เสน่หารามาวตี

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : คู่หมั้นจำเป็น


ตอนต่อไป

ภาพข่าวการแต่งงานของรามิล ศิวัฒนชัย มหาเศรษฐีชาวใต้อดีตดาราดังของเมืองไทยไปกับปริญชยา วิจิตรา นักประพันธ์สาวผู้โชคดีเป็นข่าวครึกโครมบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเช้าของวันรุ่งขึ้น แต่อีกข่าวหนึ่งที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของบรรดาคอบันเทิงไม่แพ้กันก็คือ ภาพการจุมพิตอย่างแสนดูดดื่มระหว่างรามาวตีกับหนุ่มหล่อมาดเข้มคนหนึ่ง

น้องสาวเจ้าบ่าวแอบหนีออกนอกงาน หลบสวีตหนุ่มหล่อ ประกบปากดูดดื่มที่ระเบียงโรงแรม

ในขณะที่ผู้คนครึ่งค่อนประเทศกำลังอ่านข่าวซุบซิบนี้อย่างสนอกสนใจ แต่ร่างแน่งน้อยของคนที่ตกเป็นข่าวกลับยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นบนเตียงนอนหนานุ่มเพราะความเหนื่อยล้าจากการตะลุยช่วยงานแต่งงานของพี่ชายกับพี่สะใภ้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เปลือกตาคู่สวยที่ปิดสนิทเริ่มขยุกขยิกเมื่อทำนองเพลงหวานแว่วจากโทรศัพท์มือถือที่หล่อนตั้งเป็นเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น รามาวตี ศิวัฒน์ชัยควานมือเรียวเล็กไปปิดเสียงที่กำลังดังอยู่นั้น

เมื่อตื่นขึ้นมาเต็มตาก็กระหวัดคิดไปถึงพี่ชายและพี่สะใภ้ของตนที่ป่านนี้คงกำลังเหินฟ้าอยู่บนเครื่องบินระหว่างประเทศลำใดลำหนึ่งเพื่อไปฮันนีมูน เพราะรามิลบอกเอาไว้ว่าจะพาปริญชยาออกเดินทางแต่เช้ามืด แต่แล้วความทรงจำบางอย่างก็แวบเข้ามาในสมอง เป็นเหตุให้พวงแก้มเนียนใสต้องแดงก่ำไปจรดซอกคอ มือบางเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผล ยามนึกถึงตอนที่ริมฝีปากหนักอุ่นจัดแบบลูกผู้ชายกดแนบลงมาอย่างเร่าร้อนดิบเถื่อน

รามาวตีครุ่นคิดอย่างอับอาย นึกโมโหตัวเองที่สามารถจดจำรายละเอียดของสัมผัสอันหยาบคายนั้นได้แม่นยำเสียเหลือเกิน หล่อนสะบัดศีรษะแรงๆ และยกมือขึ้นทุบเบาๆ เพื่อให้หลุดจากภวังค์ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น โดยใช้ไม่นานนักก็กลับออกมาแต่งตัวด้วยชุดลำลองเป็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนกางเกงขาสั้นสีครีม อวดความเปล่งปลั่งส่องประกายราวกับน้ำค้างบริสุทธิ์ของสาววัยยี่สิบสอง ก่อนจะออกจากห้องแล้วเดินลงไปหาผู้เป็นบุพการีทั้งสองซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนเช่นทุกเช้า

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อคุณแม่เจ้าของเสียงหวานเอ่ยทักทายด้วยท่าทางร่าเริงพลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับมารดา

แต่ทว่าเช้านี้ทั้งคุณรามและคุณเรณูต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และมองมายังหล่อนเป็นตาเดียวราวกับเป็นผู้ต้องหาที่ต้องคดีอุกฉกรรจ์ก็ไม่ปาน  

คุณพ่อกับคุณแม่ทำไมมองหน้าเรแปลกๆ แบบนั้นล่ะคะเสียงหวานเอ่ยถามอุบอิบ

คุณเรณูยื่นหนังสือพิมพ์ให้ อ่านข่าวนี่ก่อนแล้วก็ตอบคำถามแม่

สาวน้อยรับมา ก้มลงมองข่าวบนหน้าบันเทิงอย่างงงๆ แล้วดวงตากลมแป๋วก็ต้องเบิกกว้างขึ้น เพราะภาพที่ตนเองกำลังถูกปฏิภาณประกบจูบอย่างดูดดื่มในหนังสือพิมพ์หน้านั้นเด่นหราไม่แพ้ภาพของคู่บ่าวสาว

สายตากวาดไล่อ่านตัวอักษรที่อยู่ข้างล่างภาพข่าวนั้นอย่างละเอียดยิบไม่ยอมพลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว เมื่ออ่านจบก็รู้สึกว่าตัวเองหน้าชาวาบและเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ถูกพ่อแม่มองด้วยสายตาแปลกๆ ในทันที หล่อนไม่รู้ว่าภาพนี้หลุดออกมาได้อย่างไร ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกใครแอบถ่ายตั้งแต่ตอนไหน...

ไหนเรบอกแม่มาซิ ว่าไปรักไปชอบพอกับคุณปฏิภาณตั้งแต่เมื่อไร ถึงได้มีภาพแบบนี้หลุดออกมาผู้เป็นแม่เอ่ยถามทันทีที่ลูกสาวเงยหน้าขึ้น

มันไม่ใช่อย่างที่ข่าวเขียนนะคะคุณแม่ เรไม่ได้ชอบกับอีตาเจ้าของไร่ป่าเถื่อนนั่นเลยรามาวตีแก้ต่างให้ตัวเองเป็นพัลวัน

ถ้ามันไม่ใช่ ภาพมันจะหลุดออกมาได้ยังไงล่ะเร

มันไม่มีอะไรจริงๆ นะคะคุณพ่อคุณแม่ เรกับเขาแค่ทะเลาะกันแล้วเขาก็...คำพูดสุดท้ายติดอยู่ที่ริมฝีปาก

หนูเป็นผู้หญิงนะเร เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นก็มีแต่เสียหายคุณเรณูพูดเสียงเข้ม แววตาจริงจัง

ข่าวก็คือข่าวค่ะ ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่เชื่อเร เรจะไปพาเขามายืนยันด้วยตัวเอง ว่าเราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ

ว่าแล้วรามาวตีก็คว้าเอากุญแจรถ แล้วผลุนผลันออกไปจากบ้านอย่างร้อนใจ

หญิงสาวขับรถด้วยความเร็วค่อนข้างสูง มุ่งหน้าไปยังโรงแรมโรงแรมเพิร์ลไดมอนด์ที่ปฏิภาณพักอยู่ เมื่อไปถึงร่างอรชรก็ก้าวฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์อย่างไม่รีรอ กดตัวเลขชั้นที่เป็นห้องพักของคู่กรณีโดยไม่ติดต่อประชาสัมพันธ์ให้เสียเวลา และอีกไม่กี่อึดใจหล่อนก็มายืนหน้าห้องเขา มือบางยกขึ้นเคาะประตูห้องทันที

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

ร่างกำยำงัวเงียลืมตาลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆ กัน ชายหนุ่มถอนหายใจ มองประตูอย่างหงุดหงิด

ใครมาเคาะแต่เช้า ยุ่งชิบ!เสียงทุ้มบ่นอุบ ขณะที่ดวงตายังคงหรี่ปรือด้วยความง่วงงุน ตอนนี้เขาแทบไม่อยากจะลุกออกจากเตียงนอนนุ่มๆ นี้แม้แต่วินาทีเดียว

แต่เสียงที่ดังไม่หยุด ทำให้ต้องหันไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวสอบเพื่อปิดบังร่างกายเกือบเปลือยเปล่าอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปยังหน้าประตูห้องและกระชากเปิดออกตามแรงอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดอย่างที่สุด

รามาวตีอ้าปากขึ้นเตรียมจะต่อว่าที่เขามาเปิดประตูให้ช้า แต่แล้วก็ยกมือขึ้นปิดตาแทบไม่ทัน เมื่อเห็นร่างกำยำที่ยืนทำหน้ายักษ์ ในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง

มาทำไมแต่เช้า หรือว่าติดใจรสจูบของผมจนต้องมาขอต่อให้จบ คุณนี่มันไวไฟมากกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะเสียงทุ้มพูดเยาะๆ ก่อนจะตวัดแขนสอดเข้าที่เอวอ้อนแอ้นและดึงร่างอรชรเข้ามากอดอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ตั้งตัว

ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำอะไร!

รามาวตีร้องโวยวายด้วยอารมณ์โมโหระคนตกใจ พยายามดันร่างหนาให้ออกห่างแต่ก็สู้แรงอันมหาศาลของเขาไม่ได้ ยิ่งดิ้นมากเท่าไรก็ยิ่งกลายเป็นว่าบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่ามากขึ้นเท่านั้น

ถามได้... ผู้หญิงมาหาถึงห้อง คุณจะให้ผมเอาไปวางไว้บนหิ้งหรือไง

คนบ้า คนทุเรศ คน...

เสียงนั้นจมหายไปในลำคอเมื่อปากที่กำลังตอบโต้เขาอย่างเผ็ดร้อนถูกประกบปิดสนิทแนบแน่น ริมฝีปากหยักจาบจ้วงระดมจุมพิตอย่างเร่าร้อน มอบความวาบหวามให้หล่อนเป็นครั้งที่สองในเวลาห่างกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง

มือหนาสอดลอดเลื้อยเข้าไปใต้ชายเสื้อตัวสวย ประกบทรวงอกอวบอิ่มแล้วบีบคลึงเบาๆ แม้จะมีผ้าเนื้อดีของบราเซียร์สีหวานขวางกั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ เพราะเขาสามารถรับสัมผัสความหยุ่นแน่นของเนินเนื้อเต่งตึงได้อย่างเต็มที่

อื้อ...

รามาวตีหลุดเสียงครางออกมาอย่างผาดแผ่ว ปฏิภาณฟังเสียงนั้นอย่างพึงพอใจ อารมณ์ที่คั่งค้างมาตั้งแต่เมื่อคืนทำให้เขาตักตวงความหอมหวานด้วยความกระหายหิว และไม่มีทีท่าว่าจะผละออกห่างง่ายๆ จนริมฝีปากอิ่มเริ่มบวมช้ำ เขาจึงเลื่อนลงไปที่ซอกคอขาวผ่อง

เจ้าของร่างอรชรเบี่ยงหลบตามสัญชาตญาณ แต่นั่นเท่ากับเป็นการแหงนเงยใบหน้าขึ้น เปิดทางให้เขาคลุกเคล้าได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น

ริมฝีปากร้อนรุ่มกดแนบบดเบียดซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนหอมกรุ่นนั้นอย่างหลงใหลในกลิ่นกายสาว มือข้างหนึ่งยังประคองกอดลูบไล้และเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มที่เต่งตึงแน่นหยุ่น ส่วนมืออีกข้างไล้ลงมาที่หน้าท้องเรียบเนียน

หยะ... หยุด... อย่า...

รามาวตีได้แต่หลุดเสียงร้องคร่ำครวญผาดแผ่ว หากแต่ร่างอรชรที่อ่อนหัดในเชิงรักกลับสั่นระริก สัมผัสจากริมฝีปากอันร้ายกาจและปลายนิ้วอันพลิกพลิ้วจัดเจน ทำให้เลือดกายสาวไหลเวียนด้วยความร้อนรุ่มจนเกือบจะเป็นเดือดพล่าน รู้สึกเหมือนประหนึ่งร่างกายกำลังจะแตกสลาย เมื่อกระแสความวาบหวามรัญจวนที่หนักหน่วงและบ้าคลั่งนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างระลอกแล้วระลอกเล่า

ร่างบางเตลิดแล้วเตลิดอีก อา... นี่หล่อนชื่นชอบสัมผัสของเขาขนาดนี้เชียวหรือ ความคิดนั้นทำให้รามาวตีเกิดอาการตระหนกตกใจอย่างที่สุด พยายามรวบรวมสติและเรี่ยวแรงเท่าที่หลงเหลือยู่ ผลักร่างหนาออกห่างในจังหวะที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งตัว ยกมือขึ้นจะตบเขา แต่ถูกเขารวบมือเอาไว้เสียก่อน

แค่ผมยอมให้คุณตบครั้งเดียวก็มากเกินพอแล้ว

หยาบคาย! กักขฬะที่สุด!รามาวตีตะโกนเสียงสั่น

ปฏิภาณยิ้มยั่วใส่ตากลมโตอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับคำบริภาษนั้น

อย่าลืมนะว่าคุณเป็นฝ่ายมาหาผมเอง

ก็ใครจะรู้ล่ะว่าคุณมันจะหื่นได้ขนาดนี้

แต่คุณก็ชอบนี่ เห็นตอบสนองผมอย่างถึงอกถึงใจเลยทีเดียว

คำพูดเยาะหยันนั้นทำให้รามาวตีหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหตัวเอง มือบางยกขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างอับอาย หล่อนมาที่นี่เพื่อลากตัวเขาไปหาพ่อแม่ แต่กลับกลายเป็นว่าเกือบจะยอมให้เขาลากขึ้นเตียงที่อยู่ไกลออกไปไม่ถึงสามเมตรนั่น

ฉันไม่ได้มาให้คุณลวนลามเอาตามชอบใจนะเสียงหวานโต้ออกไปอย่างปกป้องตัวเอง

ถ้าไม่ใช่มาเสนอตัวให้ผม แล้วมาทำไมแต่เช้าปฏิภาณยังคงเชือดเฉือนด้วยวาจาไม่เลิก

คุณสะกดคำว่าสุภาพบุรุษเป็นไหม หรือสะกดเป็นแต่เรื่องอย่างว่าเท่านั้น

ปากจัดใช้ได้นี่ แต่ทำไมรสจูบถึงจืดชืดไร้รสชาติสิ้นดีล่ะ

รามาวตีโกรธจนหน้าแดง มือเล็กกำจิกเข้าหากันแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่จะไม่กระโจนเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ หล่อนเชิดคางใส่ เกลียดคนตรงหน้ามากที่สุด!

 “ถ้าจืดชืดจริงแล้วคุณจูบฉันทำไมตั้งนานสองนาน

ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงมาพูดชิดริมฝีปากสีระเรื่อ

อย่าลืมสิว่าที่มันนานก็เพราะคุณเองก็จูบตอบผมเหมือนกัน

รามาวตีหน้าชาวาบเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่เป็นระลอกที่สอง เมื่อถูกเขายอกย้อนในสิ่งที่หล่อนเองก็ไม่สามารถจะปฏิเสธไม่ได้ ด้วยความเป็นหญิงที่รักนวลสงวนตัวมาตลอด จึงยังไม่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายคนไหนรุกเร้าเข้าประชิดขนาดนี้ แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้เขากอดจูบลูบคลำได้ตามสบายแบบนั้น หล่อนรีบสลัดความรู้สึกทุกอย่างแล้วเชิดหน้าขึ้น

ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้เข้าใกล้ฉันอีก

เสียงแข็งมากนะ แต่เตือนตัวเองไว้เถอะ ผู้หญิงอย่างคุณก็เหมือนแมงเม่า เพราะฉะนั้นอย่าริอ่านบินเข้ากองไฟเขาตอบเรียบขรึมแต่เหมือนสั่งสอนหล่อนอยู่ในที...

ฉันไม่ใช่แมงเม่า และไม่คิดจะบินเข้ากองไฟอันแสนทุเรศอย่างคุณ ที่ฉันมาหาคุณก็เพราะมีเรื่องต้องให้คุณไปเคลียร์

คิ้วเข้มเลิกขึ้นแทนคำถาม เคลียร์อะไร?”

ก็เรื่องข่าว...หญิงสาวกำลังจะโวยวายต่อ แต่หยุดชะงักเอาไว้เพราะคิดว่าเขาคงยังไม่รู้ มันมีภาพหลุดตอนที่คุณเอ่อ... จูบฉันเมื่อคืนนี้

แล้วยังไง?” เขาถามยียวนเหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

คุณต้องไปอธิบายให้พ่อแม่ฉันฟัง ว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด จริงๆ แล้วเราไม่ได้มีอะไรกันเสียงหวานพูดเชิงสั่งอย่างคนร้อนใจ

คำพูดของคุณไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้พ่อแม่ของคุณเชื่อได้เลยเหรอถึงต้องแล่นมาพึ่งผม แสดงว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณมันไม่น่าไว้ใจเลยสิปฏิภาณย้อนถาม

คุณปฏิภาณ!เสียงหวานแหวลั่น ไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่ คุณต้องไปอธิบายให้พ่อแม่ฉันฟัง ในฐานะที่คุณเป็นต้นเหตุ!

คุณต่างหากรามาวตีที่เป็นต้นเหตุแต่แรก ถ้าคุณไม่ให้ท่าไอ้โรจน์และทำตัวไม่เหมาะสมแบบนั้น ผมก็คงไม่ต้องจูบสั่งสอนคุณหรอก

ไม่จริง เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะคุณมันพวกหื่นไม่เลือกสถานที่ต่างหาก

รามาวตีโต้กลับอย่างโมโห ดวงตาคู่สวยตวัดมองใบหน้าหล่อคมด้วยความขุ่นเคืองเดือดจัด หล่อนเคยคิดว่าผู้ชายแบบเขาเป็นพระเอกในฝันของหล่อน แต่ตอนนี้หล่อนมันตรงกันข้าม หล่อนสาบานว่าจะเกลียดผู้ชายคนนี้ตลอดไป

ชายหนุ่มไหวไหล่ ก็แล้วแต่จะคิด

ถ้าคุณไม่ไปกับฉัน ฉันจะฟ้องแม่คุณ จะฟ้องพี่แป้ง ว่าคุณรังแกฉันยังไงบ้างหญิงสาวยกชื่อทุกคนมาขู่เพราะรู้ดีว่าปฏิภาณรักและเกรงใจแม่กับน้องสาวมากแค่ไหน

นี่คุณกำลังขู่ผมเหรอ

ไม่ได้ขู่แต่งานนี้ฉันเอาจริง

ยุ่งชะมัด!ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิด

ไม่รู้ล่ะ ฉันจะลงไปรอข้างล่าง หวังว่าคงไม่ปล่อยให้สุภาพสตรีรอนานเกินไปนะคะคุณปฏิภาณเสียงหวานพูดย้ำประโยคสุดท้ายอย่างหนักแน่นทีละคำให้เขาได้ยินชัดๆ ก่อนจะหันหลังเดินฉับๆ ออกจากห้องเขาไปอย่างผู้ชนะ

ดวงตาคู่คมมองตามหลังหล่อน ก่อนจะระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด จากนั้นร่างสูงจึงหมุนตัวเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวโดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แล้วจึงลงไปที่ล็อบบีชั้นล่างของโรงแรมหาแม่ตัวแสบที่ขู่เขาแว้ดๆ

ทันทีที่เห็นร่างสูงก้าวออกมาจากลิฟต์ รามาวตีก็เผลอกวาดตามองอย่างพิจารณา เขาแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตคอโปโลแขนสั้นยัดชายเข้าไว้ในกางเกงอวดลำขาแข็งแรงที่เต็มไปด้วยพลังขณะย่างก้าว ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เหลือร้าย ใบหน้าคมเข้มเย็นชาเรียบเฉยออกจะดุด้วยซ้ำไป หากแต่บุคลิกแบบนั้นก็ทำให้เขาเป็นชายชาตรีชวนดูน่าเกรงขามอย่างหาตัวจับยากทีเดียว ทุกท่วงท่าของการก้าวเดินเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง บ่งบอกลักษณะของการเป็นผู้นำประดุจราชสีห์เจ้าป่าก็ไม่ปาน

ในขณะนั้นหล่อนสังเกตว่ามีพนักงานสาวของโรงแรมหลายคนทอดสายตามองร่างสูงกำยำในลักษณะที่พร้อมจะกระโจนขึ้นเตียงด้วย มิน่าล่ะเขาถึงได้ทะนงนักว่าตัวเองเป็นบุรุษที่มากด้วยเสน่ห์  

รามาวตีแอบเบะริมฝีปากเรียวสวยอย่างหมั่นไส้ อดนึกถึงเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนที่เห็นเขาในลักษณะนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาเปิดประตูให้หล่อนทั้งที่ยังงัวเงียไม่ได้ การแต่งกายอย่างหมิ่นเหม่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ใส่อะไรนอน เมื่อคืนคงพาผู้หญิงมาทำอะไรกันบนเตียง แล้วนอนในลักษณะนั้นจนถึงเช้า!

เชอะ... ฉันไม่มีวันยอมคุณเหมือนผู้หญิงพวกนั้นหรอก

ร่างบางรีบลุกขึ้นยืนบ้างและช้อนตามองเขา เมื่อดวงตาสบประสานกับดวงตาคมเข้มคู่นั้นเข้าจังๆ หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงระรัวขึ้นดื้อๆ ราวกับมีใครกำลังกระหน่ำกลองศึกอยู่ภายในนั้นก็ไม่ปาน

การมองของเขาทำให้แก้มเนียนใสร้อนผะผ่าวเอาดื้อๆ รสสัมผัสจากจูบอันหนักหน่วงเร่าร้อนที่มันเพิ่งจางไป... เวลานี้กรุ่นขึ้นมาอีกระลอก คล้ายกับว่าเขากำลังใช้สายตาแทนปากระดมจูบหล่อนอีกครั้ง

ไปกันหรือยัง

ร่างอรชรถึงกับสะดุ้ง เพราะเมื่อพูดจบลำแขนแข็งแรงข้างหนึ่งก็สอดเข้าที่เอวอ้อนแอ้น แล้วโอบประคองออกไปทางประตูหน้าของโรงแรม ทั้งคู่ตกจึงเป็นเป้าสายตาใครหลายคนที่มองตามอย่างอิจฉาและชื่นชมเพราะดูเผินๆ ก็คล้ายกับคู่รักซึ่งเหมาะสมกันอย่างที่สุด...

มือหนาคลายออกเมื่อพาหล่อนเดินมาถึงลานจอดรถ ในขณะที่หญิงสาวยังเต็มไปด้วยอาการเงอะงะ

เอากุญแจมา เดี๋ยวผมขับเอง

รามาวตีจำต้องส่งกุญแจรถให้เพราะรู้ดีว่าเถียงกันไปก็ไร้ประโยชน์ สู้พาเขาไปพบพ่อแม่เร็วๆ แก้ต่างความเข้าใจผิดให้ทุกคนเข้าใจ จากนั้นก็ต่างคนต่างไป เขากลับไร่ของเขา ส่วนหล่อนก็อยู่บ้านของหล่อน ไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก!

รถคันนั้นแล่นออกจากลานจอดรถของโรงแรมไปตามถนนซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของรามาวตี อีกยี่สิบนาทีต่อมาก็ตีวงเข้ามาจอดอย่างนุ่มนวลที่ลานหน้าบ้านของคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตกว้างขวางกว่าสองไร่ ทัศนียภาพรอบๆ ถูกตกแต่งอย่างสวยงามโอ่อ่าหรูหราราวกับพระราชวังก็ไม่ปาน

ร่างสูงสง่าก้าวลงจากรถโดยไม่ได้สนใจความโอ่อ่าหรูหราและทัศนียภาพแสนสวยเหล่านั้นเลยสักนิด นอกจากก้าวตามหญิงสาวเข้าไป

รามาวตีพาเขาไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งคุณรามและคุณเรณูนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

สวัสดีครับคุณอา

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยท่าทางนอบน้อม แต่กระนั้นทั้งคุณรามและคุณเรณูต่างก็สังเกตเห็นความหยิ่งทะนงและแววตาที่มุ่งมั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกเพราะปฏิภาณได้ชื่อว่าเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเป็นเจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ด้วยการบุกเบิกและสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงผนวกกับสมองอันชาญฉลาดของตัวเขาเอง

นั่งก่อนสิคุณปฏิภาณคุณรามผายมือไปยังโซฟาอีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งโดยมีรามาวตีตามมานั่งข้างๆ

คุณคงทราบจากยัยเรแล้ว เรื่องข่าวระหว่างคุณกับลูกสาวของผมคุณรามเปิดฉากพูดขึ้นก่อนอย่างตรงไปตรงมา

ทราบแล้วครับชายหนุ่มตอบน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ

คุณบอกพ่อกับแม่ฉันไปสิว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน ข่าวนั่นมันไม่จริง ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดเสียงหวานแทรกขึ้นอย่างเร่งเร้า

ใบหน้าหล่อคมปรายตามองมาทางหล่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางคุณราม ถ้าคุณอาทั้งสองไม่รังเกียจ ผมยินดีรับผิดชอบการกระทำของผมทุกอย่าง

คำตอบของเขาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองต่างพอใจ แต่กลับทำให้รามาวตีถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าเนียนใสเผือดสีลงราวกับกระดาษทันที

ผมอยากจะให้คุณมาหมั้นยัยเรไว้ก่อน เพื่อเป็นปกป้องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของลูกสาวผมคุณรามเอ่ยขึ้นและแน่ใจว่าคำตอบที่รับจากจากปฏิภาณจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง

 “ตกลงครับ ผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอลูกสาวของคุณอาอย่างเป็นทางการ ผมจะขอหมั้นคุณรามาวตีไว้ก่อน และจะจัดงานอย่างสมเกียรติของคุณอาทั้งสอง

ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากหรอกนะ ขอแค่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและให้เกียรติยัยเร ทางเราก็พอใจแล้วคุณรามพูดอย่างพอใจ

ครับ

รามาวตีหันไปมองคนนั้นคนนี้คล้ายไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่เหตุการณ์กลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ คำพูดของบิดาดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมาใส่ตัวหล่อน

ไม่นะคะคุณพ่อ เรไม่หมั้นนะเสียงหวานโวยวายขึ้นเมื่อตั้งสติได้

มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกนะเรผู้เป็นบิดาพูดเสียงอ่อนโยน

แต่เราไม่ได้รักกันนี่คะคุณพ่อ เรไม่ได้รักคุณปฏิภาณ และเขาก็ไม่ได้รักเรเช่นกันหญิงสาวไม่ยอมแพ้และหันไปทางปฏิภาณให้ช่วยพูดอีกแรง คุณบอกคุณพ่อคุณแม่ไปสิว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไร จะหมั้นกันไปทำไม

คุณจะเอาอะไรไปปฏิเสธในเมื่อหลักฐานมันก็ชัดอยู่แล้วเสียงทุ้มตอบกระด้าง สายตานิ่งเฉยอย่างคนที่มีวุฒิภาวะซึ่งสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่า

แต่ฉันจะไม่ยอมหมั้นกับคุณเด็ดขาด!รามาวตีโวยลั่นก่อนจะผุดลุกขึ้นหมายจะเดินหนีให้พ้นจากสถานการณ์บ้าบอนี้

นั่งลงรามาวตี!ปฏิภาณปรามขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนที่หล่อนจะก้าวเท้า

รามาวตีหน้าชาวาบ อับอายแทบแทรกแผ่นดิน ไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกเขาตะคอกต่อหน้าพ่อแม่ของตนเอง ริมฝีปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันแน่น หันไปทางบิดามารดาก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะเข้าข้างหล่อนเลย

คนป่าเถื่อน!หล่อนหันไปตวัดเสียงใส่เขา

เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเสียที ไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนกำลังช่วยให้สถานการณ์มันคลี่คลายไปในทางที่ดี

ด้วยการหมั้นกับคุณน่ะเหรอ บ้าที่สุด

คุณคิดว่าผมอยากจะมีห่วงผูกคอมากนักหรือไง?”

ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย มือเล็กๆ กำเข้าหากันแน่น ก่อนจะมองหน้าเขาด้วยสายตาเขียวปั๊ด หล่อนนึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองที่ไม่สามารถหลุดคำพูดใดๆ ออกมาตอบโต้เขาได้ทัน

คุณรามนั่งมองและแอบอมยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นปฏิภาณสามารถปราบพยศลูกสาวของตนให้อยู่หมัดได้ รามาวตีเป็นลูกสาวคนเดียวจึงถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาตลอด ทุกครั้งที่อยากได้อะไรหล่อนก็จะใช้วิธีการออดอ้อนอย่างน่ารักจนไม่มีใครกล้าขัดใจ ลึกๆ แล้วรามาวตีเป็นคนดื้อเงียบและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ คุณรามเองยังเคยนึกสงสัยว่าผู้ชายแบบไหนถึงจะเป็นคู่ครองที่เหมาะสมสำหรับลูกสาวเขา แต่ตอนนี้คำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว

เป็นอันว่าตกลงตามนี้นะคุณปฏิภาณคุณรามสรุปในที่สุดท่ามกลางความโล่งใจของคุณเรณูเมื่อเห็นว่าลูกสาวมีท่าทีที่อ่อนลงและยอมรับการตัดสินใจครั้งนี้

เมื่อคุณรามและคุณเรณูคิดว่าเรื่องนี้มีบทสรุปที่ดีแล้ว จึงเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวทั้งสองได้อยู่กันตามลำพังอีกครั้ง เมื่อคล้อยหลังผู้ใหญ่ รามาวตีก็เป็นฝ่ายฟึดฟัดและลุกขึ้นเดินลิ่วๆ นำหน้าเขาไปที่รถ

ระหว่างทางที่ขับรถมาส่งว่าที่คู่หมั้นกลับโรงแรม หญิงสาวเอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดจนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถของโรงแรมแล้วจึงหันไปพูดกับเขาด้วยประโยคที่วนเวียนอยู่ในสมองตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา

ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่เคยรัก และไม่คิดจะรัก เกลียดด้วยซ้ำไป!

ปฏิภาณหันไปมองเสี้ยวหน้าสวยหวานชั่วขณะ ข้อนั้นผมรู้แล้ว แต่การหมั้นมันก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

ไม่ดีเลยสักนิด ใครจะอยากเป็นคู่หมั้นของผู้ชายกักขฬะอย่างคุณ ฉันเกลียดๆ เกลียดคุณได้ยินมั้ย

หุบปากซะทีเถอะรามาวตีเขาตัดบทอย่างรำคาญ

ฉันไม่หยุด...คุณจะทำไม?”

ถ้าไม่หยุด ผมจะบีบคอขาวๆ ของคุณเดี๋ยวนี้

เขาทำท่าจะยื่นมือแข็งๆ เข้าไปเค้นรอบคอหล่อนอย่างโมโห ท่าทางเอาจริงนั้นทำให้รามาวตีต้องหดคอหนีอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งร้องออกมาเสียงหลง

อย่านะ!

ปฏิภาณถอนหายใจออกมาอย่างระบายอารมณ์

คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก ถึงผมจะหมั้นกับคุณ แต่ไม่มีแผนที่จะแต่งด้วยหรอกนะ คุณเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงในสเปกของผมเหมือนกัน ถ้าหากว่าภายในหนึ่งปีคุณทำให้ผมรักไม่ได้ หรือคุณมีใครที่เหมาะสมกว่าก็มาถอนหมั้นได้ทุกเมื่อ ผมยินดีโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่เอาของหมั้นคืนด้วย เพราะผมก็ไม่อยากฝืนใจอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รักเหมือนกัน มันคงทุกข์ใจพิลึก

คำพูดของเขาน่าจะทำให้รามาวตีดีใจแต่หล่อนกลับรู้สึกตรงข้าม

ไม่มีทาง... หมั้นแล้วก็ต้องแต่งสิ คนอย่างรามาวตีไม่ยอมให้ใครทำอะไรเล่นๆ ด้วยหรอก

ความที่อยากเอาชนะทำให้หญิงสาวลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเป็นฝ่ายปฏิเสธการหมั้นกับเขาก่อน แต่เมื่อเขาคิดจะปฏิเสธการแต่งงานกับหล่อนบ้างกลับรู้สึกว่ายอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องทำให้ผมรักให้ได้ และพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอที่จะเป็นภรรยาของผม ไม่ใช่มีดีแค่เกิดมาเป็นคุณหนูลูกสาวมหาเศรษฐีแต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

ฉันมีดีพอก็แล้วกัน ผู้ชายที่มองไม่เห็นก็มีแต่พวกตาถั่วเท่านั้นแหละรามาวตีพูดใส่หน้าเขาอย่างมั่นในใจตัวเอง

แต่ผมกลับยังมองไม่เห็นความดีในตัวคุณเลยสักอย่าง นอกจากความดื้อรั้น เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล ให้ท่าผู้ชายไม่เลือกสถานที่ทั้งๆ ที่ลีลาก็งั้นๆ

หญิงสาวนึกอยากจะหาก้อนหินใหญ่ๆ ทุบศีรษะเขาแรงๆ ให้สาสมกับความหยาบคายของเขา แต่ก็ช้าไปซะแล้วเพราะตอนนี้ร่างสูงผลักประตูก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้ายาวๆ กลับเข้าไปในโรงแรมโดยไม่คิดจะไยดีหล่อนสักนิด

รามาวตีแทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้หายแค้น นอกจากทุบมือลงพวงมาลัยรถอย่างระบายอารมณ์ หล่อนจะต้องทำให้ผู้ชายป่าเถื่อนคนนั้นรักหล่อนให้ได้ และหลังจากนั้นหล่อนนี่แหละจะเป็นฝ่ายสลัดเขาทิ้งเสียเอง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha