เสน่ห์นางซ่อง

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : แรกพบกัน


ตอนต่อไป

ปรี้น... เสียงแตรกดดังลั่น

“ระวัง” คนขับรถคันใหญ่ตะโกนขึ้นมาเองอย่างตกใจ

เอี๊ยด... เสียงเบรกที่ลากเป็นทางยาว ก่อนจะได้ยินอีกเสียงตามมา

โครม... จักรยานสีชมพูคันงามของมณีรินล้มเครงไม่เป็นท่าอยู่บนพื้น พร้อมกับเจ้าตัวที่ล้มลงไปนอนคลุกฝุ่นข้างถนนเด็กสาวใช้สองมือปัดตามเนื้อตัว

พสุรีบลงมาจากรถยนต์คันโตที่เขาขับ ตอนนี้หักหัวรถให้พ้นเกือบหล่นลงไปในคูข้างๆ

“เป็นยังไงบ้าง” เขารีบใช้ฝ่ามือจับข้อแขนเธอขึ้น แล้วฉุดตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง

“เจ็บตรงไหนไหม” เขาถามออกมาด้วยความเป็นห่วง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา สบสายตาที่มองมาด้วยความเป็นห่วง

พสุใช้สายตาของตัวเองเพ่งพิศมองไปทั้งตัวของเด็กสาวมองหาบาดแผล แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ทำให้เขาแทบตะลึง เด็กสาวที่ผิวขาวเนียนนุ่มสะอาดตา กับเสื้อผ้าที่เธอใส่แทบปิดอะไรไม่มิด หน้าอกหน้าใจที่โตกว่าเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ใต้เสื้อสายเดี่ยว และกางเกงยีนส์สั้นจุ๊ดจู๋แทบปิดอะไรไม่มิดนั้นดวงหน้าไม่แต่งสีสัน แต่ใส่ขนตาปลอมงอนยาว และทาปากแดง

“ลูกเต้าเหล่าใครทำไมแต่งตัวแบบนี้” เขาว่าเธอขึ้นมาทันที เมื่อเห็นรอยถลอกที่หัวเข่าและหน้าแข้งของเธอแค่เพียงนิดเดียว และถ้าจะให้คาดเดาเด็กสาวคนนี้คงไม่เกินสิบหกสิบเจ็ดปี ด้วยความที่ขาวมากๆ จนทำให้เขาว่าเธอดูเด็กๆ

“แล้วขี่รถจักรยานยังไง ถึงได้ขี่ส่ายไปส่ายมาแบบนี้ ดีนะ ที่ไม่เป็นอะไรมาก” เขาว่าให้เธออีกแววตาของเขามีแววตำหนิ

“เอ๊ะ น้าคนนี้จะขับรถชนคนเขาอยู่แล้ว แทนที่จะขอโทษ ยังจะมาว่าเขาอีก เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย” เธอโต้ตอบเขาไปทันควัน ตอนนี้ชักอารมณ์ไม่ดี และตัวเธอก็ยังตกใจไม่หาย ก้มมองเนื้อตัวที่เปื้อนฝุ่นและเศษดินเศษหญ้า

“ถนนมันเป็นหลุมไม่เห็นหรือไง จะให้ขับลงไปในหลุมเหรอ เห็นหลุมใครก็ต้องขี่หลบๆ อยู่แล้ว เหอะ...” เธอรีบลุกขึ้น ปัดเอาเศษดินและเศษหินที่อยู่บนเนื้อตัว

“จะช่วยยกรถไหมละน้า มายืนอึ้งอยู่ได้ ยิ่งรีบๆ อยู่ หนูจะไม่เอาเรื่องนะ แต่วันหลังไม่ได้เกี่ยวข้องกันอย่ามาเที่ยววิจารณ์คนอื่นเขา” เธอมองหน้าเขาทำถลึงตาเข้าใส

พสุถึงกับอึ้งไปกับกิริยาที่ไม่น่ารักและคำพูดที่เหมือนไม่ได้รับการอบรมมาดีนัก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธหรือว่ายังไง

“ฮึ...” เธอกระชากรถออกมาจากมือเขา ก่อนจะเข็นมันไปจากตรงนั้น แล้วพยายามพาตัวเองขึ้นไปคร่อมจักรยานแล้วขี่ออกไป

พสุมองตามหลังเธอไป ก่อนจะขับรถตามไปห่างๆ เห็นเด็กสาวจอดรถจักรยานอยู่ที่หน้าร้านคาราโอเกะชื่อว่า “ไผ่เงิน”

“อ้อ... อยู่ที่นี่หรือเด็กคนนี้ ทำงานที่นี่ หรือว่าเธอจะเป็นเด็กนั่งดริ้ง” เขาคิดก่อนจะจอดรถอยู่ที่หน้าร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะ

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณหกโมงเย็นกว่า เขาขยับขาก้าวเดินไปข้างใน

“อุ้ยตาย มาแต่หัววันเลยพ่อหนุ่ม ร้านยังไม่เปิดเลยค่ะ จะมาร้องเพลงหรือจะมากินข้าว” เสียงตันหยงเอ่ยทัก ก่อนจะเดินเข้ามาหาเขาทำสายตากรุ้มกริ่มมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

ตอนที่พสุมารับตำแหน่งใหม่ๆ ที่นี่

“คุณพสุครับ ส่วนใหญ่เราก็จะมีปัญหากับพวกที่ทำงานคาราโอเกะนะครับ ทางสารวัตรอินทรีย์ก็ประสานมาเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันว่า อยากให้ทางเราเข้าไปพบปะพูดคุยเรื่องการเสนออาชีพส่งเสริมให้พวกสาวๆ นั่งดริ้งเปลี่ยนอาชีพ ตอนนี้ในอำเภอเราก็เหลืออยู่สองสามร้านนะครับ ที่ดังๆ คนเยอะๆ ก็ร้านไผ่เงิน ร้านกิ่งแก้ว และก็ร้านลำภู แต่ก็อย่างว่าแหละครับ พูดยากผู้หญิงเหล่านี้รักความสบาย คงกลับใจยาก” เสียงคุณสัญญารายงานในฐานะที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชาคนใหม่ แล้วพสุก็ถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

“ร้านพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่แถวไหนครับ”

“แถวหลัง บขส. ค่ะ เรียงกันเป็นตับเชียวครับ”

“อือ ไว้ผมจะไปดู ว่าแต่เรื่องโครงการจ้างครูไปสอนให้กับเด็กในชุมชนโคกคูณ ไปถึงไหนแล้วครับ”

“อุ้ย ผมลืมไปเลยครับ พรุ่งนี้ได้ไหมครับ วันนี้ก็ใกล้เลิกงานแล้ว ผมปิดคอมไปแล้วนะครับ”

“ได้ครับ”

 

พสุก้มไปมองหน้าตันหยงที่ทาปากแดงแจ๋ นางแต่งกายก็ไม่เข้ากับวัยที่ล่วงเลยเอาเสียเลย ตันหยงจับแขนเขาเอาไว้แน่น และพาเขาไปนั่งตรงโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน

“เมื่อกี้ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในร้าน ผมยาวๆ เห็นทำสีผมออกทองๆ ใส่เสื้อสีเขียวขี้ม้ากางเกงยีนส์นะครับ”

“อ๋อ... ยายวาวหรือคะ ถามหาแกทำไม คุณมีอะไรกับเด็กวาวหรือคะ” ตันหยงถามออกมาอย่างสงสัย มองหน้าพสุแบบจับผิด

“เออ...ไม่มีครับ ไม่มีจริงๆ ว่าแต่ตอนนี้ผมจะสั่งอาหารได้ไหมครับ”

“เอาสิคะ น้องแมมาเอาใจคุณเขาหน่อยสิ บริการพิเศษหน่อยนะ เอาฤกษ์เอาชัย มาประเดิมร้านให้แต่หัววันเชียง” ตันหยงหันไปสั่งหญิงสาวที่เดินเข้ามาใหม่ ท่าทางนวยนาด แมเดินส่งยิ้มหวานมาให้เขา

พสุหายใจเข้าลึกๆ เขาต้องลงมาลุยเรื่องนี้เอง เพราะคำสั่งจากหน่วยเหนือว่าอยากให้ผู้หญิงกับร้านคาราโอเกะหมดไปในพื้นที่แห่งนี้

อาหารถูกนำมาเสิร์ฟโดยมณีริน เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เป็นมิตรทันทีที่เห็นใบหน้าของเขาอย่างจัง มณีรินกระแทกจานลงไปที่โต๊ะ จนพี่แมยกหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของเธอ

“อีวาว อีนี่...มึงไม่พอใจอะไรเจ้หรือเปล่า เดี๋ยวเถอะมึง กูจะฟ้องป๊า” สาวแมพูดออกไปแบบปากไว เพราะมณีรินทำกิริยาที่ไม่งาม

วาวยักไหล่ และทำหน้าย่นใส่ผู้ชายตรงหน้า มองข้ามหัวพี่แมไปซะยังงั้น

“อีนี่ ดูมันทำ” แมยังว่าเธอไม่เลิก ปกติเธอก็จะมีปากเสียงกับวาวอยู่เป็นประจำ ชอบหยอกเอินกันเจ็บๆ แรงๆ และเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน

“อย่าไปถือสาเด็กมันเลยนะคะ อีเด็กวาวเนี่ยผีเข้าผีออกค่ะ” เธอหันไปบอกชายหนุ่ม ตอนนี้นั่งเอาหน้าอกเบียดบี้เข้าไปที่แขนของเขา

“อยากทำอาชีพนี้ไปอีกนานไหมครับ” พสุเอ่ยถามตรงๆ แมมองหน้าเขาหน้าเสีย หลังจากนั้นก็ทำมองแบบไม่ยี่หระ

“คงสักพักน่ะค่ะ คุณขา... คนไม่มีความรู้ เรียนไม่จบมอสามอย่างแมนี้จะทำอะไรได้คะ ทำงานที่นี่ก็ใช่พอกินนะคะ” เธอเริ่มออดอ้อน ใช้จริตสบตาของเขาอีกครั้ง

“ไม่พอกิน ทำไมไม่หันไปทำอย่างอื่น อาชีพอื่นล่ะครับ”

“โธ่คุณ ถ้าแมมีสตางค์ บ้านพอจะมีกินบ้าง คงเลือกที่จะไม่ทำอาชีพนี้หรอกค่ะ” เธอกระแทกน้ำเสียง เริ่มงอนๆ

“จริงหรือครับ” พสุทำสีหน้าพอใจกับคำตอบที่เขาได้ยิน เธอจึงสีหน้าดีขึ้น

“ว่าแต่คุณ เออ... จะให้แมเรียกคุณว่าอะไรคะ คุยกันมาตั้งนานแล้ว”

“เรียกผมว่า เกน ก็ได้ครับ”

“ชื่อแปลกนะคะ ไม่เคยได้ยินเลย คุณเกน” พูดจบ แมซบหน้าลงที่หัวไหล่ของเขา นั่งไปได้สักพัก เขาเห็นมีชายหนุ่มวัยกลางคนเดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะมีหญิงสาวสองคนเดินออกมาต้อนรับ แล้วทั้งสี่คนก็เดินหายเข้าไปในม่านแดง

“ในนั้นมีห้องวีไอพีหรือครับ” เขาถามขึ้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่แน่ใจ

“ค่ะ บริการเสริม วีไอพี๊ วีไอพีค่ะ” เธอพูดแกมหัวเราะ ยกมือขึ้นปิดปากแบบมีจริต

“ว่าแต่ คุณเกนอยากได้บริการพิเศษไหมคะ” เธอยกมือขึ้นบีบปลายคางของเขาเบาๆ พสุเริ่มตัวแข็งทื่อ สาวแมเล่นตะปบลงตรงเป้ากางเกงของเขาอย่างจงใจ

“ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะครับ เช็คบิลเลยแล้วกัน พอดีผมมีธุระต้องไปต่อ” เขาบอก จับมือไม้ของหญิงสาวที่แปะปะบนเนื้อตัวของเขาให้พ้นไป

“ว้า... เสียดายจัง จะประเดิมให้แมหน่อยก็ไม่ได้” เธอพูดพลางลุกขึ้นสะบัดสะบิ้งตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

“อีวาวเก็บตังค์ด้วย แม่งคืนนี้กูฟาวทั้งคืนแน่ๆ เชี่ย...” แมสะบัดหน้าก่อนจะเดินออกไปทางหน้าร้าน เพราะเห็นมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังลงจากรถ

“490 บาท” มณีรินบอกราคาค่าอาหารกับเขา

พสุหยิบเงินในกระเป๋ายื่นให้

“ไม่ต้องทอนนะ พี่ให้หนูเป็นเงินสะสม หากอยากเลิกอาชีพนี้ให้บอกพี่” เขาหยิบกระดาษและปากกาที่อยู่บนโต๊ะ เขียนเบอร์โทรหยุกหยิกลงไป แล้วยื่นส่งให้ มณีรินทำตาโต แต่ก็รับมันมาถือเอาไว้และกำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น

“ทำงานแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบนี้ก็ได้นะ มันดูไม่มีราคาเอาเสียเลย” เขาเอ่ยถากถางเธอนิดๆ มณีรินอ้าปากค้าง มองตามหลังคนที่ก้าวฉับๆ ออกไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว

“หาว่าหนูขายตัวหรือนี่” เธอพูดโพล่งออกมา เดินกระแทกเท้ากลับไปที่หลังเคาน์เตอร์อย่างเสียอารมณ์

 

ในห้องครัวหลังร้าน

“เป็นอะไร ฮึ...วาว” ป้ากันยาเอ่ยถาม เมื่อเห็นใบหน้าของมณีรินบอกบุญไม่รับ

“วันนี้มันซวยป้า เมื่อกี้ตอนขากลับมาจากซื้อยาให้พี่ๆ เกือบโดนรถชน แถมเมื่อกี้ไอ้คนที่ขับรถชนมันหาว่าหนูเป็นกระหรี่” คำพูดของเธอทำเอาป้ากันยาฟาดฝ่ามือตีมาที่แขนของเธอ

“สอนไม่จำ พูดจาให้มันดีๆ หน่อย เรานี่ชักจะเอาใหญ่ ไปคุยกับพวกนั้นมาก ดูสิ...ติดนิสัยมาเชียว เดี๋ยวป้าจะตีให้น่วม” ป้ากันยายกทัพพีขึ้นมาชี้หน้าเธอ

สาวน้อยยกมือขึ้นลูบแขนตรงที่ถูกตี ทำสีหน้ายุ่ง

“ก็ดูแต่งเนื้อแต่งตัว เสื้อผ้าดีๆ ก็มี ไอ้แบบนี้เลิกใส่ได้แล้วนะ ป้าขอร้องเถอะ วาว... เฮ้อ...” ป้ากันยาส่ายหน้าระอาไปกับเด็กสาวที่นางเลี้ยงมากับมือ แต่สภาพแวดล้อมมันเป็นเช่นนี้ นางก็ได้แต่คอยระวังและตักเตือนเธออยู่เสมอ

“นังวาว รับออร์เดอร์ด้วย” เสียงหนึ่งดังมาจากในร้าน มณีรินรีบวิ่งเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ตัวปลิว เพื่อหยิบเมนู และลงมือทำงานอย่างแข็งขัน

 

พสุกลับบ้านไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ใบหน้าของเด็กสาวยังติดตา เขาตั้งปณิธานก่อนนอนอย่างแรงกล้า

“ผมขออธิษฐานผลบุญที่ผมเคยทำมา ผมยกให้เด็กผู้หญิงคนนั้นครับ ให้เธอได้พ้นจากชีวิตโสมมแบบนั้นเสียที” เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะก้มลงไปกราบที่หมอน แล้วล้มตัวลงไปนอน

 

กริ้ง... เสียงกริ่งดังขึ้นทั่วบริเวณโรงเรียน กศน. ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอนี้

“เขาว่าวันนี้จะมีการแนะแนวทางอาชีพอะไรสักอย่างนี้แหละ และก็ให้เลือกลงเรียนเสริม ซึ่งทางกรมอะไรก็ไม่รู้ เขาว่าพวกเราไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเลยว่ะ แกจะลงเรียนอะไรดีวะ...วาว” แมวเด็กสาวตัวดำ ลูกเกษตรกรทำสวนยางที่อยู่ชานเมืองออกไป และเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของวาว เพราะถึงจะผิวสีต่างกันแต่เคมีเข้ากันเป็นที่สุด

“ดูก่อนสิแมว แกก็... แล้วเราสองคนค่อยตัดสินใจ” วาวพูดกับเพื่อน พลางลุกตามแรงมือของแมวที่กำลังฉุดเธอให้ลุกขึ้นจากที่นั่ง

“อย่าช้านะแก มีเช็คชื่อก่อนเข้าเรียนด้วย ใครไม่มาวันนี้ อาจารย์บัญชาให้ติด ร. วิชานี้ด้วย” แมวให้ข้อมูลต่อ

“ก็ไม่เห็นเหรอ ฉันต้องแหกขี้ตาตื่นมาเรียนตั้งแต่เช้า เมื่อคืนก็เกือบตีสองค่ะ” เธอพูดเสียงสูง ก่อนจะออกเดินเร็วเคียงคู่กันไปกับแมว

 

“มณีรินค่ะ” เธอบอกอาจารย์ที่นั่งเช็คชื่ออยู่หน้าห้อง

“น้ำใจค่ะ” แมวบอกชื่อตัวเอง อาจารย์บัญชามองลอดแว่นสายตาออกมาดูหน้าสองสาว

“มณีริน จริงๆ เธอเป็นคนสวยน่ารักอยู่แล้ว แต่ถ้าเลิกย้อมหัวให้มันแดง แล้วก็เอาไอ้ที่มันติดขนตารุงรังนั้นออก ครูว่าเธอจะดูดีมากกว่านี้นะ” อาจารย์พูดแบบไม่ไว้หน้า วาวหน้าจ๋อยไปเลย  

“ค่ะ” เด็กวาวทำหน้ามุ่ย ก่อนจะยกมือไหว้อาจารย์แล้วเดินตามหลังแมวเข้าห้องเรียนไป

“เบื่อว่ะเนี่ยไม่อยากมาเรียนวิชาของแกก็เพราะแบบนี้” วาวบ่น

“แต่ฉันว่ามันก็จริงอย่างที่อาจารย์พูดนะวาว แกย้อมดำกลับให้เป็นสีธรรมชาติจะสวยกว่านี้ บอกตรงๆ นะ เนี่ยแกคิดดู ฉันเดินกับแกก็แปลกพอดูแล้ว พอแกมาสไตล์นี้ แกคิดดู...วาว คนอื่นเขานึกว่า อีแมวนี่เป็นคนใช้เดินตามหลังคุณมณีรินต้อยๆ” แมวบ่นกระปอด พูดเห็นด้วยกับอาจารย์เสียเลย

“นั่งแถวหน้าให้เต็มก่อนนะ” เสียงอาจารย์บัญชาดังมาตามหลัง ทุกคนรีบวิ่งไปนั่งแถวหน้าตามคำสั่ง เพราะถ้าไม่ทำตามก็คงไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ วันนี้

 

สวัสดีนักเรียนทุกคน ปีนี้เราก็อยู่มอสามกันแล้วนะ วันนี้ทาง กศน. เราก็ได้รับเกียรติจาก คุณพสุ ประวัติดี ซึ่งมารับตำแหน่งหัวหน้างานในส่วนพัฒนาชุมชน ซึ่งจะมาดูแลในส่วนของเด็กและสตรีในเขตอำเภอเมืองของเรา หน้าที่หลักก็คือส่งเสริมให้ทุกคนทำอาชีพสุจริต และดูแลให้ทำตามนโยบายต่างๆ ของทางหน่วยราชการอยากให้ทุกคนอยู่ดีกินดี อ้าว... พูดเกริ่นไปก็เสียเวลาเปล่า ขอให้นักเรียนทุกคนแสดงความเคารพคุณพสุด้วย”

“นักเรียนทำความเคารพ” เสียงหัวหน้าห้องนำ

มณีรินที่ก้มหน้าส่งกระจกที่แอบเอาไว้ใต้โต๊ะ จัดผมด้านหน้าของตัวเองให้ดูดี ค่อยยกมือขึ้นไหว้ ส่งเสียงตามเพื่อน แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองสุภาพบุรุษประวัติดีที่อาจารย์บัญชากำลังแนะนำ

“หา...” เธออุทานออกมาเสียงดัง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที

เสียงของมณีรินดังพอดู จึงทำให้พสุหันมามองหน้าของคนต้นเสียง เขาถึงกับชะงักไปนิดหนึ่งแต่ก็ยิ้มให้

เด็กคนเมื่อวานเขาคิดไปนึกเด็กสาวที่ทำหน้างอนเง้าใส่เขา และเธอก็ชอบพูดจาประชดประชัน

“คุณพสุครับ” อาจารย์บัญชาเอ่ยติง เพราะเห็นเขานิ่งเงียบไป

“อ้อ... สวัสดีครับนักเรียนทุกคน ผม นายพสุ ประวัติดี ประวัติของผมก็จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาพัฒนาชุมชน และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ดีใจมากๆ ที่ได้มาเริ่มงานที่นี่ และได้เจอกับทุกๆ คนในวันนี้ วันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่ทางหน่วยงานของเราก็ได้ประสานไปยังภาคเอกชนต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือให้รับสอนนักเรียนของที่นี่ในด้านการส่งเสริมอาชีพพิเศษ ที่สามารถไปต่อยอดให้กับอนาคตได้ ซึ่งทางผมได้คัดเลือกมาอย่างดีแล้ว เดี๋ยวผมจะฉายสไลด์ต่างๆ ให้ดู แล้วเราก็ค่อยมาสรุปกันตอนท้ายชั่วโมง” ชายหนุ่มพูดจ้อต่อไปไม่หยุด

วันนี้ไม่มีนักเรียนคนไหนไหวติงหรือส่งเสียงดัง เพราะรู้กิตติศัพท์ของอาจารย์บัญชาดีว่าดุแค่ไหน

มณีรินสะกิดแขนน้ำใจทันที

“อะไร” แมวทำเสียงซุบซิบ

“อะแฮ่ม” เสียงอาจารย์บัญชากระแอมอยู่ใกล้ๆ สองสาวจึงทำเป็นสนใจฟังต่อ นิ่งเงียบตลอดชั่วโมง แต่เป็นชั่วโมงเรียนที่มณีรินอึดอัดที่สุดกับสายตาของเขาที่มองมาทางเธอบ่อยๆ แล้วยิ้มให้แบบเป็นมิตร

“เอาละครับ ตอนนี้ก็ถึงเวลาแยกย้านกันเพื่อเลือกวิชาส่งเสริมอาชีพที่ทุกคนจะต้องเรียนเพื่อให้ครบ 60 ชั่วโมง แล้วทางเราจะออกใบประกาศให้ แล้วนักเรียนทุกคนจะได้รับอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้ประกอบการเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น” เขาบอกทุกคน

นักเรียนเริ่มจับกลุ่ม แล้วกรอกข้อมูลต่างๆ ในกระดาษที่ส่งต่อๆ กันมา พร้อมกับถกกันว่าใครจะเลือกเรียนวิชาเสริมอาชีพไหน

“เราจะเรียนอะไร” พสุเดินมาถามมณีรินอย่างสนใจ

“คะ” เธอแกล้งทำเป็นตกใจ ก่อนจะยกหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของพสุที่ส่งยิ้มให้ด้วยน้ำใสใจจริง

“แมวว่าจะเรียนเสริมสวยค่ะ” แมวชิงตอบเพราะนึกว่าคุณพสุถามเธอด้วย

“ใช่ๆ เรียนเหมือนๆ กัน” มณีรินรีบตอบ

“อ้าว... จริงๆ ต้องเลือกเรียนตามวิชาที่เราชอบหรือเราสนใจ นะ” พสุติง เพราะเกรงว่ามณีรินจะเลือกไปแบบงั้นๆ เพราะตามเพื่อน

“ก็วาวอยากเรียนจริงๆ นี่ค่ะ” เธอทำเป็นขึ้นเสียง และก็ใช้สายตาที่ไม่เป็นมิตรเหมือนมองหน้าของเขาเมื่อคืนวานนี้

“ครับๆ เอาที่สบายใจก็แล้วกัน” พสุยกมือโบกเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังนักเรียนกลุ่มอื่นๆ

“แกรู้จักกับเขาด้วยเหรอวาว” แมวถามขึ้นมาทันทีเมื่อเขาคล้อยหลังไป

“ก็ที่ฉันเล่าให้เธอฟังไง เนี่ยๆๆ เห็นไหม แผลถลอกที่รถจักรยานล้มเมื่อวาน ก็อีลุงคนนี้แหละ” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาทันที

แมวยกมือปิดปากหัวเราะรวน ตลกที่วาวไปเรียกพสุว่าลุง

“รีบๆ เข้านะ เดี๋ยวต้องไปสัมภาษณ์กับเจ้าของร้านที่หลังห้อง ว่าใครจะได้ไปอยู่ที่ร้านไหน เขาจำกัดแค่ร้านละไม่กี่คน ใครกรอกเสร็จรีบวิ่งเลย” อาจารย์บัญชาเร่งเร้า

“บ้านบาติกฮันโยบาติก สมัยบาติก ร้านตัดเย็บเสื้อผ้ามีเยอะหน่อย ร้านธรรมรักษ์ ร้านยศวดี ร้านคุณผาสุก ร้านเฮง ร้านสดใส ร้านเจเย็บปัก และร้านอ้อมใจ ส่วนใครจะไปร้านเสริมสวย ก็มีร้านทำผมแฮร์ดู ร้านโทนี่ ร้านเพื่อนผม ร้านเสมอใจ ร้านคุณอ้อม บัญชาตัดผมชาย ร้านตัดผมชายยิ่งศักดิ์ สุนทรบาร์เบอร์ เดี่ยวบาร์เบอร์ เล็กบาร์เบอร์ และร้านผมหอม ส่วนซ่อมจักรยาน ก็มี ศูนย์ฮอนด้า ศูนย์ซูซูกิ รถยนต์ก็มี ศูนย์นิสสัน ศูนย์โตโยต้า ศูนย์อะไหล่รวมญาติ แล้วก็ร้านเคาะพ่นสีเฮียต้น อ้าว... ใครช้าก็อดนะ มันเยอะก็จริงๆ เลือกกันเอาเองนะครับ แต่ใครไวกว่า ก็ได้ร้านที่ถูกใจไป ใครช้าก็ตามนั้นนะ อย่ามาบ่น...” อาจารย์บัญชาร่ายยาว

แมวรีบดึงแขนวาวขึ้น เดินตรงดิ่งเข้าไปที่ร้านทำผมโทนี่

“สองคนค่ะ พี่” แมวดึงใบสมัครในมือวาวให้กับโทนี่ กระเทยมีเสน่ห์มากับทรงผมที่กิ๊บเก๋ที่สุดในห้องนี้

“อุ้ยตาย... เจ้ชอบเพื่อนหล่อนมากกว่านะ ดำๆ อย่างนี้...” โทนี่มองแมวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“เราเป็นฝาแฝดกันค่ะ ไปไหนไปด้วยกัน ถ้าพี่ไม่รับเพื่อนวาว ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราก็ไม่ไปทั้งสองคน” มณีรินพูด พลางใช้สายตาอ้อนวอนโทนี่

“โอเคๆ รับๆ ฉันก็จะได้รีบกลับร้านเหมือนกัน ลูกค้าก็เยอะๆ รู้ใช่ไหมร้านโทนี่อยู่ตรงไหน”

“รู้ค่ะ” สองสาวยิ้มแฉ่งตอบขึ้นมาพร้อมๆ กัน

“เวลาไปทำงานที่ร้าน ห้ามขาด ห้ามลา ห้ามมาสาย ฉันบอกเอาไว้ก่อนนะ ไม่งั้นไม่เซ็นต์ใบผ่านให้นะคะ” กระเทยโทนี่จีบปากจีบคอพูด ก่อนจะเซ็นต์หยิกๆ ในเอกสาร และส่งมันคืนให้ทั้งสองสาว

“ขอบคุณค่ะ” ทั้งสองยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“ยายสองคนเนี่ย มาที่ร้านฉันจะจับแปลงโฉมให้หมดเลย” โทนี่ยกมือรับไหว้ก่อนที่พูดทิ้งท้าย

สองสาวรีบเดินเอาใบสมัครไปส่งคืนให้กับอาจารย์

“ใครที่เรียบร้อยแล้วนั่งประจำที่ก่อนนะ” อาจารย์บัญชาออกคำสั่งอีกครั้ง

“น้ำใจ เดี๋ยวเธอออกไปกล่าวขอบคุณคุณพสุ และก็ภาคเอกชนต่างๆ ตามนี้นะ” อาจารย์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าแมว เธอรับมาแบบงงๆ

“ออ... มณีริน เธอเป็นคนมอบช่อดอกไม้ให้กับคุณพสุนะ” อาจารย์ชี้นิ้วไปที่ช่อดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะของคุณครู

“หนูนี่นะ” วาวชี้นิ้วไปที่หน้าอกของตัวเอง

“เอ่อสิ เธอมีปัญหาเหรอ...” อาจารย์ทำท่าขยับแว่น

“ไม่มีค่ะ” มณีรินรีบส่ายหน้าก่อนจะรับคำ

ผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาทีทุกอย่างก็เรียบร้อย ทุกคนนั่งประจำที่อยู่ในความสงบ

“ผมประทับใจน้องๆ นักเรียนทุกคนเลยนะครับ ช่างเป็นเด็กที่เรียบร้อย แล้วก็รู้จักหน้าที่เป็นอย่างดี” คำชมของพสุทำให้อาจารย์บัญชายิ้มแป้น

“ผมหวังว่า วิชาที่ทุกคนลงไปเรียนนั้น จะส่งผลที่ดีต่อไปในอนาคตของทุกๆ คน และก็ฝากให้นักเรียนลองเข้าไปติดตามเพจของหน่วยงานเราด้วยนะครับ ที่เขียนอยู่บนกระดาน จะมีสิ่งดีๆ มาแนะนำให้กับทุกคนเสมอ อีกอย่างแนะนำให้บุคคลทั่วไปเข้าไปดูได้ เพราะเราเปิดกว้างให้ทุกคนที่สนใจเรียนส่งเสริมอาชีพต่างๆ ฟรีๆ ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ” พสุกล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์บัญชาขยิบตาให้กับสองสาว

แมวรีบลุกขึ้นมาจากที่นั่ง ก่อนจะยกมือไหว้พสุ แล้วกล่าวขอบคุณเขาและอ่านรายชื่อของสปอนเซอร์ต่างๆ ที่ให้ความอนุเคราะห์กับ กศน. ในวันนี้ เพื่อนๆ ทุกคนปรบมือให้กับแมว

มณีรินเดินไปหยิบช่อดอกไม้มายืนรออยู่ใกล้ๆ แมวอยู่แล้ว เธอจึงเดินเข้าไปมอบดอกไม้ให้กับเขา

“ขอบใจนะ” เขายิ้มให้อย่างใจดี

มณีรินก็ยังเคืองเขาอยู่ไม่น้อย พอได้เห็นใบหน้าของพสุใกล้ๆ ก็หัวใจเต้นแรง คนอะไรหน้าตาดีมากๆ ดูดีไปหมด แต่เสียดาย ปากร้ายพอดู

“น้ำใจกับมณีรินยืนอยู่ที่เดิม ขอเรียนเชิญสปอนเซอร์ด้วยครับ นักเรียนคนอื่นเดินออกมาเพื่อถ่ายรูปร่วมกันกับคุณพสุ มาเร็วๆ เด็กๆ” อาจารย์กวักมือเรียกทุกคนให้มารวมตัวที่หน้าห้องเรียน

วาวยังอยู่ในท่ามอบช่อดอกไม้ให้กับเขา พสุก้มหน้าลงมามองใบหน้าของหญิงสาว พอแต่งตัวแบบนี้แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ เขาส่งยิ้มให้กับเธอตลอดเวลา

“ขยับชิดๆ กันหน่อยนะครับ ล้นเฟรม” อาจารย์บัญชาทำไม้ทำมือ ทุกคนจึงยืนเบียดชิดกัน วาวได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวของเขา

“ส่งเสียงพร้อมกันนะครับ สตอเบอรี่...” ทุกคนทำตาม แล้วก็ได้ภาพถ่ายที่สวยงาม ทุกอย่างที่มีการเก็บภาพเอาไว้ ก็ลงในเพจของ กศน. และเพจของพัฒนาชุมชนประจำอำเภอ

 

“อึ๋ย...วาว พี่พสุเขามองแกตาเป็นมันเลยว่ะ” แมวแซวตอนพากันเดินกลับออกมาจากห้องและตรงดิ่งไปที่โรงอาหาร

“แหวะ... แกคิดได้ไง เมื่อวานเขายังหาว่าฉันเป็น กระ... หรี่... อยู่เลย”  เธอพูดคำนั้นด้วยเสียงเบาๆ

“ตบปาก” แมวยกนิ้วชี้หน้าของเพื่อน วาวทำตามแทบทันที

“ตบเรื่องอะไรวะ” พอทำไปแล้วก็งงๆ กับตัวเอง

“เรียก กระหรี่ ไม่ได้ ต้องเรียกคุณโส” แมวเปลี่ยนคำให้เพื่อนแล้วก็หัวเราะ วาวยกมะเหงกเขกหัวเพื่อนดังโป้ก

“ซีเรียสอยู่นะโว้ย” วาวทำหน้าเหม็น

“รู้แล้วน่า แต่ทำไมวะ พี่เขาถึงว่าแกแบบนั้น” แมวทำท่าสงสัย

“ก็นั้นสิ มาคิดแบบนี้ แล้วมาดูถูกกันแบบนี้ได้ไง เจ็บใจจัง เชอะ... คนอะไรดูถูกกันชัดๆ แมวแกคิดดูสิ ฉันอยากเกิดมาในซ่องเหรอ ฉันเลือกได้ที่ไหน” มณีรินทำเสียงซีเรียส ก่อนจะทำหน้าเศร้าเมื่อเอ่ยถึงชาติกำเนิดของตัวเอง แต่ก็โกรธพสุด้วย

“เฮ้ย... ไม่เอา ไม่เอาแล้ว เราไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่านะวาวนะ”

แมวเข้าใจหัวอกของเพื่อนดี ทั้งห้องไม่มีใครอยากจะคบกับวาวเมื่อรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่ไหน มีแต่แมวที่แสดงน้ำใจ สมกับชื่อของเธอยินดีช่วยเหลือมณีรินทุกเรื่อง เธอดึงแขนของวาวให้ก้าวเร็วๆ ไปตามทางเดิม จนถึงโรงอาหาร

“กินอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวไม่เอาแล้วนะ เบื่อ” แมวทำหน้าว่าเบื่อจริงๆ แต่พอไปถึงโรงอาหารกลับวิ่งตรงไปยังร้านขายขนมจีนอย่างรวดเร็ว

“โธ่...นังแมว มันก็เป็นเส้นเหมือนกัน”

“ไม่เหมือนย่ะ คนละเส้น น้ำมันแกงเคยเนี่ยสุดยอด”

“ไหนว่าแม่ทำให้กินบ่อยๆ ไม่เบื่อหรือไง”

“ไม่เบื่อ มันของโปรด” พูดจบแมวก็ทำท่าว่าน้ำลายไหล

“ฉันขอกินข้าวราดแกงดีกว่า” พูดจบวาวก็เดินไปยังร้านที่อยู่ติดกัน แล้วสั่งอาหารสองอย่างราดมาบนข้าวเปล่า เธอจ่ายเงินและรับจานข้าวถือมาก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับแมว

“ยังไงค่ะคุณวาว ไหนแกจะกินข้าวราดแกง ไหงการเป็นแกงราดมาบนข้าวเนี่ย” แมวใช้ช้อนของตัวเองเคาะไปที่จานข้าวของมณีริน เพื่อนสาวได้แต่นั่งยิ้มไม่เห็นฟันทำตาหยีใส่แมว

“กวนตีนเหมือนกันนะ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาไม่เรียก แกงราดข้าวเนอะ” ทั้งสองจึงประสานเสียงหัวเราะด้วยกันอย่างสนุก

 

“ให้พี่นั่งด้วยคนนะครับ” เสียงหล่อของพสุเอ่ยถาม ก่อนจะวิสาสะนั่งลงบนม้านั่งเดียวกันกับวาว

“อุ้ย กินเหมือนกันกับวาวเลย” แมวชี้ไปที่จานข้าวของทั้งคู่

“ของโปรดพี่เหมือนกัน”

“ไอ้วาวมันก็กิน ฟักทองผัดไข่กับไก่ผัดขิงแบบนี้ทุกวัน ไม่เห็นมันเบื่อ” แมวเล่า

“ยายแมว...” วาวทำเสียงเข้มตาดุใส่เพื่อนปรามว่าไปเล่าให้เขาฟังทำไม

“คนกันเอง รู้เรื่องกันเอาไว้ไม่เสียหลาย ว่าแต่คุณพสุพักที่ไหนคะ ได้ข่าวว่าไม่ใช่คนที่นี่” แมวถามด้วยความอยากรู้

มณีรินตั้งหน้าตั้งตากินข้าว แต่ก็เงื้อหูฟังว่าเขาจะเล่าเรื่องราวของตัวเองหรือเปล่า

“เรียกพี่ว่า พี่เกนก็ได้จ้ะ พี่เป็นคนกรุงเทพฯ ตอนนี้เช่าบ้านอยู่ที่หลังอำเภอ” เขาทำตัวเป็นกันเอง

“พี่เกน” แมวทำเป็นเรียกชื่อของเขา

“ชื่อแปลก” วาวพูดพึมพำออกมาคนเดียว

“แปลกๆ แบบนี้ คนจำง่าย แล้วก็เรียกไม่ผิด จริงไหมน้องแมว” พสุหันไปคุยกับแมว

“ค่ะ จริงค่ะ” แมวเออออและพูดคุยกับเขาอย่างสนุก แถมยังทำตัวสนิทกับเขาเสียด้วย ทั้งยังรับปากว่าจะไปช่วยงานเวลาพสุไปออกทำงานตามหมู่บ้านต่างๆ

“วาวก็ไปด้วยกันสิ สนุกนะ ได้ทั้งความรู้ และรู้จักคนอื่นๆ ในอีกหลายมุม” พสุเอ่ยชวนเธอ

“ค่ะ ถ้าว่างจะไปค่ะ” มณีรินตอบออกไปแบบเสียไม่ได้ แต่นึกอยู่ในใจในความอ้อล้อของเพื่อนสาวอย่างแรง เธอรีบกินให้เสร็จเร็วๆ

“ไปห้องน้ำก่อนนะ” เธอบอกแมว ยกมือไหว้ลาพสุแบบลวกๆ เหมือนบอกเขากลายๆ ว่าเราจะไม่เจอกันอีกแล้ววันนี้ ก่อนจะยกจานไปคืนที่ร้าน แล้วเดินไปซื้อน้ำดื่ม หมุนตัวหายเข้าไปทางด้านหลัง เดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ไม่ห่างมากนัก

“อาชีพสู่รู้และยุ่งเรื่องของชาวบ้านนะสิ โธ่เอ้ย...” เธอว่าค้อนพสุออกมา นึกถึงใบหน้าของเขาที่ยิ้มให้อย่างใจดีแล้วก็ใจเต้นแรง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ชีวิตบัดซบ แม่ผัวลูกสะใภ้ คนที่ไม่เข้าตา ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ยังไงไปติดตามกันต่อได้เลยค่ะ"

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha