เสน่หาพรางใจ (ซีรี่ย์ชุดสองพี่น้อง)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ฝักใฝ่สายดาร์ก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            “ผมก็นิสัยไม่ดี ฝักใฝ่แต่สายดาร์กเสียด้วยสิ”

            “ฮ่าฮ่า น่ารักจริง ๆ เลยคุณอิริคเนี่ย แน่วแน่ดีมาก มีทำโคลนนิ่งไว้อีกสักคนไหมคะ จ๊ะจะขอเอามายืมควงบ้าง ฮ่าฮ่า” มุกของหญิงสาวเรียกเสียงหัวเราะจากอิริคได้อีกครั้ง “เดี๋ยวคุณอิริคคุยกับสายดาร์กของคุณไปก่อนนะคะ จ๊ะขอเอาของขึ้นไปเก็บก่อน”

            “ไอ้จ๊ะ..แกเป็นคนบอกว่าจะต้อนรับเขานะ แกจะไปไหน” เมทิตารีบดึงมือเรียกเพื่อนเอาไว้ทันทีที่เห็นเพื่อนรักทำท่าจะชิ่งหนี

            “ก็ใช่ แต่ฉันฝากแกก่อนไง ฉันขอเอาของไปเก็บก่อน” ชิตาพรพูดจบก็แกะมือของเพื่อนรักออก ก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นบันไดไป โดยไม่ฟังเสียงโวยวายของเพื่อนที่ต่อว่าเธอตามมา

            “เป็นอะไรคุณ กลัวหรือไง”

            “กลัว!..กลัวอะไร? ไม่กลั๊ว...ไม่มีอะไรให้ฉันต้องกลัวอยู่แล้ว” เมทิตาตอบเสียงสูง หลบตาชายหนุ่มแล้วเสเดินไปหยิบแก้วที่อยู่ในตู้ชั้นบน จะเอามาใส่น้ำให้ชายหนุ่มแก้เก้อ

            “ก็กลัวใจตัวเองยังไงล่ะ กลัวว่าถ้าอยู่ตามลำพังกับผม แล้วคุณจะหลงรักผมใช่ไหมล่ะ” คำพูดของชายหนุ่มช่างแทงใจหญิงสาว ทำเอาแขนขาของเธออ่อนไร้เรี่ยวแรงกันเลยทีเดียว แก้วใสหลุดออกจากมือ ปลายเท้าที่เขย่งอยู่ หมดแรงพับไปเสียเฉย ๆ โชคดีที่อิริคยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วก็เข้ามาคว้าทั้งร่างของเมทิตาและแก้วเอาไว้ได้ทัน

            อ้อมแขนที่แข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ก็สามารถโอบรัดร่างบางของเมทิตาเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย หัวใจสองดวงที่เคลื่อนเข้ามาอยู่ใกล้กัน เหมือนว่ากำลังเต้นในจังหวะที่สอดประสานกัน สายตาของทั้งสองคนสบกันแน่นิ่ง ราวกับว่ามีคนมาเสกคาถานะจังงังใส่ แล้วจู่ ๆ ใบหน้าคมเข้มก็ค่อย ๆ โน้มต่ำลงมาหาใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาว จนนอกจากเสียงเต้นของหัวใจที่เคลื่อนไหวอยู่ในท่วงทำนองเดียวกันแล้วนั้น ตอนนี้ทั้งสองคนยังเกือบจะใช้ลมหายใจเดียวกันอีกด้วย

            “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เสียงที่ดังมาจากชิตาพร ทำให้เมทิตาและอิริคผละห่างจากกันอัตโนมัติ “ไอ้จ๊ะเอ๊ย..มันน่าเขกกะโหลกแกจริง ๆ เลย ก่อนจะลงมาทำไมไม่จับยามสามตาก่อนนะ ลงมาไม่รู้เวล่ำเวลาเอาเสียเล้ยยยย” ชิตาพรพูดไปก็เอามือทำท่าเขกหัวตัวเองไปด้วย

            “แฮ่ ๆ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ คิดว่าจ๊ะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วกันค่ะ จะทำอะไรกันต่อก็ตามสบาย” ชิตาพรพูดจบก็ทำท่าหันหลังจะเดินกลับขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง แต่ก็ถูกเมทิตาเรียกเอาไว้เสียก่อน

            “ไม่ต้องเลยไอ้จ๊ะ แกน่ะตัวดี..ลงมานี่เลย มารับผิดชอบแขกของแกด้วย” เมทิตาพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาวิ่งขึ้นด้านบนไป

            “ไอ้เม แกปัดบลัชออนเยอะไปนะ หน้าแกแดงเลยว่ะ” ชิตาพรยังไม่วายจะส่งเสียงแซวเพื่อนตามไปอีกด้วย สายตาที่มองตามเพื่อนขึ้นไปข้างบนถูกดึงกลับมามองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอมยิ้มอยู่

            “คุณอิริคคะ จ๊ะขออย่างหนึ่งนะ ถ้าคุณไม่รักเพื่อนของจ๊ะจริง ๆ ก็ถอยออกไปเถอะค่ะ ห้ามทำกับเพื่อนจ๊ะเหมือนเป็นของเล่นนะคะ คนอย่างคุณมีผู้หญิงให้เลือกเยอะแยะ จะสวย จะรวย จะคู่ควรกับคุณขนาดไหน คุณเลือกไปเล่น ๆ กับใครก็ได้ ยังไงก็ช่วยเว้นเพื่อนจ๊ะเอาไว้สักคนนะคะ”

            “สบายใจได้ครับคุณจ๊ะ ผมรับรองว่าที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้ คือเพื่อนคุณไม่ใช่ของเล่นสำหรับผมแน่นอน ขอบคุณนะครับที่ช่วยเหลือ ยังไงวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน แล้วเอาไว้เจอกันใหม่นะครับ”

            ชายหนุ่มถือโอกาสเอ่ยลาหญิงสาว ก่อนจะหันไปหยิบถุงหมูแผ่นที่ชิตาพรวางเอาไว้ให้ สำหรับเอาไปทำการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเจ้าหลงติดมือออกไปด้วย

 


            ช่วงบ่ายของวันนี้เพชรงามโมเดลลิ่งถูกเรียกเข้าไปทำสัญญาระยะยาว ที่บริษัท เรียลลี่ มูฟ จำกัด โดยมีเงื่อนไขพิเศษอยู่ที่ว่า ก่อนที่จะเริ่มงานใหม่ทางเพชรงามฯ จะต้องส่งพริตตี้เข้ามานำเสนอให้ดูเป็นตัวอย่าง ทั้งเรื่องชุดและวิธีการพูด ถ้าผ่านถึงจะได้งานชิ้นนั้นไป

            “ไม่มีปัญหาค่ะคุณเตย เดี๋ยวมลจัดน้อง ๆ เข้ามาพรีเซนต์งานให้ดูหลังจากที่ได้รับบรีฟแล้วสองวันนะคะ”

            “ดีค่ะ ขอบคุณคุณมลสำหรับความร่วมมือนะคะ”

            “แล้วเราจะเริ่มงานใหม่กันเมื่อไหร่ดีค่ะ?”

            “ฮ่าฮ่า คุณมลนี่ก็ไม่พลาดเลยนะคะ ฮ่าฮ่า เตยก็กำลังจะบอกอยู่นี่ล่ะค่ะ นี่ค่ะ..เตยเตรียมข้อมูลเอาไว้ให้หมดแล้ว เราจะมีงานอีกทีอาทิตย์หน้านี้แล้วค่ะ เป็นงานแสดงนาฬิกาสปอร์ตของบริษัทลูกค่ะ” อรุโณทัยหันไปหยิบแฟ้มที่อยู่บนโต๊ะมาส่งให้พิมลวรรณ “แต่งานนี้ทางบริษัทในเครือเขาเตรียมพิธีกรของเขาเอาไว้แล้วค่ะ ขอใช้บริการของคุณมลเฉพาะพริตตี้ด้านล่างเวทีนะคะ”

            “โอเคค่ะ ไม่มีปัญหาเลยค่ะ..คุณเตยขา ขอให้ส่งงานมา มลรับได้หมดค่ะ ฮ่าฮ่า”

            “อ้อ!” อรุโณทัยส่งเสียงอุทานเมื่อคิดได้ว่า ลืมของสำคัญไปอีกอย่าง ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันไปหยิบชุดและสคริปต์พูดที่วางอยู่ด้านหลังโต๊ะของเธอ มาให้กับพิมลวรรณที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะ “ชุดตัวอย่างกับสคริปต์ค่ะ ถ้ามาพรีเซนต์ แล้วทุกอย่างโอเค เตยจะเบิกชุดทั้งหมดให้ค่ะ”

            “ได้เลยค่ะ อีกสองวันเจอกันค่ะ เดี๋ยวมลจะโทรเข้ามาขอนัดเวลากันอีกครั้งนะคะ วันนี้ขอกลับไปเช็คเวลากับน้องที่จะเข้ามาพรีเซนต์ก่อนค่ะ”

           


            พิมลวรรณออกจากบริษัทเรียลลี่ มูฟ ก็ตรงกลับไปยังเพชรงามโมเดลลิ่ง เพราะว่านัดน้อง ๆ พริตตี้เข้ามาแจกจ่ายงานในช่วงบ่าย ซึ่งเธอจะถือโอกาสนี้มอบหมายงานให้กับพริตตี้ที่เธอเชื่อมั่นในฝีมือ ว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวังด้วย ซึ่งนั่นก็ไม่พ้น เมทิตาและชิตาพรแน่นอน พิมลวรรณหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้สองคนนี้เป็นคนเข้ามาพรีเซนต์งานให้อรุโณทัยดู เพื่อให้ผ่านขั้นตอนการนำเสนอนี้ไปให้ได้อย่างสวยงาม

            ในห้องประชุมของเพชรงามโมเดลลิ่ง ตอนนี้มีสาว ๆ สวย ๆ อยู่กันเต็มห้อง ถ้าหากว่ามีหนุ่มหลงเข้าไปตอนนี้คงมีความสุขเป็นอย่างมาก พิมลวรรณกลับมาถึงที่โมเดลลิ่งก็เดินไปหยิบแฟ้มเอกสารที่โต๊ะ แล้วรีบเดินเข้าห้องประชุมไปด้วยอีกคน ผู้จัดการคนเก่งแจกจ่ายงานให้กับสาว ๆ ไปตามปกติ จนครบทุกคน สาว ๆ เหล่านั้นจึงได้ทยอยกันกลับไป

            “น้องเมขา น้องจ๊ะขา อย่าเพิ่งกลับนะคะ อยู่คุยกับพี่ต่อก่อนแป๊บหนึ่งนะคะ” พิมลวรรณเรียกสองสาวเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องประชุมไป

            “มีอะไรเหรอคะ พี่มลขา” เป็นชิตาพรที่หันกลับมาส่งเสียงเลียนแบบผู้จัดการคนเก่ง

            “อุ๊ย! คนสวยเลียนแบบนะคะ มานี่เลยค่ะ กลับมานั่งนี่เลย” พิมลวรรณกวักมือให้ทั้งสองสาวกลับมานั่งใกล้ ๆ เธอ

            “ฮ่าฮ่า มีอะไรเหรอคะพี่มล” เมทิตาเดินกลับมานั่งที่ พร้อมกับส่งเสียงถามพิมลวรรณ

            “คุณน้องรู้ไหมคะ ว่าเมื่อกี้พี่ออกไปไหนมา”

            “ไม่รู้ค่ะ ไปไหนมาคะ” เมทิตาทำหน้าตาท่าทางราวกับว่าสนใจและอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก

            “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ น้องเมขา อย่างนี้เขาก็เรียกว่า โอเวอร์แอ็คติ้งค่ะ พอกันเลยทั้งสองคน สมกับเป็นเพื่อนกันดีจริง ๆ มีความกวนนะคะ”

            “ฮ่าฮ่า แล้วสรุปว่าพี่มลไปไหนมาล่ะคะ อยากบอกก็บอกมาเลยค่ะ จ๊ะเงี่ยหูรอฟังอยู่”

            “พี่ไปบริษัท เรียลลี่ มูฟมาจ้า พี่ไปเซ็นต์สัญญามา”

            “จริงเหรอคะพี่” สองสาวสวยส่งเสียงออกมาพร้อมกัน ด้วยความตื่นเต้นยินดี

            “จริงสิคะ พี่จะโกหกทำไม แล้วคุณเตยก็ส่งงานแรกต้อนรับสัญญาใหม่ให้เราแล้วด้วย”

            “คุณเตยที่น่ารักจริง ๆ เลยนะคะ” ชิตาพรถึงกับเอ่ยชม

            “ตามนั้นค่ะ แต่ก็มีเงื่อนไขอยู่เหมือนกันนะคะ ที่พี่ต้องขอให้น้องทั้งสองคนช่วยพี่ด้วยนะ”

            “เงื่อนไขอะไรคะ?” เมทิตาถามกลับ

            “คือ คุณเตยขอให้เราส่งคนไปพรีเซนต์ให้เขาดูก่อน ทั้งเรื่องชุดและเรื่องการพูดตามสคริปต์ค่ะ”

            “อืม ก็พอฟังได้นะคะ แต่อันที่จริง เราก็ไม่เคยต้องไปพรีเซนต์ให้เขาดูก่อนเลยนี่คะ รับงานมา เตรียมตัว แล้วก็ไปลุยกันเลย ไม่เห็นจะต้องยุ่งยาก” ชิตาพรเกิดความสงสัย

            “นั่นสิคะ” เมทิตาส่งเสียงสนับสนุนด้วยอีกคน

            “นั่นมันเมื่อก่อนค่ะ แต่ตอนนี้เธอขอมาอย่างนี้ค่ะ พี่ก็เลยบอกว่า ขอเวลาสองวันหลังจากรับบรีฟ แล้วจะส่งคนไปพรีเซนต์ให้ดู น้องเมกับน้องจ๊ะช่วยพี่หน่อยนะคะ พี่เชื่อฝีมือของน้องทั้งสองนะ เอาแบบทีเดียวให้ผ่านกันไปเลย นี่ค่ะ..ชุดและก็สคริปต์” พิมลวรรณ หยิบชุดและบทพูดที่ได้รับมาจากอรุโณทัยส่งให้ทั้งสองสาว “เอาเป็นว่าพี่จะนัดคุณเตยไว้บ่ายโมงนะคะ คุณน้องทั้งสองช่วยใส่ชุดสวย ๆ นี่ไปพรีเซนต์ให้หน่อยนะคะ”

            “หือ! ใส่ชุดนี้เดินเข้าไปในออฟฟิศเขา คนทั้งบริษัทเขาจะแตกตื่นกันไหมคะเนี่ย” เมทิตาชี้ไปที่ชุดที่อยู่ในถุงคลุมชุดสีขาวขุ่น จนมองเกือบไม่เห็นชุดที่อยู่ด้านใน  

            “ไม่หรอกค่ะ พี่แอบเห็นชุดเต็มมาแล้ว ก็ไม่โป๊นะคะ สวยดีออก”

            “ถ้าอย่างนั้นก็โอเคค่ะ” เมทิตาตอบรับ

            “ไอ้เมโอ จ๊ะก็ไม่มีปัญหาค่ะ” ชิตาพรหมายถึงเมื่อเพื่อนเธอตอบตกลง เธอเองก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน

            “ดีค่ะ พี่จะได้โทรไปคอนเฟิร์มเวลากับคุณเตยเขาเลย”

            “ค่ะ พี่มีอะไรกับเราสองคนอีกไหมคะ พอดีว่ารถไอ้เมมันก็เสียไปอีกคันตอนขากลับจากสระบุรีค่ะ นี่เราสองคนใช้บริการของพี่แท็กซี่มานะคะ เลยว่าจะรีบกลับ ถ้าช้ากว่านี้ เดี๋ยวต้องไปแย่งรถกับคนทำงานประจำในเวลาเร่งด่วนค่ะ ขี้เกียจยืนรอนาน”

            “ได้เลยค่ะ น้องจ๊ะขา กลับได้เลย พี่ไม่มีอะไรแล้ว แต่อย่าลืมนะคะ ขอสคริปต์ไหลลื่น แบบทีเดียวคนจ้างบอกผ่านเลยนะคะ”

            “ค่ะ พี่มลขา” เมทิตาหันมารับปาก ก่อนจะพากันเดินออกจากห้องประชุมไป

 


            ขณะนี้มีผู้ชายมายืนกดกริ่งอยู่ที่หน้าบ้านทับตะวันสองคน

            “ไอ้เม นั่นญาติแกหรือเปล่าวะ ผู้ชายที่มายืนกดกริ่งอยู่นั่น” ชิตาพรเรียกให้เพื่อนดูที่หน้าบ้าน เมื่อรถแท็กซี่เข้ามาใกล้บ้านจนสามารถมองเห็นได้

            “ไม่ใช่ว่ะแก ฉันก็ไม่รู้จักอ่ะ” เมทิตาตอบกลับเพื่อนรัก

            “แล้วใครวะนั่นแก” ชิตาพรทำหน้าสงสัยเต็มที่ ก่อนจะหันมาพูดกับคนขับรถแท็กซี่อย่างขอความช่วยเหลือ “คุณลุงคะ เดี๋ยวหนูลงกันเสร็จแล้ว คุณลุงอย่าเพิ่งออกรถนะคะ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนพวกหนูก่อนนะคะ”

            “คุณสองคนเป็นใครคะ แล้วมาทำอะไรกันที่หน้าบ้านฉัน” เมทิตาส่งเสียงถาม หลังจากที่ลงมาจากรถแท็กซี่แล้ว

            “เอ่อ! คุณคือคุณเมทิตาใช่ไหมครับ?” เสียงของหนึ่งในสองหนุ่มนั้นถามกลับด้วยความสุภาพ

            “ค่ะ ฉันเอง..เมทิตา”

            “คือคุณอิริค ส่งผมสองคนให้มาติดกล้องวงจรปิดแล้วก็ระบบนิรภัยในบ้านของคุณน่ะครับ”

            “อย่างนั้นเหรอคะ ทำไมไม่เห็นคุณอิริคจะบอกอะไรฉันก่อนเลย”

            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...

            ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะตอบกลับอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของเมทิตาก็ดังขึ้นเสียก่อน

            (สวัสดีครับที่รัก โอ๊ะ! ขอโทษครับ ผมยังเรียกอย่างนั้นไม่ได้สินะ ต้องเป็นสวัสดีครับ คุณพริตตี้คนสวย) เสียงทุ้มส่งมาจากปลายสาย

            “นี่คุณ! เล่นอะไรของคุณอยู่ คุณส่งคนมาบ้านฉันอย่างนั้นเหรอ?” เมทิตาตอบกลับน้ำเสียงจริงจัง ไม่ได้อยู่ในอารมณ์สนุกด้วย

            (ใช่ครับ แสดงว่าพวกเขาไปถึงแล้วล่ะสิ)

            “ก็ใช่น่ะสิ นี่ฉันไม่ได้ขอให้คุณเจ้ากี้เจ้าการมาจัดการให้ฉันเลยนะ ช่วยบอกให้คนของคุณกลับไปด้วยค่ะ”

            ชิตาพรได้ยินสิ่งที่เพื่อนรักของเธอพูด จึงได้หันไปขอบคุณคนขับแท็กซี่ที่จอดรอก่อนจะปล่อยให้เขาไปวิ่งรถรับคนต่อ

            (ไม่!) เสียงที่ตอบกลับมา เข้มและจริงจังไม่ต่างกันนัก (ถ้าคุณไม่ให้ช่างติดกล้องวงจรปิดกับสัญญาณนิรภัย ผมจะเป็นคนไปติดให้คุณเอง..ตอนนี้เลย แต่บอกไว้ก่อน...ว่าค่าแรงผมน่ะแพงมากนะ จะเอายังไง จะให้ช่างที่อยู่ที่นั่นทำ หรือว่าอยากจะเจอหน้าผม..อยากใช้เวลาอยู่กับผมนาน..นาน) อิริคเน้นเสียงคำว่านานนานชัดเจน

            “โอเค ฉันให้ช่างทำก็ได้ คุณอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ชิ!” เมทิตาตอบกลับเสร็จก็วางสายไปทันที แล้วหันมาเชิญให้ช่างทั้งสองคนเข้าในบ้าน เพื่อจัดการงานตามที่ได้รับมอบหมายมา

 


            “น่ารักอ่ะ...ไอ้เม” ชิตาพรส่งเสียงบอกเพื่อน เมื่อได้เข้ามานั่งพักอยู่ในบ้านแล้ว

            “อะไรของแกวะ อยู่ ๆ ก็บอกน่ารัก”

            “ฉันหมายถึง คุณอิริคน่ะ น่ารักอ่ะ ดูสิเขาเป็นห่วงแก ถึงขนาดส่งคนมาติดกล้อง ติดสัญญาณกันขโมยให้เลยนะเว้ย อย่างนี้ไม่ให้ฉันบอกว่าน่ารักได้ยังไงวะ”

            “ชิ! ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหนเลย เอาแต่ใจตัวเองน่ะสิไม่ว่า คิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่ถามไม่ปรึกษากันสักคำ เขาคิดว่าตัวเขาเป็นเจ้าของบ้านหรือไงวะ”

            “แกก็ว่าไป เขาเป็นห่วงแกนะ ถึงได้ทำอย่างนี้ มันก็ดีนะแก ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้ด้วย ทางเลือกของคนมีน้อยลง ไอ้ที่ไม่เคยมีขโมยขึ้นบ้าน ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีตลอดไปนะแก เขาทำอย่างนี้มันก็เป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน มันก็ดีแล้วไง มองที่ความหวังดีของเขาหน่อยสิวะไอ้เม”

            “เออ คุณอิริคของแกนี่รู้สึกว่าทำอะไรก็จะดีไปหมดทุกอย่างเนอะ ฉันว่าแกจีบเขาเอาไว้เองเลยดีกว่าไหม?”

            “ฉันก็อยากอยู่นะแก ติดอยู่นิดเดียว ตรงที่เขาไม่เอาฉันว่ะ ดันหลงผิดไปชอบแกน่ะสิ ฮ่าฮ่าฮ่า” ชิตาพรตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ^_^

 


            เมื่อถึงวันจันทร์ตามเวลาที่พิมลวรรณนัดเวลาให้ทั้งเมทิตาและชิตาพรเข้าไปพบอรุโณทัย ทั้งสองสาวมาตรงตามเวลา

            “พวกเรามาพบคุณอรุโณทัยน่ะค่ะ” เมทิตาแจ้งความประสงค์ต่อพนักงานที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม

            “คุณเมทิตาและคุณชิตาพรใช่ไหมคะ”

            “ใช่ค่ะ”

            “คุณเตยโทรมาแจ้งไว้แล้วค่ะ ว่าคุณสองคนจะมา เชิญขึ้นไปที่ชั้นสิบเจ็ดได้เลยค่ะ คุณเตยรออยู่”

            “ขอบคุณค่ะ” เมทิตาเอ่ยตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่เพื่อนรักทั้งสองคนจะพากันเดินไปขึ้นลิฟต์ กดชั้นสิบเจ็ดตามที่ได้รับข้อมูลมา

            ติ๊ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อพาทั้งสองสาวมาถึงชั้นที่กดไว้ ประตูลิฟต์เคลื่อนออกจากกัน เปิดให้หญิงสาวได้เห็นความอลังการของสถานที่ที่เธอมา ความกว้างใหญ่ที่มีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ขวาเป็นโชว์รูมสินค้า มีรถบิ๊กไบค์รุ่นต่าง ๆ จัดแสดงอยู่ รวมทั้งสินค้าประเภทสปอร์ตอีกมากมาย ที่กำแพงกระจกใสไม่อาจปิดกั้นได้ ทางด้านซ้าย มีป้ายชี้บอกว่าเป็นห้องผู้บริหาร เมทิตาและชิตาพร เลือกที่จะเดินตรงไปด้านหน้า หาเจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อสอบถามว่าเธอควรไปที่ห้องไหนดี

            “เชิญที่ห้องท่านประธานเลยค่ะ คุณเตยรออยู่ที่นั่นแล้ว” นั่นเป็นคำตอบที่ทั้งสองสาวได้รับ

            เมทิตาและชิตาพรเลี้ยวซ้ายเดินไปเรื่อย ๆ ที่หน้าห้องจะมีป้ายบอกตำแหน่งอยู่ ทั้งสองสาวมองหาป้ายประธานบริษัท ก่อนจะเจอว่าเป็นห้องที่อยู่ด้านในสุด

            ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก..

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่อรุโณทัยจะเป็นคนเดินไปเปิดประตูให้ทั้งสองสาวเข้ามา

            “สวัสดีค่ะ คุณเม คุณจ๊ะ มาตรงเวลาดีนะคะ”

            “สวัสดีค่ะ” เสียงตอบรับจากทั้งสองสาวดังขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ผู้ที่สูงอายุกว่าโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะเป็นเมทิตาที่ตอบกลับบทสนทนาของผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขาย

            “ไม่ได้สิคะ ถ้าผิดนัดก็เสียชื่อของเพชรงามแย่เลยสิ มีหวังพี่มลเอาเราสองคนตายแน่เลยค่ะ”

            “สวัสดีค่ะ คุณอิริค” ชิตาพรหันมายกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยทักเจ้าของห้อง ที่นั่งส่งยิ้มหวานมาให้แขกผู้มาเยือน เมทิตาจำต้องยกมือไหว้ชายหนุ่มด้วยอีกคนตามมารยาท

            “สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับนะครับคุณจ๊ะ คุณเม..คนสวย” อิริคตั้งใจย้ำคำท้ายประโยค แววตาวิบวับมองไปยังเมทิตา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม หากแต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นใบหน้าที่เรียบเฉยจากหญิงสาวที่ทำเป็นว่าไม่รับรู้ถึงไมตรีที่ชายหนุ่มส่งมาให้

            “คุณเตยคะ ชุดนี่เมกับจ๊ะใส่มาให้ดูแล้ว ส่วนเรื่องสคริปต์นี่ จะให้เราสองคนเริ่มเลยไหมคะ?” เมทิตาหันมาถามอรุโณทัย แต่อรุโณทัยกลับหันไปถามเจ้านายของเธอแทนที่จะตอบคำถาม

            “ว่ายังไงคะบอส ให้คุณเมกับคุณจ๊ะเริ่มเลยไหมคะ?”

            “เอาสิครับ” อิริคยักไหล่ตอบลูกน้อง

            เมทิตาและชิตาพร เริ่มพูดตามสคริปต์สลับกันคนละครึ่ง โดยมีการเพิ่มเติมคำพูดและความเป็นธรรมชาติเข้าไปบ้าง หากไม่กระทบกับเนื้อหาส่วนหลัก 

            ตัวอย่างการนำเสนอจากสองสาวผ่านไปด้วยดี ท่านประธานบริษัทพอใจ ลูกน้องอย่างอรุโณทัยก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นเมื่อหมดหน้าที่แล้วสองสาวจึงจะขอตัวกลับ แต่ยังไม่ทันจะได้พูด เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกโดยที่ไม่ต้องรอคำอนุญาตจากเจ้าของ




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha