เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ใช่จริง ๆ เหรอ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

​            อิริคมาถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อดูความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยตาตัวเอง เพราะไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดใด ๆ การได้มาเห็นความพร้อมก่อนที่งานจะเริ่มจึงเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มชอบที่จะทำ ซึ่งก็ปรากฎว่า อรุโณทัย ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขายยังคงจัดการทุกอย่างได้ดีเช่นเดิม

            “สวัสดีค่ะบอส มาเร็วเหมือนเดิมเลยนะคะ เตยนี่โชคดีจังเลยนะคะมีเจ้านายทั้งเก่งทั้งขยันอย่างนี้” เตย อรุโณทัยเดินเข้ามาเอ่ยต้อนรับท่านประธานหนุ่มของเธอ

            “ฮ่าฮ่าฮ่า สวัสดีครับคุณเตย ต้องบอกว่าผมโชคดีต่างหากครับ ที่มีลูกน้องทั้งเก่งทั้งขยันอย่างคุณ ขอบคุณมากนะครับที่คุมงานให้จนออกมาดูดีขนาดนี้ จัดสถานที่ได้สวยกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีกนะ”

            “ฮ่าฮ่า ขอบคุณค่ะ เชิญบอสไปนั่งประจำที่ด้านหน้าเวทีก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวเตยจะไปบอกให้ทางโมเดลลิ่งเตรียมตัวก่อน เพราะอีกสิบนาทีก็จะถึงเวลาของช่วงพิธีการแล้วค่ะ”

            “เชิญคุณเตยไปทำงานตามสบายเถอะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผม ผมจะขอเดินดูรอบ ๆ อีกสักหน่อย ไหน ๆ ก็ยังเหลือเวลาอยู่”

            “อย่างนั้นก็ได้ค่ะ เตยขอตัวนะคะ”

            อิริคส่งยิ้มพยักหน้าอีกเล็กน้อยรับทราบ และยืนมองลูกน้องของตัวเองเดินไปทางพิมลวรรณ ซึ่งกำลังเดินเป็นหนูติดจั่น ใบหน้าซีดเซียวอยู่ ทำให้ท่านประธานหนุ่มยืนมองอย่างสังเกตการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น

           


            “คุณมล มีอะไรหรือเปล่าคะ อีกสิบนาทีช่วงพิธีการจะเริ่มแล้วนะคะ พร้อมหรือยังคะ?”

            “เอ่อ...เอ่อ...มลลุ้นอยู่น่ะค่ะ เพราะน้องที่จะมาเป็น MC ในงาน แล้วก็ที่จะมาโฟนด้านล่างนี่ยังไม่ถึงเลยค่ะ มัวแต่ไปหลงทางกันอยู่น่ะสิคะ” พิมลวรรณอึกอัก  แต่สุดท้ายก็ยอมบอกไปตามจริง

            “ตายล่ะ! ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ท่านประธานของเตยก็มาแล้วด้วยสิ คุณมลโทรตามหรือยังล่ะคะ”

            “โทรแล้วค่ะคุณเตย น้องบอกว่าใกล้ถึงแล้ว มลก็ยืนลุ้นอยู่นี่ล่ะค่ะ”

            ส่วนอิริคนั้น นอกจากสายตาจะจับจ้องสังเกตการณ์อยู่ที่ลูกน้องของตัวเองแล้ว ก็ยังมีแวบไปมองรอบ ๆ เพื่อหาสาวร่างบางที่เขาเพิ่งได้เจอมาที่ปั๊มน้ำมันอีกด้วย



            สองสาวเพื่อนรักมาถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจังหวัดสระบุรี ในเวลาเก้าโมงครึ่ง เลยเวลานัดไปครึ่งชั่วโมง ทำให้พิมลวรรณถึงกับนั่งไม่ติดที่ ทั้งนี้ก็เพราะความไม่คุ้นเคยในเส้นทาง สองสาวจึงใช้บริการเครื่องนำทาง (GPS) แต่กลับเป็นว่าเครื่องนำทางพาพวกเธอทั้งสองคนหลงเสียอย่างนั้น

            “โอ๊ย!!! น้องเมขา น้องจ๊ะขา สุดที่รักทั้งสองของพี่มล เล่นเอาพี่เกือบหัวใจวายแล้วนะคะ นึกว่าจะมาไม่ทันเปิดงานซะแล้วสิ” เสียงของพิมลวรรณดังขึ้น พร้อมกับร่างที่รีบถลาเข้าไปหาสองสาวมือหนึ่งของโมเดลลิ่ง ทันทีที่พวกเธอเดินเข้ามาในบริเวณที่จัดงาน

            “ก็น้องซาร่า ใน GPS น่ะสิคะ พาเมกับไอ้จ๊ะหลงไปพักหนึ่ง กว่าจะหาทางกลับมาได้แทบแย่เลยค่ะ ขอโทษที่ทำให้พี่มลต้องรอนะคะ”

            “ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณน้องขา ตอนนี้รีบไปประจำตำแหน่งกันก่อนเลยค่ะ ช่วงพิธีการนี่รอคุณน้องไปดำเนินรายการอยู่เลยค่ะ สคริปต์พร้อมกันไหมคะ”

            “พร้อมค่ะพี่” เสียงตอบกลับจากสองสาวส่งกลับมาพร้อมกัน

            “ดีมากค่ะ ทูนหัวของบ่าวทั้งสอง งั้นรีบไปประจำตำแหน่งกันเลยค่ะ น้องเมขึ้นเวที น้องจ๊ะด้านล่างหน้าเวทีเลยนะคะ ไปเริ่มงานกันเลยค่ะ” พิมลวรรณรีบเร่งให้ทั้งสองคนไปประจำตำแหน่ง เริ่มทำหน้าที่ของตนเอง



            ทันทีที่เมทิตาขึ้นมายืนประจำตำแหน่ง เพื่อทำหน้าที่พิธีกรของเธอบนเวที ก็ต้องเกิดอาการชะงักไปสองวินาที เมื่อสายตาของเธอกระทบเข้ากับชายหนุ่มที่นั่งใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำอยู่ที่โซฟาหน้าเวที ใบหน้าหล่อ ๆ และยิ้มกวน ๆ ที่อยู่ในหัวของเธอมาตั้งแต่ในปั๊มน้ำมัน และมาตอกย้ำอีกครั้งก็ตอนนี้เอง ‘ตกลงนายเป็นใครกันแน่ มานั่งอยู่ที่โซฟาด้านหน้าขนาดนี้ คงมีตำแหน่งอยู่ในบริษัท เรียลลี่มูฟ สินะ’ เมทิตาคิดในใจ แต่ว่าเวลานี้หน้าที่ต้องมาก่อนความสงสัยอื่น ๆ

            “สวัสดีค่ะ ทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ และทุกท่านที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยนะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแนะนำตัวก่อน กลัวว่าจะเรียกกันไม่ถูก ที่เห็นสวย ๆ อย่างนี้ ไม่ใช่สวยแต่หน้านะคะ ชื่อก็เพราะด้วยค่ะ ฮ่าฮ่า ช่างกล้าพูดเนอะ ฮ่าฮ่า ดิฉันชื่อเมทิตา ทับตะวันค่ะ วันนี้ได้รับมอบหน้าที่ให้มาเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ทางบริษัท เรียลลี่มูฟ ได้นำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ท่านที่มีความชื่นชอบในตัวของรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ได้มาจับจองเป็นเจ้าของกัน ถ้าไปนำเข้ามาเอง จะต้องมีขั้นตอนยุ่งยากมากมายเลยนะคะ แต่นี่บริษัทเรียลลี่มูฟของเราจัดการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเหล่านั้นให้กับทุกท่านกันแล้ว แค่เพียงเข้ามาเลือกดูเลือกชมกัน สนใจคันไหนชอบคันไหนก็สามารถจับจองซื้อหากันได้เลยค่ะ วันนี้เรานำมาบริการให้กับชาวสระบุรีกันถึงที่ สำหรับผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาแวะเข้ามาดูรถสวย ๆ กันได้เลยนะคะ ทางเราได้จัดน้องน่ารัก ๆ เอาไว้แนะนำข้อมูล และตอบคำถามเบื้องต้นให้กับทุกท่านด้วย  เชิญเข้ามาชมก่อนได้เลยค่ะ

            ส่วนในตอนนี้ดิฉันจะขอเริ่มส่วนของพิธีการกันสักเล็กน้อยนะคะ เรามาทำความรู้จักท่านประธานบริษัท เรียลลี่มูฟ คนเก่งของเรากันก่อน ท่านเป็นผู้ที่ก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา เป็นผู้ที่ประสงค์จะนำรถบิ๊กไบค์คันสวย ๆ เข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อมาบริการให้กับบรรดาไบค์เกอร์ (Biker) ได้เลือกซื้อกันถึงที่ ดิฉันขอเชิญท่านประธานบริษัท เรียลลี่มูฟ คุณอิริค นอร์ตัน ขึ้นมากล่าวเปิดงานในวันนี้ด้วยค่ะ”

            เสียงปรบมือดังเกรียวกราวเพื่อต้อนรับท่านประธานของบริษัท ที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้จัก รวมถึงพิธีกรที่ดำเนินรายการอยู่บนเวที ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเอ่ยชื่อไปก็ตาม

            การลุกขึ้นยืนและเดินขึ้นมาประจำอยู่ที่แท่นบนเวทีที่จัดตกแต่งด้วยดอกไม้และมีไมโครโฟนตั้งไว้สำหรับท่านประธานของชายหนุ่มแจ็คเก็ตหนังนั้น ทำให้เมทิตาถึงกับออกอาการอึ้งได้อีก ไม่คิดว่าท่านประธานของบริษัท ที่พี่มลบอกว่าเป็นประธานและมีกิจการอยู่ในความดูแลมากมาย จะยังหนุ่มอยู่ขนาดนี้ และที่สำคัญคือ เขาเป็นคู่กรณีของเธอนี่เอง

            ด้วยหน้าที่ ทำให้เมทิตายังคงต้องทำหน้าที่ของตนเองอยู่บนเวทีให้ดีที่สุด ต้องยิ้มแย้มและส่งมอบช่อดอกไม้ให้กับท่านประธานหนุ่มเป็นการแสดงความยินดี ตามที่เจ้าของงานได้คิดและจัดเตรียมเอาไว้ ทำให้หญิงสาวได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มกวน ๆ ของชายหนุ่มใกล้ ๆ อีกครั้ง ใจที่เต้นรัวอยู่ตอนนี้ระบุไม่ถูกว่าเพราะอะไร จะโกรธเกลียดหรือจะปลาบปลื้มกันแน่หญิงสาวก็ยังสับสนอยู่เช่นกัน แต่ที่แน่ชัดแล้วก็คือว่า ผู้ชายคนนี้เป็นอันตรายต่อเธอแน่นอนทั้งต่อร่างกายและต่อจิตใจ ดังนั้นจึงไม่ควรจะอยู่ใกล้เลยจริง ๆ

            หลังจากที่อิริคกล่าวเปิดงานเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในการควบคุมของพิธีกรอย่างเมทิตาอีกครั้ง หญิงสาวรับส่งกับชิตาพรที่โฟนอยู่ด้านล่างได้อย่างดีเยี่ยม จนหลายคนยอมรับในความเป็นมืออาชีพของพวกเธอ รวมทั้งอิริคด้วยเช่นกัน 

         จนงานผ่านพ้นมาจนถึงช่วงบ่าย อิริคมองเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น นี่ขนาดยังไม่หมดวัน แถมยังเหลือเวลาอีกสองวันให้ได้ทำงานกัน ท่านประธานหนุ่มคิดคำนวณอยู่ในใจแล้วถึงกับยิ้มออกอารมณ์ดีทันที

​            “ขอบคุณมากเลยนะคุณเตย ที่ทำงานอย่างเต็มที่ ฝากขอบคุณทีมงานทุกคนรวมไปถึงเพชรงามโมเดลลิ่งด้วย ผมยอมรับว่าคนของเขาทำงานเป็นมืออาชีพมาก เอาไว้วันสุดท้ายผมจะขอตอบแทนด้วยการเลี้ยงขอบคุณทุกคนเลย คุณไปหาที่จัดงานดู อาจจะปิดร้านอาหารหรือผับเล็ก ๆ สักแห่งก็ได้นะ เอาที่คิดว่าสะดวกกัน งานนี้งบไม่อั้น คุณไปทำเรื่องเบิกได้เลย”

            “อ้าว! แล้วบอสจะไม่มาร่วมในงานเลี้ยงด้วยเหรอคะ” อรุโณทัยถามขึ้น เนื่องจากสะดุดหูกับคำว่าไปทำเรื่องเบิกได้เลย เพราะถ้าหากท่านประธานของเธอมาเอง เป็นต้องควักเงินสด ๆ จ่ายกัน ณ จุดนั้นเลยจ้า

            “ผมยังไม่รับปากนะ เอาเป็นว่าถ้าไม่ติดอะไร ผมจะมาร่วมด้วยแล้วกัน ส่วนวันนี้ผมต้องกลับก่อน ทำงานของคุณให้เต็มที่เหมือนกับวันนี้นะ รับรองว่าสิ้นปีมีโบนัสสวยงามแน่นอน”

            “ขอบคุณค่ะบอส ขอให้เดินทางกลับปลอดภัยนะคะ” อรุโณทัยเอ่ยขอบคุณ ยิ้มกว้างรอรับโบนัสปลายปีสวย ๆ

            การเดินทางกลับของอิริค สองชั่วโมงบนท้องถนน ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ในห้วงแห่งความคิดคำนึงของเขานั้น จะมีแต่ใบหน้าสวย ๆ รอยยิ้มหวาน ๆ ท่วงท่าการเยื้องย่าง และลีลาการพูดจาเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้เข้ามาดูรถของพิธีกรคนเก่งบนเวที ลูกล่อลูกชนการโยนมุกรับส่งกันระหว่างหญิงสาวกับเพื่อนของเธอที่ด้านล่างเวทีช่างลื่นไหล น่ามองน่าฟังไปเสียทุกอย่าง จนชายหนุ่มขับรถไปยิ้มไปอย่างไม่รู้ตัว

            จนกระทั่งอิริคกลับมาถึงคอนโด แล้วเดินผ่านกระจกนั่นล่ะ จึงได้เห็นใบหน้าของตนเองว่ามีรอยยิ้มปนเปื้อนอยู่ และตระหนักได้ว่าเขาได้ปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามามีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาเสียแล้ว

            “หือ! อาการหนักนะไอ้ริค” ชายหนุ่มส่ายหัวพึมพำเบา ๆ กับตัวเองอยู่หน้ากระจก


            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด.... เสียงโทรศัพท์มือถือดังปลุกอิริคให้ตื่นจากการหลับไหลในเช้าวันรุ่งขึ้น

            “ฮัลโหล” เสียงงัวเงียของชายหนุ่มดังส่งไปยังปลายสาย หลังจากกดรับ

            (นี่! นายริค..เพิ่งจะตื่นเหรอเนี่ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ถึงตื่นสายล่ะ)

            “เมื่อวานนี้ผมไปต่างจังหวัดมาน่ะครับพี่ กว่าจะกลับมาถึงก็ดึกมากแล้ว พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            (พี่จะโทรมาบอกนายว่า เคลียร์ตารางงานเย็นนี้ด้วย แล้วไปดินเนอร์กับพี่หน่อย ไม่ได้เห็นหน้านายหลายวันแล้ว..คิดถึง ห้ามปฏิเสธ พี่จะรอนายอยู่ที่ร้านประจำนะ) เอลลีน พี่สาวของอิริคพูดจบก็ตัดสัญญาณวางสาย ไม่รอฟังการตอบรับหรือปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น อิริคถึงกับส่ายหัวเบา ๆ ให้กับมุกบังคับของพี่ตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นปัญหากับชายหนุ่ม เพื่อพี่สาวเขาจัดให้ได้อยู่แล้ว

            ที่โรงแรมXXX ในสระบุรีเช้านี้คึกครื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากทีมงานของบริษัท เรียลลี่มูฟ และ เพชรงามโมเดลลิ่ง ที่มาพักรวมอยู่ที่นี่ ออกมารับประทานอาหารเช้าโดยพร้อมเพรียงกันที่ห้องอาหาร ก่อนที่จะไปลุยงานกันต่อ

            ปั่บ..ปั่บ..ปั่บ..

            “ทุกคนคะ เตยมีเรื่องดี๊..ดี..อยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ”

            เสียงตบมือตามด้วยเสียงพูดของผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขายของบริษัท เรียลลี่มูฟ ดังขึ้นเรียกความสนใจจากสมาชิกทุกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารกันอยู่ ให้เงยหน้าขึ้นมามองที่เธอ

            “คือว่าเมื่อวานนี้ ทางท่านประธานของเราแจ้งว่า อยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ จึงอยากจะเลี้ยงขอบคุณหลังจากจบงานนี้แล้ว และเตยก็ได้ไปติดต่อร้านอาหารใกล้ ๆ ที่นี่ไว้แล้วด้วยค่ะ เย็นวันพรุ่งนี้ เราจะปิดร้านอาหารกินดื่มกันให้เต็มที่ไปเลย เพราะท่านประธานบอกว่างานนี้งบไม่อั้นค่ะ”

            “ยูฮู้ว! / เย้! / ไชโย!...” เสียงโห่ร้องดีใจจากพนักงานของบริษัท เรียลลี่มูฟ​ ดังไปทั่วห้องอาหาร 

            “งานนี้ไม่ใช่เลี้ยงเฉพาะคนของบริษัท เรียลลี่มูฟนะคะ เตยขอเป็นตัวแทนท่านประธาน เชิญทุกคนจากเพชรงามโมเดลลิ่งด้วยค่ะ เราเหนื่อยมาด้วยกัน ถึงเวลาสนุกเราก็ต้องสนุกด้วยกันนะคะ”

            “เย้!!” เสียงจากสาว ๆ พริตตี้ก็ดังตอบรับคำเชิญไม่แพ้กัน

            หลังจากที่รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ ทุกคนจึงได้เดินทางไปที่ห้างฯ ชื่อดังของจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย่างเต็มที่ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ และยิ่งมีรางวัลตอบแทน เป็นอาหารมื้อใหญ่รออยู่ด้วยอย่างนี้ ทุกคนยิ่งมีแรงที่จะทำงานตอบแทนน้ำใจของท่านประธานบริษัทฯ กันอย่างเต็มที่แน่นอน

            หนึ่งทุ่มตรงสำหรับมื้อค่ำ เป็นเวลาพอเหมาะพอดีสำหรับหลาย ๆ คน รวมทั้งอิริคและพี่สาวของเขาเองด้วย ชายหนุ่มมาถึงร้านอาหารประจำที่เขาและครอบครัว ซึ่งหมายถึงพี่สาวและครอบครัวของเธอ มาใช้บริการกันอยู่เป็นประจำในยามที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศจากการรับประทานที่บ้านกันบ้าง

            “สวัสดีครับ มากี่คนครับ ได้จองเอาไว้หรือเปล่าครับ” เสียงทักทายจากพนักงานต้อนรับของทางร้านอาหารที่เข้ามาทักทายอิริค เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้าน

            “จองเอาไว้แล้วนะ ชื่อเอลลีน”

            “งั้นเชิญทางนี้ครับ”

            พนักงานหนุ่มพูดจบก็เดินนำอิริคไปส่งให้ถึงโต๊ะที่พี่สาวของเขานั่งอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้คนตัวโตแปลกใจนั่นคือ คนที่มากับพี่สาวไม่ใช่พี่เขยและหลานชายของเขา แต่กลับเป็นผู้หญิงหน้าตาจัดว่าอยู่ในขั้นที่เรียกว่าสวยได้เลยทีเดียว การแต่งตัวก็ดูดีมีสไตล์

            “นายริค มาแล้วเหรอ..นั่งสิ”

            “ผมคิดว่าพี่จะมากับพี่นพและก็ตานนท์เสียอีก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้นั่งลง แถมด้วยการแจกรอยยิ้มละลายใจสาวให้กับผู้หญิงร่วมโต๊ะอีกคนด้วย

            “ตานนท์เพิ่งจะได้หุ่นยนต์ตัวใหม่น่ะ ยังเห่ออยู่ นี่ก็ขอให้พ่อเขาสอนวิธีเล่นอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมออกไปไหนหรอก” เอลลีนตอบน้องชาย ก่อนที่จะเข้าเรื่องแนะนำให้น้องชายได้รู้จักผู้หญิงที่มากับเธอด้วย “นายริค นี่น้องขวัญ ขวัญชนก จันทร์กระจ่างฟ้า น้องสาวของเพื่อนพี่เอง”

            “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณขวัญ จะเรียกผมว่าริค เหมือนพี่เอลลีนก็ได้ครับ”

            ชายหนุ่มหน้าตาต่างชาติ แต่การทักทายเหมือนคนไทยปกตินี่เอง ทั้งนี้ก็เพราะว่าครอบครัวนอร์ตัน มาอาศัยอยู่เมืองไทยตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ตามความต้องการของผู้เป็นแม่ที่เป็นคนไทย และอยากจะกลับมาอยู่และตายที่บ้านเกิดในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อท่านรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง

            “สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณริค” ขวัญชนกยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แสดงความเคารพตามความอาวุโส

            “น้องขวัญเขาเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทย ไปเรียนแล้วก็ทำงานที่อเมริกาอยู่หลายปี กลับมานี่ก็ยังไม่ค่อยจะรู้จักใคร พี่ก็เลยพามาให้รู้จักกับนายไว้ ยังไงก็ฝากนายช่วยดูแลแนะนำน้องหน่อยแล้วกันนะ”

            พี่น้องมองตาก็รู้ใจ เอลลีนพูดจบก็ส่งสายตาปนรอยยิ้มให้กับน้องชาย ต่างกับอิริคที่หากจะเข้าใจแววตาของเขาก็คงจะรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบใจที่พี่สาวของเขากำลังทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักให้อยู่ในขณะนี้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจตีกรอบให้กับหญิงสาวตรงหน้า

            “ครับ มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็ยินดีนะครับ คิดว่าผมเป็นพี่ชายอีกคนแล้วกัน ไหน ๆ ก็มีพี่เอลลีนเป็นพี่สาวแล้วนี่ ถึงพี่ชายคนนี้จะไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามเป็นพี่ให้ดีที่สุดนะครับ” 

            หลังจากจบการดินเนอร์ทั้งสามคนต่างก็แยกย้ายกันกลับ เพราะต่างก็เอารถมาเองกันทุกคน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในระหว่างที่อิริคกำลังขับรถอยู่ ชายหนุ่มกดรับก่อนส่งเสียงพูดตอบกลับ

            “ครับพี่”

            (นี่! นายริค..ทำไมนายไปพูดตัดสัมพันธ์กันน้องขวัญเขาอย่างนั้นล่ะ พี่ชายอะไรกัน พี่อุตส่าห์ไปพูดอยู่ตั้งนานกว่าน้องเขาจะยอมมาด้วย ไม่ได้เพื่อให้เขามาเป็นน้องสาวนายนะ พี่อยากได้น้องสะใภ้ต่างหากล่ะ)

            “แล้วทำไมพี่ไม่ถามผมก่อนละครับ ว่าผมอยากมีหรือยัง น้องสะใภ้ให้พี่น่ะ”

            (ถ้าพี่ถาม..นายก็ปฏิเสธอยู่ดี นายริค..นายน่ะจะสี่สิบแล้วนะ คิดเรื่องแต่งงานแต่งการมีครอบครัวได้แล้ว จะได้มีลูกทันใช้ นายดูอย่างพี่สิ สี่สิบกว่าแล้วลูกชายเพิ่งจะเจ็ดขวบ พี่ยังมานึกเสียดายที่มีช้าไปมากเลย แล้วแถมมีได้แค่คนเดียวด้วย นายจะมีให้มาเป็นเพื่อนกับตานนท์หน่อยไม่ได้หรือไง ตานนท์อยากจะได้น้องจะแย่แล้ว)

            เอลลีนมีปัญหาเรื่องมดลูกทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนรักเด็ก นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธออยากจะให้น้องชายแต่งงานมีครอบครัว

            “เอาเป็นว่าถ้าผมอยากมี ผมจะหาเองแล้วกันนะครับ พี่ไม่ต้องเดือดร้อนไปหาใครมาให้ผมอีกแล้วนะ โอเคไหมครับ”

            (ไม่โอเค!!! ถ้าปล่อยให้นายหาเอง เมื่อไหร่จะมีเป็นตัวเป็นตนล่ะ ไอ้ที่นายควง ๆ แก้เหงาอยู่นั่นก็เปรี้ยวจนเข็ดฟัน พี่ไม่ไหวด้วยหรอกนะ ถ้านายยังไม่เลิกทำตัวลอยชายไร้คนคู่ใจอยู่อย่างนี้ พี่ก็จะหาผู้หญิงมาให้นายอยู่อย่างนี้ล่ะ)

            “โอเคครับ...เอาเป็นว่าผมขอเวลาอยู่กับความโสดของผมอีกหนึ่งปี แล้วผมจะจัดการเรื่องน้องสะใภ้ให้พี่”

           (ไม่โอเค!!! นายอย่ามาถ่วงเวลา สามสิบเก้าปีที่นายอยู่กับความโสดมายังไม่พอหรือไง พี่ให้นายเต็มที่ได้แค่เดือนเดียว หลังจากหนึ่งเดือน ถ้านายยังไม่พาน้องสะใภ้มาแนะนำให้พี่รู้จัก พี่จะเป็นคนจัดการให้นายเอง แล้วถ้านายปฏิเสธอีก..เราพี่น้อง..ขาดกัน!!) เอลลีนยื่นคำขาดให้กับน้องชายจอมไหลของเธอ น้ำเสียงที่เด็ดขาดทำเอาอิริคถึงกับอึ้งได้เหมือนกัน ไม่คิดว่าพี่สาวจะจริงจังกับเรื่องของเขามากขนาดนี้ และเพราะเอลลีนเป็นครอบครัวที่เหลือของอิริค หลังจากที่พ่อแม่ของเขาจากไป เอลลีนก็เป็นทุกอย่างให้กับชายหนุ่ม คำว่า ‘ขาดกัน’ ที่ออกมาจากปากของพี่สาวจึงมีอิทธิพลกับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก

            แต่ไม่ทันที่น้องชายจะได้ตอบกลับ สัญญาณก็ถูกตัดไปเสียแล้ว ความหนักใจจึงตกมาอยู่ที่อิริค ระยะเวลาแค่หนึ่งเดือน เขาควรจะทำยังไงดี?

-----------------------------------------------------------------

แจ้งข่าวค่ะ 

ตอนนี้ไรท์เปิดกลุ่มเฟสไว้อีกหนึ่งช่องทาง เอาไว้อัพนิยายและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ค่ะ สำหรับคนที่สนใจ คลิกที่ลิงค์ชื่อกลุ่มด้านล่างเข้าไปขอร่วมกลุ่มได้เลยค่ะ ^_^

นิยาย style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha