เสน่หารามาวตี

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เล่ห์รามาวตี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อีกสองสัปดาห์ต่อมาครอบครัวศิวัฒน์ชัยและครอบครัววิจิตรา ก็มีงานมงคลอีกครั้ง งานหมั้นระหว่างรามาวตีและปฏิภาณถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายหญิง พิธีการจัดอย่างเรียบง่าย มีเพียงการสวมแหวนและมอบเครื่องประดับเป็นของหมั้น ไม่มีพิธีสงฆ์หรือพิธีอื่นๆ เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะยกยอดไปจัดตอนงานแต่งทีเดียวเลย แขกที่มาร่วมงานเป็นสมาชิกและญาติสนิทของสองครอบครัว นอกเหนือจากนั้นก็มีตัวแทนนักข่าวสายบันเทิงที่ได้รับเชิญให้มาทำข่าวเพื่อแก้ไขภาพข่าวที่หลุดออกไปก่อนหน้านี้...

รามาวตีอดหงอยไม่ได้เพราะในวันสำคัญเช่นนี้อยากจะให้รามิลผู้เป็นพี่ชายคนเดียวอยู่ร่วมงานด้วย แต่ก็ดีรู้ว่าพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ในระหว่างฮันนีมูน อีกทั้งงานหมั้นก็ถูกจัดอย่างกะทันหัน

ร่างอรชรในชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีตโดยใช้ผ้าไหมชิฟฟอนเนื้อนุ่ม ประดับด้วยโบว์รูปดอกไม้ที่เอวอย่างสวยงาม ใบหน้ารูปไข่ที่ถูกเติมแต่งด้วยสีโทนชมพูอ่อนเข้ากับสีชุด ผมดำขลับนุ่มเนียนราวกับเส้นไหมถูกรวบขึ้นไปกลางศีรษะอวดลำคอระหงที่ขาวเนียนลออยิ่งกว่าปุยฝ้าย สายตาทุกคู่ต่างมองความงดงามสดใสนั้นด้วยความชื่นชม แม้กระทั่งปฏิภาณเองก็อดมองว่าที่คู่หมั้นอย่างเผลอไผลไม่ได้

พิธีการเริ่มขึ้นเมื่อทุกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้านั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นผู้ใหญ่ฝ่ายชายซึ่งก็คือพ่อกับแม่ของปฏิภาณก็เจรจาสู่ขอหมั้นหมายรามาวตีให้กับลูกชายอย่างเป็นทางการ ซึ่งคุณรามและคุณเรณูก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด

แหวนเพชรน้ำงามวงสวยถูกบรรจงสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยมือของปฏิภาณ และนั่นเท่ากับเป็นการประกาศว่าตอนนี้รามาวตีมีสถานะเป็นคู่หมั้นของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มอย่างอ่อนช้อย พลางคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้เขาราวกับขอฝากเนื้อฝากตัว ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำเลยสักนิด แต่ก็ต้องจำใจเพราะภารกิจยั่วให้รัก ได้เริ่มขึ้นแล้วนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

รามาวตีสวมแหวนให้เขาบ้างซึ่งเป็นแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆ ที่หล่อนเลือกเอง แม้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็ไม่ละเว้นที่จะทำเพื่อให้เขาประทับใจมากที่สุด หญิงสาวบอกตัวเองว่ามีเวลาแค่หนึ่งปีหรือหากทำได้เร็วกว่านั้นก็ถือว่าเป็นโบนัส หล่อนอยากให้ถึงวันที่ตัวเองสลัดคู่หมั้นหนุ่มจอมขี้เก๊กคนนี้ทิ้งไวๆ

ป้าดีใจนะที่จะได้หนูเรมาเป็นลูกสาวป้าอีกคนแม่ปานเอ่ยขึ้นอย่างยินดีในระหว่างที่รามาวตีหันไปกราบขอบคุณผู้ใหญ่ หลังจากที่สวมแหวนหมั้นให้กันเสร็จแล้ว น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนยามที่เจรจาเอื้อนเอ่ยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความเอ็นดูเจืออยู่ทุกถ้อยคำ

ร่างบางก้มลงกราบที่ตักแม่ปานด้วยความซึ้งใจที่นางให้ความรักและเอ็นดูต่อหล่อนมาตลอด จะว่าไปครอบครัวของปฏิภาณไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่สาว และน้องสาวของเขาก็ล้วนแต่น่ารักและใจดีกับหล่อนทุกคน ยกเว้นก็แต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีนิสัยดิบเถื่อนและเผด็จการมากที่สุด รามาวตีนึกไม่ออกว่าแต่ก่อนทำไมตัวเองถึงได้คลั่งไคล้พระเอกนิยายที่มีลักษณะแบบเขานักหนา

เมื่อพิธีเสร็จสิ้นลง ครอบครัวของปฏิภาณก็เดินทางกลับจันทบุรีเลย ส่วนปฏิภาณจะเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้โดยชายหนุ่มยังพักที่โรงแรมเพิร์ลไดมอนเช่นเดิม

 

ที่คฤหาสน์หลังใหญ่...

แม่ไม่อยากให้เรไปเลย น้ำมันกับไฟใกล้กันขนาดนั้นมันอันตรายเกินไปนะลูกผู้เป็นมารดาเตือนด้วยความเป็นห่วงเมื่อรามาวตีเอ่ยปากขออนุญาตไปอยู่ที่ไร่วิจิตราหลังจากพิธีหมั้นผ่านไป

ก็ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่มั่นใจถึงขนาดให้เรหมั้นกับเขา ก็ต้องไว้วางใจที่จะให้เรทดลองไปอยู่กับเขาสิคะหญิงสาวยกเหตุผลที่โดนบังคับหมั้นขึ้นมาอ้างบ้าง

        แต่...

        นะคะคุณแม่ขา เรสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดรามาวตีกอดเอวคุณเรณูเอาไว้อย่างออดอ้อน

        เฮ้อ...ไม่รู้คุณพ่อจะว่ายังไงบ้างคุณเรณูถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะห้ามลูกสาวอย่างไร

        คุณพ่อเกรงใจคุณแม่จะตายค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่ว่าอะไร คุณพ่อก็ต้องไม่ว่าเรเหมือนกัน

        ถ้าลองว่าเรได้ตั้งใจแล้ว แม่ก็คงห้ามอะไรไม่ได้ใช่ไหมผู้เป็นแม่พูดออกมาอย่างปลงๆ

        เรตั้งใจจริงๆ ค่ะ ขอบคุณคุณแม่นะคะที่เข้าใจเรใบหน้าสวยหวานคลี่ยิ้มและหอมแก้มผู้เป็นมารดาครั้งหนึ่งอย่างดีใจ

        แต่เรต้องสัญญากับแม่นะ ว่าจะโทรมาหาแม่ทุกวัน และห้ามไปกวนใจพี่เขาคุณเรณูสั่งกำชับอย่างพอจะรู้นิสัยลูกสาวของตัวเองดี

        เรสัญญาค่ะคุณแม่รอยยิ้มสดใสเริ่มปรากฏบนใบหน้าสวยหวานอีกครั้ง ถ้างั้นเรขอไปเก็บของก่อนนะคะ

ร่างบางเดินตัวปลิวขึ้นบันไดขึ้นไปที่ห้องด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางยกนิ้วขึ้นมองเพชรน้ำงามที่ไหวระริกล้อแสงไฟอยู่ในนิ้วนางของตนเองอย่างสบายใจ ความจริงหล่อนเก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋าเตรียมเอาไว้แล้วต่างหาก เพราะถึงมารดาไม่อนุญาตหล่อนก็จะต้องหาหนทางตามปฏิภาณไปอยู่ที่ไร่ของเขาให้ได้อยู่ดี ดวงตาสุกสกาวดั่งดาวประกายพฤกษ์เปล่งประกายขึ้น ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถานั่นคือสุภาษิตประจำตัวของรามาวตี สาวน้อยผู้น่ารัก สดใส แต่เต็มไปด้วยความฉลาดและทันคน

วันรุ่งขึ้น

รามาวตีให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรมตั้งแต่เช้ามืด วันนี้หล่อนเลือกที่จะรออยู่ตรงล็อบบีด้านล่างของโรงแรมแทนการขึ้นไปตามเขาที่ห้อง เพราะประสบการณ์ครั้งที่ผ่านมาบอกว่า การบุกถึงห้องเขาในยามเช้าๆ เช่นนี้มันอันตรายเพียงใด

ร่างอรชรเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อขอใช้โทรศัพท์ภายในซึ่งพนักงานก็อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี เพราะรู้ว่าหญิงสาวมีฐานะเป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงแรม

 

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นข้างๆ หัวเตียงในตอนเช้ามืดเล่นเอาปฏิภาณซึ่งกำลังหลับสบายเสียอารมณ์อย่างที่สุด เขาควานมือไปหยิบโทรศัพท์มาแนบหูแล้วกรอกเสียงดุๆ ลงไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา

ฮัลโหล

สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณคู่หมั้น เป็นไงบ้างเหมือนอารมณ์ของคุณจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เสียงหวานใสแว่วดังมาจากปลายสาย

ปฏิภาณจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร และนั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม

โทรมาทำไมแต่เช้า ไม่รู้หรือไงว่าผมกำลังหลับฝันดีอยู่

อ้าว...ฝันดีแล้วทำไมอารมณ์ไม่ดีล่ะหญิงสาวแกล้งทำสงสัยราวกับไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุทำให้เขาตื่นจากความฝัน

ก็มันยังไม่จบ เพราะคุณโทรมาปลุกผมก่อนนี่แหละ

ฝันเรื่องอะไรคะ อย่างคุณคงไม่พ้นเรื่องอย่างว่าหรอก คนอะไรหื่นที่สุด

ใช่…” เขายอมรับหน้าตาเฉย ผมฝันว่ากำลังเมคเลิฟอย่างเร่าร้อน คุณรู้ไหมว่าเวลาที่กำลังจะถึงจุดสุดยอดน่ะมันซาบซ่านแค่ไหน อะไรๆ ในร่างกายมันเกร็งไปหมด แต่ขอบอกว่าเสียวสะท้านทรวงเชียวล่ะ โอว...”  เขาแกล้งทำเสียงกระเส่าประกอบ ทำเอาคนปลายสายหน้าร้อนวูบหน้าแดงก่ำลามไปที่ลำคอตลอดถึงใบหู

คนทุเรศ... อย่ามาพูดจาลามกกับฉันนะ!

ไม่อยากฟังต่อเหรอ?”

บ้า! ใครจะไปอยากฟังเรื่องสัปดนพรรค์นั้นหล่อนแว้ดใส่เสียงเขียว แต่ก็ยังมีแก่ใจจะถามต่อ แล้วผู้หญิงในฝันของคุณเป็นใครล่ะ หวังว่าคงไม่คิดถึงฉันถึงขนาดเก็บไปฝันหรอกนะ

หึๆชายหนุ่มหัวเราะ ผู้หญิงในฝันของผมต้องสวยเซ็กซี่และร้อนแรง จืดชืดเป็นน้ำล้างจานอย่างคุณ ผมคงไม่เก็บมาฝันไม่เสียอารมณ์หรอก

ถ้าไม่เกรงใจประชาสัมพันธ์สาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวจะกรี๊ดใส่โทรศัพท์ให้ดู ผู้ชายอะไรปากคอเราะร้ายที่สุดเท่าที่หล่อนเคยเจอมา

คนบ้า!รามาวตีแหวออกไป ไม่รู้ว่าโมโหที่เขาพูดหยาบคายหรือผิดหวังที่ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาปรารถนา

อย่าบอกนะว่าโทรมาแค่นี้ปฏิภาณพูดเสียงไร้อารมณ์

ฉันแค่จะโทรมาปลุกคุณ กลัวคุณตกเครื่อง

เครื่องออกแปดโมง แต่นี่มันเพิ่งจะตีห้าครึ่งนะแม่คุณเขาบ่นเซ็งๆ ก่อนถอนหายใจดังๆ ออกมาอีกครั้ง

ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็อุตส่าห์โทรมาแล้ว คุณรีบๆ ตื่นก็แล้วกันจะได้กินข้าวก่อนเดินทางรามาวตีสั่งกำชับก่อนจะวางสาย

ปฏิภาณได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างหงุดหงิด ครั้นจะนอนต่อก็นอนไม่ได้แล้ว จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่ได้เอะใจว่าโทรศัพท์ที่รามาวตีโทรมาเมื่อครู่นี้เป็นเสียงของโทรศัพท์ติดต่อภายใน

เมื่อเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกระเป๋าเดินทาง ปฏิภาณก็คู่หมั้นสาวกำลังยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างสงสัยว่าหล่อนมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า ร่างอรชรอยู่ในชุดทะมัดทะแมง ใบหน้ายาวรีรูปไข่เนียนใสเป็นธรรมชาติไร้เครื่องสำอางตกแต่งให้รกหูรกตา ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าอวดโอ้ใบหน้าสวยหวานให้โดดเด่น ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนน่าเอ็นดู และเมื่อหล่อนคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดราวไข่มุก ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าโลกทั้งโลกสดใสขึ้นทันที

สวัสดีค่ะคุณคู่หมั้น... มองอะไรอยู่คะรามาวตีอดหน้าแดงไม่ได้เมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกดวงตาคู่คมเพ่งมองอย่างสำรวจไปทั่วเรือนกาย

คุณมาทำอะไรแต่เช้าเสียงทุ้มถามเรียบๆ

มารอคุณสิคะ

คิ้วเข้มขมวดปมเข้าหากันอีกรอบ รอทำไม?”

ฉันจะไปอยู่ไร่วิจิตรากับคุณเป็นเวลาหนึ่งปีในช่วงที่เราหมั้นกันอยู่

คำตอบง่ายๆ ของหล่อนทำเอาปฏิภาณถึงกับหน้าตึงขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด และเมื่อกวาดสายตาไปมองข้างหลังหล่อนก็พบว่ามีกระเป๋าเดินทางวางอยู่หลายใบวางอยู่ นั่นทำให้ความหงุดหงิดกลายเป็นความโมโหเพราะสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดก็คือการถูกมัดมือชก

คุณจะต้องไปอยู่ไร่กับผมทำไม?”

ก็ไปเรียนรู้ว่าหน้าที่ของนายหญิงแห่งไร่วิจิตราสิ ว่าต้องทำอะไรบ้างไง เป็นคู่หมั้นกันแต่อยู่ห่างกันคนละโยชน์แบบนี้ แล้วเมื่อไรคุณจะรักฉัน หรือว่าคุณกลัวที่จะอยู่ใกล้ฉันเสียงหวานที่เปล่งออกมาเจือไว้ด้วยความท้าทาย

ยุ่งชิบ!!ชายหนุ่มสบถอย่างไม่เกรงใจ

ไม่ยุ่งหรอกค่ะ รับรองได้รอยยิ้มหวานแย้มออกมาเหมือนกับจงใจกวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวมากขึ้นกว่าเดิม ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจ แต่ก็ช่างสิ หล่อนไม่สนหรอกในเมื่อเขาอยากมาท้าทายหล่อนก่อนทำไม

แล้วพ่อกับแม่คุณว่ายังไงบ้าง

ก็ไม่ว่าไงค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่อนุญาต

ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างจับพิรุธอย่างไม่คิดจะเชื่อหล่อนง่ายๆ

คุณแอบหนีมาหรือเปล่า

เปล่า... ถ้าไม่เชื่อโทรถามคุณแม่ดูก็ได้หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเป็นเชิงท้าทาย

ผู้หญิงอะไรยุ่งชะมัดปฏิภาณส่ายหัวอย่างเอือมระอา ความกระด้างดุปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด

เป็นอันว่าคุณตกลงสาวน้อยรีบสรุปและคลี่ยิ้มเมื่อการปะทะกันยกนี้ชัยชนะตกเป็นของตน

สุดท้ายปฏิภาณก็จำใจต้องให้รามาวตีตามกลับไปที่ไร่วิจิตราด้วย รถของโรงแรมมาส่งทั้งคู่ที่สนามบินภายในประเทศ ปฏิภาณต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าที่นั่งของรามาวตีกับเขาอยู่ติดกันทั้งๆ ที่เขาจองตั๋วเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งนั่นแสดงว่าแม่คุณเตรียมการมาอย่างดีและคิดแผนการนี้เอาไว้นานแล้ว

เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยปากถามให้หล่อนได้ใจ... รามาวตีเป็นฝ่ายขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะปฏิภาณไม่ยอมหลุดคำพูดใดๆ ออกมาเลยตั้งแต่ออกจากโรมแรมจนกระทั่งเครื่องบินลำนั้นเหินทะยานขึ้นฟ้า หญิงสาวแกล้งหลับและเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นเข้ากับลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงอย่างจงใจ พลางซบศีรษะได้รูปลงบนบ่ากว้างของชายหนุ่มเพื่อซุกซ่อนรอยยิ้มอันแสนซุกซนเอาไว้ เมื่อรู้สึกว่าคนที่นั่งเก๊กขรึมเริ่มหายใจฟืดฟาด

ดวงตาคู่คมเหลือบลงมองเรือนผมดำขลับราวกับไหมนุ่มๆ ของคนที่แกล้งหลับอย่างพอจะรู้ทัน ทว่าสัมผัสนุ่มนิ่มเต่งตึงของสองปทุมถันผสานกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่โชยชายเข้าจมูกโด่งอย่างไม่ตั้งใจก็ยังทำเอาเขารู้สึกว่าตัวเองหายใจขัดๆ ขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ หล่อนจะรู้หรือเปล่าว่าการกระทำนั้นไม่ต่างอะไรกับการปลุกเสือที่กำลังหลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้นมาขย้ำเนื้อสมันน้อย นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่บนเครื่อง เขาจะกระชากแม่สาวจอมยั่วมาจูบสั่งสอนเสียให้เข็ด

ไหล่แกร่งที่หล่อนหนุนอยู่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างประหลาด ทำให้รามาวตีผล็อยหลับไปจริงๆ หลังจากนั้น

รามาวตี...

ร่างบางถูกเขย่าเพื่อปลุกให้ตื่นเมื่อเครื่องกำลังจะร่อนลงจอดที่พื้น

คะเสียงหวานขานรับและงัวเงียตื่นขึ้น

เครื่องจะลงจอดแล้ว

เสียงเตือนของเขาทำให้รามาวตีขยับตัวนั่งตรงอย่างเตรียมพร้อม และแล้วเครื่องบินลำนั้นก็ร่อนลงจอด ส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางที่สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

ทันทีที่ลงมายืนบนพื้นหญิงสาวก็รู้สึกเหน็บหนาวแปลกๆ คล้ายดั่งความอบอุ่นที่ซึมซับมาตลอดทาง ถูกสายลมพัดพาหายพร้อมๆ กับที่ร่างสูงเดินห่างออกไป...

ปฏิภาณหันกลับไปมองเมื่อรู้สึกว่ารามาวตีไม่ได้เดินตามมา เขาระบายลมหายใจพลางส่ายศีรษะที่หญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิมในลักษณะคล้ายกำลังเหม่อลอย

ตามมาสิคุณเสียงทุ้มดังขึ้นคล้ายรำคาญอาการเยิ่นเย้อของหล่อนพลางเอื้อมไปคว้าเอาข้อมือเล็กๆ และออกแรงฉุดเบาๆ ให้หล่อนเดินตาม

รามาวตีหลุดจากภวังค์ในตอนนั้น มองไปรอบๆ อย่างงงๆ ขณะก้าวเท้าตามเขาพร้อมกับบอกตัวเองว่าเลิกฟุ้งซ่านได้แล้ว เพราะจุดประสงค์ของหล่อนก็คือปฏิบัติการยั่วให้เขาผู้นี้รักให้จงได้ ไม่ใช่เป็นฝ่ายหวั่นไหวเสียเอง

รถจากไร่วิจิตรามารอรับที่สนามบินอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ คนขับก็ออกรถออกจากสนามบินดอนเมืองแล่นไปตามถนนซึ่งเป็นถนนสายหลักในการเดินทางไปสู่ไร่วิจิตรา

หิวหรือเปล่าปฏิภาณหันมาถามเมื่อรถแล่นออกมาได้สักระยะแล้ว

ไม่ค่ะเสียงหวานตอบแค่นั้นก็หันไปสนใจวิวทิวทัศน์ด้านนอกต่อ

ชายหนุ่มหันมามองเด็กแก่แดดที่พูดน้อยลงกว่าปกติ ภาพที่เขาเห็นจนชินตาก็คือหล่อนผู้นี้ช่างพูด ช่างเจรจา ช่างยวนอารมณ์เป็นที่สุด เมื่อหล่อนเงียบไปเช่นนี้จึงอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้

เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเงียบไปเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นในที่สุด โดยหารู้ไม่ว่านั่นเป็นหนึ่งในแผนการเรียกร้องความสนใจของคู่หมั้นสาว

รามาวตีปากสั่นเพราะต้องทนกับการกลั้นยิ้มเมื่อแผนของตนเป็นไปตามที่คาด อย่างน้อยการเงียบของหล่อนก็สามารถดึงความสนใจจากเขาได้

เปล่านี่คะ แค่ไม่อยากรบกวนคุณเสียงหวานพูดเหมือนเกรงใจ

นึกว่ากำลังสำนึกผิดอยู่ซะอีกที่ตามผมมา ถ้าอยากกลับก็บอกได้นะ รถยังแล่นออกมาไม่ไกล ผมจะบอกให้รถวนไปส่ง และจะซื้อตั๋วให้ด้วย

ใบหน้าสวยหวานหันมาขึงตาใส่ที่เขาพูดเหมือนรำคาญหล่อนเสียจริง ไม่มีทางหรอกค่ะ คนอย่างรามาวตีตัดสินใจอะไรแล้วไม่เคยเสียใจทีหลัง

หึๆ คุณหนูลูกสาวมหาเศรษฐีต้องมาใช้ชีวิตอยู่บ้านไร่จะอยู่ได้สักกี่วันชายหนุ่มนิ่วหน้าอย่างหยันๆ

 “ฉันอยู่ได้ก็แล้วกัน พูดยังกะบ้านคุณเป็นกระต๊อบผุๆ พังๆ อย่างนั้นแหละ ยอมรับมาดีกว่าค่ะว่าคุณกลัวที่จะอยู่ใกล้ฉัน เลยไม่อยากให้ฉันตามมาสาวน้อยแสนเจ้าเล่ห์ยื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ เขาคล้ายกำลังท้าทาย

ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตายาวรีดำขลับดั่งนิลมณีหลุบลงมองริมฝีปากสีกุหลาบด้วยสายตาชนิดหนึ่งซึ่งทำเอาคนถูกมองถึงกับสะท้าน

แล้วเราจะได้เห็นกันสาวน้อย ว่าใครควรจะต้องกลัวใคร

หญิงสาวห่อตัวเข้าหากันด้วยความรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ ไม่ใช่เพราะแอร์รถยนต์แต่เกิดจากสายตาชวนสะท้านของเขาต่างหาก

หนาวเหรอ?”

รามาวตีพยักหน้าน้อยๆ เขาจึงถอดเสื้อตัวนอกแล้วยื่นให้พร้อมกับสั่งห้วนๆ

ใส่ซะ

มือเรียวบางรับเสื้อตัวนั้นมาจากมือเขา แทนที่จะใส่หล่อนกลับยกเสื้อตัวนั้นขึ้นแตะจมูก แล้วสูดเบาๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ

ฉันชอบกลิ่นน้ำหอมของคุณจัง

ใบหน้าหล่อคมนิ่วเข้าหากันพลางหันมาจ้องคนที่กำลังเอาเสื้อของเขาคลุมกายอย่างคาดโทษ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบอย่างยั่วเย้าคืนบ้าง

“กลิ่นตัวของผมน่าดมกว่านี้อีกนะ”

“คุณ...

รามาวตีหน้าแดงกับความใกล้ชิดและประโยคชวนใจสั่นของเขา

“อยากลองดมดูมั้ยล่ะ”

“ถอยไปนะ” รามาวตีไม่กล้าโวยวายเสียงดัง เพราะอายคนขับ มือเล็กผลักร่างสูงออกห่าง ปฏิภาณไม่ยอมถอยตามแรงผลัก กระทั่งจมูกโด่งแตะลงบนแก้มใสเบาๆ เขาจึงเป็นฝ่ายผละออกไปเสียเอง

ดวงตากลมแป๋วมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ตอนนี้คู่หมั้นหนุ่มของหล่อน นั่งหน้าขรึม แต่ปากหยักของเขาคล้ายจะยิ้ม ก็แหงล่ะในเมื่อเขาเป็นฝ่ายทำให้หล่อนอับอายนี่

ใบหน้าหวานสะบัดพรืดหนี ก่อนจะขยับไปนิ่งชิดประตูอีกข้าง แล้วหลับลงโดยหันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถ 

วันนี้ท้องฟ้าโปร่งโล่งปราศจากซึ่งมวลหมู่เมฆน้อยใหญ่ รถคันนั้นยังคงแล่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบบ่ายโมงก็แล่นมาจอดเทียบบริเวณหน้าบ้านไม้สักหลังขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่บนเนินหญ้าเขียวขจีซึ่งแวดล้อมด้วยไม้ประดับนานาพรรณ

ทั้งคู่ก้าวจากรถโดยมีคนขับรถและเด็กในบ้านช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางเข้าบ้าน ปฏิภาณสั่งให้สาวใช้หน้าแฉล้มที่ชื่อแววเป็นคนพารามาวตีไปยังห้องพัก หญิงสาวพบว่าบ้านหลังนี้มีห้องนอนถึงสี่ห้อง ห้องใหญ่ที่สุดเป็นห้องของเจ้าของบ้าน ส่วนอีกสามห้องที่เหลือเป็นห้องรับแขก คิดขึ้นมาก็อดเคืองไม่ได้ เพราะคราวที่หล่อนพาพี่ชายมาง้อพี่สะใภ้ ปฏิภาณจะให้หล่อนไปนอนที่บ้านพักคนงานใกล้ๆ กับคอกม้า

รามาวตีลงมือจัดเสื้อผ้าและของใช้จุกจิกเข้าตู้ โดยมีแววคอยช่วย เมื่อเสร็จแล้วก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองสบายๆ ก่อนจะขึ้นไปนอนเล่นบนเตียงกว้าง กลิ้งไปกลิ้งมาสักพักก็ผล็อยหลับเพราะเพลียจากการเดินทาง

 

ค่ำแล้วแต่ปฏิภาณก็ยังไม่เห็นรามาวตีลงมา ตอนแรกกะจะใช้ให้เด็กแววขึ้นไปเรียก แต่ก็เปลี่ยนใจขึ้นไปด้วยตัวเอง

ชายหนุ่มผลักประตูโดยไม่ได้เคาะ เมื่อเข้าไปข้างในแล้วก็พบว่าภายในห้องปิดไฟมืด มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์วันเพ็ญลอดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ แสงนวลลออทอดกว้างลงไปกระทบกับร่างอรชรที่นอนหลับอยู่บนเตียงซึ่งตะแคงข้างใบหน้าไปทางแสงจันทร์

ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงบนเตียงกว้างข้างๆ คนที่กำลังนอนหลับพริ้ม มือหนาเอื้อมไปแตะแขนนุ่มกำลังจะเขย่าปลุกให้หล่อนตื่นไปกินข้าวก่อนค่อยมานอนต่อ แต่แล้วก็ชะงักดั่งต้องมนตร์สะกด เมื่อถูกความงดงามตรงหน้าดึงดูดเข้าอย่างจัง

ดวงตาคู่คมกวาดไปทั่วเรือนร่างอรชรที่ประกอบด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งและผิวพรรณอันผุดผ่องราวกับงาช้าง ยามสะท้อนกับแสงจันทร์ให้ความรู้สึกเย้ายวน น่าสัมผัส น่าลิ้มลอง แต่ในขณะเดียวกันก็น่าทะนุถนอมอย่างที่สุด

มือหนาบรรจงยกขึ้นเกลี่ยปอยผมช่อเล็กๆ ให้พ้นจากใบหน้าสวยหวานอย่างแผ่วเบา...กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวคล้ายดั่งแม่เหล็กดึงดูดให้เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ จนกระทั่งริมฝีปากหยักเกือบจะประกบเข้ากับเรียวปากนุ่มของหล่อนในขณะที่เจ้าตัวยังคงหลับสนิท ไม่ได้รับรู้สักนิดว่ากำลังหมิ่นเหม่ต่อการถูกรุกรานมากแค่ไหน

ไอ้บ้าเอ๊ย

ปฏิภาณสบถด่าตัวเองในใจที่ทำตัวเหมือนกำลังจะล่วงเกินผู้หญิงที่อยู่ในอาการไม่ได้สติ ถึงแม้หล่อนจะเป็นคู่หมั้นของเขาก็เถอะ แต่ก็ตระหนักแก่ใจว่าการหมั้นครั้งนี้เป็นการหมั้นแบบตกกระไดพลอยโจนเท่านั้น คงไม่ดีแน่ถ้ายัยตัวแสบตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขานั่งอยู่บนเตียงและทำท่าว่าราวกับจะกระโจนเข้าหาหล่อนด้วยความหื่นกระหายแบบนี้ แม่ตัวดีคงได้ทีโวยวายยกใหญ่และสุดท้ายก็ต้องหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาที่เผลอไผลไปกับบ่วงเสน่หาของหล่อนอย่างง่ายดาย โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องลงทุนยั่วยวนเขาเลยด้วยซ้ำ

ร่างสูงกำยำรีบผุดลุกขึ้นจากเตียง และผลุนผลันออกไปจากห้อง ด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดตัวเอง

รามาวตีสะดุ้งและลืมตาตื่นขึ้น เพราะเสียงกระแทกปิดประตูโดยไม่ระมัดระวังนัก ความมืดที่โรยตัวอยู่รอบๆ ห้องทำให้รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปนานแค่ไหน หล่อนพยายามกวาดสายตาหาสิ่งผิดปกติแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่า สาวน้อยเกือบจะลงความเห็นแล้วว่าคงอุปทานไปเองว่าเมื่อสักครู่มีใครบางคนเข้ามาในห้องนี้ หากแต่ไออุ่นและกลิ่นโคโลญจ์แบบบุรุษกลับลอยฟุ้งเข้ามาแตะจมูก ถึงกลิ่นนั้นจะจางแสนจาง หล่อนก็จำได้อย่างเจนใจว่าเป็นกลิ่นประจำตัวของคู่หมั้นหนุ่ม!

ร่างอรชรผุดลุกขึ้นจากที่นอนรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วก้าวเดินลงบันไดมาชั้นล่างอย่างเร่งรีบ ตาคู่สวยสอดส่ายหาคู่กรณีเพื่อจะชำระความ เมื่อไม่เห็นเขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารจึงตามไปที่ห้องนั่งเล่น เมื่อเข้าไปในนั้นก็พบว่าร่างกำยำกำลังนั่งจิบกาแฟหลังอาหารอยู่อย่างสบายอารมณ์ สาวน้อยปรี่เข้าหาเขาอย่างเตรียมจะเอาเรื่อง แต่เพราะความไม่ระมัดระวังจึงทำให้เท้าเล็กๆ สะดุดกับพื้นพรมจนเสียหลักหัวคะมำล้มลงไปกระแทกกับพื้นดังตุ๊บ!

โอ๊ยย

เสียงหวานร้องอุทานดังด้วยความจุก ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นพรมก็เถอะ แต่ส่วนหน้าตั้งแต่หน้าอกจรดลงไปยังหัวเข่าก็กระแทกลงอย่างจัง

ปฏิภาณหันขวับมามองแล้วรีบลุกขึ้นไปโอบประคองพาร่างอ้อนแอ้นไปนั่งบนโซฟา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสุ้มเสียงดุๆ

ทำไมเดินไม่ระวังเลย

รามาวตีปัดมือเขาออกอย่างงอนๆ ทั้งรู้สึกเสียหน้าและน้อยใจ คนอะไรแทนที่จะถามว่าเจ็บตรงไหนสักคำก็ไม่มี มิหนำซ้ำยังมาตำหนิหล่อนอีก

ไม่ต้องมายุ่ง

เจ็บตรงไหนบ้าง

ประโยคนั้นเพิ่งจะตามมา แต่ไม่ตามมาเปล่าๆ สายตาคมกริบยังมองอย่างสำรวจไปทั่วร่างอรชรเพื่อสำรวจหาสิ่งผิดปกติ แล้วเขาก็พบว่าหัวเข่าเนียนนุ่มทั้งสองข้างของหล่อนมีรอยเขียวคล้ำ

ดูสิเข่าบวมเลยชายหนุ่มบ่นพึมพำก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเอาหลอดยาแก้ฟกช้ำมาจากตู้ยา แล้วเดินเลยเข้าไปในครัวหยิบนมติดมือมาด้วยกล่องหนึ่ง ไม่กี่อึดใจเขาก็กลับมาส่งนมกล่องนั้นให้หล่อน

ดื่มรองท้องซะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวันไม่ใช่เหรอเขาพูดเรียบๆ เหมือนสั่ง

จากนั้นร่างสูงก็ทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น ก่อนจะบีบยาจากหลอดลงบนอุ้งมือตัวเองแล้วละเลงมันลงไปบนหัวเข่ากลมมนที่เขียวคล้ำของหล่อน

รามาวตีเจาะหลอดนมลงในกล่องแล้วดูดนมเข้าปาก พลางหลุบตามองดูมือหนาที่กำลังทายาให้อย่างสนใจ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ส่งผ่านจากข้างมือนั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่สาวน้อยรู้สึกได้ มันเป็นความตื้นตันแต่ก็พยายามระงับไม่ให้มันลึกซึ้งมากกว่านั้น แต่สิ่งที่หล่อนไม่ได้คิดไว้ก็คือสัมผัสของเขาก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แผ่ซ่านไปยังบริเวณท้องน้อยจนเกิดอาการขมวดเกร็ง แขนขาอ่อนแรงและวิ่งกระแทกขั้วหัวใจเล่นงานชีพจรของหล่อนให้เต้นอย่างสับสน

หญิงสาวลืมไปชั่วขณะว่าตัวลงมาข้างล่างก็เพื่อเอาเรื่องคู่หมั้นหนุ่มเพราะมัวแต่ติดบ่วงเสน่หาที่เขาร่ายขึ้น แต่ในที่สุดความอบอุ่นและซาบซ่านนั้นก็ค่อยๆ จางลงเมื่อมือหนาผละออกจากหัวเข่าของหล่อนหลังจากทายาเสร็จ

“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ

คราวหลังก็ไม่ต้องรีบ จะได้ไม่เจ็บตัวอีกเข้าใจหรือเปล่าเขาบ่นราวกับผู้ใหญ่เอ็ดเด็ก

ก็...รามาวตีกำลังจะอ้าปากขึ้นเถียง

ไปนอนได้แล้วชายหนุ่มตัดบทก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง เข้ามาประคองร่างอ้อนแอ้นให้ลุกขึ้นแต่รามาวตีทำท่าจะไม่ยอม ร่างนุ่มนิ่มจึงถูกสองแขนแข็งแรงช้อนอุ้มอย่างง่ายๆ และพาเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่ขออนุญาตเจ้าตัวก่อน

คุณ...ใบสวยหวานแดงซ่านด้วยความเขินอายกับกิริยาสนิทสนมนั้น

เงียบเถอะน่าเสียงทุ้มเอ็ดเบาๆ ผสมดุดัน ใบหน้านิ่งสนิทตามแบบของเขา

รามาวตีจึงได้แต่เงียบ แต่ก็แอบเงยหน้าขึ้นมองปลายคางซึ่งเขียวครึ้มด้วยไรหนวดไรเคราอย่างชัดเจน อดคิดไม่ได้ว่ายามเขาถูไถปลายคางนี้ไปตามผิวนวลเนียนของตนจะก่อให้เกิดความวาบหวามรัญจวนใจแค่ไหน... ความคิดนั้นทำให้ชีพจรสาวเต้นแรงระรัวเกือบจะเป็นบ้าคลั่ง จนนึกหวาดหวั่นว่าชายหนุ่มอาจจะได้ยิน หากทว่าเขาก็ยังนิ่งเฉย

ร่างอรชรถูกวางลงบนเตียงกว้าง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบผ้าห่มซึ่งอยู่ปลายเตียงมาคลุมให้ถึงไหล่ รามาวตีได้แต่ทำหน้าเหลอหลาไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี ได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้คู่หมั้นห่มผ้าให้ โดยลืมไปสนิทว่าเมื่อสักครู่ยังโกรธอย่างเอาเป็นเอาตายที่รู้ว่าเขาแอบเข้ามาในห้องนี้

ขอบคุณค่ะสาวน้อยพูดประโยคนั้นเป็นครั้งที่สอง

เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นจูบหวานๆ ได้ไหมปฏิภาณยิ้มใส่ตาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วโน้มใบหน้าหล่อคมสันลงมาใกล้

รามาวตีหัวใจเต้นแรงด้วยคาดว่ากำลังจะถูกเขาจูบเป็นแน่ ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับพริ้มลงและเผยอริมฝีปากเรียวบางนุ่มนิ่มขึ้นน้อยๆ คล้ายกับรอคอยให้ริมฝีปากหยักปิดประกบ เมื่อเห็นว่าเขาโน้มลงมาประชิดจนลมหายในอุ่นๆ เป่ารดถึงกัน

แต่แล้วสิ่งที่หล่อนเชื่อมั่นก็ผิดพลาดเพราะเขาไม่ได้จูบเพียงแค่บอกราตรีสวัสดิ์เท่านั้น...

“ฝันดีครับที่รัก

หญิงสาวตื่นจากภวังค์อีกทีก็พบว่าขณะนั้นร่างสูงเดินไปถึงหน้าประตูแล้ว หัวใจดวงน้อยยังเต้นรัวไม่หาย แต่ไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยความอายเมื่อรู้ตัวว่าเมื่อสักครู่แอบคาดหวังจุมพิตอันหวานละมุนระคนวาบหวามจากเขา

ร้ายกาจจริงๆ คนบ้า!หล่อนต่อว่าเขาในใจแล้วใบหน้าสวยหวานก็ซุกลงกับหมอนนุ่มเพื่อลดอาการเขินอาย และนึกอยากหยิกตัวเองที่เกิดความรู้สึกบ้าๆ นั้นขึ้นมา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha