เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ทวงสิทธิ์กำมะลอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            และทางออกของอิริค แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิงที่เข้ามาก่อกวนวุ่นวายอยู่ในหัวของเขามากขึ้นทุกที แค่คิดใบหน้าสวย ๆ ก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า แต่ปัญหาก็คือจะทำยังไงให้ได้เธอมาเป็นแฟนภายในหนึ่งเดือน หรือจะเร็วกว่านั้นก็ดีนะ ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ

            ในเมื่ออยากจะได้เธอมาเป็นแฟน ก็ต้องไปหาเธอ ชายหนุ่มตัดสินใจได้ในทันทีที่จะเดินทางไปสระบุรีในวินาทีนั้นเอง เขาจะไปทวงสิทธิ์ของสามีตามที่หญิงสาวเข้าใจ เพราะยังไงก็ถูกตบฟรีไปแล้ว ความช่วยเหลือที่เขาหยิบยื่นให้กับหญิงสาวที่เป็นลมอยู่ท่ามกลางสายฝนในค่ำวันหนึ่งที่ชายหาดชะอำ กลับกลายเป็นความซวย เมื่อเธอตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นคนฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้หญิงจนเป็นเหตุให้ถูกตบ ครั้งนี้เขาจะขอกลับไปทวงสิทธิ์กำมะลอนั้น สิทธิ์ของคนฉวยโอกาสตามที่หญิงสาวเข้าใจ

            จากเส้นทางที่จะกลับสู่คอนโด เปลี่ยนเป็นเส้นทางออกจากกรุงเทพฯ รถยุโรปเปิดประทุนคันสวยมุ่งหน้าตรงไปยังสระบุรี ดึกแล้วไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ต้องหาน้องสะใภ้ให้พี่สาวต่างหากล่ะ ^_^



            ในห้องพักของสองพริตตี้สาวเพื่อนรักอย่างเมทิตาและชิตาพร ยังคงสว่างไสวและมีเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ตลอดเวลา

            “ไอ้เม..แกว่าพรุ่งนี้ท่านประธานของคุณเตยเขาจะมาร่วมงานเลี้ยงด้วยไหมวะ?” ชิตาพรนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง ส่งคำถามถามเพื่อนรักที่นั่งหวีผมอยู่ที่หน้ากระจก

            “ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมล่ะ แกอยากจะให้เขามาหรือไง” น้ำเสียงที่ราบเรียบถูกส่งกลับไปถามเพื่อนรัก

            “ก็อยากน่ะสิ คนอะไรวะโคตรจะหล่อเลย ถึงขั้นเป็นพระเอกหนังได้เลยนะแก”

            “งั้น ๆ แหละ นอนได้แล้วแก พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าลุยงาน ยังเหลืออีกหนึ่งวันนะ จะได้กลับบ้านเสียที ไม่รู้เจ้าหลงเป็นยังไงบ้างเนี่ย ป้าเฉิดจะมาเอาอาหารใส่ให้ทุกวันหรือเปล่าก็ไม่รู้”

            เมทิตาหมายถึงสุนัขที่บ้านที่เธอฝากคนข้างบ้านให้ช่วยเข้ามาเอาอาหารให้ ส่วนป้าเฉิดที่อยู่ข้างบ้านนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่พูดมากไปเสียหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไว้ใจได้ และในยามที่ไม่มีตัวเลือก ป้าเฉิดก็ยังเป็นทางเลือกสุดท้ายให้ได้เช่นกัน

            “หูย! ชวนพูดเรื่องคนหล่อหน่อยทำเป็นซีเรียสชวนนอน แกเป็นอะไรของแกวะไอ้เม อย่างนี้มันไม่ใช่ปกติวิสัยของแก มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ฉันสังเกตตั้งแต่ตอนที่ไปเจอคุณอิริคที่ปั๊มน้ำมันแล้ว ฉันว่าแกกับเขามันน่าจะมีอะไรมากกว่าการที่เพิ่งไปเจอกันในร้านกาแฟอยู่นา” ชิตาพรทำท่าครุ่นคิด

            “ไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอกน่า บอกว่าเพิ่งจะเจอก็เพิ่งเจอสิแก นอน ๆ ได้เวลานอนแล้ว ถ้าแกนอนดึกเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นเช้าหน้าโทรมไม่รู้นะแก”

            “เออ ๆ นอนก็นอนวะ” ชิตาพรรีบตอบกลับ จะเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่พาดพิงกับความสวยของเธอ หญิงสาวรับได้ แต่นี่เล่นมาขู่กันว่าหน้าจะโทรม ชิตาพรรับไม่ได้ค่ะ ความสงสัยเก็บไว้ ความสวยต้องมาก่อน หญิงสาวหันไปปิดสวิทซ์ไฟนอนทันที

            ส่วนเมทิตาที่บอกให้เพื่อนรักนอนนั้น ตัวเองกลับเป็นฝ่ายนอนไม่หลับเสียเอง ก็ว่าจะลืม ๆ ไปแล้วเชียว เพื่อนรักตัวดียังอุตส่าห์ขุดชายหนุ่มขึ้นมาพูดถึงก่อนนอนเสียอีก ในหัวเธอตอนนี้เลยประมวลผลเลยสิ ขุดภาพมาตั้งแต่เห็นหน้าชายหนุ่มครั้งแรกที่ชะอำนั่น จนมาที่ร้านกาแฟ และที่งานเมื่อวานนี้

            “คิดว่าแค่การทำดีนิด ๆ หน่อย ๆ จะลบล้างความผิดได้อย่างนั้นเหรอ ไม่! เม..แกต้องไม่หวั่นไหวเด็ดขาด” หญิงสาวคิดในใจแต่เผลอพึมพำออกมาด้วย

            “อะไรนะ? ใครทำดีลบล้างความผิด” ชิตาพรถามเพื่อนรักเพราะได้ยินไม่ถนัดนัก

            “ไม่มีอะไร หูแกฝาด นอนได้แล้ว ฉันง่วง” เมทิตาตอบกลบเกลื่อนก่อนจะชิงหลับตาใส่เพื่อนรัก



            เช้าวันสุดท้ายของการทำงานที่สระบุรี ทุกคนลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อนปฎิบัติภารกิจของตัวเอง ก่อนที่จะลงไปรวมกันที่ห้องอาหารเหมือนเช่นเดิม แต่วันนี้ดูจะมีสีสันเพิ่มขึ้นมาสำหรับบรรดาสาว ๆ ตรงที่เดินเข้าไปในห้องอาหารแล้ว มีผู้ชายหน้าตาดีมานั่งทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว

            “สวัสดีตอนเช้าค่ะบอส เซอร์ไพร์สมากเลยค่ะ คิดว่าวันนี้บอสจะมาไม่ได้ซะแล้ว” อรุโณทัยส่งเสียงทักท่านประธานบริษัทตนเอง

            “ผมมาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เคลียร์งานเสร็จก็มาเลย คิดถึงคนแถวนี้” ประโยคสุดท้ายที่อิริคพูดนั้นเพราะเห็นเป้าหมายของเขาเดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี สายตาคู่คมจับจ้องไปที่เมทิตา และตั้งใจจะพูดให้เธอได้ยิน

            “อุ้ย! ใครกันคะ เป็นคนโชคดีที่ทำให้บอสของเตยคิดถึงได้” ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขาย พูดไปก็มองตามสายตาของเจ้านายหนุ่มไปด้วย เห็นพริตตี้มือหนึ่งเดินเคียงมาด้วยกันทั้งเมทิตาและชิตาพร แน่นอนว่าต้องเป็นหนึ่งในสองคนนั้นแน่ แต่ว่าเป็นใครกันแน่อันนี้ผู้จัดการคนเก่งก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน

            อิริคไม่ได้ตอบคำถามลูกน้อง มีให้แค่เพียงรอยยิ้มกลับมาเท่านั้น ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาถามเรื่องงาน

            “เมื่อวานนี้เป็นยังไงบ้างคุณเตย งานเรียบร้อยดีไหม”

            “เรียบร้อยดีมากค่ะบอส น้อง ๆ จากเพชรงาม เก่ง ๆ กันทุกคน”

            “อืม! คุณว่าทำสัญญาจ้างรายปี ไปเลยดีมั้ยล่ะ ไหน ๆ งานของเราก็มีตลอดอยู่แล้วนี่”

            “ดีเหมือนกันนะคะบอส ราคาจะได้ลดลงด้วย”

            “งั้นคุณก็จัดการเลยสิ กลับไปก็นัดคุยกันเรื่องสัญญาเลย แต่ผมขอว่าก่อนจะออกงานทุกครั้ง ต้องให้คนของเพชรงามเข้ามาพรีเซนต์รูปแบบการนำเสนอในแต่ละครั้งให้ผมดูก่อนเป็นตัวอย่าง ทั้งชุดและการพูด ถึงแม้ว่าสองอย่างนั้นจะออกไปจากทางเราก็เถอะ แต่ผมอยากเห็นของจริงก่อนที่จะไปลงสนาม” อันที่จริงชายหนุ่มต้องการระบุชื่อคนลงไปเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เปลี่ยนใจใช้คำว่าคนของเพชรงามแทน

            “ได้เลยค่ะ..บอสขา”

            “แก...ท่านประธานของคุณเตยมาแต่เช้าเลยอ่ะ โอ๊ย! ใจฉันจะละลาย แกดูสิเขามองมาทางเราด้วย” ชิตาพรกระซิบกระซาบอยู่ใกล้ ๆ เพื่อน เรียกเพื่อนรักให้ดูใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องมองมาทางพวกเธอ

            “เว่อร์ละไอ้จ๊ะ รีบ ๆ ตักเลยจะได้ไปนั่งกินให้มันเสร็จ ๆ” เมทิตาไม่ได้มีอารมณ์ร่วมที่จะปลื้มชายหนุ่มไปกับเพื่อนรักด้วย หญิงสาวตักอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ตั้งเรียงรายใส่จานแล้วเดินไปนั่งทานอยู่ที่มุมห้องอาหารห่างไกลกับคนหล่อที่เพื่อนของเธอพูดถึง

            “แก...มานั่งอะไรตรงนี้วะ มาซะไกลอาหารตาของฉันเลย” ชิตาพรต่อว่าเพื่อนในขณะที่ตัวเองวางจานอาหารแล้วนั่งลงตรงข้ามเพื่อนรัก ร่วมโต๊ะเดียวกัน

            “ถ้าจะขนาดนี้ ฉันว่าแกไปขอนั่งร่วมโต๊ะกับเขาเลยดีกว่าไหม”

            “แหม..แก...ถ้าได้มันก็..จะดีนะ...ฮ่าฮ่า แต่ฉันน่ะกุลสตรีนะคะ จะไปขอร่วมโต๊ะกับเขา ทั้งที่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวได้ยังไงล่ะ เขาได้มองฉันหัวจรดเท้ากันพอดี”

            “ยังดี ที่ยังคิดได้..”

            “อุ๊ย!..พูดขนาดนี้ ด่ามาตรง ๆ เลยก็ได้นะไอ้เม” ชิตาพรมองหน้าเพื่อนรัก ต่อว่ากลับอย่างไม่จริงจังนัก “ว่าแต่..ฉันว่าเราสองคนมีสิทธิ์ว่ะ แกดูสิ..เขามองมาทางเราตลอดเลยนะเว้ย”

            “เหรอ คงมองแกละมั้ง อย่างนี้ก็ใจตรงกันเลยสิ” เมทิตาไม่ได้มองไปทางชายหนุ่มตามที่เพื่อนบอก แถมตอบกลับเพื่อนสาว ออกแนวยุส่งด้วยซ้ำ

            “ถ้าจริงก็ดีสิวะ ฉันคงสบายไปตลอดชาตินี้เลยเนอะ ผู้ชายอะไรวะ ทั้งหล่อทั้งรวยสุดติ่งจริง ๆ เลย มันต้องอย่างนี้ล่ะ ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่นะจ๊ะ” 



            การทำงานวันนี้ของเมทิตาผ่านไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องใช้สมาธิในการทำงานเป็นอย่างมาก หญิงสาวต้องบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ให้สนใจสายตาคู่คมที่จับจ้องมองมาทางเธอเกือบจะตลอดเวลา จนสุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

            ปั่บ..ปั่บ..ปั่บ.. เสียงตบมือเรียกความสนใจจากอรุโณทัยดังขึ้นเมื่อหมดเวลางาน

            “ทุกคนคะ เดี๋ยวเก็บของกันเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งหนีกลับกันนะคะ อย่าลืมว่าเรามีนัดไปกินฟรีกัน วันนี้ท่านประธานของเราเลี้ยงเต็มที่ แต่ตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย เราจะกลับไปอาบน้ำอาบท่าหาความสดชื่นให้ร่างกายกันก่อน แล้วเดี๋ยวตอนหนึ่งทุ่มเราไปเจอกันที่ร้านอาหารข้าง ๆ โรงแรมกันนะคะ อย่าลืมว่าเตยไปขอเขาปิดร้านเพื่อพวกเราทุกคนเลยนะ อยากให้ไปกันให้ครบทุกคน เพชรงามโมเดลลิ่งด้วยนะคะ คุณมลต้องพาน้อง ๆ ไปให้ครบทุกคนนะคะ”

            “ได้เลยค่ะคุณเตย เรื่องกินฟรีโมเราไม่มีปัญหาค่ะ ฮ่าฮ่า” พิมลวรรณตอบรับคำเชิญของลูกค้ารายใหญ่ด้วยความยินดี

            ทุกคนต่างก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม ยกเว้นแต่พิธีกรสาวหนึ่งเดียว ที่ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับใครทั้งสิ้น แตกต่างจากอารมณ์ก่อนที่จะรู้ว่าท่านประธานบริษัทเรียลลี่มูฟ จะมาร่วมอยู่ในงานเลี้ยงด้วย เพราะตอนนี้เมทิตารู้สึกอยากจะกลับบ้านไปหาเจ้าหลงมากกว่าจะอยากไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณนั่นเสียแล้ว

            “พี่มลคะ งานเลี้ยงคืนนี้เมขอตัวนะคะ เมอยากกลับบ้านไปดูเจ้าหลงแล้วค่ะ” เมทิตารีบปรี่เข้าไปออกตัวกับพิมลวรรณทันทีที่มีโอกาส

            “ว้าย!! น้องเมขาจะได้ยังไงล่ะคะ น้องเป็นพิธีกรคนสำคัญที่ทำให้งานสามวันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ถ้าคุณน้องขาไม่ไป ใคร ๆ ก็ถามถึงกันแย่สิคะ แล้วพี่จะมีหน้าไปตอบยังไงล่ะ เดี๋ยวคุณเตยเขาจะว่าเราไม่ให้เกียรติเขาด้วยนะ ไปเถอะนะคะน้องเมขา..พี่ขอร้อง เจ้าหลงนั่นน่ะ ป้าเฉิดแกก็เลี้ยงให้อยู่ไม่ใช่เหรอคะ ขออีกแค่คืนเดียวนะคะ..น้า..นะ..นะ..” พิมลวรรณทำตาละห้อย อ้อนวอนพริตตี้คนเก่งเต็มที่ จนเมทิตาเองก็ยอมใจอ่อน

            “ก็ได้ค่ะ นี่เมเห็นแก่พี่มลนะคะ ถึงได้ยอมไป” ปากบอกว่าได้ แต่หน้าตายังไม่ค่อยจะอยากตอบรับเท่าไหร่นัก

            “ดีมากค่ะ พี่ขอบคุณมากนะคะน้องเมขาที่เห็นแก่พี่ น่ารักที่สุดเลยค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอไปดูน้อง ๆ ก่อนนะคะ พร้อมแล้วจะได้กลับไปที่โรงแรมกันเลย” พิมลวรรณพูดจบก็เดินแยกออกไปหาพริตตี้สาว ๆ ในสังกัด

            “ที่ไม่อยากจะไปงานเลี้ยงเนี่ย เพราะผมหรือเปล่าครับ คุณพริตตี้คนสวย” เสียงทุ้มที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้เมทิตาหันไปมอง จนได้เจอว่าเป็นเสียงของใคร 

            “นี่คุณ..แอบฟังฉันคุยกับพี่มลอย่างนั้นเหรอ..เสียมารยาท”

            “ผมก็ไม่ได้แอบฟังนะครับ แค่เดินผ่านมาเฉย ๆ แต่พวกคุณคุยกันเสียงดังมาถึงหูผมเอง” อิริคตอบปฏิเสธหน้าตาเฉย “คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลย ว่าที่คุณไม่อยากจะไปงานเลี้ยงคืนนี้เป็นเพราะผมหรือเปล่า”

            “สำคัญตัวผิดหรือเปล่า คุณไม่ได้มามีผลต่อความคิดของฉันขนาดนั้นหรอกนะคะ ฉันขอตัวค่ะ” เมทิตาพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไปตามที่พูด แต่กลับต้องชะงักขาเพราะประโยคของชายหนุ่ม

            “ถ้าสามีไม่มีผลต่อความคิดของคุณ แล้วจะมีใครที่จะมีผลต่อความคิดของคุณได้อีกล่ะ”

            “นี่คุณ!!! ใครสามีใครภรรยาใคร พูดให้มันดี ๆ นะ อย่ามาใช้คำพูดอย่างนี้กับฉัน” พิธีกรคนเก่งหันมาทำตาเขียวปัด กระซิบกระซาบด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราดใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ต้องการจะให้ใครได้ยิน

            “ถ้าไม่ให้ใช้คำว่าสามีจะให้ผมใช้คำว่าอะไรล่ะ คู่นอนอย่างนั้นเหรอ?”

            “เอ๊ะ! นี่คุณพูดไม่รู้เรื่องหรือยังไงนะ”

            “เอาน่า..ยอมรับความจริงเถอะคุณ ว่าเราน่ะไปถึงไหน ๆ กันแล้ว ผมน่ะเป็นสุภาพบุรุษพอนะ ผมยินดีที่จะรับผิดชอบทุกการกระทำของผมอยู่แล้ว จะให้ผมไปคุยกับผู้ใหญ่ของคุณเมื่อไหร่ก็บอกมา ผมพร้อมเสมอ”

            “เพ้อเจ้อ..ใครต้องการความรับผิดชอบจากคุณกัน ฉันคิดว่าฉันทำบุญล้างซวยไปแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรติดค้างกัน คุณก็ช่วยออกไปจากชีวิตฉันซะที แค่นี้..ทำได้ไหม?”

            “คุณไม่มีอะไรติดค้างกับผม แต่ผมมีที่ติดค้างกับคุณ ถ้าคุณบอกว่าคุณทำบุญ แล้วที่ผมถูกตบไปล่ะคืออะไร? คุณจะรับผิดชอบผมยังไง?”

            “นี่คุณบ้าหรือเมาเนี่ย ที่คุณโดนนั่นน่ะแค่ตบหน้านะ แต่ฉันเนี่ยเสีย....” เมทิตาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็ไม่แรงพอที่จะพูดคำว่าเสียตัวออกไป ด้วยรู้สึกกระดากใจเต็มที จึงได้แต่กลืนคำนั้นเอาไว้ “ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว ทางที่ดีเราอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย ฉันจะกรวดน้ำคว่ำขันไปให้”

            เมทิตาพูดจบก็เตรียมตั้งท่าจะเดินหนีไปอีกครั้ง แต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

            “นี่คุณ ผมบอกแล้วไงล่ะว่าผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง คุณจะไม่รับไปพิจารณาก่อนเหรอ ผมว่า ผมก็ไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรที่น่ารังเกียจนะ ออกจะหล่อ รวย ดี เป็นสุภาพบุรุษ ทำงานเก่ง เป็นคุณสมบัติที่ผู้หญิงหมายปองทั้งนั้นเลยนะ คุณไม่สนใจผมบ้างเหรอ?”

            “ไม่ย่ะ!! เชิญคุณเอาคุณสมบัติเพอร์เฟคของคุณไปเสนอผู้หญิงคนอื่นเถอะ”

            “เรามาพนันกันไหมล่ะ ผมว่าคุณทนผมไม่ไหวหรอก แค่อาทิตย์เดียว ผมก็ทำให้คุณหลงรักผมได้แล้ว”

            “ไม่!! ไร้สาระ” เมทิตาสวนกลับทันที พร้อมทั้งพยายามแกะมือใหญ่ออกจากแขนของเธอ “ปล่อยฉันได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

            “เห็นก็ดีสิ ผมชอบ” อิริคยิ้มกว้าง ไม่รู้สึกเดือดร้อนไปกับสิ่งที่หญิงสาวหวาดกลัว

            “นี่....” ริมฝีปากบางขยับส่งเสียง พร้อมกับส่งมือบางอีกข้างไปให้ความช่วยเหลือตัวเอง หยิกที่มือใหญ่ที่จับแขนเธออยู่นั่นเอง

            “โอ๊ยยยย!!” ชายหนุ่มส่งเสียงร้องพร้อมกับยอมปล่อยมือจากแขนเรียวเล็ก “ใจร้ายจริง ๆ เลยคุณเนี่ย บอกผมมาตรง ๆ ดีกว่า ที่ไม่อยากจะอยู่ใกล้ผมน่ะ เป็นเพราะว่ากลัวใจตัวเองใช่หรือเปล่าล่ะ กลัวจะรักผมเข้าล่ะสิ”

            “.......” ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนตัวเล็ก เธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มอีกต่อไป หญิงสาวจึงได้แค่เพียงแจกค้อนให้ชายหนุ่มไปหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะรีบเดินห่างออกมา

            เมทิตาเดินออกมาที่รถของตัวเอง หลบมาปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ

            “อีตาบ้า..เล่นไม่ยอมเลิก” เสียงสบถเบา ๆ กับตัวเอง ต่อว่าชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะเดินจากมา

            “ไอ้เม..แกเป็นอะไรหรือเปล่าวะ” เสียงจากเพื่อนรักเอ่ยทักขึ้น เล่นทำเอาเมทิตาถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว

            “ฮ้า! เอ่อ...เปล่า ฉันไม่ได้เป็นอะไร”

            “เหรอ เออ งั้นก็แล้วไป ฉันก็ตกใจหมด เห็นแกจับตรงหัวใจ หน้าก็แดง ๆ นึกว่าเป็นอะไร ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เรากลับโรงแรมกันดีกว่า ไปอาบน้ำแต่งตัวสวย ๆ เผื่อว่าความสวยของฉันจะไปเตะตาคุณอิริคบ้าง อิอิ” ชิตาพรถึงกับทำท่าเคลิบเคลิ้มเมื่อพูดถึงชายหนุ่มในอุดมคติ



            และมื้อค่ำที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ทั้งคนของบริษัท เรียลลี่มูฟ และจากเพชรงามโมเดลลิ่ง ต่างก็มาอยู่ที่ร้านอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศของงานเลี้ยงดูเป็นกันเอง เพราะทุกคนต่างก็เห็นหน้าเห็นตาและทำงานร่วมกันมาสามวันติดแล้ว คุณเตย อรุโณทัย ขึ้นบนเวทีทำหน้าที่เป็นพิธีกรให้ในช่วงแรก เชิญท่านประธานของเธอขึ้นไปกล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานทุกคน

            “สวัสดีค่ะ ทุกคนคะช่วยละความสนใจจากอาหารตรงหน้า มาให้ความสนใจเตยกันสักนิดนะคะ คือ เตยจะบอกว่าสำหรับอาหารมื้อนี้ ขอให้ทุกคนเต็มที่กับมันได้เลยค่ะ เราเหนื่อยกันมาสามวันติด เพราะฉะนั้นถึงเวลากิน ถึงเวลาสนุกเราก็ต้องเต็มที่ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญวันนี้เจ้ามือบอกว่างบไม่อั้นค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงปรบมือตอบรับกันเกรียวกราวหลังจากที่จบประโยคโดนใจ

            “ในนามของคนที่กินฟรีเช่นกัน เตยขออนุญาตเป็นตัวแทนของทุกคน ขอบคุณ คุณอิริค นอร์ตัน ท่านประธานสุดหล่อของพวกเราเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ” ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขายไม่ได้พูดเปล่า หากแต่ยังยกมือไหว้ ตามธรรมเนียมอีกด้วย พาให้พนักงานทุกคนหันไปไหว้ขอบคุณชายหนุ่มโดยพร้อมเพรียงกัน “และตอนนี้เตยก็ขอเชิญท่านประธานขึ้นมากล่าวอะไรให้เป็นเกียรติเป็นศรีกับพนักงานอย่างเรา ๆ กันสักหน่อย ขอเชิญบนเวทีเลยค่ะบอส”

            เสียงอรุโณทัยเอ่ยจบ เสียงปรบมือก็ดังตามมา อิริคลุกขึ้นเดินไปบนเวทีอย่างสง่าผ่าเผย บรรดาพริตตี้จากเพชรงามโมเดลลิ่ง และพนักงานสาว ๆ จากเรียลลี่มูฟต่างก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดต้อนรับชายหนุ่มขึ้นเวทีกันเซ็งแซ่ ยกเว้นเมทิตาที่นั่งทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับใคร แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากอิริคเช่นกัน


---------------------------------------------

นอกจากหน้าเพจแล้ว ยังมีอีกหนึ่งช่องทางสำหรับการอ่านนิยาย และรับรู้ข่าวสารของลูกตุ้มเงินและปนิตาค่ะ สามารถเข้าไปกดขอร่วมกลุ่มเฟสได้นะคะ ชื่อกลุ่ม นิยาย style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha