เสน่หาเมียบ้านนอก (-จบ-)

โดย: บุณณ์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ลืมตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"น้องขิมครับ นี้ป้าพวงเป็นแม่บ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อยของชั้นนี้ ปกติจะป้าพวงจะไป-กลับ แต่คุณเควินสั่งให้ป้าพวงมาพักที่นี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ"  รามบอกกับลลิตภัทรเมื่อกลับมาถึงคอนโดของเควินในช่วงค่ำหลังเลิกงาน

"คุณขิมเป็นหลานคุณท่านธาริณี จะมาช่วยงานคุณเควินครับ เดี๋ยวป้าพวงไปเตรียมอาหารเย็นให้คุณขิมที่เดียวก็พอครับ" 

ป้าพวงเป็นแม่บ้านที่เคยรับใช้เมื่อครั้งคุณธิวานันท์ คุณแม่ของเควินยังมีชีวิตอยู่ พอคุณธิวานันท์เสียชีวิตเควินก็ย้ายมาอยู่คอนโด

ป้าพวงจึงออกไปอยู่กับลูกสาวแต่ก็ยังตามมาช่วยดูความเรียบร้อยของห้องพักให้กับชายหนุ่มเป็นประจำ

 

เมื่อแนะนำแม่บ้านกับหญิงสาวเสร็จ รามก็ให้ป้าพวงไปเตรียมอาหารให้หญิงสาวทันที 

ส่วนรามเองต้องออกไปพบเควินตามคำสั่งที่เจ้านายแจ้งมาก่อนเลิกงานว่าให้ไปส่งลลิตภัทรที่คอนโดก่อนแล้วค่อยตามไปพบเขาที่งานเลี้ยงต่อ

รามได้แต่นึกขำกับเควินจริงๆ ที่ก่อนเที่ยงออกไปข้างนอกกับแอนนานางแบบสาว ท่าทางเหมือนจะไปไหนกันสองต่อสองยาวๆ 

ที่ไหนได้ เควินแค่ไปกินข้าวเที่ยงแล้วก็ขอตัวไปสัมมนางานเรื่องซอฟต์แวร์ตัวใหม่ทันที  ทิ้งให้นางแบบสาวดาวรุ่งที่คิดว่าจะได้ขึ้นสวรรค์ยามบ่ายกับเควินฝันค้างซะงั้น

แถมยังสั่งให้ป้าพวงมาอยู่ประจำที่คอนโดเลย บอกว่าตอนนี้มีลลิตภัทรมาอยู่ด้วย มันคงดูไม่เหมาะสม

ซึ่งตามนิสัยของเควินจะชอบความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในส่วนที่พัก นอกจากคนที่สนิทสนมเท่านั้น

 

"ป้าพวงคะ เดี๋ยวอาหารขิมจัดการเองก็ได้ค่ะ ชั้นนี้ทั้งชั้นป้าพวงทำความสะอาดคนเดียวเหรอคะ"  ลลิตภัทรบอกป้าพวงหลังจากที่วางกระเป๋าและล้างมือเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามาที่ส่วนห้องครัว

"ทำคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ มีแม่บ้านจากบริษัทรับจ้างมาทำอาทิตย์ละ 3 วันค่ะ ส่วนป้าก็แค่มาดูแลความเรียบร้อยแล้วก็คอยดูแม่บ้านนั้นอีกที" ป้าพวงบอกหญิงสาว  พรางพิจารณาหญิงสาวไปด้วย สวย หวาน สงสัยจะเป็นคนที่คุณท่านอยากให้เป็นหลานสะใภ้

"ป้าพวงทานข้าวกับขิมไหมคะ เดี๋ยวขิมทำเผื่อด้วย ว่าจะทำข้าวผัดแหนมทานค่ะ" ลลิตภัทรเอ่ยชวนแม่บ้านให้ทานข้าวพร้อมกับเธอ วัตถุดิบต่างๆ เธอซื้อมาพร้อมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

"เชิญคุณขิมเลยค่ะ มื้อเย็นป้าไม่กิน จะกินแค่น้ำเต้าหู้กับผลไม้ก็พอ ป้าต้องควบคุมน้ำหนักคะ โรคคนแก่เยอะแยะไปหมด" ป้าพวงบอกแบบอารมณ์ดีกับเธอ

"โอเคค๊า ... งั้นขิมทำที่เดียวพอนะคะ คุณเควินให้ป้าพวงพักห้องไหนคะ"  เนื่องจากชั้นนี้มีห้องเล็กเพียงสองห้อง 

ห้องแรกเป็นของรามที่ติดอยู่ติดกับประตูทางเข้าตรงข้ามกับห้องที่เควินพาแม่พริตตี้เงินล้านหายเข้าไปเมื่อคืนนี้ 

ส่วนห้องเล็กที่ติดกับห้องครัว เควินก็ประชดเธอโดยการยกห้องนั้นให้เธอเข้าพักแล้ว

"ป้าก็พักห้องที่คุณขิมพักเมื่อคืนค่ะ คุณเควินสั่งให้ป้าย้ายของใช้คุณขิมไปยังห้องริมสุดตรงข้ามห้องคุณเควินแล้ว" ป้าพวงตอบคำถามที่หญิงสาวสงสัย

ลลิตภัทรได้แต่คิดในใจ คุณชายหน้ายักษ์จะเอายังไงกับเธอกันแน่ เธอตามอารมณ์เควินไม่ทันจริงๆ

"อ๋อคะ  ป้าพวงไปพักผ่อนเถอะคะ นี่ก็จะสองทุ่มแล้ว เดี๋ยวขิมจัดการห้องครัวเอง อยู่เชียงใหม่ขิมก็ช่วยป้าน้อยทำงานครัวทุกวันค่ะ สบายมาก"  

"งั้นป้าขอตัวนะคะ หากต้องการอะไรเคาะห้องเรียกป้าได้ทุกเวลาเลยคะ นี้ก็ใกล้ได้เวลาละครน้ำเน่าของป้าแล้ว ฮ่าฮ่า" ป้าพวงจึงรีบขอตัวไปเฝ้าหน้าจอทันที

 

 

ด้านเควินที่มีงานเลี้ยงต่อในช่วงหัวค่ำก็ยังไม่ได้กลับไปพักผ่อน เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าบริษัทของเพื่อนสนิท "ภาสนัย"

เพื่อนสนิทที่เจอกันตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ภาสนัยเป็นคนไทยคนเดียวในรุ่น พอรู้ว่าเควินเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ จึงทำให้ทั้งคู่สนิทจนกลายเป็นเพื่อนรักกัน รู้ตับไตไส้พุงกันหมด

"ฉันจะกลับแล้วนะ"  เควินเอ่ยขึ้นกับภาสนัย หลังจากที่จบการสนทนากับทางผู้ใหญ่ที่นับถือเรียบร้อยแล้ว

"ทำไมรีบกลับจังว่ะ เพิ่งจะ 3 ทุ่มเอง ยายน้องรอจังหวะจะเข้ามาคุยกับแกอยู่นั้นไง"  ภาสนัยเอ่ยยิ้มขำๆ เมื่อนึกถึงน้องสาวสุดที่รัก "ภารินี" ที่ทำท่าปลื้มเควินจนออกนอกหน้าเหลือเกิน 

พยายามหาจังหวะเข้ามาคุยกับเควิน แต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเควินสนทนากับแขกในงานซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอยู่

"อยากพักว่ะ วันนี้ไปสัมมนาทั้งวัน นั่งจนเมื่อย" เควินเอ่ยบอกเพื่อนรักไป 

"อะไรว่ะ ทีไปกับสาวๆ เป็นวันเป็นคืนไม่เมื่อยน่ะคุณเควิน" ภาสนัยอดแซวเควินไม่ได้

"นั้นมันก็เมื่อย แต่ไม่ได้นั่งเมื่อยโว้ย มันเมื่อยกันคนละอย่างว่ะ หึหึ...ไปล่ะ ฝากลายายน้องด้วย" เควินพูดจบก็เดินออกไปเลย ไม่รอให้เจ้าภาพพูดจากวนบาทาต่อ

ภารินีหรือน้องที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ใกล้กับทางออก เมื่อเห็นเควินเดินแยกออกมายังทางออก จึงรีบขอตัวจากแขกในงานเพื่อไปดักรอชายหนุ่มทันที

"พี่วินคะ จะกลับแล้วเหรอคะ" ภารินีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก อาหมวยหน้าใสของเฮียภาสนัย ยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยทักก่อนที่เควินจะเดินพ้นทางออกไป

"ครับ พรุ่งนี้พี่มีประชุมแต่เช้าครับ" เควินเอ่ยตอบหญิงสาวที่เขานึกเอ็นดูเธอเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง

"น้องนึกว่าพี่วินจะอยู่นานกว่านี้ ถ้างั้นน้องเดินไปส่งข้างหน้านะคะ ข้างในคนเยอะขอออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนค่ะ"  ภารินีเอ่ยยิ้มๆ พร้อมกับยกแขนตนเองขึ้นคล้องแขนชายหนุ่มพรางเดินออกไปส่งยังหน้าโรงแรมที่จัดเลี้ยง

 

 

เควินและภารินีเดินคุยกันออกมาถึงประตูหน้าโรงแรม รามที่นำรถมาจอดรอรับเควินอยู่แล้วถึงกับชะงักขาที่เตรียมก้าวไปเปิดประตูให้เจ้านาย

ใบหน้าเข้มแบบหนุ่มใต้

สายตาคมมองไปยังหญิงสาวใบหน้าฉบับอาหมวยในชุดเดรสสีชมพูอ่อนหวานที่เดินคล้องแขนออกมาพร้อมกับเจ้านายของเขา 

รามต้องสูดเอาลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเบือนใบหน้าคมไปทางประตูรถ จัดการเปิดประตูเพื่อรอให้เจ้านายก้าวขึ้นนั่ง  

สายตาคมพุ่งไปทางอื่น ทางที่ไม่มีสายตาเฉียวของใครบางคนที่จับจ้องมองเขาอยู่

สายตาของภารินีมองไปยังรามที่ยืนรอเปิดประตูให้เควินนิ่ง ไม่หันมองเธอเลย

สายตาคมเฉียวอาหมวยจึงได้แต่ก้มหน้าลงมองพื้นก่อนจะเงยขึ้นเมื่อเควินยกมือมาขยี้ผมยาวสลวยของเธอเล่น พร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า 

"พี่ไปก่อนนะครับ น้องเดินเข้างานไปดีกว่า" 

"ค่ะ เดี๋ยวสักพักน้องจะเดินเข้าไป ขอยืนสูดอากาศสักครู่ค่ะ" ภารินีเอ่ยเบาๆ กับเควิน แต่สายตาอยู่แค่ช่วงอกของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนรอเปิดประตูให้กับเจ้านาย

เควินก้าวขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว รามจึงปิดประตูพร้อมกับหมุนตัวเพื่อเดินไปยังด้านคนขับ

 

"สวัสดีค่ะ จะไม่ทักทายน้องเหรอคะ" ภารินีที่ยืนนิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากทักทายชายหนุ่มหน้าเข้ม 

ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยบอกว่าใบหน้าหมวยๆ แบบเฟรชชี่ปี 1ของเธอตามไปหลอกหลอนเขาตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแล้ว

รามที่กำลังจะก้าวขาออกถึงยืนนิ่งหยุดกับที่ แต่ก็ไม่ได้หันหน้ามามองภารินีเต็มตัว เพียงแค่เอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า

"สวัสดีครับคุณภารินี ผมขอตัวก่อนครับ เจ้านายรออยู่"  เมื่อบอกหญิงสาวเสร็จ  รามก็ก้าวเท้าเดินอ้อมไปยังด้านคนขับแล้วก็สตาร์ทรถออกไปทันที

 

ภารินีได้แต่ยืนมองตามรถที่วิ่งออกห่างไป ในใจรู้สึกปวดแปลบกับความเหินห่างของรามที่แสดงออกมาต่อเธอ

รามที่ขับรถออกไปก็อดมองไปยังกระจกข้างไม่ได้ เห็นหญิงสาวชุดสีชมพูยืนมองมายังท้ายรถไม่ยอมเดินกลับเข้าไปในงานซะที

จนรามต้องหักพวงมาลัยเลี้ยวออกสู่ถนนลับสายตาไปนั้นแหล่ะ สายตาของเขาจึงเริ่มปรับมองตรงไปข้างหน้า

เควินที่จับตามองรามและภารินีอยู่แล้ว ถึงกับยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา พร้อมกับส่งเสียงในลำคอ  "หึหึ.." 

รามที่รู้ตัวเองว่าได้เผลอแสดงพิรุธออกมา จึงได้แต่นิ่งขับรถตรงไปไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไป

 

 

ทันทีที่กลับถึงคอนโดในเวลา 4 ทุ่มเศษ เควินก็บอกให้รามไปพักผ่อนได้ ส่วนชายหนุ่มก็เดินเข้าไปด้านในสุดยังห้องพักตนเองทันที

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องนอนของตัวเอง ชายหนุ่มอดหันไปมองห้องที่อยู่ตรงข้ามไม่ได้ ป่านนี้หญิงสาวคงนอนหลับไปแล้ว

วันนี้ทั้งวันที่ไปสัมมนานอกสถานที่ ในหัวสมองของเขาก็อดไม่ได้ที่ต้องคิดเรื่องหญิงสาวแวบเข้ามาอยู่เรื่อย 

ใบหน้าใสที่แดงเรื่ออัตโนมัติตอนที่เขาก้มลงหน้าลงไปใกล้ๆ เมื่อเช้านี้ในห้องอาหารแวบอยู่ในความคิดเขาตลอดเวลา

เควินสะบัดหัวไปมา 'ไม่พร้อมจะสร้างครอบครัวกับใครว่ะบอกกับตัวเองเสร็จสรรพพรางเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องนอนตนเอง 

 

ขายาวของชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวเข้าห้องพักไปถึงกับหันขวับกลับเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามที่เปิดออกมา 

สายตาของสองคนจึงสบสายตากันแบบไม่ได้ทันตั้งตัว ลลิตภัทรที่เปิดประตูออกมาถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอกับเควินพอดี

สายตาคมที่มองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางค์ ปล่อยผมยาวสลวย ตาโต

ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดน่าลองเหลือเกิน’ นี่คือความคิดของเควิน  ลลิตภัทรรู้สึกประหม่ากับสายตาคมจึงกระชับเสื้อคลุมสีฟ้าสดใสที่คลุมชุดนอนไว้อีกทีพร้อมกับพูดตะกุกตะกักเบาๆ 

 

"เอ่อ..ขิม..เอ่อ .. ฉันลืมกระเป๋า ขอตัวก่อนค่ะ" ว่าจบก็รีบเดินไปยังทางห้องอาหารที่เธอลืมกระเป๋าสะพายไว้เมื่อช่วงหัวค่ำ

ลลิตภัทรรีบเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางไว้บนโต๊ะทานข้าวเรียบร้อยก็หมุนตัวจะเดินกลับห้องถึงกับอุทานด้วยความตกใจ 

"อุ้ย...คุณเควิน..." แขนแข็งแรงตวัดโอบรอบเอวบางทันทีที่เธออุทานออกมา มือบางยกขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่างจากลำตัวของเธอโดยอัตโนมัติ

เควินที่เดินตามมาเงียบๆ มาหยุดอยู่ด้านหลังเธอโดยไม่รู้ตัว ทำให้ใบหน้าและอกนุ่มๆ ของหญิงสาวกระแทกกับอกแกร่งทันที

 

 แต่เหมือนผลักรูปปั้นเพราะเควินไม่ยอมขยับเขยื้อนสักนิด ชายหนุ่มที่เดินตามกลิ่นหอมของหญิงสาวมาโดยไม่รู้ตัว 

อดไม่ได้ที่จะสูดเอากลิ่นหอมของผมยาวสลวย กลิ่นแชมพูสระผมที่เขาใช้ประจำ แต่ทำไมเวลาเขาใช้มันไม่หอมแบบนี้ว่ะ

เมื่อหญิงสาวพยายามผลักหน้าอกล่ำๆ ของเขาและดิ้นออกจากอ้อมแขนแข็งแรงคู่นี้ เควินอดขู่เสียงเข้มไม่ได้  

 

"อยู่นิ่งๆ แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน" กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจของชายหนุ่มลอยมาเข้าจมูกของเธอ ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มคงดื่มมาจากงานเลี้ยงบ้าง 

ลลิตภัทรหยุดดิ้นฉับพลัน ไม่กล้าหายใจแรงได้แต่ยืนกลั้นหายใจอยู่ในอ้อมแขนของเควิน และอดกลัวในคำขู่ไม่ได้เพราะไม่รู้อารมณ์ของชายหนุ่มตอนนี้เป็นยังไง

 

 

"ไหนว่าจะมาจับฉันแต่งงานไง แค่ทดลองกอดนิดกอดหน่อย ทำไมต้องกลัวด้วย หึหึ...แล้วแบบนี้จะจับฉันได้ยังไง" 

 

 

 

  


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักที่ไม่ซับซ้อน รับรองมีแต่ความฟิน"

บุณณ์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha