เสน่หาเมียบ้านนอก (-จบ-)

โดย: บุณณ์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ข้อเสนอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

ติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..

"สวัสดีค่ะ คุณท่าน"

"เป็นยังไงบ้างลูกหนูขิม พอจะปรับตัวได้หรือยังลูก"

"สบายดีค่ะ คุณท่านไม่ต้องห่วงขิมนะคะ อยู่ที่นี้สบายมาก"

"พ่อวินเขาดูแลหนูดีหรือเปล่า ยายล่ะกลัวแต่พ่อตัวดีจะไม่ใส่ใจหนู"

"เอ่อ..คุณเควินก็ดูแลดีค่ะ พี่รามก็คอยสอนงานอยู่เรื่อยๆ"

"ก็ดีแล้วลูก มีอะไรก็โทรมาเล่าให้ยายฟังบ้างนะ"

"ค่ะ คุณท่านรักษาสุขภาพนะคะ ขิมคิดถึงแล้วจะรีบกลับไปอยู่ด้วยค่ะ"

"โอ้ย..แม่คุณของยาย ไม่ต้องรีบลูก ยายจะอยู่จนกว่าจะเห็นหน้าเหลนโน่นแหล่ะ"

"ถ้าหากมันไม่เป็นอย่างที่คุณท่านหวัง คุณท่านจะโกรธขิมหรือเปล่าคะ"

"ยายจะไปโกรธหนูทำไมละลูก เรื่องแบบนี้มันบังคับจิตใจกันไม่ได้หรอก แต่คนที่ยายจะเคืองก็พ่อวินนั่นแหล่ะ มีผู้หญิงรอบตัวไม่เคยขาด แต่ไม่อยากมีครอบครัว ไม่รู้จะเปลี่ยนความคิดยังไงดี"

"ขิมจะพยายามมทำให้ดีที่สุดค่ะ"

 

เมื่อวางสายจากคุณท่านแล้ว สิ่งที่ลลิตภัทรคิดไว้ก่อนหน้านี้ คงต้องถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงซะที  'ต้องกล้า ต้องกล้า เพื่อคุณท่าน'

 

 

"คุณเควินคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย คุณพอจะว่างคุยได้หรือเปล่าคะ"

เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้เควินที่นั่งดูรายงานจากจอโน้ตบุ้คอยู่ ต้องเงยหน้าขึ้นหันกลับมอง  บ่ายวันหยุดนี้ชายหนุ่มไม่ได้ออกไปข้างนอก เขารู้สึกไม่อยากออกไปไหน อาจจะเพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาเขากลับดึกแทบจะทุกคืน  วันนี้จึงหอบโน้ตบุ้คออกมานั่งรับลมเย็นอยู่ข้างสระว่ายน้ำแทน

หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง วันนี้แต่งตัวด้วยชุดลำลองแบบธรรมดา เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ปล่อยผมยาวสลวย ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางค์แต่งแต้ม ผิวขาวอมชมพู ดูแปลกตาไปจากวันที่ต้องไปทำงาน  เควินถึงกลับจ้องมองใบหน้าใสของเธอเพลินอย่างลืมตัว โดยเฉพาะปากอิ่มสีแดงชมพูนั่น เขาเคยลิ้มลองความหวานมาแล้ว

 

"คุณเควินคะ..เอ่อ"  เมื่อเธอเห็นเควินที่นั่งจ้องมองมายังเธอตาไม่กระพริบ เธอจึงต้องเรียกเขาอีกครั้ง

"มีอะไรก็ว่ามา"  เมื่อสติมา เควินก็กลับสู่โหมดเดิม คือ นิ่งและตีมาดขรึม

"เอ่อ...คือ ฉัน..." ลลิตภัทรได้แต่อ้ำอึ้ง ทั้งที่เตรียมใจมาอย่างดี ว่าต้องกล้าพูดกล้าทำ แต่พอสบสายตาคมของผู้ชายที่นั่งกอดอกมองนิ่งมายังเธอ ก็ทำให้คำพูดที่เตรียมมาหายไปจากหัวสมองหมดเลย

"ถ้ายืนคุยแล้วติดอ่าง ฉันว่าเธอนั่งลงคุยน่าจะดีกว่า"  เควินที่นั่งกอดอกมองผู้หญิงที่ขยับมายืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางประหม่า สีหน้ากังวล ทำให้เขาอยากแกล้งยั่วโมโหแบบเมื่อคืนจริงๆ

ลลิตภัทรรีบเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วรีบนั่งลงทันที เวลานี้เธอรู้สึกประหม่า เหมือนแขนขาจะอ่อนแรง เพราะสายตาคมที่มองนิ่งมายังเธอ  'บ้าจริง ต้องกล้า ต้องกล้าซิขิม'

"เอ่อ คือ ฉัน คือ"

"ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะถือว่าเธอมาอ่อยฉัน"

"คุณเควิน!! ..คุณจะบ้าหรือไงเนี้ย หลงตัวเอง"  เมื่อโดนเควินกวนอารมณ์ ลลิตภัทรก็หลุดจากอาการประหม่าเป็นโมโหชายหนุ่มแทน

"อ้าว จะไปรู้เหรอ เห็นอ้ำอึ้งอยู่นั้นแหล่ะ นึกว่าจะมาอ่อยฉัน"  เควินพูดไปก็หัวเราะขำไปด้วย

หญิงสาวสูดหายใจลึก พยายามข่มอารมณ์ มองข้ามท่าทางมั่นใจของเควิน ตั้งสติ มือสองข้างบีบกันแน่น เพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเอง แล้วเธอก็รีบพูดออกไปทันที

 

"ฉันจะขอสเปิร์มจากคุณ คุณพอจะให้ได้ไหม"

"ห๊า !! "  เควินถึงกับช็อคในประโยคที่ลลิตภัทรพูดออกมา

"คือ ฉันจะขอบริจาคสเปิร์มจากคุณ ฉัน..ฉันจะไปปรึกษาคุณหมอ ก็เลยจะมาขอคุณก่อน"

 

 

ลลิตภัทรรีบบอกจุดประสงค์ของเธอออกไป ตอนนี้หน้าเธอแดงกล่ำด้วยความอับอายที่ต้องมาขอสิ่งนี้กับเควิน

"เธอคิดบ้าอะไรของเธอ ฮ่าๆๆ"  เมื่อหลุดจากช็อคแล้วเควินถึงกับหัวเราะเสียงดังอย่างไม่เกรงใจหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าเลย

"คุณฟังเหตุผลของฉันก่อนซิค่ะ"

"เหตุผลคือ?"  เมื่อหยุดหัวเราะได้แล้ว เควินจึงถามถึงเหตุผลจากแม่หลานสาวคุณยาย  'คุณยายจะรู้ไหมเนี้ย ว่าแม่นี้คิดอะไรพิเรนท์เควินกอดอกรอฟังเหตุ

"คุณท่านอยากจะอุ้มเหลนค่ะ ท่านบอกว่าตัวเองแก่แล้ว และดูแล้วคุณก็คงไม่คิดจะมีครอบครัวแน่ ท่านเป็นห่วงคุณมาก ก็เลยอยากให้คุณมีทายาทสักคนเพื่อที่เมื่อคุณแก่ตัวมา จะได้มีคนคอยดูแล คือดูแลจริงๆ ไม่ใช่จ้างใครหรือจ้างคนรับใช้มาดูแลค่ะ"

"โดยให้เธอเป็นแม่พันธุ์งั้นซิ"  เควินใช้คำว่าแม่พันธุ์ เพื่อประชดหญิงสาวที่อธิบายเหตุผลมาซะยืดยาว

"ค่ะ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะดูแลลูกคุณอย่างดี แล้วฉัน..คือ..ฉัน.."  เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ลลิตภัทรกลับพูดไม่ออก เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจโดยอัตโนมัติ

"จะพูดอะไรก็พูดมา"  เควินนิ่งเพื่อรอดูท่าทีอีกครั้ง

 

"ฉันจะไม่เรียกร้องอะไร เมื่อลูกคุณโตขึ้น ฉันจะไม่บอกเขาว่าฉันคือแม่ ถ้าหากคุณไม่ต้องการ"  ท้ายประโยคเสียงของเธอสั่นเครือและเบาจนเควินสัมผัสได้

สมองของเควินใช้ความคิดอย่างหนัก เขารู้ถึงความต้องการของคุณยายเขาดี แต่เขาไม่คิดว่าลลิตภัทรจะกล้าทำถึงเพียงนี้

ชีวิตของเขาเคยโดนแม่ทิ้งมาแล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความเจ็บปวด ความเสียใจ  แค่คิดว่าอนาคตลลิตภัทรจะทิ้งลูกเขาไป เควินก็โมโหเธอขึ้นมาทันที

 

"ฮึ..เธอคิดว่าเธอจะทำได้เหรอ เธอกล้าทิ้งลูกของเธอหรือไง"

เสียงเข้มพยายามควบคุมอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  เขาอดที่จะดูแคลนผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เธอบอกว่าจะยอมอุ้มท้องโดยไม่เรียกร้องอะไร เขาไม่เชื่อ ผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาทุกคนต่างหวังในทรัพย์สินที่มีมหาศาลทั้งนั้น

และที่ทำให้เขารู้สึกรู้สึกผิดหวังลึกๆ ความรู้สึกที่บอกตัวเองว่าเขาผิดหวังในตัวเธอ ก็คือเธอกล้าที่จะปฏิเสธคำว่า แม่ กับลูกที่อุ้มท้องมานั้นเอง เควินไม่เชื่อว่าลลิตภัทรจะยอมเสียสละตัวเองเพื่อคุณยายของเขาได้ขนาดนี้

 

"ฉัน..ฉันทำเพื่อคุณท่านค่ะ"

"ฉันต้องมอบโล่ให้เธอดีไหม ในฐานะหลานสาวเก็บตกกำพร้าดีเด่น"  

เควินสวนกลับไปทันทีที่เธออ้างถึงคุณยายของเขา  ลลิตภัทรที่ฟังคำประชดนั้น ถึงกับเจ็บแปลบในใจอีกครั้ง

ตั้งแต่จำความได้ คุณท่านก็สั่งสอนมาไม่ให้เธอน้อยใจกับคำว่า กำพร้า เวลาที่โดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อเลียน เธอยังยิ้มได้เพราะมีคุณท่านเป็นกำลังใจเสมอ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเควินต่อว่าเธอแบบนี้ เธอจึงรู้สึกน้อยใจในวาสนาตนเองเหลือเกิน

 

"ไม่ใช่ว่าตอนนี้ท้องลูกใครมาก็ไม่รู้ แล้วมาอ้างว่าทำเพื่อคุณยายของฉันมาล่ะ"    ชายหนุ่มที่โมโหให้เธอยิ่งนัก คำพูดที่ดูถูกจึงหลุดออกมาโดยไม่ทันได้คิด

"ฉันไม่ได้ท้อง และฉันเพิ่งตรวจสุขภาพมา แข็งแรงดีทุกอย่าง หากคุณไม่เชื่อใจ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจใหม่พร้อมขอใบรับรองแพทย์มาให้ดูค่ะ"

ลลิตภัทรพยายามกลั้นน้ำตาที่เหมือนจะเอ่อล้นออกมาจากดวงตาใสๆ ของเธอ ไม่เคยอ่อนแอมานานหลายสิบปีแล้ว แต่พอถูกเควินดูถูกด้วยถ้อยคำเหล่านั้น ความอ่อนแอก็กลับมาพร้อมกับความน้อยใจ

 

"คุณจะทำเป็นสัญญาไว้ก็ได้ค่ะ หากคุณไม่มั่นใจในตัวฉัน ฉันสัญญาจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของคุณ คุณก็มีอิสระในชีวืตเหมือนเดิม และจะไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใคร"

 

ต่างคนต่างเงียบ ลลิตภัทรรอฟังคำตอบจากชายหนุ่มด้วยใจที่คาดหวังและลึกๆ ในใจเธอก็สับสน  กังวลกับความต้องการตนเอง ส่วนเควินก็ใช้ความคิดอย่างหนัก สมองของเขากำลังประมวลผลจากสิ่งที่หญิงสาวบอกกล่าว

 

"ฮึ..วิธีที่เธอว่า บริจาคลูกๆ ของฉัน หมายถึง การทำเด็กหลอดแก้วเหรอ"

"ค่ะ ฉันมาถามคุณก่อน ถ้าคุณอนุญาตแล้วจึงจะไปปรึกษากับคุณหมอต่อไป"

"ฉันไม่ให้ลูกฉันไปอยู่ในหลอดบ้านั้นแน่  ถ้าเธอต้องการจริงๆ มันต้องผสมพันธุ์กันแบบธรรมชาติ เธอกล้าไหมล่ะ"

"คุณเควิน !!"  เรียกชื่อชายหนุ่มด้วยความตกใจ  ผู้ชายคนนี้ห่ามจริงๆ ใครเขาใช้คำว่าผสมพันธุ์กับคน

 

 

"ถ้าเธอกล้า คืนนี้ 4 ทุ่ม เข้าไปเซ็นต์สัญญาที่ห้องฉัน แต่ถ้าไม่กล้า ก็ไม่ต้องมาเสนออีก โอกาสเธอมีแค่คืนนี้ครั้งเดียวเท่านั้น"

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักที่ไม่ซับซ้อน รับรองมีแต่ความฟิน"

บุณณ์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha