เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ใคร ๆ ก็ต้องรักผม..ถ้าผมเอาจริง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          สองมือของอิริคยกขึ้นเหมือนกำลังกักตัวของเมทิตาเอาไว้ แต่อันที่จริงชายหนุ่มกำลังรินน้ำใส่แก้วให้หญิงสาวที่เข้ามาเยือนในห้องอยู่ต่างหาก ด้วยระยะใกล้กันจนเกือบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศแทรกผ่านขนาดนี้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากร่างของชายหนุ่ม แผงอกกว้างที่ปกคลุมไปด้วยไรขน ที่เมทิตามองลอดผ่านช่องผ้าระหว่างเม็ดกระดุมเข้าไป ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจดวงเล็ก ๆ ราวกับจังหวะการตีกลองรบ รัวเร็วจนจับจังหวะไม่ได้ อิริคก้มลงมองคนตัวเล็กที่ถูกกักขังเอาไว้ด้วยร่างกายของเขาแล้วก็ยกยิ้มอย่างพอใจ เห็นเธอตัวแข็งราวกับถูกสาป ไม่กล้าขยับเขยื้อนหรือแม้แต่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ 
          “ดื่มน้ำก่อนไหม?” อิริคผละถอยออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยื่นแก้วน้ำส่งให้สาวร่างบางที่ยังยืนไม่ขยับเขยื้อน และไม่แน่ใจว่ายังหายใจได้อยู่หรือเปล่า “เป็นอะไรไป คิดว่าผมจะทำอะไรคุณอย่างนั้นเหรอ” 
          เสียงของชายหนุ่มเรียกสติของหญิงสาวให้กลับคืนมา เมทิตาไม่ได้รับแก้วน้ำที่ชายหนุ่มส่งมาให้ แต่กลับผลักร่างหนาใหญ่ให้ห่างออกไปอีก อิริคจึงเป็นคนดื่มน้ำจากแก้วที่เขารินเอง ก่อนจะเอากลับมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง
          “ถ้าหมดเรื่องคุยแล้วฉันขอตัว” สาวร่างบางเดินหลบชายหนุ่ม เป้าหมายอยู่ที่ประตูบานใหญ่ แต่อิริคเดินเอาตัวเข้ามาขวางเมทิตาเอาไว้ไม่ยอมให้ออกจากห้อง
          “เดี๋ยวสิครับที่รัก เรายังไม่ได้ข้อสรุปกันเลยนะ” 
          “นี่! อย่ามาเรียกฉันอย่างนี้นะ”
          “แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรดีล่ะ เมียรัก..ดีไหม?”
          “นี่!” คราวนี้ไม่ได้มาแค่เสียง แต่เป็นสายตาเขียวปั้ดของเมทิตาที่ส่งออกมาพร้อมกัน
          “โอเค ๆ เอาเป็นว่าผมขอโอกาสคุณหนึ่งอาทิตย์ ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ผมจะยอมเลิก ไม่ตอแยคุณอีก แต่ระหว่างนี้คุณห้ามคุยกับผู้ชายคนไหน เพราะถ้าผมเห็น..ผมจะถือว่าข้อตกลงนี้ยุติลง และก็จะไม่รับประกันด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้น โอเคไหมครับ..คุณพริตตี้คนสวย” 
           “คุณจะบ้าหรือไง ไม่ให้ฉันคุยกับผู้ชาย ฉันต้องทำงานนะ”
           “ผมรู้ว่าคุณเข้าใจ ว่าผมหมายถึงอะไร อย่าทำเป็นใสไปหน่อยเลยคุณ” มือใหญ่ยื่นมาจับที่คางของหญิงสาว จนเมทิตาปัดออกแทบไม่ทัน
           “มีแค่นี้ใช่ไหม?” หญิงสาวจ้องหน้าส่งคำถามให้ชายหนุ่ม
           “อืม!”
           “งั้นก็ถอยไปได้แล้ว ฉันจะกลับห้อง”
            “ระวังนะครับ ใคร ๆ ก็ต้องรักผม..ถ้าผมเอาจริง”
            “ชิ!!” เสียงอุทานจากความปรามาสที่หญิงสาวมอบให้ชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะเปิดประตูห้องออกไป
            ความใจกล้าอย่างคนที่ทำใจดีสู้เสือหมดลง เมื่อเธอออกจากห้องของชายหนุ่มมาได้ เมทิตาถึงกับต้องยืนหลังพิงกำแพงอยู่หน้าห้องของอิริค สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติเสียก่อน คนอะไร..ช่างมีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอเสียจริง




           “ไอ้เม เกิดอะไรขึ้น เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย คุณอิริคเขาพาแกไปคุยเรื่องอะไรกัน” เสียงของชิตาพรดังขึ้นทันทีที่เมทิตาเปิดประตูเข้าไปในห้อง หน้าตาท่าทางที่ดูเอาจริงเอาจังของเพื่อนรัก ทำให้เมทิตารับรู้ได้ทันทีว่าคงจะบ่ายเบี่ยงไม่ตอบต่อไปคงไม่ได้แล้ว ในเมื่อต้องตอบ...จะตอบว่าอะไรดีล่ะ?
            “คือ...เขาบอกว่าจะจีบฉัน ขอเวลาหนึ่งอาทิตย์จะทำให้ฉันรัก”
            “กรี๊ดดดดดดดด!! จริงเหรอไอ้เม” เสียงหวีดร้องของชิตาพรดังขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคจากปากเพื่อน
            “อืม!” เมทิตาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกับสีหน้า พร้อมกับเดินไปหยิบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวเตรียมตัวอาบน้ำ
            “ฉันดีใจด้วยนะแก ถ้าเป็นฉันนะ ไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์หรอก ฉันให้ควงได้ตอนนี้เลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ชิตาพรพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี ก่อนจะหันมาเห็นสีหน้าของเพื่อนรัก “แล้วทำไมแกทำหน้าตายอย่างนั้นวะ”
            “ก็มันไม่เห็นมีเรื่องอะไรที่จะต้องดีใจนี่หว่า” 
            “อะไรของแกวะ ผู้ชายหล่อ รวย เลิศ อย่างคุณอิริคไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ นะเว้ย นี่เขาสนใจแกแล้ว แกยังเฉยได้เนี่ยนะ” 
            “ก็อย่างที่บอก ถ้าเขาดีจริง ป่านนี้คงแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วล่ะ ไม่เหลือมาจนถึงป่านนี้หรอก” 
            “เออ แล้วเขาอายุเท่าไหร่แล้ววะ ถ้าให้ฉันเดาก็คงสามสิบปลาย ๆ หรือสี่สิบต้น ๆ นี่ล่ะ จะว่าไปก็ยังได้อยู่นะแก คนเดี๋ยวนี้ตั้งใจทำกันแต่งาน กว่าจะคิดถึงเรื่องแต่งงานก็ตอนอายุมากแล้วมีเยอะแยะไป ดีเสียอีก ทำงานเตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว รอให้แกไปใช้ได้เลยไง ฮ่าฮ่า ไม่ดีเหรอวะ” 
           “ถ้ามันเป็นอย่างที่แกว่าจริงมันก็ดีสิ กลัวจะไม่ใช่ คนอย่างเขารอบตัวมีผู้หญิงสวย ๆ ดี ๆ ให้เลือกตั้งเยอะแยะ ไม่น่าหลุดมาถึงฉันไหมแก?” เสียงเมทิตาตะโกนตอบเพื่อนรักออกมาจากในห้องน้ำ
            “เออว่ะ...เห้ย!..แต่เรื่องอย่างนี้มันก็ไม่แน่หรอกนะไอ้เม เขาอาจจะอยู่เพื่อรอแกเลยก็ได้นะ ใครจะไปรู้ อย่างน้อยแกก็ควรให้โอกาสเขาให้โอกาสตัวแกเองด้วย อย่าเพิ่งไปปิดโอกาสนั้นเสียก่อนล่ะ” 
            “.......” ไม่มีเสียงตอบกลับจากเพื่อนรัก มีแต่เสียงน้ำที่ร่วงลงกระทบพื้นแทน ชิตาพรจึงเลิกพูดแล้วล้มตัวลงนอนแทน



             เช้าวันใหม่สดใสอีกเช่นเดิม ทีมงานทุกคนตื่นแต่เช้าเก็บกระเป๋าออกมารวมตัวกันขึ้นรถตู้ของบริษัทกลับกันไปก่อนแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็พวกที่เอารถยนต์มาเอง แต่ก็เริ่มทยอยกลับกันแล้วเช่นกัน รวมถึงเมทิตาและชิตาพรด้วย ทั้งสองสาวตั้งใจขับกันไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบร้อนมาก เพราะถึงยังไงวันนี้ก็ไม่มีงาน จะมีก็แค่ช่วงบ่ายที่ต้องเข้าโมเดลลิ่ง เพื่อรับบรีฟงานตัวใหม่ แต่อะไรก็ไม่ค่อยจะเป็นดั่งใจคิดนัก เมื่อระหว่างที่ขับรถกลับมา พาหนะคู่ใจก็เกิดจะไม่อยากกลับบ้านเสียอย่างนั้น 
           “เห้ย! รถเป็นอะไรวะไอ้เม อย่าบอกนะว่าเกิดจะขี้เกียจขึ้นมาเอากลางทาง”
           “ฉันก็ไม่อยากจะบอกนะ แต่ดูแล้วเหมือนว่ามันจะใช่ว่ะ” 
            เมทิตาหน้าเสีย เมื่อมองซ้ายมองขวาก็เห็นแต่รถที่วิ่งกันไปมาอยู่เต็มท้องถนน เพราะตอนนี้หญิงสาวกำลังอยู่บนทางหลวงสายหลัก เลนในเสียด้วย ทำได้เต็มที่คือเปิดไฟฉุกเฉินแล้วเอารถเข้าจอดข้างทาง ก่อนจะกดปุ่มเปิดกระโปรงรถแล้วเดินลงไปดู เผื่อว่าจะมีสายไฟอะไรสักเส้นที่มันหลุด แล้วเธอจะเสียบกลับที่เดิมจนทำให้เธอสามารถพารถคู่ใจกลับบ้านไปได้โดยสวัสดิภาพ นั่นเป็นความคิดและความหวังของเมทิตา
แต่พอมาดูจริง ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีสายไฟเส้นไหนหลุด แล้วมันต้องแก้ตรงไหนล่ะ หญิงสาวหมดหนทาง จะโทรหาอู่หรือพวกเบอร์ฉุกเฉินต่าง ๆ ก็ไม่เคยคิดจะบันทึกเบอร์เอาไว้เสียด้วยสิ ทั้ง ๆ ที่ มุทิตา พี่สาวของเธอเคยเตือนให้บันทึกเบอร์ไว้ก็หลายครั้ง แต่หญิงสาวไม่เคยคิดจะใส่ใจ เพิ่งจะสำนึกได้ก็ตอนนี้เอง 
             “ไอ้จ๊ะ ถ้าเรียกช่างจากอู่ที่แกเอารถไปซ่อม เขาจะมาให้ไหมวะ”
             “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ มันไกล..ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เดี๋ยวลองหาเบอร์โทรถามดูก่อนนะ” ชิตาพรหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายออกมาเลื่อนหาเบอร์ของอู่ที่เธอเพิ่งจะส่งรถเข้าไปซ่อม แต่กลับไปเจออีกเบอร์ที่น่าสนใจมากกว่า 
             “เฮ้ย! ไอ้เม ฉันมีทางเลือกที่ดีกว่านั้นว่ะ ตำรวจในโครงการพระราชดำริอ่ะแก นี่ ๆ ฉันเมมเบอร์เอาไว้ด้วย สายด่วน เบอร์ 1197 ถ้าเป็นเบอร์โทรของโครงการก็ 02-354-6324” 
             “เออ ๆ แกโทรเลย” 
             ชิตาพรกำลังจะกดโทรออก ก็พอดีมีรถยุโรปเปิดประทุนสีบอร์นเงิน ปาดเข้ามาจอดด้านหน้ารถของเมทิตาเสียก่อน 
             “เกิดอะไรขึ้นครับสาว ๆ รถเสียเหรอ” อิริคลงจากรถ มาส่งเสียงถามสองสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้ารถที่จอดเปิดกระโปรงอยู่
             “อ๊ายยยยย! คุณอิริค ดีใจจังเลยค่ะ” เสียงจากชิตาพรดังขึ้น แสดงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณพอจะช่วยเราได้ไหมคะ ไม่รู้ว่ารถเป็นอะไรค่ะ ขับกันมาอยู่ดี ๆ ก็เกิดจะไม่อยากไปต่อเสียเฉย ๆ” 
            “ขอผมดูหน่อยนะครับ” 
             ชายหนุ่มเดินมาดูอาการรถให้สองสาว ชายหนุ่มลองขยับสายไฟให้เผื่อว่าจะเป็นเพราะขั้วสายไฟหลวม เสร็จแล้วให้หญิงสาวเจ้าของรถไปลองสตาร์ทดู แต่ปรากฏว่ายังสตาร์ทไม่ติดอยู่เช่นเดิม 
             “ผมว่าน่าจะเป็นที่ระบบการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงมีปัญหา ต้องเอาเข้าอู่แล้วละครับ ตอนนี้คุณสองคนไปกับผมก่อนดีกว่า จอดรถทิ้งไว้ตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวผมให้คนมาจัดการให้”
            “ดีค่ะ คุณอิริคว่ายังไงจ๊ะก็ว่าตามนั้นล่ะค่ะ” ชิตาพรตอบรับข้อเสนอของอิริคพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาทางเพื่อนของเธอ “ไป! ไอ้เม...รอดแล้วเรา” ชิตาพรดันหลังเพื่อนสาวให้เดินไปหยิบสัมภาระออกจากรถ แล้วเดินมาขึ้นรถคันสวยแทน
            เมทิตาเปิดประตูรถด้านหลังกำลังจะขึ้นไปนั่ง แต่ชิตาพรแทรกตัวกระโดดขึ้นไปนั่งแทนเสียก่อน
             “ขอบใจเพื่อน..ที่เปิดประตูให้ แกไปนั่งข้างหน้ากับคุณอิริคโน่น ปล่อยเขานั่งหน้าอยู่คนเดียว เดี๋ยวเขาจะว่าเราเสียมารยาทเห็นเขาเป็นคนขับรถ” 
            เมทิตาถึงกับมองเพื่อนตาขวาง แต่ไม่อาจที่จะพูดอะไรได้มากนัก จึงได้แต่คาดโทษเอาไว้ก่อน ส่วนอิริคนั้นยืนมองพฤติกรรมของสองเพื่อนรักแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ นึกขอบคุณชิตาพรอยู่ในใจ
             “จะให้ผมไปส่งที่ไหนดีครับ พวกคุณพักอยู่แถวไหนกันบ้าง” 
             “พวกเราพักอยู่ด้วยกันน่ะค่ะ อยู่ที่บ้านของยัยเมค่ะ คือพี่สาวมันแต่งงานแล้วก็ยายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศแล้ว เหลือยัยเมอยู่บ้านคนเดียว อ้อ! แล้วก็เจ้าหลง หมาแสนรู้อีกหนึ่งตัวค่ะ ตอนนี้จ๊ะก็เลยย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนด้วยอีกคน ถ้าคุณอิริคว่างจะแวะไปอยู่เป็นเพื่อนด้วยอีกคนก็ได้นะคะ พวกเรายินดีค่ะ” ชิตาพรส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
           “ไอ้จ๊ะ..ระวังจะเจ็บคอนะ ฉันว่าแกพูดให้มันน้อยลงหน่อยก็ได้ ไม่มีใครเขาว่าแกเป็นใบ้หรอก” 
           “แหม..แก นาน ๆ จะได้มีโอกาสคุยกับคุณอิริค แบบใกล้ชิดขนาดนี้ จะให้ฉันพูดน้อยกว่านี้ได้ยังไงล่ะ จริงไหมคะคุณอิริค”
           “ฮ่าฮ่า ครับ อันที่จริงจะคุยกับผมก็ไม่ใช่เรื่องยากนะครับ เอาเป็นว่าผมจะแวะไปที่บ้านบ่อย ๆ ให้คุณจ๊ะได้มีโอกาสคุยกับผมบ่อย ๆ เลยดีไหมครับ” 
             “ไม่ดี” / “ดีค่ะ” สองสาวสองเสียงส่งออกมาพร้อมกัน 
             “คุณอิริคไม่ต้องไปฟังไอ้เมมันนะคะ เชิญไปที่บ้านได้เลยค่ะ เดี๋ยวจ๊ะต้อนรับเอง บ้านมันจ๊ะยึดมาครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” 
             “ฮ่าฮ่า เอาอย่างนั้นเหรอครับ ผมก็เป็นคนขี้เกรงใจเสียด้วยสิ ในเมื่อคุณจ๊ะเชิญทั้งทีผมก็คงต้องไปบ่อย ๆ แล้วล่ะครับ”
             “หืม! นั่นเรียกว่าเกรงใจเหรอน่ะ” เสียงกัดเบา ๆ จากหญิงสาวที่นั่งอยู่ทางด้านหน้า ที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเพื่อนรักหนีไปเข้าพวกกับชายหนุ่มเสียแล้ว
              “ไปเลยค่ะ..คุณอิริค ทางไปบ้านไอ้เมไม่ยากเลย คุณไปส่งพวกเราวันนี้ ครั้งเดียวก็จำได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจ๊ะบอกทางให้”




               และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ นอกจากชิตาพรจะชวนอิริคคุยไปเรื่อยแล้ว หญิงสาวยังทำหน้าที่บอกทางจนมาถึงบ้านของเมทิตาอีกด้วย 
               “คุณอิริค ถ้าไม่รีบเชิญเข้าไปดื่มกาแฟในบ้านก่อนสิคะ ถือเป็นคำขอบคุณจากพวกเราสองคน” ชิตาพรทำหน้าที่แทนเจ้าของบ้านตัวจริง เชิญชายหนุ่มเข้าไปดื่มกาแฟในบ้าน อิริคที่กำลังจะอ้าปากตอบรับคำเชิญของหญิงสาว เป็นต้องอ้าปากค้างไปก่อน เพราะเจ้าของบ้านตัวจริงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
             “แกไปชวนคุณอิริคเขาอย่างนั้น เขายิ่งเป็นคน..ขี้เกรงใจ..อยู่ เกิดเขามีธุระเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธแกน่ะสิ” เมทิตาพูดประชดชายหนุ่ม เน้นคำว่าขี้เกรงใจ ที่เขาพูดไว้ตอนอยู่ระหว่างทาง
             “แต่บังเอิญว่า วันนี้ผมไม่ได้มีธุระที่ไหนเสียด้วยสิ เพราะฉะนั้นผมยินดีตอบรับคำเชิญของคุณจ๊ะเลยครับ ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง” อิริคหันไปพูดกับชิตาพรตอบรับคำเชิญของเธอ พูดจบชายหนุ่มยังหันมาขยิบตาส่งยิ้มให้กับเมทิตาด้วย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกหมั่นไส้ชายหนุ่มมากขึ้นไปอีก
             ดังนั้นเมื่อเมทิตาลงจากรถแล้ว หญิงสาวจึงไม่ได้จับเจ้าหลงเอาไว้ ปล่อยให้มันแสดงอาการคึกดีใจที่ได้เจอเจ้าของอยู่อย่างนั้น พฤติกรรมของเจ้าหลง คือมันจะวิ่งไปรอบ ๆ บริเวณที่เมติยายืนอยู่ เมื่อเธอยืนอยู่ที่ข้างรถ เจ้าหลงก็จะวิ่งอยู่รอบ ๆ รถเช่นกัน ทำให้เจ้าของรถถึงกับไม่กล้าลงจากรถกันเลยทีเดียว จึงต้องเป็นหน้าที่ของชิตาพรอีกเช่นเดิม ที่จะทำการเคลียร์เส้นทางให้ชายหนุ่ม 
             “หลง ๆ นั่งลง ไม่คึกไม่วิ่ง แล้วพี่จะให้ขนมกิน เร็ว ๆ” ชิตาพรทำมือยกขึ้นส่งสัญญาณให้เจ้าหลงนั่งลง ส่วนมืออีกข้างก็ถือหมูแผ่นที่เธอซื้อมาจากสระบุรีเอาไว้เป็นของรางวัลให้เจ้าหลงอีกด้วย เจ้าหลงแสนรู้ก็ไม่อิดออดรีบนั่งลงอย่างไว ยกขาหน้าสะกิดหญิงสาวทวงของรางวัลอีกด้วย และนั่นก็เป็นการเปิดทางให้อิริคได้ลงจากรถและเดินเข้าบ้านตามเมทิตาไป




                “เชิญนั่งค่ะ” เสียงเมทิตาที่เดินนำเข้ามาในบ้านเอ่ยขึ้นอย่างเสียไม่ได้ บอกอิริคที่เดินตามเธอมาติด ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าครัวไป จัดการชงกาแฟมาเสิร์ฟให้แขกผู้มาเยือน 
                ส่วนผู้ชายตัวโตนั้นก็ไม่ได้นั่งอย่างที่หญิงสาวเชิญ ชายหนุ่มถือโอกาสเดินสำรวจดูในห้องรับแขก ที่มีรูปภาพตั้งอยู่หลายรูป ทั้งรูปครอบครัว รูปหมู่ รูปเดี่ยว รูปตอนเด็ก หรือว่ารูปตอนโต เนื่องจากพี่สาวของเมทิตาเป็นช่างภาพ ชอบถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ บ้านนี้จึงเต็มไปด้วยภาพถ่ายมากมาย
                “บ้านคุณนี่ก็น่าอยู่ดีนะครับ แต่อยู่กันสองคน สาว ๆ ทั้งนั้นด้วย ไม่กลัวบ้างเหรอ ถ้ามีโจรผู้ร้ายเข้ามาจะทำยังไง” อิริคเอ่ยถามเมทิตาที่เดินยกถ้วยกาแฟมาวางไว้ให้เขา
                 “ถ้ารับมือกับคุณได้ ผู้ร้ายก็ไม่ต้องกลัวแล้วละค่ะ” เสียงใสตอบกลับมาทันที
                “ผมซีเรียสนะคุณ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ คุณไม่ควรประมาท” 
                “ฉันอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แถวนี้ก็คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น” 
                “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่เคยเกิดไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้” อิริคเตือนหญิงสาวด้วยความรู้สึกเป็นห่วงจากใจจริง 
                 เสียงใสจากชิตาพรดังขึ้นระหว่างการสนทนาของคนทั้งคู่ หญิงสาวผู้เปิดทางให้ชายหนุ่มเดินถือถุงหมูแผ่นที่เหลือเอามาวางไว้ที่โต๊ะรับแขกตัวกลาง
                 “จ๊ะจัดการเจ้าหลงเรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวตอนคุณอิริคกลับออกไป ก็เอาหมูแผ่นนี่ไปเลี้ยงเจ้าหลงอีกสักหน่อย รับรองว่าครั้งต่อไป เจ้าหลงก็จะระลึกในบุญคุณของคุณแล้วล่ะค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
               “ผมต้องขอบคุณคุณจ๊ะมากเลยนะครับ คุณนี่มีน้ำใจจริง ๆ เลย ไม่เหมือนบางคนแถวนี้..ใจร้ายจริง ๆ” 
                “ฮ่าฮ่าฮ่า แน่นอนอยู่แล้วค่ะ จ๊ะน่ะนางฟ้าค่ะ ทั้งสวยทั้งใจดี ส่วนไอ้เมน่ะ มันแม่มดสวยแต่ใจร้าย คุณอิริคจะเปลี่ยนใจก็ยังทันนะคะ อิอิ” ชิตาพรพูดจบก็ส่งสายตาปิ๊ง ๆ ให้กับชายหนุ่ม ทำเป็นทอดสะพานให้อย่างเปิดเผย ตามนิสัยสนุกของเธอ


-----------------------------------------------------




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha