เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : พริตตี้งานดี


ตอนต่อไป

            พริตตี้สาวสวยอาชีพที่สาว ๆ หลายคนอยากจะเป็น แต่ก็เป็นไม่ได้ เพราะหน้าตาไม่สวย รูปร่างไม่ดี ความสามารถไม่ผ่าน อันที่จริงพริตตี้มีหลายเสต็ป ยืนสวย ๆ ยิ้มหวาน ๆ ใช้รูปร่างหน้าตาดึงดูดผู้คนให้เข้ามาดูสินค้า หรือจะเป็นอีกเสต็ปหนึ่ง คือใช้ความสามารถในการพูด กล้าเรียกคนให้เข้ามาดูสินค้า นำเสนอสินค้า (ซึ่งในวงการจะเรียกการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงเช่นนี้ว่า โฟน) ซึ่งต้องศึกษาลักษณะของสินค้าเอาไว้บ้าง ตอบคำถามเบื้องต้นได้บ้างหากลูกค้าซักถาม เรียกได้ว่าสวยอย่างมีสมองค่ะ

            ‘เมทิตา ทับตะวัน’ สาวสวยอีกหนึ่งคนที่ยึดอาชีพพริตตี้เป็นหลัก จากงานอดิเรกที่เธอใช้เวลาว่างจากการเรียนไปรับงานหารายได้พิเศษและหาประสบการณ์ไปด้วย กลายเป็นความชอบและมีความสุขที่จะได้ทำงานนี้ ดังนั้นหลังจากเรียนจบหญิงสาวจึงหันมารับงานพริตตี้แบบเต็มตัว ด้วยความสวยอย่างมีสมอง คล่องแคล่ว พูดเก่ง เส้นทางสายนี้จึงสว่างไสวสำหรับเธอ

            “น้องเมขา....วันเสาร์นี้มีงานของคุณเตยที่สระบุรีนะคะ รถออกเจ็ดโมงเช้า พร้อมกันที่หน้าบริษัทหกโมงครึ่งนะคะ หรือว่าน้องจะเอารถไปเองคะ บอกพี่มาค่ะ” พิมลวรรณ วรรณสิทธิ์ หรือพี่มล ผู้ดูแลและจ่ายงานให้เหล่าพริตตี้ในสังกัดของเพชรงามโมเดลลิ่ง เดินเข้ามาแจ้งเมทิตา ที่กำลังเก็บของเตรียมตัวจะกลับบ้าน

            คุณเตยที่พิมลวรรณพูดถึงก็คือ อรุโนทัย ช่อชัช ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขายของบริษัท เรียลลี่ มูฟ จำกัด บริษัทผู้นำเข้ารถมอร์เตอร์ไซค์คันใหญ่ หรือที่เรียกว่า บิ๊กไบค์ รายใหญ่ของประเทศ ที่กำลังจัด Road Show โปรโมทรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาล่าสุด

            “เดี๋ยวเมขับรถตามไปเองก็ได้ค่ะสะดวกกว่า มียัยจ๊ะนั่งไปด้วยอีกคน มีเพื่อนคุยรับรองไม่มีง่วงแน่นอนค่ะ ฮ่าฮ่า”

            “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ ไปเจอกันที่โรบินสันสระบุรีเก้าโมงนะคะ ห้ามเบี้ยวห้ามเลท..พี่ขอบอก งานนี้ได้ข่าวว่าท่านประธานบริษัท เรียลลี่ มูฟ จะไปดูงานด้วยตัวเองเลยนะ ถ้าน้องเมกับน้องจ๊ะเบี้ยวพี่ละก็..พี่มลตายแน่ค่ะ อนาคตบริษัทเราอยู่ที่น้องทั้งสองคนแล้วนะคะ” พิมลวรรณทำตาปริบ ๆ เพราะตอนนี้เมทิตา ถือว่าเป็นพริตตี้มือหนึ่งของเพชรงามโมเดลลิ่งก็ว่าได้ เธอสวยและทำได้ทุกอย่าง พูดดึงความสนใจจากผู้ร่วมงานได้ดี สร้างบรรยายสร้างความสนุกให้ผู้ที่เดินผ่านไปมาอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเธอมีความเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์อยู่ในตัวเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่ยืนสวยแค่เพียงอย่างเดียว จ๊ะ ชิตาพร นับนภา เพื่อนสนิทของเธอก็ด้วยเช่นกัน ที่นับว่าเป็นพริตตี้ที่เจนจัดไปด้วยประสบการณ์และความสามารถ ทั้งสองคนเข้าเพชรงามโมเดลลิ่งมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษามาหางานพาร์ทไทม์ทำ จนตอนนี้เจ็ดปีเต็มแล้วกับงานพริตตี้ของพวกเธอ ทั้งสองสาวเป็นได้ทั้งพริตตี้ยืนสวย พริตตี้โฟนให้ความรู้ความบันเทิง หรือจะให้ขึ้นไปเป็น MC (Master of ceremonies) พิธีกรพูดดำเนินรายการบนเวทีเลยก็ยังไหว

            “แหม..พี่มลก็พูดเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”

            “จะไม่ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะคะน้องเมขา เรียลลี่ มูฟนี่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรานะคะ ปีหนึ่ง ๆ เรียกใช้บริการโมเรานับครั้งไม่ถ้วน น้องเมอาจจะยังไม่รู้ ว่างานส่วนใหญ่ที่น้องเมขาได้ทำอยู่เนี่ย เกินครึ่งเป็นของเขานะคะ อย่าคิดว่าเขามีแต่บิ๊กไบค์นะจ๊ะ นาฬิกาสปอร์ต แจ็คเก็ตหนัง หมวกกันน็อค กระเป๋าเป้ และอื่น ๆ อีกมากมายก็เป็นของบริษัทในเครือของเขาทั้งนั้นล่ะค่ะ คุณเตยเธอเหมาเอามาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ทั้งหมด แล้วนี่ถึงขนาดว่าประธานบริษัทเขาจะมาดูเอง อย่างนี้จะไม่ให้พี่บอกว่าเป็นอนาคตของบริษัทเราได้ยังไงละคะ” พี่มลบรรยายความสำคัญของลูกค้ารายใหญ่ให้พริตตี้สาวสวยได้รับรู้

            “โอ้โห! ท่านประธานเรียลลี่มูฟ นี่คงรวยน่าดูเลยนะคะพี่ อะไรจะเปิดบริษัทเยอะแยะขนาดนั้น ท่านมีลูกชายไหมคะ เผื่อว่าเมจะได้ไปสมัครเป็นลูกสะใภ้ของท่านบ้าง ฮ่าฮ่าฮ่า” เมทิตาพูดกลับอย่างอารมณ์ดี นึกทึ่งในความสามารถของท่านประธานที่พี่มลอธิบายมา โดยจินตนาการไปว่าการที่คนจะมีบริษัทเยอะแยะขนาดนี้ก็คงจะอายุไม่ใช่น้อยแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก่แล้วนั่นเอง ^_^

            “พี่ว่าเป็นเมียท่านเลยดีกว่า แบ่งมรดกตรง ๆ ไปเลยดีกว่าไหม ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “หูยยยยย..แรงกว่าเมอีก ฮ่าฮ่า”

            “เอาล่ะ งั้นก็กลับไปเตรียมตัวเก็บของกันได้แล้วจ้ะ รอบนี้สามวันนะคะ เตรียมชุดไปให้พร้อม แล้วเก้าโมงที่เจอกันที่โรบินสันนะ แต่งตัวมาพร้อมเริ่มงานได้เลยนะจ๊ะ ชุดที่ต้องใส่ สคริปต์ที่ต้องใช้พูด เมื่อวานพี่ฝากน้องจ๊ะเอาไปให้แล้ว ได้รับเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ

            “ค่ะพี่ ได้รับแล้วค่ะ”

            “อย่าลืมฝึกพูดกันให้คล่องทั้งสองคนเลยนะ นึกว่าช่วยพี่ช่วยโมของเรานะคะ..คนสวยของพี่” พิมลวรรณ พูดจบก็ยกมือขึ้นหยิกแก้มป่องของเมทิตาเบา ๆ หยอกล้อกันตามปกติ

            “โอเคค่ะพี่มลขา เดี๋ยวเมกับยัยจ๊ะจัดให้ค่ะ เมไปก่อนนะคะ..เดี๋ยวต้องแวะไปรับยัยจ๊ะที่ลาดพร้าวก่อนด้วย รถนางเสียค่ะวันนี้ ลากเข้าอู่ไปเมื่อเช้ายังไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่เลยค่ะ”

            “อ้าวเหรอ?..งั้นไป ๆ พรุ่งนี้เจอกัน ขับรถปลอดภัยนะคะ” พิมลวรรณรีบปล่อยตัวเมทิตาให้กลับไปรับเพื่อนสาวที่ตัวเธอเองเป็นคนส่งให้ไปทำงานอีกที่หนึ่ง โดยไม่ลืมที่จะย้ำถึงเรื่องที่จะต้องเจอกันในวันพรุ่งนี้อีกด้วย



            ที่ศูนย์การค้าชื่อดังย่านลาดพร้าว พริตตี้สาวสวยที่ถูกส่งตัวให้มาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับนาฬิกายี่ห้อดัง กำลังเตรียมตัวกลับบ้านกัน เนื่องจากหมดเวลางานของพวกเธอแล้ว ชิตาพรก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้หญิงสาวรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมของพริตตี้สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องใหม่ฝึกงานด้วยกันทั้งสิ้น จะเรียกว่าเธอมาสอนงานให้น้อง ๆ ไปด้วยก็คงไม่ผิดนัก ทั้งนี้ก็เพราะคำขอจากพิมลวรรณ ให้เธอช่วยฝึกงานให้น้อง ๆ เหล่านั้นนั่นเอง

            “จ๊ะ..เก็บของเสร็จยัง” เมทิตาส่งเสียงใสเข้ามาทักทายเพื่อนสาว เมื่อเดินเข้ามาในพื้นที่จัดงาน แล้วพบว่าทีมงานกำลังเคลียร์พื้นที่ ส่วนเพื่อนสาวของเธอนั้นก็กำลังยืนสะพายกระเป๋าช่วยดูความเรียบร้อยให้บรรดาพริตตี้รุ่นน้องอยู่

            “อ้าว! ไอ้เม..นี่แกเพิ่งมาถึงเหรอ กินอะไรมาหรือยังล่ะ” ชิตาพรหันหลังไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย เพราะเป็นเสียงเพื่อนรักของเธอ เพื่อนรักที่คบกันตั้งแต่สมัยเรียน และยิ่งตอนนี้ก็ยิ่งเป็นปาท่องโก๋ตัวติดกันมากขึ้นไปอีก เนื่องจากพี่สาวฝาแฝดของเมทิตานั้นแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่บรูไน เหลือเมทิตาต้องอยู่บ้านที่พ่อแม่ของเธอทิ้งเอาไว้ให้เพียงคนเดียว แฝดผู้น้องจึงได้ชวนให้เพื่อนรักย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันเสียเลย ได้ทั้งคนไปอยู่เป็นเพื่อน และยังได้ช่วยเพื่อนประหยัดค่าเช่าคอนโดฯ อีกด้วย

            “อืม เพิ่งถึงเมื่อแกเห็นนี่ล่ะ แล้วก็ยังไม่ได้กินด้วย ก็ว่าจะมาชวนแกไปกินข้าวด้วยกันก่อนเข้าบ้านอยู่นี่”

            “เออ ใจเดียวกันเลย ฉันก็ว่าจะชวนแกไปหาอะไรกินกันอยู่เนี่ย ฉันเบื่ออาหารสำเร็จรูปในตู้เย็นเต็มทีแล้วอ่ะ”

            เนื่องจากทั้งสองสาวไม่มีความถนัดทางด้านการทำอาหารเอาเสียเลย อาหารสำเร็จรูปจึงเป็นอีกทางออกหนึ่งที่สองสาวซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็น เพื่อเป็นทางเลือกในยามที่ไม่อยากจะออกจากบ้าน

            “เหรอจ๊ะ....” เมทิตาพูดพร้อมกับยกมือหยิกแก้มขาวของเพื่อน เป็นวิธีหยอกเอินที่ทำกันจนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว กับพิมลวรรณก็อีกคน ที่สนิทสนมกัน และมักจะเล่นกันเช่นนี้ “งั้นก็ไปกันเลยดีกว่า พูดถึงก็หิวเลยเนี่ย”

“กลับบ้านกันดี ๆ นะจ๊ะสาว ๆ ก่อนกลับตรวจเช็คของกันด้วยล่ะ ระวังจะลืมของกันนะ แล้วเอาไว้เจอกันงานหน้า วันนี้พี่ขอตัวก่อนแล้วนะ กิ๊กพี่มารับแล้ว ฮ่าฮ่า” ชิตาพรหันกลับมาพูดกับบรรดาพริตตี้รุ่นน้อง ก่อนจะหันไปคว้าแขนของเพื่อนรักมากอดไว้ ทำตัวราวกับว่าเป็นกิ๊กกันอย่างที่พูด แล้วพากันเดินควงแขนออกไปจากลานจัดงาน ปล่อยให้สายตาหลายคู่มองตามด้วยเสียดายความสวยที่ต้องตกไปเป็นของไม้ป่าเดียวกัน โดยเฉพาะพวกทีมงานผู้ชายที่กำลังเก็บของกันอยู่

“นี่! ไอ้จ๊ะ..แกเล่นซะอย่างนี้ แล้วชาตินี้เราสองคนจะได้มีแฟนอย่างคนอื่นเขาบ้างไหมเนี่ย” เมทิตาส่งเสียงต่อว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก

            “ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่มีก็อยู่มันไปอย่างนี้ล่ะ สบายตัวสบายใจดีไม่ใช่หรือไง” ชิตาพรตอบกลับอย่างอารมณ์ดี แถมยังแกล้งเดินซบไหล่เพื่อนด้วยอีกต่างหาก

            สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่สาวสวยทั้งคู่ มีทั้งแววตาที่ชื่นชมในความสวยและแววตาแห่งความเสียดายที่ดอกไม้งาม ไม่ได้มีไว้ให้หมู่ภมรมาเชยชม แต่กลับไปชื่นชมกันเองเสียแล้ว หนึ่งในนั้นมีสายตาของ แมททิว ดูว์ อเล็กซ์สัน รวมอยู่ด้วย

            “น่าเสียดายว่ะ” แมททิวถึงกับหลุดปากบ่นออกมาเมื่อสองสาวสุดสวยโดนใจ เดินควงแขนซบไหล่ผ่านหน้าร้านกาแฟที่เขานั่งอยู่กับเพื่อน

            “เสียดายอะไรของแกวะ ไอ้แมท อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา ช่วยต่อให้ฉันรู้เรื่องหน่อยสิ” เป็นเสียงของอิริค ที่ถามเพื่อนรักด้วยความสงสัย ก่อนจะมองตามสายตาของเพื่อนไป จนได้เห็นหลังของผู้หญิงสองคนที่เดินควงแขนกันเดินผ่านร้านกาแฟที่เขานั่งไป “นั่นน่ะเหรอที่แกบอกว่าเสียดาย?”

            “เออ..แกไม่เห็นหน้าสิ โคตรสวยเลยว่ะ แต่แค่ข้างหลังนี่ก็ซี้ดแล้ว แกดูสิ..เว้าโค้งเป็นเคริฟสวยเลย แต่เสียดายกินกันเองซะแล้วว่ะ” แมททิวชี้ให้เพื่อนรักดูรูปร่างของหญิงสาวทั้งสองคน

            ชุดจากงานพริตตี้เข้ารูปเน้นสัดส่วนที่ลงตัว ที่ชิตาพรยังไม่ได้ถอดออก ส่วนชุดที่เมทิตาใส่อยู่นั้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชุดจากงานพริตตี้ แต่ทว่าก็รัดรูปโชว์สัดส่วนโค้งเว้ากลมกลึงในส่วนที่ควรจะเป็นได้ไม่แพ้กัน

            “อืม..ก็สวยดี แล้วยังไง..นี่อาการของคนอกหักเหรอวะเนี่ย ไหนแกเรียกฉันออกมา ให้มาปลอบใจที่แกอกหักไงวะ..ไอ้แมท ฉันก็ยังเห็นแกมองสาวอื่นได้อย่างสบายใจนี่หว่า งั้นฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่าว่ะ จะไปเตรียมตัวไปสระบุรีพรุ่งนี้”

            “โอ้โห! ไอ้อิริค..ในหัวแกนี่ นอกจากเรื่องงานแล้วเคยบรรจุเรื่องอื่นเข้าไปบ้างไหมวะ มีของสวย ๆ งาม ๆ ให้ดูขนาดนี้แล้ว ยังทำเป็นมาไม่พอใจ และไอ้เรื่องที่ฉันอกหัก มันก็เรื่องจริงนี่หว่า ทำไมผู้หญิงสมัยนี้ถึงได้ไวกันจังวะ ฉันยังไม่ทันได้จีบเลย คุณเธอก็ไปเดินควงกับชายอื่นซะแล้ว แกคิดดูสิคนสวย ๆ มีแฟนกันไปก็เยอะ เป็นประเภทชอบพวกเดียวกันก็มาก แล้วอย่างนี้จะเหลือมาถึงฉันบ้างไหมวะ”

            “นี่! ไอ้แมท...แกอย่าบอกนะว่าที่แกมานั่งอกหักอยู่นี่เป็นเพราะผู้หญิงที่แกยังไม่ได้จีบน่ะ”

            “........” แมททิวพยักหน้าแทนคำตอบ ส่งสายตาปรอย ๆ อย่างน่าสงสารให้กับเพื่อนรักตรงหน้า

            “โธ่! ไอ้เพื่อนเวร แกนี่มันไร้สาระจริง ๆ เลย”

            “ครับ..พ่อคนมีสาระ ชีวิตมีแต่สาระจนไม่ยอมมีครอบครัว” แมททิวได้ทีจึงพาเข้าเรื่องที่เป็นวัตถุประสงค์จริง ๆ ที่นัดเพื่อนรักออกมาครั้งนี้ “แกรู้ไหม..พี่เอลลีนน่ะ เขาเป็นห่วงแกมากแค่ไหน ที่เห็นแกอายุจนป่านนี้แล้ว ยังบ้าแต่งานไม่คิดที่จะมีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขาซะที”

            “แล้วจะมาเป็นห่วงฉันทำไมเรื่องนี้วะ ถึงฉันจะไม่มีเมียก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร ฉันดูแลตัวฉันเองได้ ฉันน่ะจะสี่สิบอยู่แล้วนะโว้ย” อิริคตอบกลับเสร็จก็ยกกาแฟตรงหน้าขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น ไม่รู้สึกว่าเรื่องที่แมททิวพูดถึงจะเป็นปัญหาตรงไหน        

            “ก็เพราะจะสี่สิบแล้วน่ะสิ พี่สาวแกถึงได้ยิ่งเป็นห่วง ป่านนี้แล้วยังไม่มีเมียกับเขาสักคน เมียน่ะคือคนที่จะอยู่กับแกไปจนแก่จนเฒ่า เป็นคู่คิดเป็นกำลังใจให้กันยามมีปัญหา เป็นคนที่จะคอยดูแลกันในยามเจ็บป่วย แล้วยิ่งแกตะบี้ตะบันเปิดบริษัทไปมากมายขนาดนี้ด้วย ฉันถามจริง ๆ แกจะทำไปเพื่ออะไรวะ แล้วถ้าแกเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะเป็นคนมาดูแลไอ้บรรดาบริษัททั้งหลายต่อจากแก ถ้าไม่คิดที่จะมีลูกมีทายาทมาดูแลต่อ แกคิดว่าตานนท์จะมาดูให้แกอย่างนั้นเหรอ ขอโทษทีว่ะแค่บริษัทของพี่นพ ตานนท์คนเดียวก็ดูแลไม่ไหวแล้ว”

            แมททิวถึงกับส่ายหัวให้ผู้ชายบ้านนี้ ทั้งเพื่อนของตัวเองและทั้งมานพพี่เขยของเพื่อน ต่างก็ขยันเปิดบริษัทขยายงานกันดีจริง ๆ บอกได้คำเดียวว่าสงสารหลานชายตัวน้อยอย่าง อานนท์ บรรณวัตร ที่มองเห็นการณ์ไกลเลยว่า ต้องแบกรับภาระมากแค่ไหนเมื่อโตขึ้นมา

            คำพูดของเพื่อนรักทำให้อิริคถึงกับหยุดคิดตามไปด้วย นั่นสิเขาจะทำอะไรกันเยอะแยะมากมาย สุดท้ายแล้วจะมีใครมาสืบต่อกิจการของเขากัน ส่วนแมททิวนั้นเห็นอิริคทำหน้านิ่งคิด จึงได้ถือโอกาสตอกย้ำเข้าไปอีก

            “แล้วไอ้ที่แกไม่ยอมกลับบ้านนั่นก็อีกเรื่อง ชอบไปค้างที่คอนโดฯ น่ะ พี่เอลลีนเขาก็เป็นห่วง ถ้าแกเกิดไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง นอนแห้งตายอยู่ในห้องก็ไม่มีใครรู้กัน”

            “ไอ้แมท!!! แกแช่งฉันเหรอ” อิริคถึงกับตาวาว หันมาทำเสียงดังใส่เพื่อน

            “ไม่ใช่ฉันนะโว้ย นี่ฉันจำคำพูดพี่สาวแกมาเลยนะ เอาเป็นว่าพี่สาวแกเขาเป็นห่วงแกมาก จนต้องให้ฉันมาช่วยพูดนี่ล่ะ เพราะเขาบอกว่าเขาพูดกับแกจนปากเขาน่ะจะฉีกไปถึงรูหูแล้ว ไอ้น้องเวรก็ยังไม่ยอมฟัง”

            “ไอ้ประโยคหลังนี่ไม่ใช่จากพี่สาวฉันมั้ง”

            “ฮ่าฮ่า เออฉันพูดเอง” แมททิวยิ้มกว้างยอมรับแต่โดยดี

            “เออ เอาเป็นว่าฉันขอบใจ เดี๋ยวฉันจะเก็บไปคิดดูแล้วกัน” อิริคพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปทันที อย่างไม่สนใจเสียงโวยวายของเพื่อนรัก ที่ทั้งเรียกทั้งต่อว่าดังตามหลังมาเพราะจู่ ๆ คิดจะไปก็ไปเสียเฉย ๆ อย่างนั้น

            อิริคตั้งใจจะเดินออกไปลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องเดินผ่านร้านอาหารก่อนจะถึงทางออก แต่ระหว่างที่กำลังเดินผ่านร้านนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเข้ากับสองสาวที่เดินควงแขนกันเมื่อสักครู่นี้ กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ในร้าน กำแพงกระจกใสไม่อาจปิดกั้นสายตาได้ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยใสของหญิงสาวช่างชวนมอง แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มนั้นถึงกับจ้องมองตาไม่กะพริบ นั่นคือใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาวที่กำลังขยับปากเอื้อนเอ่ยอยู่ เป็นใบหน้าเดียวกับที่อยู่ในความคิดของเขามาโดยตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์ในคืนวันฝนตกที่ชายทะเลชะอำ คนที่ฝากรอยฝ่ามือเอาไว้บนใบหน้าของเขา... คือเธอคนนี้ล่ะ...เขาจำได้ไม่เคยลืม แต่สิ่งที่เขาเพิ่งจะรู้ นั่นคือเธอเป็นสาวรักสาวอย่างนั้นหรือ? เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ อิริคก็เริ่มมีความคิดเดียวกับแมททิวขึ้นมาเสียแล้วสิ นั่นคือ..เสียดายว่ะ..



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เสียดายว่ะ!! 55 ถูกใจ
โดย Anonymous | 5 months, 1 week ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha