เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : เพิ่งเริ่มต้น..อย่าเพิ่งใจละลายเสียก่อนล่ะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            “สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคนจากใจจริง ที่ร่วมมือร่วมใจทำให้งานทั้งสามวันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และหวังว่างานต่อ ๆ ไปก็จะได้รับความร่วมมือที่ดีเช่นนี้ตลอดไปนะครับ อย่างที่คุณเตยบอก ผมอยากให้ทุกคนสนุกและมีความสุขกันเต็มที่สำหรับอาหารมื้อนี้ คิดว่าแทนคำขอบคุณจากผมแล้วกันนะครับ ขอบคุณทั้งพนักงานของผม และขอบคุณจากใจสำหรับพริตตี้สาวสวยทุกคนจากเพชรงามโมเดลลิ่ง งานนี้สำเร็จลงได้อย่างสวยงาม เพราะพวกคุณจริง ๆ ขอเสียงปรบมือให้กับสาวสวยที่มาสร้างสีสันให้กับงานของเราทุกคนด้วยครับ” อิริคนำทีมปรบมือให้กับสาวสวยทุกคนจากเพชรงามโมเดลลิ่ง

            “โดยเฉพาะพิธีกรคนเก่ง และพริตตี้คนสวยที่ยืนโฟนให้อยู่ด้านล่าง คุณทั้งสองคนทำงานประสานกันได้ดีมากครับ ผมชื่นชม”

            เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง และทุกคนต่างก็หันไปทางสองสาวที่กำลังอยู่ในอารมณ์ที่ต่างกัน อีกคนยิ้มจนหน้าบานแก้มแทบจะปริ แต่อีกคนอยู่เหมือนดอกไม้กลีบหุบไม่บานรับแสงตะวัน

            “ผมขอรอยยิ้มหวาน ๆ จากคุณพิธีกรคนเก่งของผมหน่อยสิครับ” อิริคพูดจบก็ขยิบตาส่งรอยยิ้มกระชากใจสาวให้กับเมทิตาอีกด้วย

            เสียงแซวจากชายหนุ่มบนเวที และสายตาเรียกร้องจากทุกคนในร้านที่กำลังจับจ้องมาที่เธอ ทำให้เมทิตาต้องเยื้องยิ้มอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ หญิงสาวส่งยิ้มหวานก้มศีรษะเล็กน้อยให้กับทุกคน ก่อนจะกลับมาแอบทำตาเขียวปั้ดให้กับชายหนุ่มบนเวที ที่ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ทั้ง ๆ ที่อารมณ์ของเธอตอนนี้คืออยากจะนั่งอยู่เงียบ ๆ

            “เฮ้ย! ไอ้เม..คุณอิริคเขามองแกตาหวานเยิ้มเลยว่ะ น้ำตาลนี่หกมาตามทางเลยนะเว้ย ฉันว่าเค้าชอบแกแน่เลยว่ะ” ชิตาพรส่งเสียงบอกเพื่อนรัก

            “ชอบเชิบอะไรกันล่ะ คนระดับนั้นมีสาวไฮโซสวย ๆ เยอะแยะให้เลือก เขาจะมาสนใจฉันทำไมกัน”

            “ก็ไม่แน่นะเว้ย เพราะเป็นคนระดับนั้นเนี่ยล่ะ แบบว่ามีเยอะแล้วไงเงินทองน่ะ จะรักใครชอบใคร ก็ไม่ต้องสนใจที่ฐานะแล้ว ฉันดูจากสายตาเขาแล้วนะ ฉันว่าแกมีสิทธิ์เข้าวินแน่เลยว่ะ ไอ้เมเอ๊ย..โชคดีแล้วแก”

            “โชคดีอะไรของแก แค่เห็นเขาหล่อเห็นเขารวยแค่นี้แกก็จะสรุปแล้วเหรอ เกิดนิสัยทุเรศ ชอบฉวยโอกาสขึ้นมาล่ะ แกจะทำยังไง”

            “เออว่ะ...ก็จริงของแกเนอะ แต่ว่าถ้าคุณอิริคเขาเกิดจะเป็นคนฉวยโอกาสขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็พร้อมจะให้เขาฉวยนะโว้ย..ฉันยอมว่ะ อิอิ” ชิตาพรกระซิบตอบเพื่อนรักตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเก็บอาการ เพราะเกรงว่าโต๊ะข้าง ๆ จะได้ยิน เมทิตาถึงกับส่ายหัวให้เพื่อนรักที่ดูแล้วอาการจะหนักเข้าไปทุกที

            “และในโอกาสพิเศษอย่างนี้ ผมขอถือโอกาสร้องเพลงเป็นการตอบแทนให้ทุกคนได้ฟังกันอีกสักอย่างแล้วกันนะครับ จะอนุญาตกันไหมครับ” เสียงของอิริคจากบนเวทีดังขึ้นอีกครั้ง

            “อนุญาต! ร้องเลย! ร้องเลย! ร้องเลย! ร้องเลย!” เสียงตอบรับจากทุกคนดังกึกก้องไปทั่วทั้งร้าน

            “ขอบคุณครับ อาจจะไม่เพราะมาก แต่เอาเป็นว่าผมจะตั้งใจร้องแล้วกันนะครับ” อิริคพูดจบก็เดินไปที่วงดนตรีด้านหลัง นัดแนะเรื่องเพลงที่จะร้อง พร้อมทั้งขอกีตาร์มาเล่นเองด้วยอีกหนึ่งตัว

            แค่เพียงเสียงดนตรีขึ้นมาก็เรียกเสียงปรบมือจากทุกคนได้แล้ว ท่าทางของอิริคในการขยับนิ้วจับคอร์ดกีตาร์ ยิ่งตรึงตราตรึงใจสาว ๆ ให้จ้องมองไปที่เขาแต่เพียงผู้เดียว และยิ่งได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดได้อย่างถล่มทลายเมื่อทุกคนได้ยินเสียงของชายหนุ่ม

            เทค มี ทู ยัว ฮาร์ท (Take Me To Your Heart) ของวง Michael Learns To Rock เป็นเพลงที่อิริคเลือกเอามาร้อง จนทำให้สาว ๆ ฟังแล้วถึงกับเคลิ้มกันเลยทีเดียว

            เนื้อเพลงเป็นเรื่องราวของชายผู้หนึ่งที่กำลังขอความรักจากหญิงสาว สายตาอันหวานหยาดเยิ้มของอิริคมองตรงไปที่เมทิตาแน่วแน่ จนหญิงสาวที่มองเขาอยู่ด้วยเหมือนกันถึงกับสะดุ้ง แล้วเสมองไปทางอื่น รู้สึกเสียฟอร์มไปเล็กน้อย

            “เฮ้ย ๆ  ไอ้เม คุณอิริคเขามองแกว่ะ” ชิตาพรสะกิดมือเพื่อนที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร ตอกย้ำให้เมทิตาฟังอีกครั้ง ซึ่งเมื่อหญิงสาวหันกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้ง ก็ยังคงได้สบนัยน์ตาคมเป็นประกายวาววับที่มองมาอยู่เช่นเดิม

            “หืม! มองแกละมั้ง” เมทิตาตอบปฏิเสธ

            “จะมองฉันได้ยังไง ออกจะมองแกตาเชื่อมซะขนาดนั้น สายตาแกมีปัญหาหรือไงวะไอ้เม”

            “เออ ๆ เขาจะมองใครก็เรื่องของเขาเถอะ ไหนบ่นว่าหิว แกไม่กินแล้วเหรอไง” เมทิตาตอบปัด และชวนเปลี่ยนเรื่องทันที

            “ฉันอิ่มแล้วแก อิ่มใจว่ะ หน้าก็หล่อ เสียงก็เพราะ รวย หล่อ เลิศจริง ๆ พ่อคุณเอ๊ย..หลุดมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไงกันเนี่ย” ชิตาพรมองชายหนุ่มบนเวทีพร้อมกับส่งสายตาหยาดเยิ้มพาฝัน “ฉันไปสืบมาแล้วด้วยนะแก คุณอิริคเขายังโสดอยู่เลยว่ะ ที่เคยมีเป็นข่าวกันบ้าง นั่นก็แค่คู่ควงเฉย ๆ น่ะ”

            “นั่นน่ะสิ หลุดมาได้ยังไง ถ้าเขา..เลิศ..จริงอย่างที่แกว่า ป่านนี้ก็ไม่น่าจะโสดแล้วป่ะ”

            “เออว่ะ เป็นเกย์หรือเปล่าวะ เดี๋ยวนี้เพศทางเลือกยิ่งมาแรงอยู่ด้วย หญิงแท้อย่างเราถึงต้องอยู่บนคานทองกันมากขึ้น ก็เพราะว่าผู้ชายไปกินกันเองหมดนี่ละวะ เฮ้อ!” ชิตาพรทำหน้าเซ็งเมื่อพูดถึงเรื่องขึ้นคาน ก่อนจะหันกลับไปมองอิริคที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีอีกครั้ง เสียงเพลงจากชายหนุ่ม ยังคงทำให้ชิตาพรกลับมาเคลิ้มได้อีกอยู่ดี

            “แต่ฉันว่าคุณอิริคไม่น่าใช่นะแก น่าเป็นข้อยกเว้นว่ะ” หญิงสาวตั้งข้อสงสัยขึ้นมาเอง แล้วก็หักล้างเองอีกด้วย

            เมทิตามองเพื่อนรักแล้วส่ายหัว ก่อนจะหันมาตักอาหารในจานเข้าปาก แล้วหันมองออกไปนอกร้านผ่านกระจกใส เพราะความรู้สึกของเธอยังเหมือนว่ามีสายตาของคนบนเวทีจ้องมองเธออยู่ ซึ่งมันทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอผิดปกติอยู่ในตอนนี้



            อิริคร้องเพลงจบก็ลงจากเวที ปล่อยให้คุณเตยได้ขึ้นไปทำหน้าที่ต่อไป โดยมีเสียงปรบมือดังตามลงมาด้วย ชายหนุ่มเดินลงมานั่งที่โต๊ะเดิมของตัวเอง ก่อนที่จะเรียกพนักงานของร้านมาขอกระดาษและปากกาเพื่อเขียนบางอย่างลงไป

            “น้อง..ช่วยเอากระดาษนี่ไปให้สาวสวยในชุดสีดำที่นั่งติดกระจกคนนั้นหน่อย”

            “ครับ” คำตอบรับสั้น ๆ จากพนักงานของร้าน ก่อนที่จะเดินไปจัดการให้ อิริคมองตามไปเพื่อรอดูผลลัพธ์

            “พี่ครับ พี่คนนั้นเขาฝากกระดาษนี่มาให้พี่ครับ” เสียงนกพิราบสื่อสารทำหน้าที่ของตนเอง เมทิตาหันไปมองตามที่พนักงานของร้านบอก จึงได้รู้ว่าพี่คนนั้นที่น้องพนักงานบอกนั่นคือ อิริคที่นั่งส่งยิ้มหวานมาให้เธอนั่นเอง

            “ขอบใจจ้ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบใจพนักงาน พร้อมทั้งรับกระดาษมาเปิดอ่าน

‘เพิ่งจะเริ่มต้น อย่าเพิ่งใจละลายเสียก่อนล่ะ..ที่รัก’ เป็นข้อความที่อยู่ในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่พนักงานของร้านยื่นให้ เมทิตาอ่านเสร็จแล้วขยำกระดาษนั้นทันที ก่อนที่จะหันไปทำตาเขียวปั้ดใส่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของอิริค

            “อะไรวะไอ้เม กระดาษอะไร ใครส่งมา” ชิตาพรเห็นการกระทำของเพื่อนรัก แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องถาม ตามนิสัยช่างซักช่างถามของเธอ

            “ไม่มีอะไรหรอก แค่กิจกรรมของคนโรคจิตน่ะ ว่าง..ไม่รู้จะทำอะไรเลยก่อกวนคนอื่นเล่น”

            “ใครกันวะแก ฉันไปจัดการให้ไหม ไอ้พวกโรคจิตนี่ต้องจิตกลับซะให้เข็ด คนไหนอ่ะ..บอกมา..” ชิตาพรอารมณ์ขึ้นแทนเพื่อนรักทันที ที่รู้ว่าเพื่อนของตนเองนั้นกำลังมีพวกโรคจิตมาก่อกวน

            “ช่างมันเหอะ เสียเวลากินเปล่า ๆ ว่ะ ของฟรีนะแก อร่อยด้วย รีบกินตุนไว้ก่อน ก่อนจะต้องกลับไปกินอาหารสำเร็จในตู้เย็นที่บ้านน่ะ”

            “น้องเมน้องจ๊ะขา เป็นยังไงกันบ้างคะ เจริญอาหารกันไหม พี่ว่าอาหารร้านนี้เขาก็อร่อยดีนะ” เสียงจากพิมลวรรณ ที่เดินเข้ามาคุยกับสองสาวถึงที่โต๊ะ

            “ค่ะ อร่อยดีค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย จ๊ะกินจนพุงโตแล้วค่ะเนี่ย ถ้าเอาชุดพริตตี้มาให้ใส่ตอนนี้ นี่ยัดไม่ลงแล้วนะคะพี่มล ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “ฮ่าฮ่า เต็มที่เลยค่ะคุณน้องขา ตอนนี้เป็นทีของเราแล้ว แต่ยังไงก็อย่าลืมกลับไปทำให้ทรวดทรงองค์เอวกลับมาเหลือเท่าเดิมด้วยนะคะ เรายังต้องใช้มันทำมาหากินอยู่ค่ะ อย่าลืมนะคะ”

            “แฮ่ ๆ ไม่ลืมค่ะพี่” ชิตาพรตอบกลับเสียงอ่อยลงเล็กน้อย

            “นี่รู้ไหม ท่านประธานเรียลลี่มูฟ เขาพอใจการทำงานของพวกเรามากเลยนะ เมื่อกี้คุณต่ายมากระซิบกับพี่ ว่ากลับไปนี่จะเรียกโมเราเข้าไปทำสัญญาระยะยาวเลยนะ อันนี้พี่ก็ต้องขอบคุณทั้งน้องเมและน้องจ๊ะมากเลยนะ ขอบคุณจริง ๆ นะจ๊ะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะพี่มล มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้วค่ะ พวกเราก็แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง” เป็นเมทิตาที่ส่งเสียงตอบ

            “น่ารักที่สุด”

            พิมลวรรณไม่ได้พูดเปล่า ยังยื่นมือไปหยิกแก้มนิ่ม ๆ ของทั้งสองสาว หยอกล้อเล่นกันตามปกติอีกด้วย ซึ่งนั่นอยู่ในสายตาของอิริคโดยตลอด

            “หรือว่าที่ไม่สนเรา เป็นเพราะอย่างนี้วะ นี่จะกินกันเองจริง ๆ เหรอวะเนี่ย...ไม่น่า..ยังมีอารมณ์เขินอารมณ์อายเราอยู่นี่หว่า ต้องไม่ใช่สิ” อิริคพึมพำกับตัวเองเบา ๆ หาเหตุหาผลยืนยันความคิดของตนเอง “จะผู้หญิงก็ดี จะกินกันเองก็ช่าง ถ้าทนปฏิเสธเราอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป”  ชายหนุ่มกล่าวด้วยความมาดมั่นจะทำตามความตั้งใจเดิมของเขา ทวงสิทธิ์ของสามีกำมะลอมาให้ได้



            งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อถึงเวลาปิดร้านของทางร้าน พนักงานทุกคนต่างก็เคลื่อนย้ายทยอยกันกลับเข้าโรงแรม สองสาวสุดสวยก็ด้วยเช่นกัน เนื่องจากว่าระยะทางจากร้านอาหารและโรงแรมไม่ได้ไกลกันเท่าไหร่นัก สองสาวจึงใช้วิธีเดินมา และก็กำลังเดินกลับด้วยเช่นกัน โดยมีเพื่อนพนักงานจากเรียลลี่มูฟ และสาว ๆ พริตตี้บางส่วนก็ใช้วิธีเดินเช่นเดียวกับเธอ

            “คุณเม กับคุณจ๊ะ ชอบเดินเหมือนกันเหรอครับ” เสียงจากหัวหน้าฝ่ายสถานที่ของบริษัทเรียลลี่มูฟ เอ่ยถามทั้งสองสาว เมื่อเดินมาทันกัน

            “ค่ะ ถือโอกาสลดพุงหน่อยค่ะ เมื่อกี้ทานมาเยอะมากจนแน่นไปหมดแล้วค่ะ เดี๋ยวจะนอนไม่ได้เอา” เมทิตาตอบกลับคำถามของชายหนุ่ม

            “ของฟรีค่ะ กินลืมสวยกันเลยทีเดียว” ชิตาพรเอ่ยสำทับไปอีกอย่างเป็นกันเอง

            “ฮ่าฮ่าฮ่า คุณสองคนนี่ นอกจากสวยแล้วยังอารมณ์ดีอีกนะครับ อย่างนี้แฟนรักแฟนหลงแย่เลยสิครับ”

            “ไม่มีหรอกค่ะ เราสองคนยังสถานโสดสนิทอยู่เลยค่ะ นี่ก็คิดอยู่ว่าถ้าสามสิบแล้วยังไม่มีใครมาเอา ก็จะเอากันเองแล้วล่ะค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เมทิตาตอบเอาฮาบ้างเหมือนกัน

            ระหว่างที่สองสาวหนึ่งหนุ่มเดินคุยกันไป หัวเราะกันไปนั้น รถยุโรปเปิดประทุนสีบอร์นเงินคันหรูกำลังค่อย ๆ เคลื่อนผ่านด้วยความเร็วต่ำ โดยมีสายตาของคนขับที่ลอบมองอยู่ด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นัก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าเขาไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ อิริคพยายามระงับอารมณ์ที่เริ่มไม่คงเส้นคงวาของตัวเอง ด้วยการระบายลงกับคันเร่งของรถ จากที่เคลื่อนที่ช้า ๆ ก็หายแวบไปกับตาแม้แต่ฝุ่นก็ไม่เหลือให้เห็น



            สองสาวเพื่อนรักเดินคุยกันมาเรื่อย ๆ ใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม รวมทั้งเสียงหัวเราะที่สร้างความสดใสให้กับโลกใบนี้ต้องหยุดลง เมื่อพวกเธอเดินมาถึงหน้าห้องแล้วพบว่ามีชายหนุ่มสุดหล่อยืนรออยู่

            “สวัสดีครับสองสาว คุณเมแล้วก็..คุณจ๊ะ ใช่ไหมครับ” อิริคส่งเสียงทักทายพร้อมกับรอยยิ้ม

            “อุ๊ย! รู้จักชื่อด้วยอ่ะ” ชิตาพรออกอาการเขินอาย มือแขนบิดม้วนไปมา “ใช่เลยค่ะ จ๊ะเอง คุณอิริคมาทำอะไรตรงนี้คะ อย่าบอกนะว่ามายืนรอพวกเรา”

            “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเมเขานิดหน่อยน่ะครับ ใช้เวลาไม่นาน”

            “อ้าว! นึกว่าจะคุยกับจ๊ะเสียอีก ว้า! กินแห้วเลย” ชิตาพรทำหน้าเสียดาย ส่วนเมทิตาก็เอ่ยปฏิเสธ

            “ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าดิฉันง่วงนอนแล้ว วันนี้คงไม่สะดวก”

            “เอ่อ! คุณจ๊ะครับ งั้นผมคุยกับคุณก็ได้ พอดีว่าผมมีเรื่องจะเล่าให้..” อิริคยกยิ้มร้ายที่มุมปาก ก่อนจะหันไปพูดกับชิตาพรอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจบเมทิตาก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

            “ก็ได้ ๆ ไอ้จ๊ะ..แกเข้าห้องไปก่อนไป เดี๋ยวฉันตามเข้าไป”

            “ฮ้า! เออ ๆ” ชิตาพรตอบรับก่อนที่จะเข้าห้องไป พร้อมกับความรู้สึกสงสัยที่เริ่มก่อตัวมากขึ้น

            “คุณมีอะไรก็ว่ามา ฉันมีเวลาให้ไม่มาก ฉันง่วงนอน”

            “งั้นก็ไปนอนกัน” อิริคไม่ได้พูดเปล่าแต่ยังดึงมือของหญิงสาว จนปลิวตามเขาไปอีกด้วย

            “เฮ้ย! ปล่อยฉันนะ นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” เมทิตาทั้งทุบทั้งตีมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือเล็ก ๆ ของเธออยู่ ที่เท้าก็ยังใส่เบรคให้กับตัวเองอีกด้วย แต่ทว่าเหมือนไม่ส่งผลอะไรได้เลย แรงของเธอกับแรงของคนตัวใหญ่ช่างแตกต่างกันมากมาย

            เป้าหมายคือห้องที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งถัดจากห้องของหญิงสาวไปอีกสามห้อง อิริคยอมปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระ เมื่อลากเธอเข้ามาในห้องได้แล้ว ก่อนจะปิดประตูใส่กลอน ยืนกอดอกส่งรอยยิ้มของผู้ชนะให้กับเมทิตา

            “คุณจะทำอะไร ไหนบอกว่ามีเรื่องคุย แล้วลากฉันเข้ามาในห้องนี้ทำไม”

            “ก็ให้เข้ามาคุยกันในห้องยังไงล่ะ หรืออยากจะออกไปคุยให้คนอื่นได้ยินกันนอกห้อง อย่างนั้นผมก็โอเคนะ จะเอาหรือเปล่าล่ะ”

            “มีอะไรก็รีบพูดมาสิ”

            “แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าง่วง ผมว่าเรานอนกันก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นมาคุยกันดีกว่านะ” อิริคพูดจบก็เดินเข้าไปจะรวบตัวสาวร่างเล็ก แล้วพาไปนอนอย่างที่พูด จนเมทิตาต้องรีบถอยหนีเกือบไม่ทัน

            “นี่! เลิกบ้าซะทีได้ไหมคุณ สรุปมีเรื่องอะไรจะพูดก็รีบพูดมา”

            “ผมไม่ชอบให้คุณไปเดินคุยกับผู้ชายอย่างนั้น”

            “อย่างนั้น...อย่างไหน?” หญิงสาวไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ก่อนจะคิดได้ถึงเหตุการณ์ระหว่างที่เดินกลับมาที่โรงแรม เธอเห็นสายตาของอิริคที่มองมายังเธออยู่ด้วยเหมือนกัน “อ๋อ! ที่ฉันเดินคุยกับพนักงานของคุณเมื่อกี้น่ะเหรอ?”

            “ใช่!”

            “แล้วยังไง? การที่ฉันจะคุยกับใคร..มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะ คุณเกี่ยวอะไรด้วย”

            “ต้องให้บอกจริง ๆ เหรอ ว่าเราเกี่ยวอะไรกัน” อิริคค่อย ๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเมทิตา “ผมว่าแค่พูดคุณยังอาจจะจำไม่ได้ ลงมือทำเลยดีกว่า”

            “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ ห้ามเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว” เมทิตาชี้หน้าแหวใส่ชายหนุ่มทันที ส่วนเท้าเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ขยับถอยหนีไปด้วย

            แต่อิริคก็ไม่ได้คิดจะฟังคำพูดของหญิงสาวแต่อย่างใด ขายาว ๆ เท้าใหญ่ ๆ ยังคงค่อย ๆ ขยับก้าวเข้าไปเรื่อย ๆ ต้อนสาวร่างบางไปจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเคาน์เตอร์เล็ก ๆ ที่มีขวดน้ำและแก้วน้ำวางอยู่

-------------------------------------


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha