เสน่หาเชลยใจ

โดย: คีตะธารา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : เมียคนใหม่ที่ไม่ต้องการ


ตอนต่อไป

ดอกเตอร์เพกา ศิรินภางกูร แม้วัยจะล่วงเข้าปีที่ยี่สิบแปดแล้วแต่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์เหมือนสาวน้อยวัยยี่สิบเศษ เจ้าของปลายเท้าเรียวสะอาดภายใต้รองเท้าคัทชูของสตรีสีน้ำตาลเข้ม สวมกางเกงยีนส์อย่างทะมัดทะแมงกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นผ้าราคาแพงแขนยาวสอดชายในกางเกง คลุมทับด้วยเสื้อถักสีส้มอ่อนอย่างเก๋ไก๋ เรือนผมยาวถึงบั้นเอวรวบเป็นหางม้าด้วยผ้าเนื้อดีสีส้มอ่อน

ความสูงร้อยหกสิบกว่าเล็กน้อย น้ำหนักไม่เกินห้าสิบกิโลกรัม ผิวขาวออกเหลืองเนียนละเอียดไม่มีริ้วรอยให้ตำหนิ ใบหน้าเรียวสะอาดดูงามอย่างเย้ายวน ดวงตากลมโตดูคมกริบแต่ซ่อนแววหวานอย่างมีเสน่ห์ ปลายจมูกเล็กโด่งอย่างสวยงามรับกับเรียวปากอิ่มรูปกระจับสีชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ

เธอก้าวลงจากรถแท็กซี่ พร้อมกับกระเป๋าหนึ่งใบที่ติดตัวมา แต่เมื่อมองเห็นคฤหาสน์ที่โอ่อ่า เป็นการออกแบบตกแต่งตัวบ้านที่รวมเอาจุดเด่นของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมาผสมผสานกันอย่างลงตัวมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันล้านก็ถึงกับตะลึงงันในความหรูหราอลังการและสวยงามเกินคาด

ทำให้เธอนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มวันสามสิบสามปีที่มีเมียเก็บไว้เชยชมถึงสามคน เขาเป็นเจ้าของโรมแรมระดับห้าดาว สี่ดาวและสามดาว ที่กระจายอยู่ในกรุงเทพฯและตามจังหวัดที่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของไทย

เพกาลากกระเป๋าผ่านประตูเมื่อจู่ ๆ ประตูก็เปิดออก ทั้งที่เธอยังไม่ได้กดกริ่งหรือเรียกใคร เมื่อได้เข้ามาในรั้วมองเห็นตูบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าก็ทำให้เธอเผลอจ้องมองเพลินจนไม่ได้ยินเสียงรถที่เลี้ยวตามหลังเข้ามา

..แปล๊น แปล๊น

“ว๊าย! โอ๊ย”

เมื่อตกใจสุดขีดทำให้เพกากระโดดหลบรถที่เลี้ยวปราดเข้ามา เหมือนคนขับมองไม่เห็นเธอ หากเธอไม่โดดหลบเขาคงจะเสยสะโพกงาม ๆ ของเธอไปแล้ว แต่การกระโดดหลบของเธอทำให้พลาดท่าล้มกลิ้งไปกองกับพื้น

“ไม่เห็นคนหรือไง”

เธอตะโกนไล่หลังเมื่อลุกขึ้นยืนแล้วใช้สองมือปัดฝุ่นแม้ว่าที่ที่เธอล้มลงไปจะเป็นสนามหญ้านุ่ม ๆ ก็ตาม แต่สายตางามก็ยังอดที่จะมองตามรถโรลสรอยซ์สีดำคันนั้นที่แล่นไปจอดยังที่จอดรถที่กว้างใหญ่นั้นเสียไม่ได้ ที่แท้เพราะรถคันนี้นี่เองที่ทำให้ประตูที่สูงตระหง่านนั้นเปิดออกกว้างทั้งที่เธอยังไม่ได้ร้องเรียกใคร

แต่แล้วเมื่อเธอได้เห็นเจ้าของร่างสูงใหญ่กำยำที่หล่อเหลาราวเทพบุตร สง่างามและภูมิฐานเหมือนสุลต่าน ก้าวลงมาจากประตูรถที่บอกให้เธอรู้ว่าชายรูปงามคนนั้นคือคนขับรถ มันทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง

เจ้าของใบหน้าสี่เหลี่ยมได้รูปที่คมขรึมหล่อเหลาราวเทพบุตรหันมามองร่างบางของเธอด้วยสองตาคมภายใต้แว่นกันแดดเพียงแวบเดียวก่อนจะเมินหน้าแล้วเดินเข้าไปยังประตูบ้านที่ออกแบบอย่างหรูหรา

เพกากำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ ไม่ว่าหลับหรือตื่นเธอก็จำเขาได้ดีว่าเขาเป็นใคร เมื่อเห็นเขาแสดงกิริยาอาการเหมือนเห็นเธอเป็นฝุ่นละอองที่ไม่มีชีวิตก็ทำให้นึกโกรธอย่างมาก

“คนผีบ้า ไม่เห็นฉันใช่ไหม คอยดูนะ ฉันจะเอาชนะคุณให้ได้ ฉันจะทำให้คุณมาคุกเข่าอ้อนวอนฉันให้ได้ ฉันจะเปลี่ยนนิสัยคุณได้ไห้..นายภพพระ มฤคศิรมาส คอยดูนะว่าใครจะแน่กว่ากัน ฉันหรือคุณ”

เพกาเดินตามเขาเข้าไปด้านในโดยมียามและสาวใช้ที่ต่างร้องเรียกและวิ่งตามแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดเธอได้

“คุณคะหยุดก่อนค่ะ หยุดก่อน เข้าไม่ได้นะคะ”

วันทาพยายามวิ่งตามแล้วร้องเรียกแต่ไมสามารถจะห้ามเธอได้ จึงเดือดร้อนถึงยามที่ต้องวิ่งไปขวางหน้าเธอ

“เข้าไปไม่ได้ครับคุณ”

เพกามองหน้ายามวัยสี่สิบนิ่ง

“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร กล้าขวางฉันหรือ หลีกไปนะ”

น้ำเสียงเล็กแต่หากฟังให้ดีจะมีความคมเหมือนใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างคมกริบอีกทั้งสายตาที่คมวาวอย่างเอาเรื่องทำให้ยามชะงักไปชั่วอึดใจ

“ต้องขอโทษจริง ๆ ครับที่ผมไม่สามารถให้คุณเข้าไปได้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากนายก่อน”

เพกาเชิดหน้าขึ้น

“ฉันมาที่นี่ในฐานะเมียของผู้ชายที่ชื่อภพพระ..”

คำพูดนั้นทำให้วันทาสาวใช้วัยสามสิบเศษรีบก้าวไปมองหน้าเธออย่างพิจารณาก่อนจะหันไปมองหน้ายาม

“หลีกทางได้หรือยัง”

เธอแผดเสียงถามอีกครั้งพร้อมกับทำท่าเหมือนจะก้าวผ่านทั้งยามและวันทาไปในขณะเดียวกันก็มีสาวใช้วัยยี่สิบเศษสองคนที่ผ่านมาและได้ยินเสียงของเธอจึงแอบย่องเข้ามามอง

“คุณชื่ออะไรคะ อิฉันจะไปเรียนคุณนายใหญ่ท่านก่อน”

เพกาเชิดหน้าขึ้นแล้วมองหน้าวันทานิ่ง

“ไปบอกคุณภพพระว่าผู้หญิงที่เขานัดให้มาพบวันนี้ มาถึงแล้ว”

เพกาพูดจบก็หันไปมองหน้ายาม

“ฉันไม่ใช่ขโมย อย่าทำกิริยาแบบนี้กับฉันอีก หลีกไป”

เธอแผดเสียงใส่ยามก่อนจะก้าวผ่านหน้าวันทาที่รีบตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่ภพพระเดินไปหารัตนาภรณ์พี่สาวของเขา ในขณะที่เพกาลากกระเป๋าเดินสำรวจรอบบ้าน ตรวจตราดูของมีค่าในตู้โชว์ ลูบคลำโซฟาหลุยราคาแพงลิบ โดยมีสายตาของอิ้งและหวานที่ยังคงแอบจ้องมองอย่างพิจารณา

“ใครหรือวะนังอิ้ง”

หวานกระซิบถามทั้งที่ยังแอบมองอยู่แทบไม่คาดสายตา

“ก็หล่อนบอกว่ามาที่นี่ในฐานะเมียแล้วแกคิดว่าหล่อนจะเป็นใครล่ะนางหวาน”

หวานหญิงวัยยี่สิบเศษหันไปมองหน้าอิ้งหญิงวัยเดียวกัน

“หมายความว่า ผู้หญิงคนนี้คือเมียคนที่สี่ของคุณภพพระน่ะสิ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

ทั้งหวานและอิ้งหันกลับไปมองเพกาอีกครั้งอย่างพิจารณา

 

“เชิญด้านในค่ะ”

วันทาหายไปชั่วครู่ก็ออกมาหาเพกาที่ยังมองสำรวจไปรอบห้องโถงที่โอ่อาหรูหรานั่นอย่างเพลิดเพลิน เธอเดินตามร่างของวันทางผ่านประตูที่แกะสลักอย่างวิจิตรเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่ห้อมล้อมด้วยกระจกประดับด้วยต้นไม้มงคลที่ปลูกใส่กระถางไว้ตามมุม ช่วยส่งให้ห้องกว้างนั้นดูสดชื่นขึ้น

แม้เพียงก้าวแรกที่เธอก้าวผ่านประตูชั้นในเข้าไป สายตาสองคู่ของคนต่างเพศและต่างวัยต่างจับจ้องเหมือนรอคอย แต่ฝ่ายที่แสดงความผิดหวังระคนสงสัยกลับเป็นเจ้าของดวงตาที่คมกริบ ทันทีที่เขาเห็นหน้าเธอชัด ๆ ก็ลอบผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมกับเมินหน้าไปอีกทางก่อนจะหันหลังให้เสีย

กิริยาของภพพระ ทำให้เพกาเม้มปากแน่นแต่ก็สู้อดทนวางกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปใกล้คุณรัตนาภรณ์หญิงวัยสี่สิบเศษที่ดูสวยและสง่าคนนั้นพร้อมกับยกมือไหว้หล่อนอย่างนอบน้อม

“ดิฉันเพกาค่ะ มาตามนัดหมายของคุณภพพระ”

เธอบอกกับรัตนาภรณ์พร้อมกับมองทางด้านหลังของเขาที่ปลายตามามองหน้าเธอแล้วกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ามองวกกลับขึ้นลง ทำให้เธอรู้สึกสะบัดร้อนสะหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหันกับกระแสทางสายตาที่คมกริบคู่นั้น

เหมือนเขาต้องการจะมองทะลุทะลวงให้ผ่านเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ไปถึงผิวกายสาวที่แน่นตึงของเธอ แทบจะมองไปทั่วทุกซอกทุกมุมของเธอเลยก็ว่าได้

“ฉันมาเพื่อรับตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ และเป็นภรรยาเพียงคนเดียวที่จะได้อยู่เคียงข้างคุณ”

ภพพระหันมามองหน้าตรง ๆ ทำให้รัตนาภรณ์ก็พลอยมองหน้าน้องชายของหล่อนไปด้วย

“ผมไปรู้จักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

เพกาเผยรอยยิ้มที่แสนหวานออกมา เธอช่างยิ้มได้สวยเสียจริง เมื่อยามเธอยิ้มนัยน์ตาที่ดูคมนั้นกลับหวานอย่างไม่น่าเชื่อ

“คุณลืมนวียาไปแล้วหรือคะ คุณบอกให้เธอมาวันนี้ที่นี่และเวลานี้ไม่ใช่หรือคะ”

“ใช่ ผมนัดหมายนวียาเอาไว้ ให้เธอมาที่นี่ วันนี้และเวลานี้”

“ค่ะ ฉันมาแล้วค่ะ เพราะนวียาไม่ว่างเลยให้ฉันมาแทน แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะมาเป็นตัวสำรองหรือเป็นตัวแทนของเธอนะคะ ฉันชื่อเพกา แม้จะมาที่นี่เพราะเธอไม่สามารถมาได้ แต่ว่าฉันจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของคุณแต่เพียงผู้เดียว”

“ยิ่งพูดก็ยิ่งงง สรุปว่าคุณมาเป็นตัวแทนของนวียาใช่ไหม”

เพกายิ้มเย็น

“ก็ไม่เชิงค่ะ เพราะข้อเสนอที่ว่าหากฉันมาที่นี่วันนี้และเวลานี้ ฐานะของฉันคือภรรยาของคุณ ฉันจึงมา”

ภพพระแค่นเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับกวาดสายตามองตลอดร่างบางของเธอก่อนจะหยุดยังรูปหน้าที่หวานหมดจดของเธอ

“อยากมีสามีก็ไม่บอก ไปหาที่อื่นเถอะนะ ที่นี่ไม่มีใครต้องการคุณหรอก”

“เสียใจด้วยค่ะ ฉันมาแล้ว และจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะได้แต่งงานกับคุณ”

“ไปซะ”

สีหน้าที่เหมือนยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนไป

“เสียใจค่ะ คุณรู้ไหมว่าเวลาของฉันมีค่ามากแค่ไหน ในเมื่อฉันมาแล้วและยังไม่ทันได้บรรลุจุดประสงค์คุณจะขับไล่ฉันไม่ได้ คุณมีทางเลือกเดียวคือจัดงานแต่งให้เรียบร้อย โดยมีฉันเป็นเจ้าสาว”

“เฮอะ ฝันไปเถอะ มาทางไหนไปทางนั้นเถอะนะคุณ ผมไม่เคยรู้จักคุณและไม่คิดจะทำความรู้จักด้วย ไปซะ”

เพกาแค่นเสียงหัวเราะก่อนจะนั่งลงที่พื้นแล้วคลานไปหารัตนาภรณ์พร้อมกับกระพุ่มมือไหว้ที่ตักของหล่อน

“คุณพี่ขา เพไม่ได้มาที่นี่เพราะสมัครใจเหมือนกันนะคะ แต่ถูกขอร้องให้มา กว่าเพจะตัดสินใจมา ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เท่ากับว่าเพไม่เหลืออะไรแล้ว และในเมื่อเพมาแล้ว เพก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาด้วย คนที่มีการศึกษาเขาคงไม่ทำกันแบบนี้ใช่ไหมคะ”

“แต่คนที่ผมให้มาเพื่อเป็นภรรยาของผมคือนวียา ไม่ใช่คุณ”

“แต่ฉันถูกขอร้องให้มานี่คะ คุณควรต้อนรับฉันเสมือนว่าฉันคือคนคนนั้น มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากัน เหมือนทูตเป็นตัวแทนของพระราชาไปประเทศไหน ประเทศนั้น ๆ ก็ต้องให้การต้อนรับเหมือนพระราชาไปเองไม่ใช่หรือ”

รัตนาภรณ์อมยิ้มน้อย ๆ แม้หล่อนจะยังไม่ได้อ้าปากพูดสักคำ แต่ก็รู้สึกพึงพอใจกับสาวน้อยตรงหน้าหล่อนคนนี้เอามาก ๆ

“จะให้พี่จัดงานแต่งให้เลยไหมคะ หรือแค่เชิญเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนสมรสให้”

“ไม่ต้องครับไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”

ภพพระขัดขึ้นอย่างหงุดหงิด

“ทำไมนวียาไม่มา”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

“แล้วคุณเป็นอะไรกับนวียา”

“ฉันเป็นลูกสาวของน้องชายพ่อของนวียาค่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือคุณพ่อของนวียาคือลุงของฉัน จะให้บอกชื่อด้วยไหมคะ ท่านชื่อพศินค่ะ ภรรยาของท่านคือคุณแม่ของนวียาท่านชื่อ บุณฑรีก์ค่ะ ถูกต้องไหมคะ”

ภพพระขบกรามแน่นเมื่อมองหน้าเธอนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเมินไปอีกทาง

“ก็ได้ ผมจะให้คุณอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่อย่าหวังอะไรมากนัก ผมไม่มีวันให้คนอื่นมาแทนนวียาได้ เพราะนวียาคือผู้หญิงที่ผมเลือกแล้ว”

เขาหันมามองหน้าเธออีกครั้ง

“มีบ้านอีกสองหลังที่ยังว่างอยู่ เลือกเอาแล้วกันว่าจะอยู่หลังไหน ตามสบาย”

“ฉันจะอยู่ที่นี่ค่ะ คุณอยู่ไหนฉันอยู่นั่น ฉันบอกแล้วไง ว่าคุณต้องให้การต้อนรับฉันเสมือนว่าฉันคือคนคนนั้นที่มีความสำคัญกับคุณมากเท่าไหร่คุณก็ต้องให้ความสำคัญกับฉันมากเท่านั้นและที่สำคัญ”

เธอมองหน้าเขาพยายามยิ้มน้อย ๆ กึ่งยั่วล้อนิด ๆ

“สิ่งที่ฉันต้องการ คือสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ได้ มีความคิด มีความรู้สึก สามารถสั่งการทุกอย่างได้แม้แต่หัวใจของตัวเอง นั่นก็คือคุณ คือสิ่งที่ฉันต้องการ ไม่ใช่บ้านหลังที่ว่างอยู่ เพราะฉะนั้นฉันจะอยู่กับคุณ”

คำพูดของเธอทำให้ภพพระนึกชิงชังเธออย่างมากแต่รัตนาภรณ์กลับรู้สึกยิ่งพอใจมากขึ้น

“ไม่ได้”

“ต้องได้ค่ะ”

เธอสวนกลับก่อนจะมองหน้ารัตนาภรณ์

“คุณพี่ขา เมตตาเพด้วยนะคะ เพทราบมาว่าคุณพี่เป็นพี่สาวคนเดียวของเขาที่เป็นตัวแทนของคุณพ่อกับคุณแม่ของเขา เพราะฉะนั้นคุณพี่ก็เป็นเหมือนพ่อกับแม่ของเขา ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับเพด้วยนะคะ”

ภพพระกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้เธอ หากไม่ติดว่าพี่สาวนั่งเป็นประธานอยู่เขาจะต้องลากเธอออกไปเหวี่ยงออกนอกบ้านจนได้

“เอาล่ะนี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว พักให้สบายก่อนเถอะนะ”

รัตนาภรณ์เอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะหยิบกระดิ่งน้อย ๆ สั่นไปมา เพียงครู่เดียวคะนึงก็เข้าไปหา

“พาคุณเพกาไปยังห้องพักด้านบนนะจ๊ะ ห้องที่จัดไว้นั่นแหละ”

“ได้ค่ะ”

คะนึงยิ้มรับพร้อมกับมองหน้าเธอแล้วจับกระเป๋าเตรียมลากออกไป

“ขอบคุณนะคะคุณพี่”

 “พี่ครับ”

“ไปเถอะจ้ะ”

รัตนาภรณ์นอกจากจะไม่ฟังเขา ยังมองหน้าเพกาแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตรทำให้เพกาลุกขึ้นมองหน้าเขาพลางยักคิ้วให้หนึ่งทีก่อนจะเดินตามร่างของคะนึงไปติด ๆ

“พี่ครับ”

เมื่อคล้อยหลังเพกาไปแล้วรัตนาภรณ์ก็มองหน้าเขาที่นั่งลงตรงข้ามกับหล่อน แม้ว่ารัตนาภรณ์จะไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ เพราะหล่อนคือเด็กที่พ่อกับแม่ของเขาขอมาเลี้ยงเพราะอยู่กันมาหลายปีไม่มีลูก แต่พอรับรัตนาภรณ์มาเลี้ยงได้ไม่นานภพพระก็เกิด

ภพพระทั้งรักและเกรงใจหล่อนมาก นั่นเป็นเพราะรัตนาภรณ์จะทำหน้าที่เป็นทั้งพี่และแม่นมให้เขาหลังจากที่แม่เสียชีวิตไปแล้ว จึงทำให้เขารักและไม่กล้าขัดใจหล่อนเลย

“สวยมากไม่ใช่หรือ สวยกว่าเมียทั้งสามของภพพระอีกนะ ไม่สนหรือจ๊ะ มีอีกสักคนจะเป็นไรไป”

“แต่ผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน”

“ก็เธอเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่ภพพระเลือกไม่ใช่หรือ”

“ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“คงไม่มีใครกล้ามาสวมรอยหรอกนะ หากไม่ใช่น้องสาวของผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ ภพน่าจะสนใจว่าทำไมหล่อนไม่มามากกว่า ให้เพกาอยู่ไปก่อนเถอะ พี่บอกตรง ๆ นะ พี่ชอบเธอ”

“พี่ครับ”

“เมื่อไหร่ภพจะหยุดสักทีล่ะจ๊ะ เมื่อไหร่จะหาเจอล่ะคนคนนั้น”

“นวียาไงครับ”

“แล้วไหนล่ะ ทำไมเธอไม่มา”

ภพพระลอบผ่อนลมหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเองก็หาคำตอบไม่ได้

 

 “จริงหรือ!

ศตายุ เมียคนที่สามของภพพระร้องถามหวานสาวใช้ที่ทำหน้าที่เป็นต้นห้องด้วยน้ำเสียงที่เจือความขื่นนิด ๆ

“จริงค่ะคุณยุ สวยมากด้วยนะคะ”

“ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นได้อยู่ตึกใหญ่ค่ะ”

อิ้งพูดสมทบขึ้น ทำให้นายสาวนามว่าอรณัสซึ่งเป็นเมียคนที่สองของภพพระถึงกับตาลุกวาว

“อะไรนะ อยู่ตึกใหญ่เลยหรือ”

“ค่ะคุณอร ได้อยู่ตึกใหญ่”

ทั้งศตายุและอรณัสต่างหันไปมองหน้ากัน

“งั้นก็หมายความว่า ผู้หญิงคนนั้น ถูกเลือกให้เป็นเมียเอก เมียที่คุณภพพระคิดจะแต่งงานจดทะเบียนด้วย”

“เป็นเมียที่เขาเลือกมาเพื่อเป็นแม่ของลูก เพื่อสืบทอดมรดกของเขา”

ศตายุและอรณัสจับมือกันแน่นด้วยความหวาดกลัว

“ก็แค่เมียคนที่สี่ จะกลัวอะไร ตราบใดที่เขายังไม่ได้ประกาศแต่งงานและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมัน มันจะแตกต่างจากพวกเราขนาดไหนเชียว”

สุชาวลีเมียคนที่หนึ่งเป็นหญิงสาววัยสามสิบที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณที่มีราคาอีกทั้งยังวางตัวเป็นผู้ใหญ่มีความสุขุมมากกว่าสองคนนั่นที่ต่างก็หันมามองหล่อนเมื่อจู่ ๆ หล่อนก็เดินเข้าไปสมทบตามด้วยร่างของเปิ้ลสาวใช้คนสนิท

“แม่นี่คงชื่อนวียา ผู้หญิงที่คุณภพพระให้เด็กจัดเตรียมข้าวของและเตรียมเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ตึกใหญ่ เพื่อที่จะให้หล่อนมาเป็นใหญ่เหนือพวกเรา”

“ไม่ใช่ค่ะคุณสุ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ชื่อนวียา”

อิ้งเอ่ยแทรกขึ้นทำให้หัวคิ้วที่ถูกวาดแต่งมาอย่างประณีตบรรจงของสุชาวลีต้องขมวดมุ่น

“เธอชื่อเพกาค่ะ และดูเหมือนคุณนายใหญ่จะพอใจมากด้วยนะคะ”

หวานช่วยเสริม

“นี่แกกำลังจะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะคุณนายใหญ่ชักพาเข้ามาอย่างนั้นหรือ”

ทั้งอิ้งและหวานต่างนิ่งแต่กลับทำให้เมียทั้งสามต้องระบายลมหายใจออกมาเกือบพร้อมกัน

“พวกเราลืมนึกไปว่าคุณภพพระให้ความรักและเคารพพี่สาวของเขามากที่สุด แต่พวกเราไม่เคยมีคนไหนถูกใจหล่อนเลย ถึงได้เป็นแค่เมียเก็บแบบนี้ไง”

ศตายุเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“ไม่มีทางหรอก หากหล่อนไม่ใช่คนที่คุณภพพระถูกใจ ไม่มีทางที่เขาจะยอมรับหล่อนง่าย ๆ ฉันไม่เชื่อ ฉันจะทำให้เขาทั้งรักทั้งหลงฉัน”

อรณัสยิ้มเหยียดเมื่อมองหน้าสุชาวลี

“ทั้งรักทั้งหลง”

หล่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“หากเขารักเขาหลงเธอจริงจะมีฉันกับศตายุได้ยังไง”

“นั่นสิ”

คำพูดเชิงประชดกึ่งเสียดสีของศตายุและอรณัสทำให้สุชาวลีกำมือแน่นพร้อมกับตวัดหางตามองหน้าทั้งสองอย่าไม่สบอารมณ์

“ฉันเพียงแค่เปิดโอกาสให้เขาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีน้ำยา”

สุชาวลีลุกขึ้นยืน

“ก็ได้ในเมื่อพวกหล่อนดูแคลนฉันขนาดนี้ ฉันจะแสดงให้เห็นก็ได้ว่า จนถึงปัจจุบัน เขาก็ยังรักและต้องการฉันอยู่ แต่ว่าหากถึงเวลานั้นจริง ๆ อย่ามาโอดครวญก็แล้วกันว่าเขาไม่สนใจพวกหล่อนเลย”

สุชาวลีพูดจบก็เดินจากไปตามด้วยร่างของเปิ้ลสาวใช้คนสนิท

“เช๊อะ”

“ทุเรศ ลำพองตัวไปเถอะ จะถูกเฉียดหัวออกจากบ้านวันไหนก็ไม่รู้ ขึ้นชื่อว่าผู้ชายรู้จักพอซะที่ไหน”

อรณัสเอ่ยออกมาไล่หลังสุชาวลี แม้ปากจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่ใจก็อดจะประหวัดด้วยความหวาดกลัวเสียไม่ได้ หากเขาไม่ต้องการหล่อนขึ้นมาจริง ๆ และหากเขามีคนที่ใช่สำหรับเขา ผู้หญิงคนนั้นจะยอมให้พวกหล่อนอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไปหรือ

 

เมื่อจัดสัมภาระทุกอย่างเข้าที่ เพกาก็เตรียมทำงานที่ค้างอยู่คือการเขียนตำราสำหรับเด็กเพื่อเป็นการวางหลักสูตรใหม่ที่เหมาะสำหรับเด็กด้อยโอกาสในชนบทที่ห่างไกล

ในขณะที่เธอกำลังให้ความสนใจอยู่กับงานตรงหน้าประตูห้องนอนก็ถูกผลักให้เปิดออกกว้างด้วยมือใหญ่ที่สะอาดของภพพระ เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาคมที่มองตรงมาหาร่างบางอรชรในชุดนอนเป็นผ้าฝ้ายสีสะอาด

เพการีบเก็บทุกอย่างแล้วลุกขึ้นยืนเผชิญกับเขาผู้ชายร่างสูงใหญ่ด้วยความสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนฯ เขากวาดสายตามองเรือนกายงามในชุดนอนที่เป็นกระเสื้อกระโปรงติดกัน

เรือนผมยาวสยายแผ่กระจายเต็มแผ่นหลังที่เนียนสะอาด เผยให้เห็นเครื่องหน้าที่พริ้มเพรางดงามอย่างเย้ายวน เธอช่างสวยงามเหลือเกิน

ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดและทันคน เรียวปากอิ่มเป็นรูปกระจับสีแดงระเรื่อ พวงแก้มอิ่มเจือสีชมพูอย่างเป็นธรรมชาติบ่งบอกถึงเลือดฝาดที่ดี

“ไม่คิดว่ามารยาทง่าย ๆ แค่นี้มหาเศรษฐีหนุ่มรูปหล่อและร่ำรวยแถมมีนางบำเรอมานับไม่ถ้วนจะไม่รู้จัก”

ภพพระยิ้มแค่น ๆ เมื่อก้าวมาหยุดตรงหน้าของเธอ

“หากผมจะบอกว่า ที่นี่เป็นบ้านของผม ไม่ว่าที่ไหนผมมีสิทธิ์จะไป คุณจะกล้าพูดอะไรอีกไหม”

เพกาเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ เธอช้อนสายตามองสานสบสายตาคมวาว นับว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เธอมีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาและได้มองเขาแบบเต็ม ๆ แบบนี้ เพราะที่ผ่านเธอมักจะเป็นฝ่ายแอบมองเขามาตลอด

“แต่ห้องนี้..

“คือห้องที่ผมเตรียมไว้ให้นวียา ผู้หญิงที่ผมรักแล้วเลือกมาเป็นเมีย ไม่ใช่เตรียมไว้ให้คุณ ผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า”

เพการู้สึกแค้นเคืองไม่น้อยแต่พยายามทำใจดีสู้เสือ เธอยิ้มหวานเหมือนจงใจเมื่อยังคงมองสบสายตาคมวาวที่มองมาอย่างเอาเรื่องของเขา

“ไปซะ ไปให้พ้นนะ แล้วให้นวียามาหาผม ผมไม่ต้องการคุณ”

เพกายังคงยิ้มหวานเหมือนยั่วล้อ

“มหาเศรษฐีเพลบอยอย่างคุณ ฉันแว่วมาว่าชอบนักล่ะผู้หญิงสวย ๆ มีเจ้าของหรือไม่มีไม่สนใจ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินสักเท่าไหร่หรือต่อให้ใช้เล่ห์กลอะไร หากคุณปรารถนาจะต้องคว้ามาให้ได้”

เธอก้าวเข้ามาหาเขาวางมือเรียวบางลงที่อกด้านซ้ายของเขาก่อนจะเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอของเขาพร้อมกับเขย่งปลายเท้าประทับกลีบปากบางที่แสนหวานไปยังริมฝีปากได้รูปสีชมพูอย่างคนมีสุขภาพของเขาแผ่ว ๆ แล้วฉีกยิ้มหวาน

“ฉันสวยกว่านวียาไม่ใช่หรือคะ จะใจร้ายผลักไสฉันได้ลงคอเชียวหรือ”

เธอกระซิบถามเขาพลางส่งสายตาที่เชิญชวน ประกอบกับกลิ่นสาบสาวที่หอมกรุ่นอีกทั้งเนื้อตัวที่นุ่มนิ่ม ทำให้หัวใจของชายเช่นเขาเริ่มแกว่งไกว

เขาอยากรู้เหมือนกันว่า ผู้หญิงที่ดูเหมือนไวไฟแล้วมีทีท่าเหมือนผ่านผู้ชายมาอย่างโชกโชนอย่างเธอจะมีลีลาอย่างไร จะเหมือนหรือต่างกับเมียทั้งสามของเขาที่ต่างก็แสดงว่ายังไม่เคย ยังสะอาด แต่ทุกคนก็ล้วนผ่านมาอย่างโชกโชน พวกหล่อนคงคิดว่าเขาไม่รู้ เปล่าเลย เขารู้ตั้งแต่จูบแรกที่ได้จูบพวกหล่อนด้วยซ้ำ

ฝ่ามือใหญ่สะอาดวางทาบลงที่ต้นแขนกลมกลึงของเธอก่อนจะบีบกระชับอย่างหนักทำให้เธอสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ทันระวังตัว

“แสดงว่าการที่คุณมาที่นี่เพราะต้องการ..ใช่ไหม”

เขาโน้มใบหน้าต่ำลงมาหาดวงหน้าเรียวกระจ่างงดงามอย่างเย้ายวนท่ามกลางแสงไฟกลางห้องที่สว่างจ้า ส่งผลให้เพการู้สึกใจเต้นแรง ทีแรกแค่หมั่นไส้เขาเลยอยากจะทดสอบแต่พอเขากวาดสายตามองเครื่องหน้าเธอ  

มองเรียวปากของเธอ พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เลื่อนไปยังแผ่นหลังที่เนียนเรียบและจู่ ๆ เขาก็ออกแรงรั้งร่างของเธอให้แนบมากับอกกว้างของเขา ร่างบางระหงถึงกับสั่นพร่าขึ้น ฝ่ามือบางที่ยกขึ้นโอบรอบคอของเขาเปลี่ยนเป็นผลักอกกว้างของเขาเต็มแรงแล้วพยายามจะถอยหนี

“ได้สิ หากต้องการผมก็พร้อมจะสนองให้ แต่ว่า..

เขายิ้มใส่ตาของเธอ

“ไม่มีค่าตอบแทนให้นะ เพราะผมไม่ได้เรียกร้องไม่ได้เชิญชวนให้คุณเข้ามา เพราะฉะนั้นทุกอย่างฟรีหมด หลังจากที่คุณสมปรารถนาแล้ว ช่วยเก็บเสื้อผ้าของคุณลงกระเป๋าออกไปจากบ้านของผมก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วย”

“ไม่มีทาง แล้วฉันก็จะไม่มีวันง่ายกับคุณ เพราะฉันมาที่นี่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ใช่นางบำเรอหรือแม้แต่มาเพื่อสนองตัณหาของคุณ กรุณาปล่อยฉันแล้วออกไป ตราบใดที่ยังไม่ได้แต่งงานอย่ามาแตะต้องฉัน”

ภพพระหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับรั้งร่างบางแนบมาหาอกกวางของเขาด้วยวัยที่สูงกว่าประกอบกับประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ทำให้เขารู้ได้ว่าท่าทางที่ดูเหมือนช่ำชองก้านโลกของเธออาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้

ผู้หญิงที่สวยสะอาดเดาอายุได้ยากคนนี้ กำลังทดสอบอะไรเขาอยู่เธอมาเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่ มันมีมากขึ้นทุกขณะเมื่อเขาพยายามจะแตะต้องเธอ เธอกลับต่อต้านในขณะที่เขาทำเหมือนไม่ต้องการจะยุ่ง แต่เธอกลับเชิญชวน เขาบอกตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้เริ่มน่าสนใจซะแล้ว

กรุ่นกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเนื้อสาวทำให้หัวใจของเขาแกว่งไกวหนักขึ้น เมื่อเขาโน้มใบหน้าต่ำลงไปหาดวงหน้าเรียวสะอาดที่รีบเมินหลบพร้อมกับยกฝ่ามือแตะที่ใบหน้าคมขรึมของเขา แต่ฝ่ามือใหญ่ของเขาก็เร็วและแข็งแรงมากพอที่จะรวบมือบางของเธอไว้ก่อนจะฝังปลายจมูกลงยังพวงแก้มนุ่ม ๆ แล้วหอมกรุ่นของเธอ

หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นเมื่อสัมผัสกับความร้อนรุมของปลายจมูกโด่งเป็นสันที่สูดดมและซุกไซ้ไปทั่วพวงแก้มของเธอ

ฝ่ามือเรียวบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเต็มแรงก่อนจะตวัดฝ่ามือเรียวใส่หน้าของเขาอย่างหนักแล้วหมายจะถอยห่างแต่ภพพระกลับรวบร่างบางให้มาแนบอกรัดแน่นมากกว่าเดิมพร้อมกับฉกทาบริมฝีปากได้รูปลงไปหาเรียวปากอิ่มของเธอที่เผยอออกหมายจะบริภาษเขา

แต่ความตั้งใจต้องหยุดลงเมื่อเขาบดเคล้าเรียวปากเธออย่างหนักหน่วงรุนแรงทั้งดูดแล้วกัดเชิงบังคับให้เธอยอมเปิดกลีบปากที่รีบปิดนั้น ทำให้หัวใจของเธอเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ จับแทบนับไม่ได้ว่าเต้นนาทีละกี่ครั้ง

ร่างบางรู้สึกเบาโหวงเหมือนจะทรงกายไม่อยู่ด้วยซ้ำเมื่อฝ่ามือใหญ่สะอาดเริ่มสำรวจไปทั่วสรรพางค์กายงามของเธอ ทั้งกอดรัดลูบคลำ ริมฝีปากก็จูบหนักบดทาบกึ่งบังคับ ทำให้เธอเจ็บจนต้องยอมเผยอกลีบปากออกให้เขาสอดปลายลิ้นใหญ่ที่สะอาดและอุ่นซ่านผ่านเข้าไป

แตะสัมผัสปลายลิ้นเล็กของเธอที่พยายามหลีกหนีแต่ไม่สามารถหนีได้เมื่อถูกเกี่ยวกวัดรัดดุนดันก่อให้เกิดความไหวหวามสะท้านไปทั่วร่าง รู้สึกอ่อนระทวยจนแทบทรงกายยืนไม่ไหว

เหมือนเขาจะรู้ทันจึงช้อนร่างบางขึ้นสู่วงแขน แล้วพามาวางราบลงกับพื้นที่นอนนุ่มพร้อมกับทาบร่างลง

มาหาประกอบกับฝ่ามือใหญ่สะอาดวางราบทาบลงไปยังทรวงอกอวบภายใต้บราไร้สาย เขากอบกุมบีบเคล้นเคล้าคลึงแผ่ว ๆแต่กลับสร้างคามรัญจวนให้เธออย่างมากล้น

สัมผัสที่แปลกใหม่ทำให้หัวใจของเธอเร่าร้อนเกิดอาการหวั่นหวามแล้วเรียกร้องระคนไขว่คว้าหมายฉุดรั้งไว้กับตัว

อ้อนแขนที่กลมกลึงจึงยกขึ้นโอบรั้งรอบคอของเขาก่อนจะเริ่มตอบโต้เขาด้วยการแตะปลายลิ้นเล็กหยอกเย้าตอบรับเขาอย่างว่าง่าย

ฝ่ามือใหญ่เลื่อนไล้ลูบคลำลงไปยังสะโพกกลมมนผ่านไปยังหน้าท้องต่ำลงไปยังที่หนึ่งที่สอดส่ายปลายนิ้วแตะต้องอย่างอ่อนโยนก่อนจะสอดเข้ามาผ่านชายกระโปรงนอนเลื่อนมาหาซับในตัวจิ๋วเขาค่อย ๆ เลื่อนมันออกไปทางเรียวขาของเธอ

ตามด้วยชุดนอนที่เลื่อนจากชายกระโปรงเลื่อนไปยังทรวงอก เขาแวะปลดตะขอบราไร้สายที่อยู่ด้านหน้าออก เผยให้สัมผัสกับเนื้อสาวที่อวบตึงนุ่มหยุ่นเหมือนมีสปริง

เขารอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อรู้ได้จากวินาทีนั้นว่า เธอยังสะอาดเหลือเกิน แม้ส่วนบนยังแน่นตึงไม่เคยผ่านมือชายเพียงแค่นึกถึงส่วนบนหัวใจของเขาก็ร้อนฉ่า เมื่อนึกถึงส่วนล่างที่ยังสะอาดไร้แมลงไต่ตอมความกระสันเสียวก็แล่นเข้าครอบครองหัวใจของเขาแทบทันท่วงที

ชุดนอนผ้าฝ้ายถูกเลื่อนมาจนถึงคองามระหง เขาค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากอิ่มพร้อมกับเลื่อนชุดนอนออกไป แต่ในจังหวะนั้นทำให้เพกาเริ่มรู้สึกตัว เธอมีทีท่าขัดขืนแล้วจิตใต้สำนึกก็บอกเธอว่า หากเธอยอมปล่อยตัวให้เขาได้เชยชมเสียตั้งแต่ค่ำคืนนี้ เธอจะไม่เหลืออะไรที่จะต่อรองกับผู้ชายร้ายกาจอย่างเขาอีกเลย

ทำให้เธอแข็งขืนต่อต้านเขาแต่ฝ่ามือใหญ่สะอาดกลับรวบข้อมือเรียวทั้งสองของเธอไว้ก่อนจะบดทาบริมฝีปากได้รูปลงอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามืออีกข้างเลื่อนสำรวจไปยังโนมเนื้อนวลที่อวบสล้างของเธอ บีบเคล้นเบา ๆ แล้วหนักขึ้น

ทำให้เพการู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอพยายามจะดึงมือออกมาจากฝ่ามือใหญ่ของเขาแต่ไม่สามารถทำได้ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขายอมถอนริมฝีปากออกมาจากเรียวปากอิ่มของเธอ เขากลับซุกไซ้ทั้งจมูกและปากลงยังสองเต้ากลึงของเธอ สร้างความเร่าร้อนและทรมานให้เธออย่างมากล้น

“อย่า อย่าค่ะ ปล่อยฉัน ไม่ ไม่ฉันไม่ยอม ปล่อยนะ ปล่อย”

เพการ้องบอกเขาพร้อมกับร่างบางที่บิดไปมาด้วยความเสียวสะท้านเหมือนคนจับไข้เกิดอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวขึ้นมาในบัดดล

ภพพระเหมือนได้ลองของแปลกใหม่ที่มีรสชาติหวานหอมกลมกล่อม ประกอบกับเขาได้ลิ้มลองในช่วงเวลาที่เขาห่างหายมาหลายวันทำให้อารมณ์ที่เกาะกุมหัวใจไม่อาจจะระงับดับลงได้โดยง่าย

ฝ่ามือใหญ่สะอาดลูบไล้ผ่านเลยหน้าท้องที่แบนราบลงไปยังกลีบกุหลาบช่องามสีชมพูสดที่พร่างพรมด้วยหยาดน้ำค้างตามธรรมชาติ

เขาพรมจูบไซไปทั่งถันที่อวบตึงรอบอกขนาดสามสิบสี่ เอวยี่สิบห้าสะโพกสามสิบหก เรือนร่างของเธอดูภายนอกว่าแบบบางแต่พอได้สัมผัสกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนต้องมนต์ เธอหอมหวานไปทุกซอกทุกมุม

เรียวขาขาวบิดหนีบไว้แม้จะรู้สึกถึงความกระสันเสียวแต่จิตใต้สำนึกยังบอกให้เธอปกป้องความสะอาดเอาไว้ให้ถึงที่สุด

“อย่าค่ะ ฉันขอเวลาเจ็ดเดือน ขอเวลาฉันเจ็ดเดือน ฉันจะทำให้คุณรักฉัน ฉันจะทำให้คุณต้องการฉัน ถึงเวลานั้นฉันจะยอมเป็นของคุณ ปล่อยฉันค่ะ ได้โปรดปล่อยฉันก่อน”

เธอร้องบอกเขาเสียงพร่าแต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินยังคงพร่างพรมเชยชมเธอ เนื้อนวลที่นุ่มหอม อ่อนละมุนทำให้เขาไหลหลง ใช่ว่าไม่เคยแตะต้องกายของสตรีเพศ ใช่ว่าจะไม่ได้เคยสัมผัสมาแต่เธอทำให้หัวใจของเขาโลดแล่นอย่างไม่เคยเป็น

“คุณคงไม่ถึงขนาดระงับไม่อยู่หรอกนะคะ เพราะคุณบอกฉันว่าคุณไม่ต้องการฉันและฉันก็ไม่ใช่คนที่คุณต้องการ และฉันก็ยังไม่พร้อม คุณคงไม่คิดจะขืนใจฉันหรอกนะคะ”

เธอยังคงพร่ำพรอดบอกเขา

“หากใครรู้ว่ามหาเศรษฐีที่มีนางบำเรอมานับไม่ถ้วนถึงกับขืนใจผู้หญิงตนหนึ่งที่ไม่เต็มใจ คุณจะไม่อายเขาหรือคะ ในเมื่อคุณก็ผ่านมาเยอะแล้ว แค่หยุดไว้เพียงเท่านี้ก็ไม่แปลกอะไรนี่คะ คงไม่ถึงขนาดระงับไม่ได้จริงไหม ปล่อยฉันเถอะค่ะ”

เขาขบกรามแน่นก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นจากทรวงอกอวบสล้างของเธอแล้วลุกห่างออกมาจากเตียงกว้างที่เพการีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“น่ารำคาญ”

เขาเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองเธอที่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา

“ไหนบอกว่าต้องการเป็นเมียผมไง การจะเป็นเมียของผมมันก็ต้องผ่านตรงนี้ ในเมือร่ำร้องเรียกหา แล้วปฏิเสธทำไม คุณเป็นฝ่ายเชิญชวนผมเองไม่ใช่หรือ”

“ขอเวลาให้ฉันเจ็ดเดือน”

“ไม่ มันนานเกินไป ในเมื่อคุณเข้ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์นี้ แล้วยังจะยื่นข้อเสนอบ้าบอนี่ทำไม ในเมื่อคุณต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ หรือว่า..

เขามองหน้าเธอตรง ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหา

“อยากเรียกร้องค่าตัว หรืออยากจะบอกผมว่าคุณยังสะอาด บริสุทธิ์”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“แน่ใจหรือว่าผู้หญิงอย่างคุณยังไม่เคย”

“อย่ามาดูถูกฉันนะ”

เธอ หันมาแผดเสียงใส่หน้าเขา

“ออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน”

ภพพระก้าวขึ้นเตียงพร้อมกับกระตุกผ้าห่มออกมาจากร่างของเธอที่รีบแย่งเอาไว้แต่ถูกเขารั้งร่างเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดดวงหน้าหวานให้รู้สึกร้อนรุมขึ้นมาอีกครั้ง

“นี่บ้านของผม อย่ามาบังอาจไล่ผม อยากจะอยู่ที่นี่ทำตัวให้ดีกว่านี้ ที่นี่ถึงแม้ว่าจะเป็นห้องนอนที่คุณอยู่แต่ก็เป็นบ้านผม ผมมีสิทธิ์จะเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้ สำเหนียกเอาไว้ให้ดี”

เขาถอยห่างออกมา

“ผมให้เวลาคุณสามเดือน ทำให้ผมรักคุณให้ได้ หากไม่ได้ ไปซะ ไปจากที่นี่”

“ฉันขอเวลาเจ็ดเดือน”

“ผมไม่ได้มีเงินไว้สำหรับคนจรจัดที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าและที่นี่ก็ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ถ้าไม่มีความสามารถก็ออกไปซะเดี๋ยวนี้เลย”

“ก็ได้ สามเดือน ฉันจะทำให้คุณรักฉัน และยอมแต่งงานกับฉัน”

“คุณคงต้องใช้ความพยายามอย่างสูง เพราะผมไม่เคยเสียหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนเลย”

เขาขบกรามแน่นเมื่อหันมามองเธออีกครั้ง มันทำให้เขาเจ็บใจและโกรธตัวเองที่ไม่สามารถเอาชนะเธอได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสักคนที่รอดพ้นเงื้อมือของเขา เพียงแค่ถูกเขาจูบเท่านั้นพวกหล่อนจะอ่อนระทวย แต่สำหรับเธอกลับต่อต้านเขาและทำให้เขาต้องล่าถอยออกมาอย่างน่าอายที่สุด


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายสำหรับบุคคลอายุ 25 ปี ขึ้นไป"

คีตะธารา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha