็นหน้าวะ ไปมุดหัวทำอะไรอยู่ คะแนนกำลังขึ้นต้องรีบทำโบนัส ไม่รู้เสียเลยเจ้านี่

               

               ป้างขับเรือมาที่ฟาร์มหอยมุกของเขาแล้วก็ต้องแปลกใจ ที่เจ้าคนที่ใครๆ พากันถามหาดันมานอนสบายใจเฉิบอยู่ที่นี่ ดีเหลือเกินพ่อพระเอก ทำดีแถมไม่เอาหน้า ไม่ทำคะแนน ถ้าวันหนึ่งอกหักมาจะหัวเราะให้ แฟนป่วยอยู่โรงพยาบาลซึ่งป่านนี้ก็คงไปพักที่โรงแรมแล้ว เจ้านี่ยังมานั่งมองฟ้าฟังเสียงคลื่นเสียงลมอยู่ได้ อะไรของมันวะ

               “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะไอ้โป้ง”

               เขาเห็นน้องชายฝาแฝดถอนใจ ก่อนตอบเสียงเหี่ยวๆ ให้ฟังว่า

               “ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่ะป้าง นายเพิ่งกลับมาเหรอ”

               “เพิ่งกลับมา แล้วก็กำลังจะไปหาแม่ด้วย จะไปกินข้าวกับแม่ งั้นเดี๋ยวก็ไปด้วยกัน” ป้างตอบก่อนจะเอ่ยต่ออย่างรู้ทัน “อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ทำไมไม่ไปเยี่ยมไปดูแลคุณปาน มานั่งหน้าเหี่ยวเป็นตูดอยู่ที่นี่ทำไม”

               “ใช้ความคิด”

               ฟังมันตอบ เออใช้ความคิด แล้วเมื่อไหร่จะทำเสียที คิดนานตัดสินใจช้าเท่ากับเสียเวลาเสียโอกาสดีๆ ไป ป้างนั่งลงข้างๆ ตบไหล่น้องชายเบาๆ คนเคยอกหักทำไมไม่มีภูมิต้านทานเท่าไหร่เลยว้า

               “บางอย่างมันก็ไม่ต้องคิดหรอกนะ ชีวิตคนเราไม่ได้ยาวอะไรเลย อะไรดีๆ ที่พึงทำให้กันก็ทำให้กันไปเถอะ คิดแล้วทำมันก็ดี แต่ถ้าไม่มีความสุขก็ลองใช้ความรู้สึกนำทางดูบ้าง”

               “ปานคงโกรธฉันไปแล้วนะป้าง”

               นั่นไง! พูดออกมาได้เสียที นี่คงทะเลาะกันล่ะสิท่า แต่เรื่องอะไรหว่า ดิลกทำไมไม่เห็นรายงาน เรื่องแบบนี้มีไม่กี่เรื่องหรอก

               “ผู้หญิงนะว้อย จะให้เขาถ่อมาหาแก มาขอบคุณที่แกไปช่วยแม่เขาไว้หรือไง ถ้าอยากได้ฟังคำขอบคุณ ได้เห็นหน้า ก็ไปหาเขาสิ ไม่ใช่มาคิดอะไรน่ารำคาญ”

               โป้งมองพี่ชายเหมือนอยากจะว้ากกลับ ปรึกษากันอยู่ดีๆ ทำไมมีด่าแถมวะ ป้างเตรียมเฉ่งไว้แล้ว ถ้าสู้ด้วยแรงเขาคงแพ้โป้งในที่สุด ถ้าสู้ด้วยความคิดเขาชอบเกมใช้สมองมากกว่ากำลังมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

               “ป่านนี้อาจจะไม่อยากมองหน้าไปแล้วก็ได้”

               “ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็ขึ้นคานอยู่ที่เกาะนี่แหละ” ป้างแช่งส่งเสียเลย

               “แหม เดี๋ยวนี้สำบัดสำนวน หรือว่านักเขียนคนนั้นที่ได้ข่าวร่ำลือมาจะเป็นตัวจริง” โป้งย้อนเข้าให้

               ป้างรู้ทัน พูดอย่างนี้คงมีข่าวของเขาแพลมไปทางเกาะโน้นเหมือนกันล่ะสิท่า มันน่าจับดิลก เกริกแล้วก็เจ้าไตรมารีดความลับพร้อมกันจริงๆ

               “ไอ้บ้า ฉันคิดเองว้อย คนอื่นไม่เกี่ยว” เขาปฏิเสธหน้าขึงขัง

               “มีความลับกันเอง ไม่ไหวนะพี่ชาย” โป้งดูออกหรอกไอ้ท่าแบบนี้น่ะโคตรจะมีอะไรเชียวล่ะ

               “ลับเลิ้บอะไร ไม่คุยแล้ว” ถึงมีก็ไม่บอกหรอกว้อย

               “ขอบใจมากนะป้าง แต่ฉันคงต้องเคลียร์ตัวเองเหมือนกันว่ะ ขี้เกียจเล่นเกมกับนายปราบดาและลิ่วล้อแล้ว” โป้งเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่คิด

               “เออ อยากให้ช่วยอะไรก็บอก”

               ป้างตบไหล่น้องชายแล้วก็เดินเข้าบ้านจะไปอาบน้ำ อีกสักพักพอน้องชายคิดตกก็คงไม่นอนเล่นหรือไม่ก็กลับเกาะไป บอกแล้วมีอะไรให้บอก แต่ถ้าไม่บอกเขาพร้อมเสนอตัวเองช่วย

               

               บ้านเงียบๆ ยังไงก็ไม่รู้ แน่ล่ะนี่มันกี่โมงแล้ว เจ้าไตรเพิ่งกลับมาจากแผ่นดินใหญ่ มันโทรมาบอกเขาว่าส่งเภรินขึ้นเครื่องเรียบร้อยตามคำสั่ง ทั้งๆ ที่เขาบอกว่าจะไปถึงสนามบินอยู่แล้วแต่เด็กนั่นก็เข้าไปแล้ว คลาดกับเขานิดเดียวเท่านั้น

               ...เด็กบ้า ทำไมไม่รอกันบ้าง

               ป้างอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าคิดว่าจะไปดูฟาร์มสักครู่แล้วกลับมาพัก แต่พออาบน้ำเสร็จก็ชักสบายตัวเกินไปอยากนอนพักมากกว่า เขาเดินไปที่เตียงก็เห็นกล่องอะไรก็ไม่รู้วางอยู่บนเตียง 2 ใบ ใหญ่กล่องเล็กกล่อง เขาหยิบกล่องใบเล็กมาเปิดดูก่อนก็เห็นไข่มุกสีขาว ถึงไม่บอกก็รู้ว่าของใคร

               “ดื้อจริงๆ ให้แล้วทำไมไม่รับไป แถมยังมาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าอีก”

               ไข่มุกถูกใส่กลับเข้าไปในกล่องตามเดิม เขาไม่ยอมรับของคืนมาง่ายๆ แบบนี้หรอก ให้แล้วก็คือให้ ถ้าไม่รับก็ต้องมีดอกเบี้ยแถม

               กล่องอีกใบซึ่งใหญ่กว่าถูกเปิด ป้างหยิบผ้าพันคอสีเทาออกมา หึๆ ไหนว่าชอบสีขาว โน้ตใบเล็กปลิวตกลงมาจากผ้าพันคอที่พับไว้ เขาหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความอยากรู้

               ‘ขอโทษค่ะที่ทำหลายๆ อย่างให้คุณไม่พอใจ แต่สาบานได้ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ขอบคุณที่คำพูดนั้นของคุณช่วยเตือนสติของฉัน’

               คำพูดไหนหว่า...

               อืม หรือว่าจะเป็น

               ...อย่าวัดผู้ชายเลวๆ ที่คุณพบกับผู้ชายทั้งโลก คุณอาจจะยังไม่พบคนที่ดีจริงๆ ก็ได้ แล้วสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็ทำเลวได้เหมือนๆ กันนั่นแหละ การคิดในมุมแคบๆ ก็ยิ่งปิดโอกาสตัวเองเหมือนกบที่ถูกกะลาครอบไว้

               “อกหักมาจริงๆ หรือนี่”

               ป้างส่ายหน้าถอนใจเบาๆ ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือว่าสงสารดี เข้าใจแล้วว่าดวงตาเศร้าๆ ของเธอมาจากอะไร เด็กหนอเด็ก อกหักแค่นี้ต้องเศร้าไปตลอดชีวิตหรือไง ชักอยากรู้แล้วสิว่าก่อนหน้านี้เภรินเป็นคนยังไง

               

               เภรินกลับมาอยู่บ้านได้หลายวันแล้ว แถมยังแก้ไขนิยายของตัวเองจนเสร็จแล้วด้วย ไม่มีข่าวอะไรจากสงขลาที่เธอกังวล อย่างเช่นเป็นเอกเดินมาบอกเธอว่าเพื่อนของเขาไม่พอใจที่เธอทำเรื่องแย่ๆ หลายเรื่องไว้ที่นั่น น่าโล่งใจไม่น้อยที่หลายวันมานี้ไม่มีอะไรให้เธอกังวลไปถึงจุดนั้น

               ป้างน่าจะเห็นแล้วว่าเธออยากขอโทษจริงๆ ถึงจะมีเบอร์ของเขาแต่เธอก็ไม่กล้าโทรหาเขาอยู่ดี โทรไปแล้วจะพูดอะไรล่ะ ขอโทษแล้วรีบวางหรือ มันจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิมหรือเปล่า

               สุดท้ายก็จบที่คำว่า...อย่าดีกว่า

               “เพลิน มีพัสดุส่งมาถึงแน่ะลูก” วรดากดสายภายในบอกลูกสาวที่อยู่ ในห้อง

               “ค่ะแม่”

               เพลินปิดคอมออกมาจากห้อง เดินลงมาชั้นล่างก็เห็นแม่กำลังถักเสื้ออยู่ ส่วนป้าใจอยู่ในครัว กลิ่นหอมๆ แบบนี้สงสัยจะเป็นสังขยาฟักทอง กลางวันเตรียมพุงกางได้เลย

               “นี่จ้ะ”

               วรดาส่งกล่องใบไม่ใหญ่ไม่เล็กให้ลูกสาว ขยับปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด นางยังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงกับเรื่องที่อดีตสามีขอร้องดี

               เพลินอ่านชื่อคนส่งก็คิดในใจทันที...จากคุณป้าง จะยัดเยียดให้อะไรกันอีกล่ะ

               “ขอบคุณนะคะแม่”

               กล่องถูกถือกลับมายังห้องนอนของเพลิน ความสงสัยช่างมากมายเมื่อปิดประตูปุ๊บกล่องก็ถูกแกะปั๊บ ทั้งลุ้นทั้งกลัว ไม่ใช่ว่าเขาโกรธแล้วส่งอะไรแปลกๆ มาให้หรอกนะ

               เธอหลับตาตอนเปิดกล่องแล้วหรี่ตามองก่อนจะถอนใจโล่งอก มีผ้าบาติกสีสวยหนึ่งผืนพับมาอย่างเรียบร้อย แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีกล่องใบเล็กอีกใบ แปลก...ทำไมเป็นกล่องกำมะหยี่พอเปิดดูข้างในก็แทบเข่าทรุด ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะส่งมันกลับมา

               ไข่มุกที่เธอคืนเขาไปกลับมาในสภาพใหม่ที่มาพร้อมสายสร้อยทองคำขาว แถมไข่มุกยังออกลูกออกหลานมาอีก 4 เม็ดรวมกับของเดิมเป็น 5 เม็ด แถมเขายังเขียนโน้ตมาให้เหมือนกับที่เธอเขียนไว้ให้เขาเปี๊ยบ

               ‘สำหรับคนจงใจลืม ผมชอบให้แต่ไม่ชอบรับคืน ดอกเบี้ยของคนขี้ลืม อย่าลืมใส่ล่ะ’

               “ไม่รับไข่มุก ก็เลยเอาไปทำเป็นสร้อยมาให้ ดอกเบี้ยแพงไปหรือเปล่าคุณป้าง”

               เพลินไม่รู้ว่าจะดีใจหรือร้องไห้ดี มีด้วยหรือคนแบบนี้ อยากให้ ไม่อยากรับคืน พอถูกรับคืนยังแถมดอกเบี้ย ความคิดวูบแรก เอ...น่าจะส่งคืนไป ของมีราคาแบบนี้แค่คนรู้จักกันมาให้กันทำไม เสียดายเงิน

               โอเค เขาคงไม่เสียดายเพราะฐานะคงดีไม่น้อย แต่ถ้าส่งคืนไปแล้วเขาส่งกลับมาเป็นสร้อยไข่มุกทั้งเส้นเธอแย่แน่ แล้วต้องทำยังไงถึงจะดี

               เท่าที่นึกออกตอนนั้น เพลินหยิบโทรศัพท์มาแล้วพิมพ์ข้อความสั้นๆ ส่งไปหาใครบางคนว่า

               ...ขอบคุณค่ะ...

               

               ป้างกำลังนอนสบายๆ อยู่ในเรือที่ไตรขับพาเขากลับมาที่เกาะ หลังจากมีเรื่องยุ่งที่เกาะซานัมของน้องชาย ตอนนี้โป้งถูกเขาหักหลังหน่อยๆ เมื่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ตามคำสั่งของแม่ที่รู้เรื่อง หลังจากวางแผนล่อให้คนของดัมรงค์มาติดกับเลยพากันเดินเรียงแถวเข้าคุกไปเรียบร้อย เพื่อดัดนิสัยคนชอบทำเรื่องเสี่ยงๆ

               เขาก็เกือบถูกแม่งอนไปอีกคนฐานสมรู้ร่วมคิด ยังดีที่ยอมสารภาพเลยรอดตัวไป แต่ถึงจะถูกทำโทษบ้างแต่ก็มีข้อดีแหละน่า เพราะป่านนี้โป้งคงได้ปรับความเข้าใจกับปานชีวาแล้วกระมัง

               ชักเหงาแฮะ...

               แม่กับน้องชายพากันไม่อยู่ กลายเป็นว่าเขาต้องดูแลทั้งบ้านและเกาะ ยังรังนกพันล้านของน้องชายอีก น้องมุกสุดสวยของเขาด้วย เหนื่อยเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเหงาสักหน่อย เป็นอะไรไปวะเรา

               โทรศัพท์สั่นเบาๆ เพราะมีข้อความเข้า เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู สงสัยว่าใครเท่านั้นเอง เผื่อว่าเป็นพวกโฆษณาให้ไปรักษาผิวหน้าจะได้บอกเจ้าไตรมัน เบอร์ที่ส่งมาดูไม่คุ้น ทว่าเมื่อเปิดอ่านข้อความสั้นๆ นั้นเขาก็รู้ทันทีว่าเป็นใครที่ส่งมา

               โทรศัพท์ถูกปิดและวางไว้ข้างกาย ดวงตาแฝงความเหงาแลเปลี่ยนเป็นสดใสรื่นเริงขึ้นมาราวกับว่าคำแสนสั้นนั้นกระแทกทลายเกราะของความเหงาไปจนหมดสิ้น ท้องฟ้าช่างสดใสน่ามองเหลือเกิน

               

               สัปดาห์ต่อมาเภรินนั่งมองชุดแต่งงานที่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังคงเก็บไว้ ตอนแรกที่เก็บเธอแค่อยากเอาไว้เตือนใจตัวเองว่าอย่าเชื่อใครและรักใครจนสุดหัวใจ อีก ความรักที่มีมลทินเพราะคำโกหกก็ไม่ต่างจากความหลง ทว่าเมื่อผ่านเรื่องราวในวันนั้นมานานถึง 3 เดือนจนเข้าเดือนที่ 4 เธอกลับอยากทำลายมันทั้งที่น่าจะทำเสียตั้งแต่แรก ทำไมเธอถึงไม่ทำลายมันไป เก็บไว้เพื่ออะไรอีก

               รอให้ชานนท์กลับมาหรือ?

               หญิงสาวไม่อยากยอมรับกับตัวเองเลยว่าเธอรอให้ชานนท์กลับมา เธอไม่รู้ตัวเลยจนวันนั้น คำพูดของป้างทำให้รู้ว่าเธอโง่เขลาเพียงไหน เธอคิดว่าผู้ชายเลว ปิดโอกาสตัวเองเพราะยังรอให้คนเลวๆ คนนั้นกลับมาเพื่ออะไรกัน ในเมื่อเธอก็เกลียดชานนท์จนไม่รู้ว่าที่รู้สึกตอนนี้ยังมีความรักเจือจางเหลืออีกหรือเปล่า เรื่องที่จะไปแย่งเขากลับเลิกคิดไปได้เลย เธอไม่มีวันทำแน่ๆ

               เฮ้อ...

               ไปหาเผือกดีกว่า คุยกับมันแล้วสบายใจดี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha